251105-602 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ031.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำพิจารณาธรรมปฏิเวธก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกประเด็นแนะนำให้เราได้เป็นผู้ที่มีความเบิกบานมีความสุขผมมีความอ่อนโยนมีความคล่องแคล่วให้ได้แต่ความเบิกบานเป็นฐานแรกของผู้ฉลาดที่จะต้องรู้ตัวทั่วพร้อมเสมออย่าให้อะไรมาหม่นหมองในจิตจิตใจของเรามีอะไรมาทำให้เราเศร้า นั่นก็ถือว่าเป็นกิเลสทุกอย่างเราสลัดจิตใจให้ผ่องแผ้วเมื่อจิตสะอาดผ่องแผ้วแล้วแล้วเราก็พยายามพิจารณาจิตของเราจะแยบคายจะมองเห็นความสุขของเราจะเกิดความสุขุมประณีตขึ้นเราจะมีปัญญาแทรกซ้อนรู้ความอยากเห็นความอยากเห็นความละเอียดที่ละเอียดยิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นแม้บางคนยังมีความอยากหยาบต่ำความรุนแรงวู่วามซึ่งเป็นของไม่สุขุมของผู้ที่ประเสริฐมันก็จะทำให้เราเกิดการเลื่อนฐาน พยายามศึกษาอบรมพิจารณามีธรรมวิจัยเสมอๆการวิจัยเข้าไปเรื่อยๆด้วยความแจ่มใสทำจิตให้เบิกบานถ้าสรุปรวมแล้วก็คือเราต้องทำจิตให้เป็นฌานทำจิตให้ไม่มีนิวรณ์แม้แต่แต่ละเรื่องไม่ว่าจะเป็นนิวรณ์การพยาบาทหรือทีนะมีพระหรือพุทธจักรบุคคลจากที่วุ่นวายลำบากไม่ต้องมีอะไรสับสนจิตสะอาดโปร่งเป็นฌานอย่างนั้นเห็นมีจริงด้วยจริงว่าลักษณะจิตเป็นฌานหรือจิตไม่มีนิวรณ์แม้แม้แต่ปัจจุบันน่ะทำในขณะทุกขณะเมื่อใดก็ตามรู้ให้ได้เห็นให้ได้ยืนเดินนั่งนอนอยู่แล้วก็มีจิตเป็นชาติได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบาก แล้วเราก็จะติดใจทำต่อสัมผัสสัมผัสต่างๆจะทำให้เรารู้กายกรรมแยบคายขึ้นวจีกรรมแยกขายขึ้นมโนกรรมแยบคายขึ้นจะรู้ทั้งวัตถุจะรู้ทั้งคำกิริยาจะรู้ทั้งจิตใจของเรามันจะรู้ไปถึงจิตใจละเอียดแทบตายแล้วเราก็กลับไปสู่กุศลกลับไปสู่ความดีเสมอความอยากต่ำก็จะดีขึ้นเราจะได้ปรับขึ้นถูกปรับโดยเราความรุนแรงความวู่วามซึ่งมันจะถูกปรับขึ้นมาทั้งหมดขึ้นมาหาความประณีตประณีตขึ้นเรื่อยๆส
อ่านต่อ
ิ่งที่ละเอียดเพิ่มเติมขึ้นเป็นความอ่อนโยนก็จะปรับขึ้นไปอีกด้วยเป็นพฤติกรรมของมนุษย์มนุษย์ มีพฤติกรรมที่อ่อนโยนไม่ไม่ใช่พฤติกรรมแข็งกระด้างเพราะฉะนั้นในการแข็งขืนต่อต้านต่อกิเลสต่อต้านต่อสภาพอะไรก็แล้วแต่มันเป็นธรรมชาติอันหนึ่งของมนุษย์ตอนแรกๆก็จะต้องแข็งขืนก่อนต่อไปแล้วโน้มนอมจากแข็งขืนแล้วเป็นโน้มน้อมเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเองปรับคำว่าสุภาพหรืออ่อนโยนนี่ไม่ได้เราก็จะทำให้ตัวเราเองเป็นผู้ที่เข้ารูปเข้ารอยที่มันดูพอเหมาะพอดีไม่ได้มันจะดูแข็งกระด้างอ่ามันจะดูเป็นการยึดมั่นถือมั่นดื้อดึงต่อต้านอย่างซึ่งมนุษย์เราไม่ค่อยชอบในการที่จะดื้อดึงเพราะฉะนั้นทีท่าที่เราจะประสานเพื่อที่จะรวมร่วม แต่เราก็ยังทรงไว้ซึ่งความศักดิ์ให้เป็นส่วนใหญ่ให้เป็นน้ำหนักที่ยืดยืนอยู่เราจะมีเพราะฉะนั้นท่าทีอ่อนโยนจึงเป็นท่าทีที่ละเอียดละออที่เราจะศึกษาอย่างสำคัญเพื่อปรับตนเองเข้าเป็นผู้ที่สุภาพอ่อนโยนได้อย่างสำคัญมันกริยาสุภาพอ่อนโยนนั้นไม่ใช่กิริยาที่จะพึงเป็นได้ง่ายเพราะเราจะต้องเรียนรู้และศึกษาเสมอเราจึงจะปรับปรุงเข้าไปสู่สภาวะนั้นได้เมื่อเราได้ปรับปรุงอย่างนี้แล้วทุกอย่างเราก็จะชำนาญเกิดการคล่องแคล่วเกิดการรู้ยิ่งแล้วก็ปรับในสิ่งที่ยาก เป็นง่ายดีคล่องแคล่วว่องไวซึ่งจะเป็นความไม่ยากไปในที่สุดในการกระทำอะไรที่ไม่ยากมันก็เป็นการสบายแล้วสำหรับมนุษย์เป็นการปกป้องเป็นผู้ที่ต้องไม่ต้องลำบากไม่ต้องยากแต่เราก็เป็นผู้ที่มีปัญญารู้ในการสร้างสรรค์ในการกระทำสัมพันธ์กับมนุษย์ทั่วๆไปนี่เป็นความสามารถอันยิ่งของการปฏิบัติธรรมในหลักของพระองค์ 8 หรือการปฏิบัติธรรมในหลักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่างก็ขอฤาษีเดียรถีย์เขาจะไม่มีคำสอนเหล่านี้เขาจะไม่ต้องฝึกเหล่านี้เพราะเขาจะปลีกตนออกไปนอกไปอยู่เดียวอยู่ไม่ต้องยุ่ง วุ่นวายกับใครไม่ต้องเกี่ยวข้องกับใครตัดปล่อยคนอื่นไปเฉยไม่เอาเรื่องอะไรเลยอะไรมาก็ตัดทิ้งตัดทิ้งตัดทิ้งเพราะฉะนั้นเขาจึงไม่เป็นสภาวะของศาสนาที่เป็นพหุชนะสุขายะหรือพหุชนะไม่เป็นศาสนาที่เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลมวลชนหรือมนุษยชาติต่างๆไม่เป็นอย่างนั้นเลยเป็นการทำประโยชน์เพื่อตนเอานี้ตัวรอดเพราะฉะนั้นกิริยาท่าทีที่จะต้องเกิดการคล่องแคล่วเกิดการอ่อนโยนเกิดการสุขุมจะไม่มีเขาจะมีลักษณะโผงผางแข็งแข็งกระด้างกระด้างตามลักษณะของสายเจโตตามลักษณะของผู้ที่เข้าใจ พาไปในทิศทางสายฤาษีหรือศรัทธาเป็นสัทธานุสารีเป็นลักษณะของความไม่เกี่ยวข้องกับสังคมมนุษย์เป็นการปลีกเดียวซึ่งเป็นศาสนาอีกทิศทางหนึ่งเราศึกษาไปเราจะเข้าใจเพิ่มขึ้นทุกวันทุกวันว่าศาสนาของพระพุทธเจ้านี้แตกต่างจากระบบจริงๆของฤาษีมาเท่าใดเท่าใดมันทำความเข้าใจดีๆแล้วเราก็พึงใช้กรรมฐานดังที่ให้เติมให้ฟังนี้เอามาประพฤติเอามาอบรมตนพยายามแล้วเราจะเป็นคนที่เป็นผู้ดีที่ท่านเรียกในสำนวนโลกก็ตามสำนวนธรรมะก็ตามไม่ใช่ผู้ดีและเรียกแต่เป็นผู้ดีที่ทำความเหมาะสมลงตัวและปัจจัยทิศทางที่ถูกต้องเป็นไปในทิศทางที่มักน้อยสันโดษ ไม่ลงสวรรค์เป็นความสงบระงับจากกิเลสที่แท้จริงและเป็นผู้ขยันวิริยารัมภะที่แท้เป็นผู้ที่หมั่นเพียรปรารภความเพียรอยู่เสมอศาสนานี้จึงจะถูกทวงเหมือนอย่างศาสนาเดียรถีย์ฤาษีไม่ได้นอกจากจะขยันและแคล้วคลองสามไม่ได้เกิดความลำบากเราเมื่อยเราก็พักเมื่อยจริงๆสมควรที่จะพักแล้วเราพักถ้าไม่เมื่อยเราทำได้อยู่แม้ถึงเวลาจะหลับจะนอนแล้วแม้ไม่เมื่อยเราทำต่อไปได้อีกแต่เราเห็นแล้วว่าสมเหมาะสมควรตามกาลเวลาเราก็พักผ่อนเราย่อมรู้โดยปฏิภาณโดยสามัญสำนึกของเราว่าเราควรพักประมาณอย่างนั้นเราควรเพียรประมาณอย่างนั้นเราได้กำหนดตนแล้วว่าเราไม่ได้ทรมานตนเรา สันแม้บางครั้งเราเองเรายังจะต้องเสียสละมันควรพักแล้วแต่เห็นในประโยคคุณค่าที่สมควรยังต้องเสียสละยกเอาอุทาหรณ์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประชวรหนักจวนจะสิ้นชีวิตดับขันธ์แล้วจอดก่อนจะตายท่านยังอุตส่าห์อนุเคราะห์คนไม่พักยังเพียรส่งสุดท้ายซ้อนคนจนเป็นพระอรหันต์องค์สุดท้ายในขณะที่ประชาชนน่ะจะสิ้นพระชนม์อยู่แล้วดังนี้เป็นต้นระลึกถึงท่านให้มานี่เป็นมหากรุณาธิคุณล้นเหลือของพระพุทธเจ้าไม่ได้เห็นแก่ตัวแก่ตนเป็นการแสดงอย่างละเอียดละออถึงปานนั้นเราจะต้องเป็นคนที่ก่อประโยชน์สร้างสรรค์รู้ความ เปล่านี่กตัญญูกตเวทีอยากขบถต่อระบบของพระพุทธเจ้าอย่าขบถต่อกุศลของพระพุทธเจ้าท่านทรงกุศลอย่างไรเราทรงเราก็พยายามที่จะส่งพยายามที่จะให้ตั้งไว้พยายามที่จะให้มีกุศลอย่างนั้นอย่างที่พระพุทธเจ้ามีมาแล้วเราเดินตามรอยพระยุคลบาทให้จริงมันยังไม่ได้มากทีเดียวหรอกแต่เราก็จะต้องเพียรจะต้องเป็นแล้วเราจะเป็นผู้ได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในแม้แต่กรรมฐานที่ว่านี้เราจะเป็นผู้เบิกบานจะเป็นผู้สุดคุ้มจะเป็นผู้อ่อนโยนและจะเป็นผู้คล่องแคล่วไม่เป็นทุกข์ได้ในที่สุดและเราก็เป็นผู้ที่มีคุณค่าในสังคมพร้อมกันนั้นเราก็ หรือเป็นผู้ที่มีปรมังสุขังได้อย่างแน่นอน