251030-597 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ031.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2525 อภิณหปัจจเวกขณ์ (86 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์34 KB
วันที่แก้ไข11 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

อันว่าการศึกษาซึ่งมีทั้งปริยัติและปฏิบัติอย่างสมบูรณ์นั้นเป็นการศึกษาที่เป็นการศึกษาที่มีบุญเป็นการศึกษาที่อุดมการณ์การศึกษาที่ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งขาดปริยัติแต่ขาดปฏิบัติไม่ว่าปฏิบัติที่ขาดปริยัติหรือไม่ว่าปริยัติที่ขาดปฏิบัติอย่างแท้จริงมันเป็นการศึกษาที่ไม่อุดมเป็นการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์เป็นการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับแรงมันไม่มีทางที่จะเจริญงอกงามได้อย่างเต็มที่ ที่เราเป็นเรามีอยู่ทุกวันนี้บางคนก็ว่าการศึกษาของเรามีปริยัติมากปฏิบัติน้อยบางคนก็ว่ามีปฏิบัติมากมีปริยัติน้อยแต่ที่ว่ามีปฏิบัติมากมีปริยัติน้อยคนจะมีบางส่วนบางกลุ่มบางคนที่ดูเท่านั้นเองอยู่ห่างๆแต่ส่วนเรานั้นที่มาอยู่ใกล้ชิดจะเห็นได้ว่าบางคนออกจะมองว่าเรามีปริยัติมากปฏิบัติน้อยด้วยซ้ำไปแต่ก็ขอยืนยันว่าปริยัติเราไม่ได้มากเกินไปหรอกเพราะว่าปริยัตินั้นเป็นเนื้อแท้ของศาสนาเราจึงเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเรียกว่าธรรมะไม่ว่าจะเรียกว่าศาสนาก็ล้วนแปลกันว่า สอนคำพูดทั้งสิ้นเพราะอันนี้เป็นเนื้อเป็นแกนเป็นลักษณะจริงสำคัญอยู่ที่ว่าผู้เรียนผู้ศึกษาเท่านั้นที่จะรับคำสอนนั้นไปให้เป็นช่วงเป็นต่อให้เป็นต้นกลางปลายและตรวจกับตนอย่างเหมาะสมเราสามารถจะเรียนปริยัติไปจนกระทั่งต้นจนจบโดยไม่ได้ปฏิบัติเลยก็ยังได้ดังที่ศาสนาพุทธที่มีอยู่ผู้ที่เป็นพระเป็นสงฆ์เป็นสมณะเรียนแต่ปริยัติถ่ายเดียวตั้งแต่ต้นไปจนสุดไม่มีปฏิบัติหรือมีปฏิบัติก็ย่อยหย่อนน้อยมากก็ยังทำได้เองได้และก็สามารถที่จะได้รับความเคารพนับถือ เราสามารถรักษาศาสนาไว้ได้เหมือนกันพอเป็นไปแล้วเดี๋ยวนี้ก็ยังมีบทบาทที่เป็นผู้บริหารควบคุมดูแลทั้งๆที่เป็นผู้ที่เจริญด้วยปริยัติส่วนฝ่ายปฏิบัตินั้นถ้าปฏิบัติขาดปริยัติแล้วกลับไม่มีท่าจะคุ้มครองรักษาบริหารเผยแพร่ทำให้ศาสนานี้กว้างขวางขึ้นไปไม่ได้มีแต่วันเดียวโ

อ่านต่อ

รงเรียนโรงเรียนลงดังที่มีความจริงเห็นอยู่เดี๋ยวนี้และปฏิบัติที่ไม่มีปริยัติที่ถูกต้องก็เพี้ยนออกเพี้ยนออกเพี้ยนออกดังที่เห็นอยู่เดี๋ยวนี้เพราะเป็นปฏิบัติที่ไร้ปริยัติหรือปริยัติอย่างทุกกรณีตัวเองก็ไม่เรียนปริญญาให้ดีทดสอบ เอียงก็ไม่ได้แล้วก็ไปรับเอาปริยัติของผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติจึงกลายเป็นปริยัติที่จะปฏิรูปอย่างไรจะเพี้ยนเป็นสัจธรรมปฏิรูปไปอย่างไรผู้ปฏิบัติก็ไม่สามารถจะมีปัญญารู้ได้เท่าทันศาสนาจึงเป็นปฏิบัติที่รับอัจฉริยะเพี้ยนเข้ามาสวมเข้าไปอีกแล้วก็ทำไม่ถูกนำพาไปในความหมายที่เพี้ยนนั้นไปอีกปฏิบัตินั้นแม้ศึกษาปริยัติก็ไม่มากแล้วและยังแถมรับปริญญาที่เพี้ยนเข้าไปอีกปฏิบัติจึงเพี้ยนตามไปอีกดังที่เป็นอยู่เพราะฉะนั้นผู้ปฏิบัติก็เพี้ยนปริยัติก็มีแต่ปริญญาที่ปฏิรูปไปเรื่อยๆเพราะความจริงมันไม่ลงตัว ศาสนาจึงได้พบกล่อมและเสื่อมโทรมลงไปด้วยประการอย่างนั้นโดยความจริงแล้วปริยัติก็ต้องเรียนกันทุกปีทุกวันดังที่เราได้สอบถามได้ในพระไตรปิฎกท่านเรียนท่านศึกษาทุกวี่ทุกวันศึกษากัน 6 ธรรมะกันคุยธรรมะกันคืนยังรุ่งวัน 1-2 วันถึง 2 วัน 2 คืน 3 วัน 3 คืนท่านคุยท่านถูกท่านเรียนกันมากหลายทั้งนั้นไม่ได้เป็นดังนั้นปฏิบัติที่มากล่าวกราบว่าผู้ปฏิบัติอย่าไปเรียนปริยัติปริยัติมันเฟ้อปริยัติมันไม่ถูกต้องอันนั้นเป็นความโง่ของผู้ปฏิบัติเองที่ไม่สามารถเรียนปริยัติแล้วก็แบ่งปริยัติถูกว่าเบื้องต้นทำกลางบั้นปลายนี่เป็นความรู้เป็นแผนที่ เป็นอัตราการเดินที่เราจะเดินไปแค่ไหนเราต้องรู้ความจริงว่าเรามีก้าวกี่ก้าวร้าวเล็กหรือก้าวใหญ่มันของของเราต้องตรวจตัวแล้วเราก็ทำให้เหมาะสมกับต้นอันนี้ศาสนาพุทธกำชับไว้มากมันต้องดูตนทำให้กรรมฐานเหมาะสมจึงกำหนดผิดศีลบ้างเป็นหลักการแต่คำว่าศีลก็ก็เป็นหลักการเท่านั้นการปฏิบัติจึงจะกำหนดเอาสีสมาทานศีลตามพอเหมาะพอดีของตนเองคำพูดที่เรียนรู้ปริยัติแล้วก็เอาปริยัติเหล่านั้นมาทำความเข้าใจและปฏิบัติให้ถูกตนถูกตัวจึงไม่จำเป็นจะต้องไปผลักไสปริยัติทิ้งแล้วเราก็เรียนไปปฏิบัติตามไปทุกวี่ทุกวันทุก ทุกคนนะตามที่เราจะมีความสามารถเพ่งเพียรไปได้เรื่อยๆเรื่อยๆเราก็จะเจริญตามระดับตามระยะที่เป็นไปเพราะฉะนั้นผู้ใดที่เห็นว่าตัวเองไม่ใส่ใจเรียนและไม่อยากเรียนและปริยัติเรียนก็รู้มากแล้วแต่ปฏิบัติไม่ได้ผู้นั้นประมาทถ้าเผื่อว่าไม่มีโอกาสจะได้เรียนกับปริยัติที่ลึกซึ้งปริยะที่สูงไปในอนาคตและเราจะไปเอาปริยัติมาจากไหนถ้าเราเรียนไว้ก่อนก็นึกไว้ก่อนลึกซึ้งไว้ก่อนแล้วก็ทำความเข้าใจเก็บเรียงเอาไว้รู้เบื้องต้นทำการบั้นปลายให้ถูกลำดับดีแล้วไม่ใช่ว่ารู้แล้วล่ะนี่มันไกลไปนี่มันยังไม่ใช่ของเราเกิดการก็เมื่อเราเป็นนักศึกษาเรามีโอกาสเรียนเรามีบุญดีแล้วเราเองเราก็ไม่เข้าใจเพราะความขี้เกียจมา ต้นเหตุใหญ่เพราะความที่เราไม่ค่อยมีความเพียรไม่มีความเอาใจใส่เพียงพอทำให้เราขาดประโยชน์ขาดผลเพราะที่นี่สมบูรณ์แล้วด้วยศาสนาสมบูรณ์แล้วได้ธรรมะสมบูรณ์แล้วด้วยคำสอนและพากันปฏิบัติสมควรแก่ตามธรรมเป็นสามีมีจิตปฏิปันโนอยู่เสมอๆผู้ใดปฏิบัติให้สอดคล้องกับความหมายของปริยัติของบทเรียนของทฤษฎีไปเรื่อยๆเราก็ทำได้สมควรตามธรรมสมควรแก่ธรรมที่เราได้ศึกษาปริยัติปฏิบัติและก็เกิดผลจริงเป็นปฏิเวธทำเรื่อยๆไปขอให้ทำความเข้าใจให้ดีอย่างนี้อย่ากลายเป็นคนสาปเสียแต่เสียสละทิ้งหรือว่าดูถูกดูแคลนนับวันนับเผื่อว่าพวกเรานี่ยังสอนก็จะต้องสอนกันไปอย่างนี้ตลอด ศาสนาแต่โบราณเหมือนกันตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าเหมือนกันถ้าสอนท่านลุงศาลาท่านอุสาหะวิริยะซ้อนพูดอธิบายอยู่ตลอดขนาดนั้นยังจำไม่ค่อยแม่นขนาดนั้นยังฟั่นเฟือนขนาดนั้นยังสับสนทั้งท่องทั้งจำทั้งอธิบายขยายความถึงสอนเพื่อที่จะให้เกิดความมั่นคงเกิดความยืนยงเกิดความทรงอยู่เกิดความไม่เพี้ยนไม่พลาดไม่ปฏิรูปไม่เปลี่ยนแปลงไปเพราะขอให้เข้าใจอันนี้แล้วเราก็ต้องทวนท่องจำหรือว่าซ้ำฟังซ้ำกำหนดซ้ำยืนหยัดยืนยันแม้จะมีบทใหม่ความหมายใหม่ที่ขยายเพิ่มเติมแม้จะเกินตัวปฏิบัติของเราเกินขั้นฐานะของเราก็เป็นการศึกษาปริยัติเก็บไว้เรียงไว้ เพลงถ้าผู้ใดเข้าใจอย่างนี้แล้วถ้าตรวจตนเองรู้ว่าตัวเองมีความขี้เกียจมีสิ่งที่มันไปต่อต้านให้เราเองเป็นผู้ที่ถดถอยไม่ก้าวหน้าไม่เจริญด้วยปริยัติแล้วก็เพื่อจะนำมาไว้ปฏิบัติปฏิบัติให้เกิดทำสมควรแก่ธรรมดังที่กล่าวนี้แล้วก็ขอให้สังวรระวังแล้วก็ทำให้พี่เป็นผู้ที่สมบูรณ์ด้วยปริยัติสมบูรณ์ด้วยปฏิบัติจนกระทั่งถึงที่สุดปฏิบัติตามปริยัตินั่นแหละเป็นทางแห่งการปฏิบัติของพุทธเขาไม่ได้บอกว่าปฏิบัติก่อนปริยัติแต่เขาจะบอกว่าปริยัติก่อนปฏิบัติมาเสมอนี่ก็เป็นหลักฐานย่อยๆอื่นๆมีอีกเยอะแยะที่เป็นหลักฐานยืนยันว่าก็เรียนศึกษาคำสอนแล้ว ตามคำสอนให้เกิดผลที่จริงจนสมบูรณ์ได้นั่นคือความบริบูรณ์บริสุทธิ์รอบทวนขอให้ทุกคนสำนึกเสมอตระหนักเสมอในหลักนี้ไม่เช่นนั้นเรากลายเป็นว่าทุกวันนี้มีคนได้พยายามกล่าวกราบหรือว่ามีจิตเป็นทิฐิที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้นแล้วว่าเราจะไม่ขึ้นศึกษาและปริยัติเรามีมากแล้วอะไรต่างๆพวกนี้ถ้าเรียบเรียงถูกบันทึกกล่าวนี้แล้วเราจะไม่เกิดอันนั้นความพร้อมเพรียงสามัคคีธรรมทั้งรูปและนามก็จะเป็นสิ่งที่ลงตัวกันสมบูรณ์เห็นความสามัคคีพร้อมเพียงได้ทั้งรูปพระธรรมและนามธรรมก็เป็นความสามัคคี ฐิติสามัญญตาแล้วจะเกิดศีลสามัญญาตากันอยู่อย่างสามัคคีธรรมกันไปได้นานเท่านานวันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2525 พ่อท่านนำพิจารณาปัจจเวกของฉันท่านได้กำชับกัมพูชากันแล้วในเรื่องที่เราจะต้องรู้จักสำรวมสังวรแม้แต่อิริยาบถทางกายกรรมและวจีกรรมโดยเฉพาะวจีกรรมเราโดนดูดท้วงเป็นอย่างมากอย่างคุณตะวันไปสอบทำวิทยานิพนธ์ของเราเสร็จแล้วผลที่ได้ออกสอบถามอะไรต่ออะไรมาผลว่าเรานี่ยังกับภาษา วาจาของเรายังไม่ดีถึงแม้เราจะมีความจริงอะไรอยู่ในใจก็ตามว่าเรามีความจริงใจแต่ภาษาเหล่านั้นโลกเขาถือโลกก็มีความรู้สึกนึกคิดและก็นับพยายามวัดด้วยภาษาอย่างโลกแม้เราจะหวังผลว่าเราเองเราจะไม่ถือสาเราจะรุนแรงไปบ้างแต่เขาถือว่ามันแรงเขาต้องการให้เบากว่านั้นหากเราเองเราก็ยังย้อนแย้งกับเขาอยู่ก็ตามมันก็เป็นภาวะที่เราจะต้องรับทราบว่าถ้าเป็นไปได้เราก็จะต้องทำให้ภาษาวาจาของเรานี่เบาลงไปสำหรับในโลกเขาเหมือนในพวกเราถ้าเราเองสนิทชิดเชื้อกันเราจะพูดแรงพูดประชดโคคาพูดหนักอย่างไรคนที่ศรัทธากันแล้วอยู่ใน ความสนิทชิดเชื้อกันแล้วมันไม่เป็นปัญหาอะไรนี่ทุกคนก็คงเข้าใจนะพี่น้องพ่อแม่อยู่ในบ้านแม่เรือนญาติมิตรสหายที่สนิทจะพูดหยาบพูดหนักพูดกระแทกแดกดันพูดอย่างโน้นอย่างนี้ยังไงมันก็ไม่ถือสาแล้วก็ไม่มีผลที่จะต้องแตกร้าวเดือดร้อนอะไรไม่ยอมได้แม้ขนาดนั้นเราเองอยู่ฝ่ายไหนๆด้วยกันนี่เรายังพูดขนาดนั้นขนาดนี้พวกเรายังถือสากันอย่างกระทบกระแทกกระทั้นกันอยู่ทีเดียวเพราะฉะนั้นเราก็ต้องคิดถึงมุมนี้ให้ดีว่าเมื่อเราไปพูดกับข้างนอกเท่านั้นแน่นอนขนาดเราแท้ๆที่ว่าเป็นพี่น้องกันแล้วมันยังอดไม่ได้ที่จะถือสาเพราะฉะนั้นเราต้องเห็นใจเขาให้มากว่าเขาเองเขาก็จะต้องย่อมถือสาด้วยเช่นเดียวกันและไม่ กว่าเราเป็นอันขาดหากเราควรจะถูกต้องพยายามปรับนะเรารับรู้แต่เราจะทำไปโดยประมาณแม้มันจะแรงอะไรเราต้องยอมรับว่าเขาก็ต้องถือหลักต้องให้เขาถือหลักเราเองเราก็ต้องหัดวางใจแล้วจะบอกว่าประมาณได้ผลถ้ามันแรงเกินไปเราก็ต้องยอมลงไปถ้ามันไม่แรงเกินไปยังได้ผลอยู่ตามที่เราต้องการเราก็ทำเท่านั้นเท่านั้นพวกนี้เป็นการประมาณที่ละเอียดซับซ้อนลึกซึ้งต้องเข้าใจในมุมได้เหลี่ยมที่พูดเนี่ยคงไม่มีอะไรยากหรอกแต่ต้องมองให้เห็นเด่นชัดเราจะต้องพยายามปรับทุกข์เวลาเพื่อให้เข้าสู่จุดที่เป็นสากลเป็นทั่วไปอย่างสมบูรณ์มันยังไม่สมบูรณ์ก็จำเป็นแต่เราก็ต้องประมาณโดยผลประเมินผลสมควรก็ทำไม่พ้นไม่สมควรอะไรที่มันร้ายแรง เราก็อย่าไปดันทุรังเข้าวาจาก็ดีทั้งในยะอย่างนี้ยิ่งตอนนี้เราควรจะมีท่าทีในวาจาส่วนนอกหรือส่วนในเราก็ฝึกไปพร้อมกันส่วนนายเราก็ลดลงบ้างด้วยส่วนนอกแล้วก็ลดลงแม้ที่สุดเราเป็นคนเรียบร้อยหมดแม้แต่ส่วนในจะเป็นพี่เป็นน้องกันแล้วก็ตามเราก็เป็นอยู่ในฐานะผู้ดีไม่จำเป็นจะต้องห่วงก็ชั่วคราวรุนแรงหยาบคายอะไรกันก็ได้เราก็จะต้องปรับขึ้นมาอีกซ้อนขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งในอนาคตช่วยกันถ้าพูดแล้วพวกเราเป็นผู้ที่ว่านอนสอนง่ายมันก็ไม่ต้องพูดยากไม่ต้องพูดหนักไม่ต้องพูดแรงไม่ต้องทำทีถ้าลีลาลีลาง่ายๆเวลาเรียบๆก็กลัวกัน เพลงกันก็เกิดการสำนึกได้เป็นผู้ดีจริงๆอย่างนี้มันก็ยิ่งดีใหญ่แต่ในเมื่อเรายังเป็นเด็กดื้อหรือเป็นคนดื้อต้องมีการลงอาญาต้องมีการทำแรงทำอะไรอยู่ก็เพราะได้ทั้ง 2 ส่วนทั้งผู้ที่ได้รับการสอนทั้งผู้ที่สอนจำเป็นที่จะต้องแรงกันอยู่มันก็จำเป็นเพราะเราต้องเป็นผู้ว่านอนสอนง่ายแม้แต่ภาษาคารมอะไรก็ยิ่งดื้อด้านตอบโต้กันอยู่แก้ไขก็ไม่แก้ไขปรับปรุงก็ไม่ปรับปรุงมีอีกอย่างก็คือแรงก็ไม่ได้เบาก็ไม่ได้ก็ปล่อยกันเท่านั้นเองตัดขาดกันเท่านั้นเองก็ไม่รู้ไม่แล้งไม่สอนไม่อะไรกันก็ทิ้งความกันอยู่คาตาอย่างนั้นแหละก็พยายามให้รู้ว่าเราเองต้องเป็นผู้ที่ปรับปรุงอย่าเป็นคนดื้อด้านเป็นคนว่านอน อันนั้นเรื่องวาจาเรื่องกายกรรมก็ควรจะให้มีการเก็บไม้เก็บมือสำรวมการเดินสำรวมการนั่งการไปการมาคล่องแคล่วเป็นการมีอิริยาบถที่คล่องแคล่วแต่เรียบร้อยมีธาตุที่คล่องแคล่วไม่ใช่เฉื่อยชาและเฉื่อยชาและช่วยไม่ใช่ถ้าสุขุมอ่อนโยนสุภาพนะถ้าสุขุมอ่อนโยนเบิกบานหยุดก็หยุดกันถ้าทำก็ทำก็อ่อนโยนสุขุมที่จริงและคล่องแคล่วนะช้าสุดคุ้มอ่อนโยนคล่องแคล่วแล้วก็หยุดก็หยุดช้าอ่อนโยนคล่องแคล่วถ้าคำว่าเบิกบานเฉยๆมันก็เบิกบานมันก็ เรื่องที่เจริญอยู่แล้วไม่ใช่เคร่งเครียดนะก็คล่องแคล่วจะใช้คำว่าช้าสุดคุ้มอ่อนโยนคล่องแคล่วหยุดมันชัดเจนลักษณะเหล่านี้มันซ้อนอยู่ในตัวของมันเองเราต้องศึกษานะเป็นคนคล่องแคล่วแต่ว่าก็สุขุมเรียบร้อยงดงามไม่ใช่เฉื่อยชาไม่ใช่ว่าเร็วก็เร็วอย่างลุกลี้ลุกลนเลวอย่างลูกบิดอะไรก็ไม่ใช่พวกนี้ต้องหัดต้องฝึกขึ้นมาเราถึงจะได้สภาพที่ดีที่สุดอาการที่มันยังไม่ได้คล่องแคล่วเราจำเป็นจะต้องช้าจำเป็นจะต้องสังวรสำรวมอย่างเด่นชัดอยู่เป็นสภาพที่น่าศรัทธาเลื่อมใสแม้จะเป็นผู้บรรลุแล้วเป็นผู้ที่ได้ทำได้จะทำเร็วก็ทำได้จะไม่ต้องมีทีท่าแห่งการสำรวมสังวรเพราะเป็นอัตโนมัติแล้ว เราจะทำยังไงก็ได้ก็ตามก็ควรจะมีรูปแบบมีทีท่าที่ว่าเห็นว่าสำรวมซึ่งบอลให้แก่ผู้อื่นมันเป็นสิ่งที่น่ายกย่องไม่ใช่ว่าโอ้คนนี้ยังทำท่าไม่เป็นธรรมชาติเลยยังเป็นทาสแก๊กๆอยู่ยังเป็นท่าทำทีอยู่เลยไม่เป็นธรรมชาติอย่าไปเอาเอาเอาภาระอย่าไปสะท้อนสะเทินกะไอ้คำประชดประชันของคนพวกนั้นคนพวกนั้นเขาว่ากันว่าทำท่าแก๊กแหมทำเป็นสำรวมสังวรเหมือนไม่เป็นธรรมชาติไม่เป็นไรเพราะว่าธรรมชาตินี้ต้องการครูต้องการแบบสอนต้องการผู้เป็นแบบอย่างผู้ที่ทำได้คล่องแคล่วแล้วเขาจะตำหนิว่าเราทำไม่ได้นั้นเราย่อมรู้ในหัวใจแม้เราจะทำท่า อุดมสังวรมีท่าที่อยู่ในแบบฝึกหัดอยู่ในท่าอย่างโน้นอย่างนี้ที่ดีเราจะปล่อยปละละเลยโดยกรีกกายหรือว่าไม่ต้องสำรวมสังวรเราก็วางได้แล้วก็ตามผู้ที่มีปัญญาย่อมรู้ว่าระหว่างจริงใจเราก็วางได้แล้วเราจะเป็นแบบอย่างแม้แต่จะเป็นแบบอย่างอย่างเด็กๆหัดเดินทำท่าเดินทำอะไรแต่อะไรหัดเขียนกไก่ยังเด็กๆเราก็ทำให้เขาได้มันเป็นการเอื้อเฟื้อมันเป็นการเมตตาเกื้อกูลต่างหากเพราะฉะนั้นคนที่เขาทำไม่ได้เขาอยากจะให้เราไปเป็นอย่างเขาเขามาสำรวมสังวรกับเราไม่ได้แล้วเขาก็เลยแกล้งประชดประชันว่าเออมาทำท่าแก๊กๆอย่างนี้มันไม่ธรรมชาติมันเป็นคำแดกดันประชดประชันของคนที่เขาทำไม่ได้ต่างหากอย่าไปถือสาอย่าไป เรื่องเอาราวอะไรกับเขาเขาจะว่าเราก็ต้องไม่ต้องบ้าจี้เราจะมีท่าทีที่ดีเราจะมีความสมบูรณ์ที่เป็นแบบอย่างกันอยู่แล้วน่าเอ็นดูสอดคล้องกันไปหมดแล้วมันจะดูงามมากทีเดียวไอ้คำว่างามนี่ไม่ได้หมายความว่าเป็นกามแต่เป็นงามด้วยแบบด้วยรูปแบบด้วยสิ่งที่กำหนดที่เป็นคุณค่าอยู่ในสภาพยันพิธีอยู่ในสภาพมีวิธีมีรูปทรงมีสิ่งที่มันเป็นแบบเป็นพิมพ์เป็นตัวอย่างอันถูกต้องนะเพราะว่าถ้าเข้าใจลึกซึ้งแล้วเราไม่ปล่อยปละละเลยในท่าทีที่ดีที่เคยได้เคยเป็นเคยมีแล้วเราพยายามปรับขึ้นเราจะได้ทั้งละเอียดนอกละเอียดใน เราจะเป็นคนที่มีประโยชน์คุณค่าตนก็เป็นประโยชน์คุณค่าสมบูรณ์ขึ้นผู้อื่นก็ได้รับประโยชน์คุณค่าทับทวีขึ้นเรื่อยๆไปตราบนิรันดร์

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน