ธรรมวันวิสาขบูชา.pdf

โฟลเดอร์หนังสือธรรมะพ่อครู
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์173 KB
วันที่แก้ไข11 สิงหาคม 2540

เนื้อหาในไฟล์

ธรรมวันวิสาขบูชาโดย สมณะโพธิรักขิโตเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๒๐ณ สันติอโศกจะเลยไปหนอยแลว แปดโมงสามสิบ พวกเราพระเณร สิกขมาตุตางๆ หรือแมแตผูปฏิบัติ ไดเวียนเขาที่สถานที่แลว มันจะเลยไปหนอยแลวละ อยางนั้นก็กอนจะไดรับประเคนอาหาร อาตมาก็ขอ แสดงธรรมแสดงสัมโมทนียกถา หรือแสดงธรรมมีคาถาตางๆ กอนที่จะไดถวาย ภัตตาหารรวมกันแลวเสร็จแลวเราก็จะไดทานอาหารรวมกัน ในวันวิสาขบูชานี้เอา! วันนี้เปนวันสําคัญ วันวิสาขบูชา ซึ่งในเมืองไทยเรา พุทธศาสนิกชนดวยกัน รูดีวาเปนวัน ซึ่งเราถือวาเปนวันสําคัญ ก็เพราะวา เปนวันที่พระพุทธเจาประสูติ ก็มีเลขหมายวาเปนวันเพ็ญ เดือน ๖ แมวัน ทานตรัสรูก็วันเพ็ญเดือน ๖ และแมที่สุด ทานปรินิพพาน ก็วันเพ็ญเดือน ๖ นี่ มาตรงกันวันนี้ ซึ่งเปนมหาฤกษที่เปนฤกษนาคิด และยิ่งใครคิด ยิ่งคิด ยิ่งเห็น ยิ่งลึก วามันเปนวันเดียวกันนี่ ประหลาด และมันก็ประหลาดจริงๆดวย มันตรงกัน วันเดียวกันไดอยางไร และในวันที่ตรงกัน วันเดียวกันนี่แหละ ยิ่งพิจารณา ยิ่งไตรตรองยิ่งอานเขาไปจนเห็น ลึกซึ้งเขาไปชัดอีกวา การเกิดก็ดี หรือวาการประสูติ ของพระพุทธเจานะ พุทธะเกิดนี่หรือการเกิดจิตวิญญาณ เกิดการตรัสรู จิตวิญญาณ เกิดการ มีปญญาญาณ อยางชาญฉลาดที่รูในธรรมะรูในความหลุดพน รูในสภาพวิมุติ หรือรูในสภาพนิพพาน การเกิดสภาพวิมุติหรือนิพพาน นี่ทานถือวาจิตมีการเปลี่ยนแปลงไป มีอาการดับสนิทไป มีอาการ ตัดขาดไป จิตสวนที่มันชั่ว จิตสวนที่มันไปยึดถือไปติด จิตที่มันไปติด ไปเสพ มีอาการที่จะตอง เปนแบบ คนโลกๆ จิตตัวนี้มันขาด จิตตัวนี้มันหลุดจิตตัวนี้มันดับสนิท จิตตัวนี้ มันไมเกิดอีก หรือเรียก เปนภาษางายๆวา จิตชั่วตัวนี้มันตายนะฟงดีๆ จิตชั่วตัวนี้มันตาย ก็เลยเหมือน

อ่านต่อ

กับความหมายวา ปรินิพพาน หรือนิพพาน คือมันมี ตัวหนึ่งตายแลวจิตของเรานี่ เกิดเปนบุคคลใหม จิตของเราสะอาดขึ้น จิตของเรามีความรู เรียกวาตรัสรู จิตของเราเห็นชัดเจนวา โอ! จิตมันวาง มันปลอย มันขาด มันวิมุติ มันหลุดพน จากสิ่งชั่ว สิ่งเลว จากอาการจิต ที่เปนโลภะโมหะ โทสะ ดวยเหตุอยางนี้ ดวยปจจัยอยางนี้ ที่มันเปนจิตประเสริฐ จิตตัวนั้นเกิดใหม จิตตัวที่มันขาดขาดจากไอนั่น มันเปนจิตสะอาดขึ้นมาตัวใหม และความเกาที่เคยติด ความเกา ที่เปนเชื้อสกปรกเปนเชื้อที่มีความชั่ว มันดับสนิท ศาสนาพุทธนี้ อานชัดถึงจิต และมันดับสนิท มันไมเวียนมาอีกมันรูดวยปญญาอันสูงที่เรียกวา อลมริยญาณทัศนวิเสโส ภาษาบาลีเรียกวาอยางนั้น เรียกวา อลมริยญาณทัศนวิเสโส คือญาณทัศน อันวิเศษ เปนชั้นปญญาที่มันแทงทะลุรอบ มันรูแนๆ ในตัวเองนี่ มันรูมั่นใจในตัวเอง มันเห็นชัดในตัวเอง มันเห็นวา เราไมตอง ไปยุงเกี่ยว จิตของเรา ไมตองไปคลุกคลีอยางนั้นไมตองไปดูดซึม ไมตองไปเกี่ยวของ มันหมดความแสวงหา อยางนี้จริงๆ ใจมันหมดอาลัยอาวรณ มันหมดอารมณที่จะเปนสุข เปนทุกขยกตัวอยางใหฟง ถาไมยกตัวอยางแลวไมได ตองยกตัวอยางเหตุประกอบ เชน จิตของเรามันยังติด ในสิ่งบางสิ่งเอาหยาบๆนะ เอาเรื่องหยาบๆ ต่ําๆ จะไดเห็นชัด เชน จิตของเราบางคนนี่ ไปติดเหลา อยางนี้นะนึกวาไปกินเหลา แลวมันอรอย มันเปนรสชาติสุข ถาเราไปเสพเขาแลว มันสุขสบาย ถามันอยากขึ้นมาไมไดเสพแลวทุกข นี่เราเปนสุข เปนทุกขอยูอยางนี้ พอจิตของเราอานชัด ดวยปญญา อันแจงเห็นโทษเห็นภัยชัดเจน เอ! จิตของเรานี่มันยังโง มันอวิชชา มันไปหลงทําไม คนเขาไมติด ก็มีเยอะแยะไปคนเขาไมหลงก็มีเยอะไป คนเขาไมตองไปทุกข ไปสุข เพราะเหลา เหตุปจจัย แคเหลานี่ เราเองไปติดอยูทําไมพิจารณาจนออกเห็นแจง แลวมันจะแทงตลอดวา ออ! เรานี่อวิชชาจริงหนอ เรานี่โงจริงหนอเรานี่ชางหลงใหลจริงหนอ ไปหลงวามันเปนสุขเปนทุกขอยูได ทั้งๆที่คนอื่น เขาไมเห็นสุข เห็นทุกขดวยเลยเอาเหลามากินเขาก็กินได แตเขาไมสุข ไมทุกขจริงๆ และไมจําเปน เขาก็ไมกินดวยถาจําเปนเขาเอาเหลามากินผสมยาไป ผสมอะไรไปเขาก็กิน ถาไมตอง ผสมยาแลว เปนเหลาจริงๆแลวก็มันมีธาตุ ที่จะตองไปทําปฏิกิริยากับเซลล แลวอะไรตออะไร เสียหายอีก ก็ไมเห็นตองกินใหมันเสียเวลาเสียของทําไม กินแลวเสื่อมดวย อยางนี้เปนตน มันเห็น ชัดแจง จิตนั้นเปนญาณทัศนวิเศษ มันแนใจที่สุดเลยมันก็วางปลอยเลย ออ! ตอไปนี้ ฉันจะไมเปน ทาสเหลา มันเปนความหลงชนิดหนึ่ง ที่เราไปหลงวามันไดกินแลวมันอรอย มันไดกิน แลวมันเปนสุข พอกินแลวเสพติดอยางหนึ่งจิตมันจะถูกปฏิกิริยาอยางหนึ่งเปลี่ยนแปรไป มีอารมณรําเรืองยังไง ไมรูแหละอยางที่กินเหลาไปมีอารมณอยางนั้น และก็ไปยึดถือวา อันนั้นเปนวิมาน เปนอารมณ ที่นาเสพ นามี นาเปนแลวคนนั้นก็ไปทําตนเองมีอารมณอยางนั้น นี่มันเปนทั้งภวตัณหา ทั้งกามตัณหา ทั้งกามตัณหาอยางนั้นจะตองเอามาแตะที่รสลิ้น และจะตองไปกิน ไปแลวจะตองมีอารมณ อยางนั้นอยูในใจ มีทั้งภวตัณหา กามตัณหาถาผูใดอานออกชัดแลววา โถ! อยางนี้เราไมตองอยากอีก ไมตองไปแลกเหนื่อย ไมตองไปเสียเงิน ไมตองไปลงทุนไมตองไปลงแรง ไมตองไปแสวงหาอีก ไมตองไปเหน็ดเหนื่อย แมแตใจจะอยาก ไมตองอยากก็ได จิตอันนี้มันจะเห็นจริง เปนจริงในจิต พอจิตเห็นอยางนี้ปบ มันปลอยคลายเลย อันนี้เราวิมุติ สบายเลยตะนี้เห็นเหลาอีกก็เฉย คุณเฉย เคยเฉยกับสิ่งใดก็ตาม คุณไมเคยสูบฝน คุณเห็นฝนแลวก็เฉย นั่นแหละจิตวาง จิตเฉย เพราะหลุดเหลาแลว คุณก็จิตเฉยแบบนี้ เหมือนกับ คุณติดอยางอื่นนี่ ติดบุหรี่ ติดหมากพลู ติดขนมติดรูป ติดรส ติดกลิ่น ติดเสียง นึกวาไดรูปอยางนี้ มันสมใจวา แหม มันเพลิดเพลิน อรอย เปนความสุขเสพติดอันนี้ขึ้นมา ไดรสอยางนี้มากิน แตะลิ้นแลว แหม มันอรอย ถาไมไดแลวละก็ ถาหิวโหยขึ้นมาหรือถาไปนึกถึงขึ้นมา ตองอยาก ตองไปแสวงหา อยางนี้เปนกิเลส เปนตัณหาอยูนั่นแหละพอไดอรอยแลวก็เสพสุขเวทนา ถาไมได แลวก็ทุกข นี้มันติดอยางนี้ติดอรอย ตั้งแตหยาบตั้งแตติดอบายมุขอยางนี้ และคุณทําใหตรัสรูใหได พอตรัสรู จิตมันรูแจง มันก็วางจริง การติดนั้นตายไมติดอีกแลว จิตที่เห็นชัดนั้นเกิดใหม ฟงดีๆนะ ฟงความเกิด ตรัสรู นิพพาน จะเปนตัวเดียวกัน จะเปนตัวเดียวกันนี่เปนเรื่องของจิต สวนกําหนดวันวา วันประสูติเนื้อหนังพระพุทธเจานั้น ก็วันหนึ่งนะวันเกิด พออายุ ๓๕ พรรษาพระพุทธเจาตรัสรูเมื่ออายุ ๓๕ และในคืนวันเพ็ญ เดือน ๖ ในวันนั้น ทานก็ตรัสรู สวนทานจะปรินิพพานตอนที่จะสิ้น อายุ ดับขันธ ไปในวันเพ็ญเดือน ๖ เหมือนกัน ทานก็ตาย นั่นก็หมายความเอา กําหนดวันของวัตถุรูปหรือของ รางกายรูปขันธนี้ นั่นก็อยางหนึ่ง สวนในธรรม ธรรมในธรรม ธรรมะของธรรมะ เราก็รวม กันมาซะวาเปนอาการเกิด อาการตรัสรู อาการตาย นี่ เปนอันเดียวกัน จนทานพุทธทาส เอามา บรรยายวา เอย ไมเชื่อพระพุทธเจาเกิดวันนั้น แลวก็มาตรัสรูวันนี้ แลวก็ไปตายเอาวันโนน เปนวันเดียวกัน ไมเชื่อ ไมเชื่อก็ไมเปนไรนะแตอาตมาเชื่อ อาตมา ไมมีปญหา อาตมาเชื่อก็ได ไมเชื่อก็ได อาตมาไมมีปญหา เรื่องนั้นสําหรับวันนี้ เขาก็กําหนด ไมเปนไร เพราะเรื่องที่มันเหลือเชื่อที่มันพิสดาร มันมีเยอะในโลก ไมจําเปน ที่จะตองเราไมมีปญหา เขาจะเกิดวันนี้ตรงกัน ตายวันนี้ตรงกัน ตรัสรูวันนี้ตรงกัน ก็ไมมีปญหาอะไร ดีเสียอีกเราก็เอาวันนี้ มาเปนฤกษ วันนี้เปนวันสําคัญ มีมหาบุรุษคนหนึ่งเกิดวันนี้ ตรัสรูวันนี้ และก็ สิ้นชีพดับขันธวันนี้เปนมหาฤกษ เราก็ยึดไปเปนประโยชนเสีย เอา นี่แหละ เราเอามายึดเปนประโยชนศาสนาพุทธจะตองรูจักสิ่งที่ควรยึด อะไรที่ควรยึด ยึดใหเปนประโยชน นี่เราเอามายึดวันกําหนดกันวันกําหนดวา มาทําบุญรวมกัน มาทํากิจกรรม ที่จะใหมากที่สุด จะใหมาเปนประโยชนในทางธรรม รวมกันใหไดเราก็เอา ทีนี้เราก็มาพิจารณาจิต ทีนี้จะเอาเกิด ตรัสรู นิพพาน นี้เปนธรรมะ ทีนี้ไมใช วัตถุแลว ไมใชรูปแบบไมใชวันเวลา ไมใชเนื้อหนังมังสา แตเปนเรื่องของจิต จิตเลวดับไปตายไป จิตดีเกิดขึ้นแทน จิตเราเอง ไมไปไหนจิตของเราเองนี่แหละ ในแทงนี้ จิตวิญญาณในรูปราง แทงเกานี่ เราชื่ออะไร ก็จิตดวงเกา มันเกิดจิตตรัสรูขึ้นมามันเกิดจิตที่เปลี่ยนแปลงไปจริงๆ อยางแนใจ มั่นใจ เราไมเอาอีกแลวถาใครมาวันนี้มางานวิสาขมหาฤกษวันนี้ ณ สันติอโศกที่นี่ ตรวจตัวเองดู แลวพิจารณาสิ่งที่ตัวเอง ติดอันใดเสียเลย ดูนิทรรศการวันนี้ อาตมาเปนคนแสดงนรก ๖ ขุมนะ แสดงนรก นรกเปนอยางไร ไปดูสิ มีภาพมีตัวหนังสือเขียนบอก แสดงศีล ๕ ใหรูวาศีล ๕ หมายอยางไร ศีล ๕ ไมใชรับมาถือ ไปรับ มยัง ภันเต วิสุง วิสุง รักขะ นัตถายะ แลวพระก็ ปาณาติปาตา แลวก็ทองไป แลวไมรูเรื่อง มีความหมาย ลึกกวานั้นอีกไหมจะเอาไปประพฤติปฏิบัติไดอยางไร เราจะพิจารณาจิตของเรา ในศีล ๕ นี่ ศีลขอ ๑ ขอ ๒ ขอ ๓ ขอ ๔ ขอ ๕หมายเอาอยางไร ถาเราประพฤติแลว เราจะไดธรรมะ แลวจิตของเรา จะเปลี่ยนแปลงไปอยางไรเดี๋ยวทานอาหารเสร็จแลวไปดูกัน ตอนนี้ตองขออภัย เพราะตองนั่งอุด กันหนอย ตอนนี้ ที่ของเรามีเทานี้บารมีของอาตมาไดเทานี้ ไดกวางแคนี้ ก็เอากันแคนี้ เพราะฉะนั้น งานมันอึดอัดกันไปหนอย ก็ทนเอาหนอยเถอะที่ไมเปนไร เดี๋ยวเราคอย ขยับขยายที่กันทีนี้อาตมาก็ขอวกมาพิจารณาตอที่จิต เมื่อจิตของเรารู คําวาตรัสรู รูคําวาเกิด หมายเอาจิตเกิดนะไมไดหมายเอา การเกิดของ กายรูปขันธ หมายเอาจิตเกิด เกิดจริงๆ เกิดใหม สํารอกเลย จนเปลี่ยนเปนจิตดวงใหม เกิดเปนจิต เราไมเอาอีกแลว เรื่องไปติดไปยึดอยางเกา กิเลส ตัณหา ตายไปจริงๆนะที่อาตมายกตัวอยาง อยางนี้ ยกตัวอยาง อยางงาย คุณติดการพนัน เห็นชัดเลยวาเปนโทษ เปนภัยถาชีวิตไปพัวพันอยูอยางนี้ มีกิเลสหยาบ ไปเกิดรส อรอยอยู ไปเลนการพนันแลวเกิดรสอรอย นึกวาเปนสุขเวทนา เลิกสุขเวทนาจริงๆ จิตไมมีรสชาดตอสิ่งนี้ จิตวาง สบาย เบา ไมติดอีก เห็นการพนัน ก็เฉยนี่เรียกวาเราบรรลุแลว บรรลุธรรม เราติดการพนัน เห็นการพนันอีก ยืนเฉย ถาจิตยังมี อารมณอยูบางยังมีใจอยูนิดๆ เรียกวา อนาคามีจิต คือจิตมันยังมีรําเรืองๆ อุทธัจจะ มีการฟุง มีการสะดุด ยังมีนิดๆอยางรูสึกหนอยๆ แตก็ไมแรงพอที่จะใหเรากระโดดไปใน บอนการพนันได อยางนี้เรียกวา อนาคามีจิตถาจิตยัง พอไปเจอะอีกทีหนึ่ง แหม หามใจไมได ลองไปครั้งสุดทายอีกทีเถอะนา กระโดดเขาไป ลองอีกทีหนึ่งเสร็จแลว ก็รูแลว ปดโธรสแคนี้เราไมเอาอีกแลวก็ดึงกลับ อยางนี้เรียก สกิทาคามีจิต จิตเปนสกิทาคามี ฟงดีๆนะอาตมาอธิบายเรื่องจิตใหฟงนะ ไมใชตัวตนบุคคลนะ จิตกระโดดกลับไป อีกทีหนึ่ง เรียกวา สกิทาคามีจิตแลวก็เวียนกลับ ไปอีกชาติหนึ่ง อีกครั้งหนึ่ง เสร็จแลวก็เข็ดหลาบมาได ไมเอาอีกแลว โอย! อรอย แคนี้ ติดแคนี้เองเนาะ ไมตองแลว ตะนี้ไมเอา จนสุดทายก็หลุดพนอีก นั่นเรียกวา สกิทาคามีจิตถาจิตยังจะตองไปทดลองอีกถึง ๗ ครั้ง เปนอยางมาก แลวก็หลุดพน จิตอยางนั้นเรียกวา จิตโสดาบัน แตถาจิตที่เลยกวานั้นไปแลว กระโดดเลยไปอีก ๗ เที่ยว ก็ยังไมรูหลุด ๑๐ เที่ยวก็ยังไมรูหลุด ๑๐๐ เที่ยวไมรูหลุดนั่นจิตธรรมดา หรือวาจิตปุถุชน มันกระโดดอยูแลวอยูเลา แมจะรูวาไอนั่นชั่ว แตก็ยัง ทนไมได กระโดดอยูนั่นมันก็เปนปุถุชนอยูนั่นแหละ ไมไดมาเปนพระอะไรหรอกถาผูใดไมตองกระโดดอีกเลย บรรลุแลว ในเหตุปจจัยดวยทีนี้ เหตุปจจัยต่ํา นี่อาตมาพูดแลววา อบายมุขการพนันอยางนี้ ต่ําๆอยางนี้ คุณยังไมมีปญญารู ยังเห็นไมไดวาของต่ํา จิตก็ไมขาดมาเลย ก็ไมรูวาอยางไรเพราะฉะนั้น เราจะเปนพระอริยะขั้นตน ก็ตองเหตุปจจัยต่ําๆ อยางนี้หยุดมาใหไดเลย หยุดมาใหไดเดี๋ยวนี้ ไปกลับไปบาน หรือตั้งแตวันนี้เปนตนไป วินาทีนี้ที่เขาเปนตนไป การพนันนี้ไมตอง ไมตองไปพึ่ง วาจะตองมีรายได จากการพนัน จะตองมียศ มีเกียรติ เพราะการพนัน จะตองมีความสุข เพราะการพนัน ไดรับการสรรเสริญเพราะการพนัน อยาเลย เลิกเสียเถอะ หรือแมแตสิ่งเสพติด ที่หยาบๆ ฝน เฮโรอีนเหลายาอะไรตางๆถาของผูหญิง เรื่องการแตงตัวที่จัดจาน เห็นไมได เรื่องแตงตัว ละขึ้นหนาเลยเสร็จแลวเปลืองยิ่งกวาผูชายเขากินเหลา เปลืองกวาเขา หมดเลย อะไรมาใหม อะไรแพงไมวา อดไมวา หิวไมวามีเงินเทาไรก็ไปเสียใหมัน เพราะเขาหลอกนี่คุณ หามเขาไดหรือ ในโลกนี้ รานแฟชั่น รานอะไร propagandaโฆษณาวิทยุโทรทัศน หนังสือพิมพ โฆษณาทุกทาง ที่จะใหโฆษณาได มันทําทุกอยาง เพื่อหลอก เพื่อมอมเมาเราถาเราเอง เราไมมีปญญาเราก็แพ เพราะฉะนั้น จิตที่เปนราคะติดในการแตงตัว อาตมาถือการแตงตัวของผูหญิงนี้ เปนการเสพติดอยางหนักอันหนึ่ง เพราะฉะนั้น เรารูการแตงตัว พอเหมาะ พอสม ไมตองไปมากไปจัด ไปจาน อันนี้ถือวา ลดลงมาไดแลวนะ พอประมาณอยู นี่เรื่องสิ่งเสพติด เรื่องราคะก็เปนผัวเดียวเมียเดียวก็พอ ถาราคะ จัดกวานั้นถือวา ไมนับวาเปนมนุษยอริยะ ถือวามนุษยยังหนาแนนดวยกิเลส เรียกวาปุถุ ปุถุนี่แปลวา หนาทึบ ยังหนาเตอะดวยกิเลสอยู เรียกวาปุถุชนชนที่ยังหนาดวยกิเลส ถาผูใดเปนอริยะแลว ราคะก็ขนาดผัวเดียว เมียเดียว นี้ก็แสนทุกขแลว อาตมากลาวอยางนี้นี่ ไมใชดูถูก มันทุกขจริงๆ แตพวกคุณนี่เห็นทุกขเฉยๆนะ เพราะฉะนั้น แนวโนมของศาสนาพุทธจึงออกมา แมมีผัวเดียวเมียเดียว ทนไมไดกิเลส ตัณหาอะไรยังมาก ทานก็อนุโลมให เอา! ผัวเดียวเมียเดียว ถาเราลดละได ผัวเดียวเมียเดียวก็หนายคลายลงมา จนกระทั่งลดละ มาเปนศีล ๘ ไมตองเกี่ยวของกัน ไมตองยุงกันได เราก็อยูได ทนได แมจะมีอารมณ เราก็พยายามผอนปรน บายเบี่ยงไปเปนการออกกําลังกาย ไปทํางานอื่น เปนการทําประโยชนอื่น มันก็ลดหนอยลงมา อารมณลดลงจนกระทั่งเขาใจไดวา มันไมมีอารมณหรอก แมแตผูหญิงผูชาย ก็ไมมีอารมณอะไร มันเหมือนตนไม เกสรดอกไมตัวผู ตัวเมีย มาผสมพันธุกัน มันก็เปนอยางนั้น มันไมมีอารมณหรอก แตเราสิโง ไปถูกเขาหลอก ไปสัมผัสเสียดสีแลวก็มีรสชาติ เราโง อาตมาใชคําวาโง อันนี้คืออวิชชา มันโงจริงๆเปนอวิชชาถาใครเห็นชัดเปนอลมริยญาณทัศนวิเสโส มีปญญาตรัสรูตัวนั้นขึ้นมาจริงๆแลว มันเห็นจริงๆ เลยวาปดโธ ! โงเราไปถูกเขาหลอก จนกระทั่งวามีรส มันเปนการสัมผัสเสียดสีธรรมดา มันไมรส มีชาติอะไร มันสัมผัส ก็รูวามันสัมผัส มันสัมผัสกันนานก็รอน ก็เทานั้น ไมมีอะไรหรอก แตคนไมรู อยางนี้ คนที่ยังไมเกิดปญญาเปนอลมริยญาณทัศนวิเศษ อยางนี้ จึงไปหลงเปนรสชาติ ถาใครละ กิเลสอันนี้ออกมาได พิจารณาเห็นจริงตัดออกมาได สบาย ลอยลํา ไมตองแตงงาน แตเปนคนที่มี อิสระมาก มีเสรีภาพอยางมากสามารถที่จะทํางานไดรอบตัว ชวยเหลือ เฟอฟายมนุษย มวลมนุษยชาติ ไดอยางมาก ไมตองมีภาระประเดี๋ยวจะตองมีลูกมีหลาน มีอะไร จะตองไปกังวล เปนภาระอีกมาก ไมตองมี ชวยเหลือโลกไดอยางดีนี่อยางนี้เปนตนนะ ถาผูใดพิจารณาไปจนกระทั่ง นี่ อาตมาอธิบายราคะมากไปหนอยหนึ่ง ถาโสดาบันแลวก็ ผัวเดียว เมียเดียวก็พอโสดาบันนะ นี้เหตุปจจัยของโสดาบัน และก็เรื่องอื่นอีก เรื่องของมหรสพ การละเลน เดี๋ยวนี้มอมเมากันเยอะยิ่งขณะนี้ ขาวยิ่งออก ไมกี่วันนี่ หนังสือพิมพก็ออกขาววา ทางดานอเมริกา ยอมรับแลววาโทรทัศนรายการโทรทัศน มอมเมา ใหเด็กเสียคน เกิดจิตอํามหิต เสียสุขภาพ เสียสุขภาพทางจิต ทางกายนะเสียหายหลายอยาง ตองไปให ศาสตราจารยทางอเมริกามาพูด ถึงคอยเชื่อ ศาสนาพุทธพูดจนปากจะฉีกไมไดยิน ไมฟง ทางดานอธิบาย อยางกะอะไรดี โดยเฉพาะพวกเราอโศกนี่ อธิบายไปทางสื่อสารใดๆ ออกอากาศบอกทางปาก ออกทางหนังสือ แจกจายไป อานก็อาน แตไมเชื่อ นี่เรียกวา เรายังไมเคารพปญญายังไมเชื่อในภูมิของพุทธศาสนา แตถือตัววา มีพุทธศาสนาเปนเอก ใครมาลบหลูก็ไมได แตภูมิความรูของพุทธเองไมเชื่อ พระพูด ก็ไมเชื่อนะ แลวมานับถือศาสนา ไดอยางไร นับถือพุทธไดอยางไรพระสงฆนี่ถือวาเปนอริยะบุคคล ถือวาเปนผูที่มีปญญา ไมเชื่อ อยางนี้มันนาไหมนะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็เอาเถอะ ไมวากระไร แมไมไดยอมเชื่อ ก็วาไมยอม เราไมไดเชื่อกันก็เอาเถอะ ก็ขอใหได ตั้งขอสังเกตไววาศาสนาพุทธนี่ สอนมานานแลว สองพันกวาป ความรูแคนี้ เขาเพิ่งรูแตศาสนาพุทธ โดยเฉพาะพวกอาตมานี่ที่เปนพระสงฆสาวกของพระพุทธเจา อาตมายืนยันวา อาตมารูพวกนี้เพราะภูมิธรรมของพุทธศาสตร ไมรูเพราะไปเรียนอะไรอยางศาสตราจารยทั้งหลาย ทางโลกเขาเรียน ไมใชอาตมาเรียนทางพุทธศาสตร และรูอันนี้แหละ ไดกลาวอันนี้ไวแลว กอนที่ จะไดขาวกันมา พูดมานานแลวแตเขาไมไดยินกัน หรืออยางไรก็ไมรู หรือไดยิน แตไมเชื่อ นั่นแหละ อาตมาเขาใจอันนั้น เขาใจวาจะเปนอยางนั้นเพราะฉะนั้น ก็ดีแลวละ ก็ไมวาอะไร เมื่อเห็นตรงกัน เมื่อเห็นถูกแลว ก็ดีแลวละ ชวยกันระงับ โทรทัศนอาตมาเคยบอกวา บานอารยชน ไมมีโทรทัศนในบาน ซึ่งโทรทัศนทุกวันนี้ ยิ่งถายทอดกันดวย สถานที่ถายทอดทุกวันนี่นะ อาตมา ขอยืนยันวา โทรทัศน ทุกวันนี้มอมเมา มีเปอรเซ็นตที่ทําใหมนุษย โดยเฉพาะเด็กเสียมากที่สุดแลวอยามาโทษ อยามาโทษเด็กไมได เพราะเราเอง เราไมกําหนดสิ่งแวดลอมใหแกเด็ก เรามอมเมา เด็กของเราโดยความรูเทาไมถึงการณ เรานึกวาเรานี่เปนอารยบุคคล หรืออารยชนที่ตองมีโทรทัศน ไวในบาน แตคุณไมรูวาสาระของโทรทัศน ถายออกมานั้นนะ เปนของเสีย เปนสภาพแวดลอม ที่เปนพิษ ประเดี๋ยววันนี้ เย็นนี้ จะพูดถึงสภาพแวดลอมที่เปนพิษ ถายสภาพแวดลอมที่เปนพิษ มอมเมาเด็ก ของเรา โดยเราหามเด็กก็ไมไดไมมีมาตรการหามเด็ก ไมมีอํานาจพอ เด็กก็ตองถูกรับ ซึมซาบ ถูกรับยัดเยียดใหเด็ก เด็กมันรับละเอียดรับไปแลว ก็สรางเปน concept สรางเปนสิ่งที่ ตราตรึงไวในใจ เด็กเสียแน เพราะฉะนั้น เด็กรุนหลังนี่มันตองอํามหิตแน เพราะหนัง ละครทั้งโป ทั้งมอมเมา ราคะโทสะ มีทั้งนั้นนะ มีสภาพ ราคะ โทสะ โมหะ ไปหมดสวนสาระนั้นมีบาง ก็ไมไดปฏิเสธทีเดียววา โทรทัศนไมมีสาระโทรทัศนถายทอดทุกวันนี้มีสาระบาง แตไมวิเคราะหใหดี สาระนอย แตสิ่งมอมเมานั้นมาก เพราะฉะนั้น เมื่อเรามี ตูวิเศษ ที่จะถายทอดกระจายรังสี กระจายรัศมีมามอมเมา เปนการใหความรู แกเด็ก แตเปนความรูเหลวเปวไรสาระมากกวาสาระ เด็กเราเกิดมาไดอะไร ก็ไดความไรสาระ มากกวา สาระ โทษไมได ใครเปนคนทําเราออกสตางค ซื้อโทรทัศนมาเอง เราเองมาตั้งไว ในบานเองดวย จายคาไฟเองดวย เสียเมื่อไรซอมจายคาซอมเองดวย เราเองเปนคนสรางเด็กเอง เราเองเปนพระเจา ผูกําหนดเด็ก โดยเราไมรูวา เราเอาอะไรไปกําหนด เอาวัตถุที่เลวไปใหแกเด็ก วัตถุนี้ก็กําหนดเด็ก เขาดวย โดยเราไมรูดวยปญญา เราไมมีจิตที่สูงจึงกลายเปนการเพิ่มเติมที่ขาดทุน เพราะฉะนั้น อาตมาใชคําพูดนี่ อาตมาออกจากงานมานี่งานที่อาตมาทําแตกอนนี้ ออกจากบริษัท ไทยโทรทัศน แตมาพูดนี่ เหมือนคนอกตัญู ดูถูกโทรทัศนอาตมาไมไดดูถูกดวยภาษา หมิ่นเหมหรอก ดูถูกจริงๆ ดวย ดูมันถูกนะ เห็นมันถูก เห็นถูกวาโทรทัศนมอมเมามากกวาใหสาระเมื่อเราไมมีมาตรการที่จะควบคุม ถาคุณมีโทรทัศนอยูที่บาน คุณควบคุมได ใหเด็กดูแตรายการ ที่เปนสาระแทคุณเองเปนตัวเซ็นเซอร เปนกองเซ็นเซอรเอง และเด็กไมมี นอกเวลานั้น จะมาดู มอมเมาไมได จึงมีโทรทัศนไมวาแตคุณทําไดไหมละ ถาคุณทําไมได อยาไปมีเลยโทรทัศน มันซึมซาบ ทุกวันนะคุณ ไมใชนอยๆนะ ทุกวันๆเด็กไมเปนอันดูหนังสือ หนังหา เด็กไมเปนอันทํางานทําการอะไร งานในบานก็ขี้เกียจ หนังสือหนังหาก็ไมดูแลวแถมไปนั่งดู สิ่งที่มอมเมา สิ่งที่ไรสาระดวย ขาดทุน ตั้งรอยเบี้ยพันเบี้ย ขาดทุนมหาศาลเลยฟงดีๆเพราะฉะนั้น สื่อสารตางๆนี่ ตองพยายามนะขนาดนี้สื่อสารมวลชนไมวาจะเปนโทรทัศน ไมวาจะเปนวิทยุ ไมวาจะเปนหนังสือตางๆ หนังสือตางๆหรือแมแตสื่อสาร ที่มาในรูปแบบอะไรก็ตาม แตตองพิจารณาใหมาก ไมเชนนั้นจะกลายเปน มหรสพ การเลนมอมเมาชีวิตเรา มอมเมาชีวิตเด็ก ๆ ของเราดวยและนาสงสาร เพราะเราเอง เปนคนทําให เด็กของเราเสียโดยความรูเทาไมถึงการณ สิ่งเหลานี้ ถาจิตของเรามันไมติดเอง เราเอาไวเพราะเราคิด ถามีโทรทัศนเราจะไดดูบันเทิง เราจะไดดูสิ่งมอมเมา ที่ตัวเองคิดเอง เราแยเองมาตั้งแตตน ลูกเตา ก็ไดเชื้อเคา อันเดียวกันไดอันเดียวกัน เพราะฉะนั้น เราตองฝนใจตัวเราดวย ถาเรายังไมหลุดพน เราก็ตองฝนใจ ไมเอาหละอันนี้ไมตองอยากดู อยากเห็น เราหามเด็กก็หามไมไดอยางนี้ หนังละคร ทุกวันนี้ตามโรง อาตมาชี้วาเปนขุมนรกโรงหนังทุกวันนี้ อาตมาตราหนาโดยไมกลัวตาย เจาของโรงหนังเขาจะมาฆาอาตมา เพราะวา ไปตอตานเขาหาวาเปนขุมนรก และอาตมาพูดอยางไมตองกระมิดกระเมี้ยน ไมตองสะเทิ้น สะทาน ไมตองอายไมตองเหนียมดวย พูดตรงๆ ซื่อๆนี่ ยอมใจอํามหิต ๒. เรงราคะ ถาไมมีกองเซ็นเซอร มันจะโปมันจะเลี่ยงมาทุกประตูที่จะใหโป เรงราคะตลอดเวลา และไมนั้นก็เปนหนังอีก เชิงหนึ่งก็คือ เชิงโมหะ เชิงบาๆบอๆไมเคยมีแลวก็คิดขึ้นมาบาๆบอๆ ตลกโปกฮา อะไรก็ไมรูเลอะเทอะ ไรสาระ เพอเจอ เปนสัมผัสปลาสทั้งสิ้นดูแลวเปลาดาย เสียเวลา เสียทุนรอน เสียแรงกาย แรงปญญาไปนั่งดู อาตมาถึงตราวาเปนโรงหนังที่ไมใหสาระเลย จะวาไมมีก็มีบาง ถาจะคิดเอานะ ใหประโยชน ใหเรา ไปคิดเอาเองตีกลับอยางกะพวกคุณ ฉลาดแสนฉลาด ดูแลวก็ไปรูสึกนึกๆอยูเอาเองได ไมจริง คุณดูแลว คุณก็จะติดรสและพยายามยั่วเยาใหคุณ แหม บูสุด มันสุดตอ ตอยสุดเตะ ราคะโอโห! สุดรักหวานจอย ตลกโปกฮาลึกลับซับซอน แปลกประหลาด นอกโลก ในโลก เรื่องผี เรื่องสาง เรื่องอะไรที่มันไมมีเลย แตเขาก็มาสรางมอมเมาคุณเปนโมหะ ซึ่งไมไดเรื่องอะไร เพราะฉะนั้น โรงหนังพวกนี้ อาตมาถึงไมไวหนา มีเปอรเซ็นตนิดหนึ่งที่จะเปนสาระไมถึงหนึ่งเปอรเซ็นต หรือ หาเปอรเซ็นต แลวเรื่องอะไร เราจะไปเสียเวลา เพราะฉะนั้นโรงหนังพวกนี้ อาตมาตราไวเลย นี่แหละ เปนโรงนรก ขุมนรกที่ใหญที่สุด และมันจะพรางตาคุณ หลอกตาคุณวาอัครฐาน ใหสวย ใหงาม มอมเมาฉาบพอกไว ไมเชนนั้น เดี๋ยวคุณรูตัววาเปนขุมนรกมันจะตองพยายามเอาอื่นมาแก แหม เย็นสบายนะ หอม บันเทิง นุม นิ่ม อะไรทุกอยางมันหลอกคุณไวทั้งนั้นแหละ สวยนะ อะไรตางๆ แลวคุณก็ไปตกขุมนรกเหลานี้เรามาชวยกัน ถาใครเขาใจ ฟงแลวชัดแจงแลว ออ นรกขุมอยางนี้ ไมตองไปตก คุณก็เปนมนุษยเจริญโลกไมตองติด มันจะหลอกอีกกี่หลอก มันจะสรางมามอมเมาอีกกี่มอมเมา ไมตองไปเสียสตางคคุณเมินไดเมินเฉยได จิตวางได มันจะบอกวาหนังสุดสนุก สุดเผ็ด สุดมัน สุดยอด ถาใครไมดู เสียชาติเกิดแลวจะประโคมกันอยางนี้วา ยอดหนัง โอย! เรื่องนี้คนอัดกันไปดูนี่ จองบัตรลวงหนานี่ หาแสนแลว เอาเถอะยอดรักยอดใคร ยอดสนุกอยางไรก็เถอะ มันเรื่องหลอกคุณทั้งนั้น มอมเมา ทั้งนั้นแหละ ถาคุณไมเชื่อคุณก็ไปดูอยูนั่นแหละ แตถาคุณเชื่อ เกิดอลมริยญาณทัศนวิเศษ ขึ้นมา ในใจเดี๋ยวนี้ คุณตรัสรูเดี๋ยวนี้นะจิตนั้นก็ตาย ยอมอยางไรคุณก็ไมขึ้น หรือ รูแลวละ อยางดีคุณก็ บอกวา สนุกแบบรสชาติแบบนั้นแหละเปนโลกียรสอยางนั้น เขาใจแลว คุณไมตองเสียสตางค นี่เรียกวาจิตเราขาด จิตเราตาย จิตเราดับสนิท ยั่วไมขึ้นยุไมขึ้นอีกแลว จิตนี้ดับ จิตนี้ตายสนิท เพราะจิตตรัสรูมันเกิด มันมีตัวเกิด จิตมันเกิด และตัวตรัสรูนี่แหละเปนตัวกลาง และมีตัวตายนี่เรียกวาธรรมะ ๓ ตัวนี่ เปนอันเดียวกัน เกิด ตรัสรู ตาย หรือปรินิพพาน เปนอันเดียวกัน มีนิพพานแลวคุณสงสัยตัวเองไหม เปรียบดูเอาเอง อันนี้เราจะตัดไดไหม เรื่องใดที่คุณติด ตั้งแตอบายมุข อาตมา ขอชี้ไลเทานั้นจะไมอธิบายตอ การพนัน สิ่งเสพติด เดี๋ยวดูไดเลยนี่ เดี๋ยวดูใหชัดแจงเลย มีสีสันโอโฮ ดูกันชัดเลยนะ สิ่งเสพติดแลวก็มีเรื่องราคะ ผูหญิง ผูชาย เรื่องมหรสพการละเลน เที่ยวกลางคืน คบมิตรชั่ว เกียจครานถาเราไมเปนมนุษยอยางนี้ มีศีล ๕ เราก็บร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน