ธรรมชาติเพื่อชีวิต.pdf

โฟลเดอร์หนังสือธรรมะพ่อครู
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์178 KB
วันที่แก้ไข11 สิงหาคม 2540

เนื้อหาในไฟล์

ธรรมชาติเพือชีวิตโดย พอทานสมณะโพธิรักษเนื่องในงานรามบูชาอาสาฬหะ ครั้งที่ ๑๓เมื่อ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๓๖ ณ มหาวิทยาลัยรามคําแหงตอนนี้ก็เปนวาระสุดทายของงานคราวนี้แลว งานคราวนี้ เราพยายามจัดกัน อาตมาก็มาดูบาง แลวก็มารวมตามที่ไดรับนิมนต รับเชิญใหมาบรรยาย หรือวามาพูดบางก็นาอบอุนใจ นาดีใจ ที่พวกเรารวมมือ รวมไมกัน แสดงออกสื่อออกมา ทําอะไรออกมา ซึ่งเปนวิธีการสื่อของมนุษยชาติ จะจัดคอนเสิรตก็ดี จะเลนละครรีวิว ก็ดีอะไรการแสดงอะไรก็ตามแต มันก็มีมาในสายเลือด มนุษยชาติ แมแตสัตวเดรัจฉาน มันก็มีการละเลน ของมันบางเลนเกี่ยวกับจิตวิญญานของสัตวโลก มันจะมีสิ่งที่เรียกวา บันเทิงแกชีวิต ซึ่งเปนชีวิตที่มี ความรูสึก เปนรสชาติของสัตวโลกก็มีเปนธรรมดาเพราะฉะนั้นถาเผื่อวาคนที่ยังไมเปนพระอรหันต ยังมีสภาพที่จะตองติด ตองยึด ตองอาศัยเสพ เรียกวารสอรอยหรืออัสสาทะของชีวิตนั้นก็จะตองมีสงนั้นอยูเปนตามฐานะ แมแตพระโสดาบัน ที่เปน พระอริยะ ในระดับตนพระสกิทาคามี พระอริยะระดับ ๒ ก็ยังมีสภาพที่เรียกวารสอรอย เรียกวา สิ่งที่ติด เปนโลกียะ ลดนอยลงไป ตามลําดับแตก็มีมาก โสดาบันก็มีมากกวาสกิทาคามี ยิ่งเปน อนาคามีแลว ก็จะมีรสอรอย หรือวา รสที่มันลึกซึ้งแลวอนาคามีเปนรสของความภาคภูมิใจ ไมใชรส อยางโลกียมีรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส มีระเริงชิงระบําอะไรพวกนั้นอนาคามีไมมีรสชาติอันนั้น แตวาก็มีรสชาติของความภาคภูมิใจ และ รสชาติของคุณคาของชีวิต เปนตัณหาระดบสูงเรียกวา วิภวตัณหา ซึ่งพระอนาคามีก็ตองเรียนรู แลวก็ตอง วางปลอย จนเปนพระอรหันต แตไมได หมายความวาผูที่ศึกษาคุณธรรมของพระพุทธเจา เปนโสดาบัน สกิทาคามี จนกระทั่ง ถึงอนาคามี ดังกลาวแลววา รสชาติของ

อ่านต่อ

รูป รส กลิ่นเสียง สัมผัส เหลานั้นไมได ไมใช อยูดวยได เปนอนาคามี ก็จะตองรูจักโลก รูจักการอนุโลม ปฏิโลม ตามฐานะของผูอื่นสําหรับตนนั้น ไมไมเสพ สําหรับตน ไมติด ไมยึด หรือจะถือวา ไมมีรสอรอยได แตวา แมไมมีรสอรอย ก็ไมไดหมายความวาจะเปนคนจืด ๆ ชืด ๆ เปนคนเฉื่อย ๆ ชา ๆ อันนี้แหละเปนความเขาใจผิด ของพุทธศาสนิกชน หลากหลายเลย มากมายจนกระทั่งกลายเปนความแตกแยกระหวางศาสนากับคนธรรมดาสามัญ จนกระทั่ง หนักเขา เขาใจผิดวา ผูที่บรรลุธรรมผูที่มีคุณธรรม เปนผูที่สูงแลว อยามาเกี่ยวของกับโลก อยามาเกี่ยวของ กับสังคมที่เขามีเรื่องของสิ่งที่เปน รูป รส กลิ่น เสียงสัมผัส เรื่องของโลก ๆ โลกียอะไร ตออะไรตาง ๆ นานาเรียกวาผลักไสเลย หรือวาเขาใจผิดเลยวา ผูที่เปนเชนนั้นผูที่เปนพระอริยะอยางนั้น แลวจะไมมาดู มาแล จะไมมาเกี่ยว มาของ เกี่ยวของไมได ที่จริงนะ เกี่ยวของนะ ทานก็เกี่ยวไดสัมผัส ทานก็สัมผัสได แตทานจะรวมเอง หรือวาใหอาตมามาเตนนี่มันก็ไมเหมาะสม ใหอาตมามารองดวย ก็ไมเหมาะสม อยางนี้เปนตน แลวเราก็รูฐานะวา มันไมเหมาะสมหรอก แลวมันก็ดูไมดีหรอก แตวาเรา ก็รวมได เราก็รูไดเรียกวาสมมุติสัจจะ เขาสมมุติวานี่เพราะ เขาสมมุติวานี่สวย เขาสมมุติวา นี่อรอย อะไรตาง ๆ พวกนี้เรารูไดเรามีจิตวิญญาณ เรามีความจํา เรามีความกําหนด เรามีความประมาณ ประเมิน คาขนาดนั้น เทานี้สวยเปนอยางนี้เพราะเปนอยางนี้ เราเขาใจ เราจําได เราไมใชสมองขี้เลื่อย เสียจน ลืมอะไรหมด ไมใช จําได แตวาเราเองเราไมทําเพื่อตัวเอง และเราก็เห็นความเปนทุกของคน ที่ยังทํา เพื่อตัวเอง บําเรอเพื่อตัวเองเปนความทุกข ทุกขจริง ๆแตคนหลงวาสุขเมื่อไดบําเรอสมใจ เชน อยากจะได สิ่งสวยตามที่กําไหนดนี้ เมื่อไดสิ่งสวยนี้มาตามกําหนดสมใจ ถูกใจเราก็รูสึกเปนสุข นั่นแหละ เปนโลกียสุข มันจะตอง เปนความปรารถนา ใครอยาก ตองการที่เรียกรองมาบําเรอตนตองแสวงหา ตองใผควา ตองดิ้นรน นั่นแหละ เปนความเหน็ดเหนื่อย ทุกขเพราะฉะนั้น ถาผูใดมาเรียนรูเขาใจกิเลสตัณหาเหลานี้แลวก็มีวิธี ที่ละ ลางกิเลสเหลานี้จนลด จนหนาย จนคลายจืดจางไปไดแลวจริง ผูนั้น ก็จะหมดทุกข ไมตองหามาบําเรอตน จะมีเวลา แรงงาน มีทุนรอนมีอะไรตออะไรที่มนุษยพึงมีเหลือเฟอขึ้นแลวเวลาก็ดีซึ่งวันหนึ่ง มี ๒๔ ชั่วโมงนี่ เมื่อไม บําเรอตน ไมแสวงหา อะไรมาใหตนก็มีเวลาเหลานั้น ไปสรางสรรเพื่อที่จะเผื่อแผผูอื่น จะมีแรงงงาน ก็ตาม ความสามารถ สมรรถนะของตนก็เอาไปสรางสรรเพื่อผูอื่นได ยิ่งมีความจริงวา เปนผูที่ละ ความเห็นแกตัว ไมมีตัว ไมตน นี่เปนเปาหมายสูงสุดของศาสนาละความเห็นแกตัว ละความเปนตัว เปนตนที่เพื่อตัว เพื่อตน บําเรอตัว บําเรอตนไดจริง ผูนั้นก็ยิ่งมีแตเพื่อผูอื่นเปนคุณคาเปนประโยชน เปนบุญ เปนกุศล โดยที่ทําอยาง ชนิดที่เรียกวา เขาใจดวยปญญาอันยิ่งเลยวา เราทํา ใหแกคนอื่นสรางสรรใหแกคนอื่น มีความสามารถ ทําอะไรตออะไร เกื้อกูลอะไรตออะไรแกผูอื่น ไมตองแลกเปลี่ยนไมตองไดราคาไปขาย ตองมีรายรับ รายไดเปนสิ่งแลกเปลี่ยนมา ก็ยิ่งเปนคุณคา ที่แท ตามที่อาตมา ไดอธิบายไปบางแลวในวันกอน ๆ ที่ไดบรรยาย ธรรมะมาวาทฤษฎีกําไรขาดทุน ของอาริยชน ที่แทจริงนั้น มันไมเหมือนกันกับที่ทุนนิยมเขาทํากันทั่วโลกอยางที่ทุกวันนี้ ซึ่งตอง ศึกษากันตอไป เมื่อผูใด เขาใจแลว จะมากระทําอยางนั้นจริง ๆผูที่มีการเสียสละแลว ก็เห็น ความสําคัญ ในเรื่องของ โลกมนุษย ดิน น้ํา ลม ไฟ มา ธรรมชาติตาง ๆ สิ่งแวดลอมตาง ๆซึ่งทุกวันนี้ ยิ่งไปกันใหญ โลกสังคม กลายเปนสภาพที่เปนธรรมชาติจริงๆ แลว สิ่งที่สรางขึ้นมาอยางที่อยูใน ซีกซายมือ ของอาตมา เปนทางขวามือของพวกคุณฉากซายมือนั่นนะ เปนฉากของสังคม ที่เขาคิดวานี่อาริยธรรม อาริยชน จะตองเปนเมืองคอนกรีต เปนเมืองที่จะตอง มีตึกราม อะไรตางๆ นานา ที่เขาเรียกวา เปนความเจริญแตเราตอนนี้ก็ดูได หรือแมแตในกรุงเทพฯฯนี่ก็เถอะ ถนนหนทาง ก็จะมี สะพานกวยเตี๋ยว อาตมาเรียกสะพานเสนกวยเตี๋ยวกําลังเกิดขึ้น สะพานเสนกั๋วเตี๋ยวนี่ กําลัง เยอะแยะ เลย กําลังสานวุนไปหมดละตางประเทศที่เขาสรางกันมามากมาย เขาก็มีกันเยอะแลว เมืองไทย ก็กําลังเกิดขึ้นในกรุงเทพฯฯตั้ง ๑๐ ป ๒๐ปกอนนี้มีสะพานลอยสักสะพานหนึ่งเราก็ตื่นเตน เดี๋ยวนี้นี่ ไมตื่นเตนแลว จะสรางขึ้นกี่ขั้น จะสานกันกี่สายเปนเสนกวยเตี๋ยว ไปอีกมากมาย รอดู ตอไปเถอะ มันไมมีทางหยุดหรอก เขาก็ถือวา นั่นเปนอาริยธรรม จะมีมลพิษ จะมีดินเปนพิษ จะมีอะไร เปนพิษ ขึ้นมานี่เต็ม จนกระทั่งทุกวันนี้นี่ ในกรุงเทพฯฯนี่ลมพัดเขามานี่ก็หลงทาง เพราะมันไมมีทางออก มันเจอตึก เจอราม เจอโนน เจอนี่ มันพัดเคยพัด ลมเหนือก็เคยพัดไปทิศทางตามปกติ ที่เปนลมเหนือ จะพัดไปมันก็จะพัดผาน ตามธรรมชาติ อันนั้น อันนี้ ที่มันมีพอสมควร มันก็ผานไป ตามทิศทาง ลมใต ลมเหนือ ลมตะวันออกลมตามฤดูกาล ลมนั่น ลมนี่ ลมอะไรพัด มันก็พัดไป ตามเวลาของมัน ไดสะดวก แตทุกวันนี้ ลมเหนือมาพอมาผานเมืองมาผานกรุง ลมเหนือเปเลย หลงทิศ หลงทาง ไมเปน ลมเหนือ เปนลมเละ อะไรไปหมดลมตะวันออกเปนลมตะวันตก เปนลมใตไป เละ ไมมีทางออกดวย กลายมาเปนแกสเนามาเปนลมเนาอยูขางในเมืองนี้ฝนตกลงมา น้ําเคยไหล ไปทิศทางนี้ จะตองไป สูทะเล สูแมน้ําอยางนั้น อยางนี้ไปได แตกอนเดี๋ยวนี้พอเมืองกรุง เมืองเจริญ เกิดขึ้นมา ฝนตกลงมา ที่จะซึมลงไปในดินก็ไมมี ทิศทางจะไหลก็ไมมี น้ําก็หลงทาง ลมเขามาก็หลงทิศ ดิน น้ํา ลม ไฟ อะไรเปลี่ยนแปลงไปหมด เรียกวาเลอะไปหมดเลย ธรรมชาติ แปรปรวนไปสิ้น ยิ่งบอกวา เมืองเจริญนั่นแหละ จะเปนเมือง ทําลายธรรมชาติจนกระทั่ง แมแตธรรมชาติ ก็ยังตอง หลงทาง อยางที่วานี่ เรียกวาเมาเลยละ บาเลยละ ธรรมชาติก็บา เสื่อมเสียไปหมดเลยการสื่อ แสดงออกของเด็ก ๆ อาตมาเอง อาตมา ไมรูดวยเลยนะเด็ก ๆ เขาจะเลน เรื่องอะไร มานั่งดูแลว ก็เออ เด็ก ๆเขาก็มีความรูสึก นึกคิด อยางนอย ที่สุดเด็ก ๆที่เขาแสดงเอง เขามีความรูสึกเอง เขามี ความเขาใจเอง เขาไดไป อาตมามีความหวัง กับเด็ก ๆ เหลานี้ มีความหวัง กับเด็ก ๆ เหลานี้ เพราะเด็ก เหลานี้ แกจะซึมซับ ซึมซาบ ศึกษาไป ตามทิศทางที่เราแนะนํา แกก็เรียนรู แลวแกก็มา แสดงออก เปนการแสดงออกที่แกเขาใจ จะไดมาก ไดนอยก็แลวแตชีวิตของแกจะยืนยาว ไปอีกกี่สิบป จนกวาแกจะตาย แกจะไดรับ ถาเผื่อวา แกยังอยู กับหมู หรือวาเขาใจอะไรที่มันเขาใจจริง ๆ วาไดรูยิ่งรูลึกซึ้งเขาไปในจิตวิญญาณจริงๆแลว มันโกหก ตัวเอง ไมไดหรอก อะไรมันถูกตอง อะไร มันดีงาม ยิ่งรูเขาไปลึก ๆจิตใจลึกแลวมันจะเปนความจริง เรียกวา สัจธรรม แลวสิ่งนั้นจะทําใหตัวเอง ตองยืนหยัด อยูกับสิ่งที่เรียกวาสัจธรรมนั้น ๆหรือ ความจริงนั้น ๆเพราะฉะนั้น ทุกวันนี้นี่ วิธีการในโลก ก็เอาสิ่งที่ถูกตองดีงาม มาพูดกันเหมือนกัน แตมาพูดกัน อยาง ผิวเผิน แลวเอาความดีเหลานั้นนะมาโฆษณา มาขาย มาแสดงออก แตในความลึกไมมี ไมไดเขาใจ จริง ไมไดเกิดรส ของสัจธรรมจริงไมมีสัจธรรมนั่นเอง เสร็จแลวก็เปนไปไมตรง การแสดงออก ดูสวย ดูโก็ ดูดี ดูถูกได ถูกตองได ดูถูกตอง แตสวนชีวิตจริงและความมุงหมายจริงนั้น ไมมีฤทธิ์ ไมมีแรง ตรงกันขาม ยังเปนโลกียยังเปนการผลาญพรา ยังเปนการทําลายยังไมใชการรูสึก ความจริง ยังไมใช การแกไขปรับปรุง ยังไมใชการตื่นตัวอะไร แตสังคมก็ลมเหลวไป คนเหลานั้นนะฉลาดหลอก คนยิ่งฉลาดหลอกเทาไหร ยิ่งอยูในโลกกันไดทุกวันนี้ สวนคนที่มีความจริงใจนั้น มีจํานวน นอยลงไป ทุกทีแลวเพราะมันใกลกลียุค แลวคนที่มีความจริงใจ จะแสดงอะไร เขาก็หาวา นาหมั่นไส เขาหาวาแข็ง เขาหาวาดื้อดาน ดึงดันทั้งๆที่ลึกๆแลวเปนความตั้งใจจริงที่จะยืนหยัด ไมใชดึงดัน จะยืนหยัด เพื่อที่จะปลูกฝง หรือวาทํา สิ่งเหลานี้ใหทําสิ่งเหลานี้อยู ใหมันยังอยูในสังคม แตคนเรา ไมเขาใจ ความจริงใจ อยางนั้น มันจะตองมี มารยา หรือมีมารยาทขางนอก จะตองพูดอยางโลก ๆ เขาประโลม อยางโลก ๆ แลวขางในนั้นนะ เปนอีกอยางหนึ่ง ซึ่งมันก็ฝน คนเรานี่ ถาเผื่อวา เรารูวาเราทําอยางนั้น เหมือนเสแสรง ขางนอก แตความจริงใจ เราไมตองการ เราไมไดบอกวา มาชมเชย อยางนี้วาดี แตขางในเรานะ ไมเห็นดีอยางนี้นะ มันก็คานแยงในตัวเอง มันก็คานแยงในตัวเอง มันเปนความ ลําบาก ลําบากใจเพราะฉะนั้นผูที่มีความจริงใจ ตองแสดงสิ่งจริงออกมา แตมันก็ทวนกระแสกัน ขัดแยงกันกับสังคม กลุมมายา กลุมมารยาทมารยาทนี่เปนตัวพอแมของมารยา มารยาทกับมารยานี่คือตัวเดียวกัน ทุกวันนี้เต็มไปดวยมารยาทหรือมารยากันอยางมากเลย แลวก็เลยไมมีความจริงใจ ใครยืนหยัด ยืนยัน ความจริงใจหรือวาความซื่อสัตย ความตรงของตัวเองที่จะแสดงอะไรออกที่ตรงก็ไปหมด ถูกคานแยง ถูกตอตาน ผูที่เขาใจจริงแลวก็ยืนยัน จะถูกตอตานอยางไรก็ไมมีปญหาอะไรหรอกนะเพราะฉะนั้น ทุกวันนี้ถาเผื่อวา สังคม จะไมมาเอาจริงเอาจัง ไมหันทิศ ไมหันทางมาเพื่อที่จะเอาตัว เขาทุม เอาชีวิตเขาพยายาม เขามาเปนอยางนี้จริง ๆ กันใหมากเราจะแกไขอะไรไมไดเลยในโลก แกไขไมไดจริง ๆ บานเมืองทุกแหงเลยในโลก ที่บอกวาเมืองเจริญ บานเมืองที่ไหนก็แลวแตจังหวัด ที่เมืองไทยเรา ก็เรียกจังหวัด เราเรียกวาเขตที่อื่นเขาไมเรียกจังหวัดเทานั้น เขาจะเรียกเปนอะไร ก็แลวแต ภาษาอื่น ๆ เขาก็เรียกกันไป เปนชุมชน หรือกลุมชนสังคมชนที่ใหญ ถาเรียกวาจังหวัดเจริญ ที่เจริญแลวละก็ ขี้มักจะเปน ถิ่นที่ธรรมชาติรอยหรอ แลวก็กลายเปนสิ่งที่คนแตงขึ้นคนสรางขึ้น คนปรุงขึ้น ความจริงแลว คนแตงขึ้นคนปรุงขึ้นก็คือธรรมชาติ คนเขาประกอบอะไรขึ้นมานี่ ก็คือ ธรรมชาติคนสรางขึ้นมานี่ เขาเรียก ธรรมชาติดวย แตวาเราไปเขาใจธรรมชาติสั้นเกินไป เขาใจ ธรรมชาติ แตวามันเกิดมาจาก ดินน้ําลมไฟเอง สิ่งที่คนไมสราง ถือาธรรมชาติ อันนั่นก็จริง อันนั้นเปนสมดุลธรรมชาติของเขาเกิดขึ้นมา แลวมันก็จะ หมุนเวียนจัดสรรของมัน จนกระทั่ง มันจะอยูสวนที่เมืองอันไหนมันขัดแยงกัน มันจะตองปรับตัวมัน จนกระทั่ง มันคลองตัว เมื่อมันคลองตัว ที่สุดแลว มันก็จะอยูกันอยางสมดุลแลว มันจะอยูไดนาน แลวอยูอยางไมขัดสี ไมทะเลาะ เบาะแวง ไมแยงไมคานอะไรกันมันก็จะเย็น มันก็จะอยูไดนานดวย นี่เปนเรื่องธรรมชาติ ธรรมดาทีนี้คนเราก็มาสรางอะไรขึ้นมาเพื่อจะหาสมดุลเหมือนกัน แตกิเลสมันไมรู เรียกวาอวิชชา มันก็เปน ความตองการของตัวเองตองเอามาคิดอะไรขึ้นมาเพื่อที่จะจัดสรร สมดุลใหแกตัวเอง ตัวเองก็ตองการ ความสมดุลเหมือนกัน ทุกคนนี่ลึก ๆตองการความสมดุล ตองการความเรียบรอย ตองการ ความไมรอน ความไมทุกข ความไมลําบาก ความไมหนักไมหนาเหมือนกัน แตเพราะความตองการ ที่กิเลส มันเสริม ขึ้นมาวา จะตองมีความไดเดน ไดดัง ไดใหญ ไดโก ไดหรู ไดมากไดมาย ไดเปรียบสรุปแลวก็คือกิเลสเสพใหแกตน จะเสพในทางกาม หรือเสพในทางอัตตามานะก็ตาม วันแรก อาตมา ไดเทศนแลวเรื่องนี้ซึ่งอาตมาตั้งชื่อวา สิ่งที่รายกวาเอสด ก็คือกาม กับอัตตามานะเองนี่แหละ มันเปนโรค ที่มีอยูในคน มีอยูมานานแลวเดี๋ยวนี้ยิ่งรายแรง จัดจานมาก ซึ่งอาตมาไดบรรยายไปแลว ในวันแรกจัดจานจนกระทั่งฆาแกงคนลงไปมากกวาเอดสขอยืนยัน ถาคุณมาศึกษาละเอียด ๆ แลวคุณจะเห็นเลยวา โรคกาม กับโรคอัตตามานะนี่มันฆาคนมากกวาเอดสนับไมถวนเลย คนเรา ไปกลัวเอดส แตคนเรา ไมกลัวกามไมกลัวอัตตามานะซึ่งเปนโรครายแรง ไมรักษา ไมคิด จะรักษาดวย เพราะมันลวง มันลวงวาไดเสพสมกามเสพสมอัตตามานะแลวเปนสุข ความสุขโลกียะนะ เสพสมกามอันนี้ สมอัตตาอันนี้อันนี้ไดมาสมใจแลวก็เสพสมสุขสม แลวเราก็สุขใจ ไดรูปมาสมใจ สวยสมใจ ไดไพเราะสมใจ ไดลาภสมใจไดยศสมใจแลวเราก็สุขนี่ ไอสุขอันนี้แหละ ทําใหกิเลส หนาขึ้นๆ เรียกวาปุถุ ปุถุภาษาบาลี แปลวาหนา ปุถุชน ก็แปลวาคนกิเลสหนาขึ้น แลวมันหลอกคน มานานแสนนานแลว คนจะหลงใหล เสพพวกนี้ใหแกตัวเอง เสพเขาไปเมื่อไหรก็หนาขึ้นเมื่อนั้น กิเลสจึงหนามากทุกวันนี้ นากจากหนา แลวก็หยาบ หยาบคาย จัดจาน อยางที่เห็นได จนกระทั่งในสังคมตางๆนานานี่ แสดงกามกัน เปนเรื่องธรรมดา สามัญทั้ง ๆ ที่รูวาเปนเรื่องที่นาปกปดนาซอนเรนอะไรก็แลวแตก็ไมแลวเดี๋ยวนี้ประเจิด ประเจอ ยิ่งเขาใจสังคมที่เขาไมไดศึกษา สัจธรรม พวกนี้ ตะวันตกก็ดีอเมริกาก็ดี หรืออะไรก็ดี เดี๋ยวนี้ก็รับ วัฒนธรรม พวกนั้นมา ที่จริงมันเปนหายนธรรม ไมใชวัฒนธรรมอะไรหรอก แลวก็รับมาจนกระทั่ง กลายเปน ตองยอมรับกัน อาตมาคนหนึ่งละ ใครจะหาวา ขวาตกขอบยังไงก็ยอมรับ ใครจะวาขวาตกขอบขนาดไหนก็เอาอาตมาวา อาตมาเขาใจสัจธรรมพวกนี้ เพราะฉะนั้น ในเรื่องที่เขาเสพสมสุขสม จนกระทั่ง กลายเปน มอมเมากันพยายามที่จะโปรประกันดาโฆษณากันเพื่อที่จะใหยอมรับนะมันเปนเรื่องธรรมดา ๆ อะไร มันเปนเรื่องที่ทุกคนก็ตองทําก็ตองเอาก็วากันไปจนกระทั่งกลายเปนเรื่องที่ทํากันอยางไมอาย ไมเกรงใจ ไมเกรงกลัวอะไรกันจะทําอยางไรก็ดูสวยดูงามดูนาชื่น นาชม หลงใหลกันไป มันเปนเรื่อง ที่อาตมาวาอาตมาพวกขวาตกขอบนี่จะตองเรียกวาถวงดุลไมตองทะเลาะวิวาทดวยหรอก แตวา เราจะทํา ที่ตัวเราเขาเองไปแตงสวยแตงาม เขาจะไปประเจิดประเจออะไร เราก็พยายาม แตงอยางนี้ สบาย จะเห็นไดพวกที่ มาเกะกะ อยูในนี้มาทํางานก็ดี หรือมาชม มาอะไรดี คนที่ไดรับ ความเขาใจ อยางนี้ ที่นี่มา แตงตัว แมแตเปนเด็ก ๆซึ่งก็จะตองแตงตัวแบบวัยรุน เด็กก็จะตองแตงตัว แบบสวย ๆ แบบเด็ก ๆ วัยรุน ก็แตงตัวสวย ๆ แบบวัยรุนหนุมสาวก็แตงตัวแบบหนุมสาย หรือคนแก ก็ตอง แตงสวย หรูหราอะไร แบบคนแก หรือคนผูใหญอะไรอยางนี้มาที่นี่เราจะเห็นไดวา เราไมถึงอยางนั้น คนขางนอกมาก็มีประสม ประสานบาง แตคนที่เขาไมติดยึด ในสิ่งเหลานี้แลวเขาก็มาอยางนั้น เราก็ไมไดนาอายอะไร แลวก็ไมไดเดือดรอนอะไรไมยั่วยุ ยั่วยวน อะไรกันเราก็อนุโลมบางจะมาตกแตงเพื่อจะแสดงออกอะไรตออะไรบางก็มีสวย มีสี มีสัน มีอะไร เราเขาใจ สมมุติบางแตเราก็ทําขนาดนั้นก็เหน็ดเหนื่อยพอสมควรลงทุนลงแรงพอ นี่ขนาดนี้ อาตมา ก็วาลงทุน ลงแรงไมใชเบาแลวเครื่องแตงตัวขนาดนี้ อาตมาก็วาโอโฮ ทํากันลงทุน ลงแรงกันไป ไมใชนอย ๆ แมแตหนาตา สังเกตไดที่นี่แปลกแสดงบนเวที หนาตาก็ไมไดแตงสีสัน แชด ปากแดงแจ อะไร ทั้งผูหญิง ผูชายอะไรแตงกันกินอยางไงไมไดแตงอยางนั้น แมแตการสัมภาษณ การอะไร เขาก็แตง ทั้งนั้นแหละ แตที่นี่ไมแตง จะเห็นได สังเกตได หนาตาก็อะไรอยางนี้เปนตน สิ่งเหลานี้ เปนเจตนา เปนความถวง ถวงเพื่อที่จะให กลับคืนไปสูธรรมชาติที่เปนธรรมชาติของๆ เดิมของดิน น้ํา ลม ไฟ ของความสมดุล ที่หมุนเวียนไดดี คืนกลับไปหาธรรมชาติที่มันจะตอง ไมตองคนมาปรุงมาแตงอะไรมากนัก คนไมตองมา สรางธรรมชาติใหเขามากนักเพราะฉะนั้น แมแตคนจะมาสรางธรรมชาติเดิมก็ขอใหสรางเขาไปหา สภาพที่มันเปน เหมือนอยาง ธรรมชาติเดิมถาสรางมาไมเหมือนธรรมชาติเดิม อยางที่สรางมาเปนอยางที่วาซีกซายนี่มากมายนี่ มันก็หมดนะ หมดจริงๆอะไรๆมันก็ไมเหลือหรอก กรุงเทพฯนี่ อาตมาเคยพูดมานานแลววา เปนเมืองนรก กรุงเทพฯ ที่จริงควรจะเรียกวากรุงผีไมใชกรุงเทวดา กรุงเทพฯนี่แปลวาเทวดา ควรจะเรียกวา กรุงผี เพราะวา เปนเมืองที่เลวรายที่สุดในเรื่องธรรมชาติเพราะเปนธรรมชาติที่สราง บอกแลววา คนสรางนี่ จะเปนธรรมชาติ สรางขึ้นมาจนกระทั่งดิน น้ํา ลม ไฟ บอกแลววาลมเขามา ก็หลงทาง ฝนตกลงมา หรือน้ําไหลเขามา หลงทิศ ไปไหนไมรอด ทําไมไมออกเลยอะไรอยางนี้เปนตนแลวมันก็เละดวย มาอยูในนี้ แลวมัน ก็เนาก็เสีย มันไมไดสัดสวนของมันหรอก มันมากระทบอันนั้น อันนี้ ก็ถูกสงเคราะหไปอะไรตออะไรไป ปนเขากับแกสตาง ๆ ที่นี่เยอะแยะเลย อะไรตออะไรบาง ก็ไมรูละแมแตแคแกสพิษ คารบอนมอนออกไซค ของรถตางๆ พวกนี้ก็ยามแยแลว สังเคราะหเขากับ อากาศ ลม ลมเหนือ ลมใตอะไรพัดผานมาดีๆ มาไดรับ พวกธาตุพวกนี้ แกสพวกนี้ เขาไปสังเคราะห ดวย มันเสียไปหมด เลวไปหมด ออกไดบาง ไมไดบางเสียทั้งทิศทาง เสียทั้งสภาพ น้ําก็ดี ดินก็ดี ลมก็ดีไฟก็ดีอะไรตาง ๆ นานา อะไร ๆ เปนคอนกรีตไปหมด น้ํามันลงมาไหลกรุงเทพฯฯ นี่ไมตอง เปนหวงหรอกวา ทําไมน้ําทวม ก็มีแตคอนกรีต ไปหมด ราดยางบาง ราดคอนกรีตบาง อะไรตออะไรบางตางๆ นานาสารพัดน้ําตกลงมา มันซึมลงไปได ที่ไหน นอกจากจะหลงทางแลว ก็ยังไมมีที่ซึม ไมมีที่ไป มันทวมแน ๆแกไขไมตกหรอก แกไขน้ําทวมก็ไมตก แกไขมลพิษ ก็ไมสําเร็จ กรุงเทพฯฯนี่ ไมสําเร็จ นอกจากจะมาตัดแบงซอยจังหวัดนี่ออกใหเล็ก ๆ ลง แลวก็บริหารกัน รับผิดชอบ แตละหนวย ๆ ใหสําคัญเขาใหแคบเขาแลวก็ตองปรับเขาไปหา ธรรมชาติ ที่แทจริง ๆ ทําลายสิ่งที่มันไมใชธรรมชาตินี่ ใหลงไปบางแตเดี๋ยวนี้ไมใชทําลายธรรมชาติลงไปนะ มีแตสรางอะไร ที่ไมใชธรรมชาติ ขึ้นมาครอบ ลงไปใน กรุงเทพฯฯอีกแลวมันจะไปหยุดยั้งอะไร มันหยุด อยูที่ไหน ดูไปที่ไหน ก็โอโฮ เดี๋ยวนี่ตึกมันจะ ๕๐ ชั้น ๑๐๐ ชั้น แขงกันขึ้นมาหมดไมหยุดยั้ง อาตมา ขอยืนยันวา อยางไงก็ไมหยุดยั้ง และแมแตคน ที่อยูในเมือง กรุงเทพฯฯนี่เขาหลงเงิน หลงทอง หลงอะไรตออะไร กันอีกมากมาย แยงชิงแลว ก็เสพ รับมลพิษเขามาในชีวิตนี่ แมแตหายใจเขาทุกวัน ๆนี้ก็ผอนสง อาหารการกินอะไรตางๆ เขาก็เอามา จากขางนอก เขาเอามาจากชนบท เขาเอามาจากจังหวัดอื่น ๆ ในกรุงเทพฯฯเอง ไมมีที่จะปลูกอะไรหรอก สวนไร อะไร ไมคอยมีหรอก ไมไดกินหรอก อยางที่ใหม เขารองนะ เพลงชีวิตในตึก อะไรๆ ก็เอามาไวในตึกตนไมก็เอาใสกระถางเอามาไวในตึก ปลาก็เอามาใสตู เอาไวในตึก อะไรๆ ก็จับเอามา ไวในตึก นกก็ทํากรงขังไวในตึกชีวิตตึก ๆ มันไมมีแลว มันก็มีแตตัวอยาง ตัวอยาง นกก็เอาใสกรงไว ตนไมก็เอาใสกระถางเอาไว ปลาก็เอามาใสตูเอาไวมันมีแตตัวอยาง เทานั้น แหละ มันไมมีหรอก มันขาดแคลน แลวมันก็หลงใหลกัน เอามาหลอกลอกัน คาขายกัน แลวก็เอามาไว ประเดี๋ยวมันก็ตาย มันก็ไมเปนไปตามธรรมชาติของมัน ทรมานทรกรรม ทุกสิ่งทุกอยาง อาตมาพูดอีกกี่ชั่วโมง มันก็ไมหมด เรื่องที่จะพูดถึงเรื่องที่มันโทรม มันเสื่อมมันเสียหายอะไรพวกนี้นะเพราะฉะนั้น ถาเราไมมารูสึกแลวก็มาเรียนธรรมะใหมันจริงจัง จนกระทั่งเกิดญาณปญญา รูความจริงวา เกิดมาเปนชีวิตนี่จะเกิดมาทําไม เกิดมาเพื่ออะไร อาตมาเอง อาตมาเคยตอบคําถามนี้ มานานแลว เกิดมาทําไม ทานพุทธทาส ทานก็ตอบเกิดมาหาสิ่งดีใหแกชีวิต อาตมาไมไดตอบ อยางนั้นนะ แตอาตมานี่ เกิดมาทําไม เกิดมาทํางาน และคําวาทํางานนี้ก็จะตองเรียนรูงานดวยวา งานมีงานดี กับงานไมดี งานดีคืองานที่ไม ถาดีแลวก็ตองทํางานที่ไมตองไดเงินเลย ยิ่งทํางานไดเงินมาก ๆ ยิ่งเลวมาก ทํางาน ที่ไดเงินมาก ๆยิ่งเลวมาก ฟงแลวพวกคุณอาจบอกวา อาตมานี่ เปนคนอะไร เปนคนNEGATIVE เปนคนที่ตลก ทวนกระแสอะไรไมเขาเรื่อง บาๆ บอๆ มาพูดโกๆ เกๆ มาพูดรวนๆ ไมใชนะอาตมาขอยืนยันวาไมใช ขอยืนยันวา อาตมาพูดความจริง มาศึกษากันดีๆเถอะ เอาตอนนี้ก็มีคนเขียน คําถาม แวะนิดหนี่งอาตมาจะพูด แลวก็จะตอบคําถาม จะพูดไปถึงสัก ๔ โมง ๔.๑๕ ราวๆนั้น๔.๑๕ หรือ ๔ โมง ๒๐ แลวก็จะตอบคําถามไปจนถึงหาโมง เพราะฉะนั้น ผูใดจะมีปญหาอะไร อยากจะถาม เชิญ เขียนคําถามขึ้นมา หลายแผนแลว สงขึ้นมายกมือก็ได จะมีคนที่ดูวาคําถามเขาอยูที่ไหน แลวเขาจะไปเก็บ คําถามนั้น หรือถือขึ้นมาเองก็ได เอาขึ้นมายื่นๆพวกนี้เจาหนาที่จะเอาขึ้นมาใหถาเผื่อวาเราไมศึกษาวาเราเกิดมาทํางานนี่ ทํางานที่เปนงานที่ดี ดี เปนงานดีก็ตอง เขาใจเศรษฐศาสตร ของสังคมนอกจากเขาใจเศรษฐศาสตร หรือเขาใจ DEMAND หรือวาเขาใจอุปสงคของสังคมแลว แลวเรา ก็ตองสรางอยางมีสมรรถภาพดวย สรางอยางมีฝมือ มีความสามารถ สรางแลวก็พยายาม ที่จะจาย แจกออกไปอยางระบบบุญนิยมแจกจายออกไปอยางราคาถูกหรือฟรีไดก็เกงที่สุด อาตมา ไมอธิบายซ้ําวันนี้ เพราะวา อาตมาไดอธิบายไวตั้งแตวันกอนแลว ซึ่งที่จริงก็อธิบายคราวๆนะ อาตมาตองอธิบายเรื่องนี้ แลวพวกเรา ก็อธิบาย จนกระทั่งเพอพก เพอเจอพูดอยางนี้ มันเปนไปไมได ก็อาจคิดอยางนั้น ก็ไมเปนไร อาตมา หามความคิดไมไดหรอก แตวาก็ตองยอมจํานนวามันจะตองเห็น เปนอยงนั้นเสียกอน แตวา ความจริง มันเปนไปไดดวยหลักการ ทุกวันนี้เราก็ทํากันขึ้นมา จนมีคน กลุมหนี่งกลุมพวกชาวบุญนิยม หรือวา พวกชาวอโศกนี่ พยายามเปนกันอยูทั่วๆไป อยูในแหลงตางๆ อยูในจังหวัดตางๆที่แตละจังหวัด ก็มีกลุมหมูโตขึ้น แลวก็มีกิจการมีพฤติกรรม มีกิจการ มีกิจกรรม มีพิธีกรรมอะไรขึ้นมา เปนบทบาทของสังคม ก็กระทํา ก็กระทําก็อยางที่ อาจารยขวัญดิน ไดพูดไป แลววา เราทําที่ตัวเราเองกอน แกไขที่ ตัวเราเองกอนทําตัวเองใหรูสึกวาเปนสุข ไมใชรูสึกเทานั้น เห็นจริงดวยวาเราเปนสุขการที่เราไมโลภ โม โทสัน ไมเอาเปรียบ ไมเอารัด ไมเอาของใคร แตเราเปนผูที่ให เปนผูที่สรางสรร เปนผูที่ไดใหนี่เปนความสุข ถาจะเอาเปนกิเลส อุปกิเลสก็ได เปนความนาภาคภูมิใจ เรายิ่งมี สมรรถภาพ ยิ่งมีความรู มีความสามารถแลวก็ไดสรางสรร แตละวัน แตละเวลา สรางสรรใหแกผูอื่น ผูอื่นไดรับ ประโยชน ไปจากเราไปจริงๆ เราไมเอาไปขายขายคืนมา สรางอะไรเสร็จแลว มีผลผลิต มีสินคา ก็เอาไปขาย หรือแมแตจายแรงงาน มีความรูบาง มีแรงงานบางจายไป ทําออกไปแลว เราก็แลกเอา คาแรงงาน เอาคาความรูคืนมาหมอ คาแรงงานที่จริงมันไมคอยแพงเทาไหรหรอก ของคนนะแตก็ไปตั้ง คาแรงงาน ของตัวเองวามันสําคัญ มันดี ดีก็ดีแหละตามสัจจะ มันก็ควร จะราคาสูงขึ้น ถาคนไหนทําดีทําไดมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพที่ดีๆ ราคามันก็ควรสูงขึ้นก็จริง แตเราก็ ไปเอาคืนมา หมอดีไมดี ไปตั้งราคา อยางฉอฉลเอาเกินคาจริง เอาเกินราคาจริง ราคาของผลผลิต ราคาของสินคาของเราคืนมาหมด เกินจน ทวมทน ตั้งกันดวยวิธีเอาเปรียบเอารัดกันด

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน