ตอบปัญหาของ อ.แปลง เรื่องความเป็นสยังอภิญญา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.66 KB
วันที่แก้ไข25 พฤศจิกายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ตอบปัญหาของ อ.แปลง เรื่องความเป็นสยังอภิญญา _อ.แปลง สุวรรณกาญจน์ : โบราณว่า "บางทีผู้อวดรู้ กับผู้ไม่รู้ก็เป็นผู้เดียวกัน น่าสงสารมาก ...ก็ตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยตนเอง จำขี้ปากผู้อื่นมาพูด เลยพูดให้ผู้อื่นเข้าใจไม่ได้ พูดวกไปเวียนมา เอาสาระไม่ได้ คนไม่มีพลังฌาน พลังสมาธิ เป็นอย่างนี้แหละ" ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง"หาตนให้เห็น บริโภคให้เป็น ดำรงตนให้สมควร(รู้จักสัปปุริสธรรม7 รู้จักอนุโลมญาณไหมท่านสมณ ก้อนข้าว กับจีวร ยังไม่เห็นละเลย ดีแต่ตำหนิผู้อื่น เว้าโปๆขี้ตาโตบ่แกะ แถมบ่รู้สึกตัวอีก) จะมีสุขเป็นนิรันดร์ พ่อครูว่า... ตบท้ายด้วยมีสุขเป็นนิรันดร์นี้ก็ลึกซึ้งนะ แต่อาตมาไม่มีสุขไม่มีทุกข์ ขยายความไปแล้วว่าอาตมาไม่มีสุขไม่มีทุกข์ แต่คุณสรุปจบว่าจะมีสุขนิรันดร์ก็หมายความว่าต้องทำอย่างที่คุณพูดไปแล้ว ท่านจะมีสุขนิรันดร์ อาตมาก็ว่าคุณมีสุขไปเถอะ อาตมาไม่เอาทั้งสุขและทุกข์ ที่ว่าบางทีผู้อวดรู้กับผู้ไม่รู้ก็เป็นผู้เดียวกัน คุณพูดถูก มีเยอะ ผู้อวดรู้กับผู้ไม่รู้เป็นผู้เดียวกัน น่าสงสารมาก ก็ตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยตนเอง จำขี้ปากผู้อื่นมาพูด เลยพูดให้ผู้อื่นเข้าใจไม่ได้พูดวกไปเวียนมาเอาสาระไม่ได้ ก็ตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยตนเอง คำนี้คุณไม่รู้อาตมา อาตมาเป็นผู้รู้ตัวเองว่าอาตมาเป็นผู้ที่เป็น สยังอภิญญา คือผู้รู้เองเห็นเองเกิดมาในยุคนี้ ไม่มีใครกล้าพูดหรอก มีอาตมามากล้าพูดคนเดียว ยืนยันในความเป็น สยังอภิญญา ตอนนี้อธิบายถึง ปัญญา8 อภิภู คือผู้มีอภิภายตนะ 8 ซึ่ง อภิภายตนะ 8 ก็ขยายความไป ตอนนี้ขยายยังไม่จบ สิ่งเหล่านี้เป็นความรู้ของอาตมาที่ได้บำเพ็ญมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 เป็นของตนเองแล้ว เป็น สยังอภิญญามาแล้ว มาเกิดในยุคนี้ ตามที่พระพุทธเจ้ายืนยันหลักฐานเอาไว้ ในสัมมาทิฏฐิ 10 ข้อที่ 1

อ่านต่อ

0 ว่า ผู้เป็น สยังอภิญญา จะเป็นผู้ขยายโลกนี้โลกหน้าให้ผู้อื่นได้รู้ตาม อาตมาก็ยืนยันตัวเองเป็นอย่างนี้ ผู้ที่ฟังรู้เรื่องได้ประโยชน์ก็มากันได้ อย่างคุณ อ.แปลง ยังเข้าใจยาก เข้าใจไม่ได้ง่ายๆหรอก แค่ คุณจะเข้าใจตามผู้อื่น ไม่ได้เข้าใจเองเหมือนอย่างอาตมานี่ก็ยังยากอยู่แล้ว แม้ผู้ที่เป็น สยังอภิญญาอย่างอาตมาอธิบาย แยกแยะตั้งเท่าใด มันก็เหมือนกับใช้หอก 100 เล่มแทงเช้า กลางวัน เย็น หอกอาตมาหักไปหลาย 300 เล่ม ก็ยังไม่รู้สึกรู้สา เวทนายังไม่เกิดยังไม่รู้สึกอะไร บื้อ

ที่ว่า อาตมาไปจำขี้ปากผู้อื่นมาพูด เลยพูดให้ผู้อื่นเข้าใจไม่ได้ พูดวกไปเวียนมา ขออภัย อาตมาไม่เอาขี้ของใครมา โดยเฉพาะขี้ปาก อาตมาเอาแต่เฉพาะเนื้อของพระเจ้ามา อาตมาไม่เอาสกปรกขี้ปาก ไม่ไปเอาขี้ปากใครมาหรอก อาตมาเอาแต่เนื้อๆของพระพุทธเจ้ามา สู่แดนธรรม... ผมก็ไม่เห็นว่าพ่อท่านไปจำคำของใครมา พ่อครูว่า... อาตมาอธิบายของอาตมาเองตามยุคสมัย ไม่ใช่ภาษายุคพระพุทธเจ้า อาตมาชอบภาษาสมัยพระพุทธเจ้า แล้วภาษาที่เขาแปลมาก็ชอบ เคยใช้นามปากกา เพียงเพ็ญ พีรพงศ์ จะเขียนสำนวนโดยใช้สำนวนพระไตรปิฎก ก็พยายามใช้แต่สำนวนเหมือนพระไตรปิฎก เขียนให้คุณสมบูรณ์ บก.หนังสือพิมพ์ ตอบโต้กัน โดยไม่เปิดเผยตัวเองว่าผู้ชาย ใช้นามปากกาว่า เพียงเพ็ญ พีรพงศ์ โต้ตอบกันอยู่ ส่งข้อเขียนสำนวนให้แกไป ตั้งแต่ยุคที่อยากเป็นนักประพันธ์ ก็เขียนจัง อายุยังไม่ถึง 20 ตอนโน้น สู่แดนธรรม... คำอธิบายของพ่อท่านเป็นคำของพ่อท่านเอง เช่น บุญ สมาธิ พ่อครูว่า... ไม่ได้ไปจำขี้ปากใครมาเลย และที่ว่าพูดอธิบายให้คนอื่นเข้าใจไม่ได้ ขออภัย อาตมาพูดแล้วไม่ใช่ทำให้คนอื่นเข้าใจไม่ได้ แต่คนเข้าใจไม่ได้ต่างหากเล่า คนเข้าใจไม่ได้ คือคนยังภูมิไม่ถึง แต่คนอย่างชาวอโศกเข้าใจได้เอามาปฏิบัติจนเกิดผลพัฒนามาเป็นคนจน เป็นญาติธรรมได้ ซึ่งก็เป็นจำนวนไม่มากหรอก จำนวนมากยังไม่ได้ ก็ย้อนแย้งอยู่ว่า ทำไมไม่ทำที่จีนหรือที่คนเยอะๆ เพราะว่ามันทำไม่ได้ เพราะแกนแก่น แม้แต่คำว่าชมพูทวีปย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทย ไม่ได้ไปอยู่ที่จีนหรือญี่ปุ่น อินเดียหรือที่อื่นหรอก มาอยู่ที่ไทยนี่แหละ อันนี้ก็ยืนยัน อาตมาไม่ได้พูดเล่น 641124_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาความเข้าใจเรื่องกายของอ.แปลง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน