251116-608 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ033.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำปฏิสังขาโยนิสโภปิณฑะปาตังที่พุทธสถานสันติอโศกเพื่อการปฏิบัติธรรมเราปฏิบัติเพื่อความสบายที่ใช้ศัพท์ภาษาไทยที่จริงควรจะใช้คำว่าเราปฏิบัติเพื่อความอยู่สำราญอยู่สำราญถ้าคำว่าสบายเป็นภาษาบาลีแล้วก็ของเขาใช่ของเขาถูกเป็นสปายะเป็นคนที่จะมีสปายะแต่ส่วนความรู้สึกของคนที่ ไปแล้วมันเข้าใจเหมือนคำว่าสำราญอยู่เป็นสำราญอยู่เป็นผาสุขคือราบรื่นแข็งแรงเรียบร้อยดีงามในความหมายของผาสุกมีความหมายที่สูงเป็นความหมายรวมเป็นความหมายกว้างคำหมายความหมายคำว่าสัปปายะหรือที่เอามาเป็นภาษาไทยว่าเป็นสบายเนี่ยเป็นความหมายที่ชี้ชัดถึงคุณค่าชี้ชัดถึงความเจริญที่ชัดถึงประโยชน์สัปปายะแปลว่ากำหนดประโยชน์หรือกำไรเพราะในความว่ากำไรเนี่ยถ้าเข้าใจสัจธรรมแล้วที่เรากำลังเสนอทฤษฎีการกำไรขาดทุนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราจะรู้ทิศทางว่าการกำไรคือ เราเป็นผู้ที่สร้างสรรค์แล้วก็เสียสละการที่เราได้สร้างสรรค์มีชีวิตไม่โมฆะเป็นคนในโลกและเราก็สร้างสรรค์เอื้อเฟื้อเกื้อคุณทั้งวัตถุแรงกายแรงใจทั้งหมดที่เรามีอยู่และเราก็ได้สร้างสรรค์ไปไม่สูญเปล่าและเราก็เป็นคนที่มีจิตอยู่ผาสุขมีจิตสำราญมีจิตเบิกบานใจมีจิตสบายสบายอีกแล้วมีจิตที่มันไม่ทุกข์ไม่ร้อนมีจิตเบิกบานร่าเริงมีจิตสำราญแต่ไม่ใช่รัฐเริงมันอยู่เย็นเป็นสุขดีเพราะแม้แต่การอยู่เย็นเป็นสุขที่ใช้คำว่าผาสุขผาสุขภาษาบาลีพระสุกกะนี้ มีซ้อนอยู่มีมันเป็นความกว้างมันอยู่ความกว้างแต่ชี้เฉพาะคำว่าสัปปายะหรือสบายนี่คือเป็นผู้ที่มีการสร้างสรรค์มีการกระทำอะไรต่ออะไรอยู่อย่างเจริญจะอยู่ที่ไหนก็เจริญมีสถานที่ที่ก่อความเจริญได้เร็วกว่าเสนาสัปปายะมีบุคคลที่ร่วมกันรังสรรค์สร้างสรรค์ก่อประโยชน์เรียกว่าสภาวะอย่างที่เรามีกันอยู่เนี่ยอยู่ในสันต
อ่านต่อ
ิอโศกเนี่ยสถานที่เรายังไม่ได้ก่อความเจริญทางด้านวัตถุเช่นว่าจะก่อสร้างเกษตรกรรมก่อสร้างอุตสาหกรรมก่อสร้างอะไรจะให้เป็นเรื่องผลิตเจริญเป็นประโยชน์แก่โลกที่เป็นสิ่งสำคัญแต่เราก็ผลิตในสถานที่นี้เป็นเคหาเป็นโรงงานเป็นอะไรอะไรผลิตสิ่งที่ดีที่เป็นความจำเป็นของ ผมเหมือนกันเช่นเราผลิตหนังสือผลิตเทพผลิตเครื่องอะไรที่พอเป็นไปนี่เรากำลังจะก้าวกำลังจะก้าวคืบเข้าไปหาการผลิตสิ่งที่จะเป็นหัตถกรรมเป็นอุตสาหกรรมอะไรเล็กๆน้อยๆซึ่งมันเป็นความจำเป็นของชีวิตที่เราจะศึกษาที่พอเพียงพอไปถ้าเผื่อว่าไปถึงขั้นเกษตรกรรมเราก็จะแนะนำกันให้รู้ว่าเราเองเป็นคนที่เจริญมีเสนาชนะสปายะมีสถานที่ที่อยู่อาศัยที่เกิดความเป็นประโยชน์เกิดความกำไรกำไรนั้นก็คือเราสร้างขึ้นแล้วแล้วก็แจกจ่ายเจือจางให้แก่สรรพสัตว์หรือมวลมนุษยชาติเพื่อนฝูงได้รับประโยชน์จากสิ่งนี้เป็นคุณเป็นข้ายังชีวิตเลี้ยงชีวิตทำให้ชีวิตเป็นอยู่ผาสุขที่เสนา สัปปายะบุคคลสัปปายะกับพวกเราเป็นผู้ที่สร้างสรรค์จริงๆไม่ขี้เกียจไม่ขี้คร้านเป็นคนที่ผลิตมีแรงงานผลิตผลิตแล้วก็เข้าหลักเศรษฐศาสตร์ด้วยเป็นคนที่สามารถผลิตและก็ไม่เห็นแก่ตัวผลิตโดยรู้อะไรที่ควรผลิตอะไรเป็นสิ่งที่ควรสิ่งที่ต้องการของสังคมเป็นอุปสงค์เรารู้แล้วก็พยายามที่จะสนองความต้องการผลิตอันนั้นสร้างสิ่งประดิษฐ์อันนั้นให้แก่สังคมที่เขาจำเป็นเราเป็นผู้ที่มีปัญญาบุคคลแต่ละบุคคลก็เป็นคนที่ไม่มีความโลภแต่ไม่มีความขี้เกียจมีความมักน้อยมีความสันโดษเป็นคนขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์และก็พยายามพัฒนาเป็นไปวันหนึ่งคืน ร่าเริงเบิกบานแจ่มใสสดชื่นอยู่กับการงานร่างกายแข็งแรงฝีมือสมรรถภาพเจริญแล้วเจริญอีกเป็นคนดีของโลกเราไม่ได้ตกเป็นทาสโลกียธรรมแม้ราบไม่ได้แลกมายอดไม่ได้มีมาคนไม่สรรเสริญเยินยอเราก็อิ่มเต็มเราก็ไม่เดือดร้อนไม่ได้โหยหาแม้ว่าลาบแรกมายศแลกมาคำสรรเสริญแรกมาซ้ำมิหนำเราให้ไปเราหมดตัวเรากระเบียดกระเสียรก็ยังทนไหวยศท่านไม่ต้องมาตีค่าอะไรให้เราทรัพย์ไม่นำเราเขาก็ยังจะต้องนินทาเราอีกเราก็ยังเป็นผู้ที่ผาสุขสำราญเป็นผู้ที่ผาสุขสำราญด้วยความสงบระงับสบายเบิกบานร่าเริงสดชื่นอยู่ ไม่ล่าช้าเกินไปไม่ห่อเหี่ยวหม่นหมองเป็นผู้ที่แจ่มใสสะอาดอยู่ที่เดียวนี่เป็นบุคคลสปายะแต่ละคนแต่ละคนเข้าใจแล้วก็ปรับปรุงตนทำตนให้เป็นคนดังกล่าวได้ก็เป็นบุคคลสปายเป็นบุคคลเจริญเป็นบุคคลที่มีประโยชน์มีกำไร