251115-607 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ033.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2525 อภิณหปัจจเวกขณ์ (86 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์20 KB
วันที่แก้ไข11 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ปฏิสังขาโยนิสภาตังประจำวันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2525 โดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกเพื่อการศึกษาที่จะต้องมีบทพิจารณาไปตามเสมอในขณะที่เรามีอิริยาบทที่ไม่ได้มีผัสสะเราก็ทบทวนพิจารณาด้วยเหตุผลพิจารณาด้วยของเก่าที่จำได้เรียกว่าเตวิชโชเอามาไล่เรียงพิจารณาเพื่อที่จะรู้ความเกิดความดับของกิเลสความ สมส่วนความเป็นไปได้ความดีแล้วหรือว่ายังไม่ดีควรปรับปรุงอีกเราจะได้ความแยบคายเราจะเห็นความจริงของจริงที่เป็นสิ่งเกิดจึงมีจริงเป็นจริงเป็นตัวอย่างเราก็ต้องทำด้วยทบทวนด้วยจริงๆสลับซับซ้อนไปดังนั้นเคยย้ำให้ฟังแล้วส่วนการที่จะต้องมีธรรมะวิจัยเห็นของจริงเมื่อผัสสะมีสติสัมปชัญญะรู้เท่าทันของจริงที่ปรากฏอยู่กระทบจริงๆกระทำเกิดการจริงๆใจเราเกิดจริงๆยึดกับยึดจริงๆชอบก็ชอบจริงๆทางผลักก็ผลักจริงๆไม่เอาก็ไม่เอาจริงๆเอาก็เอาจริงๆสิ่งเหล่านี้เราจะยังมีสภาพที่ยังรู้สึกไม่ดีใจดีใจหรือไม่ดีใจจิต เป็นอุเบกขาเรายังไม่เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะมีอุเบกขาเป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจอยู่ตามที่เราก็ได้ศึกษามาเรียนมาว่าผู้ใดทำจิตให้เป็นผู้ไม่ดีใจไม่เสียใจมีจิตเป็นอุเบกขามีสติสัมปชัญญะอยู่ผู้นั้นเป็นผู้ที่มีฐานอาศัยอันสมบูรณ์และก็เป็นผู้ที่จะได้รับอะไรแยกขายยิ่งขึ้นสร้างสรรค์ดียิ่งขึ้นสมบูรณ์ตรงที่เราได้พักอาศัยอย่างสบายมันตรงฐานนี้เป็นฐานสบายที่สุดและเป็นฐานกลางที่สุดอยู่ระหว่างที่มีสติสัมปชัญญะและฐานอุเบกขาแล้วก็สติสัมปชัญญะถ้าเลยไปอีกก็ศูนย์เลยเลิกกันเลยเพราะฉะนั้นในฐานะที่เรายังเป็นผู้ที่ยังไม่ตายยังมีศักดิ์อุบัติเหตุสายๆยังมีร่างกายมีขันธ์เราจึงมีฐานอาศัย เมื่อมีฐานอาศัยเราก็รู้ระหว่างกึ่งกลางของความเป็นอยู่มีกึ่งกลางของความอาศัยอย่างชัดแจ้งแล้วเราก็ได้พบได้กระทบได้สัมผัสต่อความจริงตามความแท้จริงเป็

อ่านต่อ

นสภาพความจริงที่เราไม่ได้ไปนั่งดลดาวเป็นแบบฝึกหัดแท้เป็นสิ่งที่กระทบอยู่เดี๋ยวนี้สัมผัสอยู่เดี๋ยวนี้แล้วเราก็ไม่ชอบใจผลักไม่เอาไม่สู้อยู่เดี๋ยวนี้หรือว่าเราชอบใจพอใจจิตใจด้วยรักจึงด้วยเราก็รู้น้ำหนักของจิตของเราให้ชัดเจนเราจะได้เรียนได้รู้สิ่งเหล่านี้พักแรงหรือว่าดูดแรงเรียกว่าการกระทรวงศาลเห็นชัดถ้าเรายังไม่รู้จริงเราก็เรียกว่าโมหะหรือแม้แต่ไม่รู้จริงแล้วยังแถมสับ รู้ผิดด้วยกลับผิดเป็นถูกกลับถูกเป็นผิดอะไรสับสนไปไม่รู้กี่ชั้นมันสับสนได้กลับไปกลับมาถึงหลายชั้นด้วยซ้ำบางทีอาจจะเหมือนกับผิดในผิดมันเป็นผิดในผิดแต่ว่ามันผิดซับซ้อนมันไม่รู้ตั้งเท่าไหร่เหมือนผิดในถูกมันเหมือนกับถูกแต่มันก็ผิดซับซ้อนอีกตั้งหลายชั้นตั้งเท่าไหร่เราก็ยังไม่รู้สภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเหล่านั้นแล้วเราก็เลยเข้าใจผิดๆบางทีเราเห็นว่าถูกแต่ที่จริงแล้วมันถูกในผิดบางทีถูกในถูกแต่ยังมีตัวผิดที่ซ้อนอยู่ในอยู่ข้างนอกยาวๆไม่รู้มันถูกในถูกมันถูกแล้วแต่มันก็มันถูกแล้วในๆถูกแต่มันยังไม่ผิดซ้อนละเอียดยิบยับเล็กๆน้อยๆกระปิดกระปอยอยู่ในนั้นอีกแล้วเราจะต้องพิจารณาแล้วเราต้องเห็น ของจริงเราจะปฏิบัติธรรมพื้นฐานสูงเราต้องมีของจริงปฏิบัติไปนั่งโดนดาวยาว่าจะนั่งดลดาวเลยบางสิ่งบางอย่างเราไม่รู้แล้วเราก็ไม่เคยสัมผัสๆแล้วเราจะไปรู้ได้อย่างไรเรารู้ไม่ได้โลกมันมีอะไรเราก็อยู่กับโลกโลกมันมีร้อนแรงเราก็อยู่กับโลกร้อนแรงได้พระอรหันต์จึงได้ชื่อว่าเป็นผู้อาจหาญแก้วกล้าเป็นผู้ไปจนเป็นผู้ยืนอยู่กลางความทุกข์อย่างเหนือโลกยิ้มชื่นสดชื่นเบิกบานอยู่ได้ไม่ได้ทุกข์ร้อนท่ามกลางความทุกข์จะทุกข์แรงถึงขนาดไหนก็ทนได้และชนะถ้าไม่ชนะหลบเลี่ยงไปด้วยประเด็นใดประเด็นหนึ่งก็ตามแล้วมันก็มีจริงในโลกเป็นของจริงในโลก พรุ่งนี้ของจริงอันนี้ไปนั่นแสดงว่าเรายังไม่ใช่ผู้ชนะแท้เป็นสายเถรวาทพอเถรวาทเอียงเทเข้าไปมากๆยังไม่มีอัตราเถรวาทมีอัตตาอยู่มันไม่จบสิ้นว่าหมดอัตราแล้วมันก็ดึงอัตราหรือว่าหลบหนีนั่นแหละคือตัวอัตราพาลงไม่อาจหาญแก้วกล้าไม่ตรงกับคำที่พระพุทธเจ้าท่านให้เป็นหลักฐานอะไรวะพระอรหันต์เป็นผู้มีความปรารถนาเจ้ากล้าผจญประจำอยู่เหนือมันได้นี่มันไม่เหนือมันหนีวันนี้เราก็มีอัตราอบตไปมากๆเข้าก็กลายเป็นเดือนเป็นปีหนักเข้าหนักเข้าก็เป็นเถรวาทสุดโต่งกลายเป็นเดือนศีลหนีโลกดังที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้เพราะฉะนั้นผู้ใดที่จะเป็นผู้ชนะแท้อยู่เหนือโลกต้องมีผัสสะเป็นปัจจัยต้องมีของจริงที่กระทบ แม้กระทั่งจนเราอยู่เหนืออย่างรู้เท่าทันอย่างชัดแจ้งและวางใจไม่ใช่กลัวไม่จะมีพยาธิไม่ใช่เกลียดไม่ใช่ชังไม่ใช่ไม่ชอบใจไม่ใช่ผลักไสไม่ผลักไม่มีการผลักแล้วก็ไม่มีเรื่องที่จะไม่ชอบใจมันมีอยู่แต่ยินดีปราโมทย์แล้วมันก็เบาว่าง่ายอุเบกขาสบายอยู่เหนือยังลอยตัวและไม่มีความอึดอัดขัดเคืองอะไรเลยยังมีเศษอุปายาสสัตว์อุปายะยังมีโทมนัสยังมีอึดอัดขัดเคืองยังไม่ใช่สภาพที่สมบูรณ์สูงสุดสิ่งที่กล่าวไปให้ฟังนี้เป็นอารมณ์ที่ละเอียดลึกซึ้งแยบคายพวกเราจะเลื่อนชั้นแต่ถ้าเราจะหนีจากสัจจะนี้จากความจริงนั้นเราไม่ได้เลื่อนชั้น เราจะไปหาความจริงที่ลึกซึ้งคนอื่นจะมาทำตัวอย่างลึกซึ้งในโลกอื่นๆไม่มีตัวอย่างสูงๆต้องอยู่ในโลกสูงสูงภูมิสูงจึงจะมีตัวอย่างสูงเพราะฉะนั้นผู้ใดนี้จากโลกสูงไปสู่โลกต่ำผู้นั้นสิ้นเหตุปัจจัยจะไม่มีความรู้ทั่วถึงเพราะไม่ได้ปฏิบัติธรรมะองค์ 8 ซึ่งมีการกระทบสัมผัสสัมพันธ์อยู่กับการงานการมีการสัมพันธ์อะไรต่างๆและเราจะรู้เท่าทันจนอยู่เหนือได้เพราะงั้นเมื่อผู้ใดหลบออกไปจากภูมิที่จะเป็นภาคปฏิบัติยิ่งภูมิสูงและเราก็ไม่เอานั่นคือเป็นผู้ที่พ่ายแพ้ตั้งแต่ต้นทางผู้ใดอยู่กับภูมิสูงแล้วก็รู้เท่าทันแล้วก็พยายามวิจัยวิทย์วิเคราะห์ออกจนสามารถมีอิทธิวิธีอยู่ ได้สลัดได้ปลอดโปร่งได้นี่เป็นการพิจารณาเป็นปัจจุบันทันพิจารณาแบบสติปัฏฐาน 4 พิจารณาแบบมั่นคง 8 ไม่ใช่เตวิชโชดังกล่าวแล้วทั้งผู้ใดที่ยังไม่ได้พิจารณาเตวิชโชทบทวนดูของจริงของจังที่เราจะได้เกิดประโยชน์อุปการะอุปการะเกื้อกูลทำให้เราดูรู้อันนู้นอันนี้ซึ่งมันตกตกหล่นร่วงเมื่อเรารู้เหตุปัจจัยที่ตกหล่นร่วงนั้นมาเสริมความรู้เราก็จะละเอียดขึ้นแยบคายขึ้นมีภูมิรู้ละเอียดขึ้นจึงจะสามารถเข้าใจอะไรซ้อนได้ละเอียดขึ้นเมื่อเวลามีเหตุปัจจัยเวลามาปฏิบัติในอิริยาบถธรรมดาสามัญตามธรรมชาติเดินบดแบบพระองค์ 8 ดังกล่าวแล้วมันก็เกื้อกูล สนับสนุนกันหรืออย่างนี้ผู้ใดจะชนะต้องชนะอยู่ในปัจจุบันน่ะทำอยู่ในการสัมผัสอยู่รู้อยู่เป็นปัจจุบันนั้นเทียวไม่ใช่จะไปตรัสรู้ในตอนที่เป็นเตวิชโชเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ที่ยกไว้สยามภูท่านไปตรวจเตวิชโชของท่านนั้นท่านสอนอาวะของท่านไม่ใช่ถอนอาสวะพระอรหันต์ไม่ใช่ถอนอาสวะใบไม้กำมือเดียวพระพุทธเจ้าไม่ได้ถอนอาสวะใบไม้กำมือเดียวท่านถอนอาสวะโลกะวิทูท่านสอนอาสวะถอนอาสวะที่ความไม่รู้ทั่วโลกความไม่ครบรอบโลกไม่ได้ตัดสินจักรวาลใหญ่ท่านตั้งตัดสินจักรวาลใหญ่นั้นท่านถอนอาสวะที่พอแล้วความรู้แค่นี้มันเป็นเรื่องตัดสินโพธิญาณไม่ใช่ตัดสินเจโต ฟันไม่กลับกำเริบมันเป็นโพธิจิตเป็นโพธิสัตว์มหาโพธิสัตว์บรมมหาโพธิสัตว์ถ้ามีตัวจิตตรัสรู้ส่วนตัวเท่านั้นไม่วุ่นวายอะไรมากมายมันเป็นแต่เพียงว่าท่านอยากรู้ต่อก็เป็นตัวของท่านถ้าท่านไม่รู้ต่อท่านตัดสินแล้วก็จบโลกะวิทูขนาดนี้แล้วซึ่งจะปฏิญาณตนได้ว่าไม่มีใครที่จะเกิดได้เท่าทันอีกแล้วไม่เป็นฐานะที่จะควรมีภูมิอย่างท่านเกิดซ้อนกัน 2 องค์หรือแม้แต่ในระยะเวลาใกล้เคียงและเป็นเรื่องจริงเพราะฉะนั้นการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้านั้นมันคิดทบทวนท่านตัดสินท่านให้คะแนนของท่านเองต่างกันกับเราพระอรหันต์ที่จะพยายามทำใบไม้กำมือเดียวจะต้องรู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเดียวต่อตัวเกิดตัวจริงตัวจริงอันนี้ของแน่แต่เราก็สามารถที่ บรรลุในขณะที่เราทบทวนใจไปโชว์ได้เหมือนกันเมื่อเราเองพิจารณาเห็นความยังไม่รอบถ้วนที่จริงเราได้แล้วแต่เรางงเองเราก็ทบทวนว่าทบทวนเจอรอยเจอจุดที่เราได้แล้วแต่เราเองเราโมหะเราหลงมันผิดฝ่ายที่จึงได้แล้วเมื่อเรากลับรู้เราก็รู้ว่าอ๋อเราทำได้จริงๆแต่เราเข้าใจผิดเองว่าเราทำไม่ได้ดังนี้ก็เกิดปัญญาในเตวิชโชได้เหมือนกันและเราก็บรรลุในการระลึกนั้นแต่แท้จริงเราทำได้แล้วเพราะผลัด 3 มื้อนั้นมื้อนี้เกิดเมื่อนั่นเมื่อนี่เราได้แล้วเหตุปัจจัยเหตุผลต่างๆมีข้อมูลเพียงพอเมื่อเราระลึกทบทวนแล้วเราก็บอกเอ้ารถเต็มแล้วนี่เราทำได้ขนาดนี้แข็งแรงแล้วนี่เราจะรู้ผลของเราในตอนนั้นเพราะฉะนั้นการตรวจสอบคนดีหรือ พิจารณาเป็นปัจจุบันนักธรรมข้อดีขอให้เราได้เข้าใจลึกซึ้งถ้าผู้ใดหนีจากแบบฝึกหัดนี้จากตัวสัมผัสเป็นปัจจัยผู้นั้นยังเหลืออัตตาอยู่

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน