บุญนิยมจากโลกาภิวัฒน์.pdf

โฟลเดอร์หนังสือธรรมะพ่อครู
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์1.57 MB
วันที่แก้ไข11 สิงหาคม 2540

เนื้อหาในไฟล์

บุญนิยมจากโลกาภิวัฒน์ ตอนที ๑ หนา ๑โดย พอทานสมณะโพธิรักษเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๓๗ เนื่องในงานพุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ ๑๘เอาตั้งใจฟง เราจะเริ่มตนบุญนิยมจากโลกาภิวัฒน อาตมาไดพยายามตั้งชื่อวา "บุญนิยม" ขึ้นมานี่ ถาใครมีไหวพริบก็คงจะเขาใจไดทันทีวาอาตมาไมไดทิ้งโลก ที่เอาโลกาภิวัฒนมาพูด ก็คือภาษาของชาวโลก ทั้งหมดหลายคนก็บอกวาไมใชธรรมะ ก็ถาเมื่อคุณฟงบุญนิยมเปนธรรมะมาตลอดเวลา คําวา "ทุนนิยม" ก็คือธรรมะฟงดีๆ เพราะวา "บุญนิยม" นี่ก็ตั้งคูเทียบคูเคียงซึ่งอาตมาก็พูดถึงอยูเสมอ วาเปนตัวที่จะเอาเขามาแกไขคําวา "ทุนนิยม" เพราะฉะนั้นพอถึงวัน ถึงโอกาสอาตมาก็หยิบเรื่องของทุนนิยมมาพูดกันเต็มที่ ก็คือบทความ "โลกาวิวัฒน ๒,๐๐๐" นั่นแหละ พอไดฤกษไดโอกาสก็หยิบขึ้นมาพูด เมื่อคุณเขาใจ "บุญนิยม" คุณจะตองเขาใจ "ทุนนิยม" เพราะเหมือนกับที่พูดแลววาในโลกุตระนั้นมีโลกียะอยูในนั้นเสร็จ แนนอนที่สุดพวกทุนนิยม เขาไมรูจักบุญนิยม ในโลกียะเขาไมรูจัก โลกุตระเพราะในโลกียะมันไมมีโลกุตระ หรือในทุนนิยม มันไมมีบุญนิยม แตในบุญนิยมนั่นมันมีทุนนิยมมันมีทุนนิยมอยูในนั้นเสร็จเพราะฉะนั้นคนที่ศึกษามา ฟงธรรมะมา พออาตมาเอา "โลกาวิวัฒน ๒,๐๐๐" มาพูด ยี้เลย ฟงไมได ไมรูเรื่องแสดงวา เรียนมาตลอดเวลาไมรูเรื่อง เรียนมาตลอดเวลาไมไดเกิดปญญา เรียนมาตลอดเวลา ไมไดเปนธรรมะไมไดรูจักธรรมะธรรมะของพระพุทธเจานั้นนะ เรียนรูจักสมมติสัจจะ เรียนรูจักรูป นาม เรียนรูจักสิ่งที่เปนที่มี แลวเราก็อยูเหนือสิ่งที่เปนที่มี จนกระทั่งจิตวาง จิตมันไมไปติดไปยึดอะไร สิ่งที่เปนที่มีเหลานั้น ไมมีฤทธิ์ ไมมีอํานาจที่จะมาครอบงําจิตของผูที่บรรลุแลวนั้น แตเราจะไปหาม ใหอะไรตางๆ มันไมมีไม

อ่านต่อ

ไดเพราะฉะนั้นพระอริยะยิ่งปฏิบัติ ยิ่งเรียนรู ก็ยิ่งจะรูจักสิ่งที่มีในโลกมากขึ้นๆ ยิ่งเกิดปญญา ยิ่งมีโลกวิทูยิ่งมีพหูสูต ยิ่งมีความรูรอบ ความรูกวาง หรือความรูที่ชัดเจน แตที่วาเราจะตองตัด หรือวาเราจะตองตีกรอบเราจะตองไมขยายใหกวางออกกอน ก็เพราะวาอินทรียพละของแตละคนที่ปฏิบัตินั้นนะ จะอาขาผวาปกพอเริ่มตนก็รูมันไปเสียทั้งหมด แลวก็รูยาวเหยียด รูเหมือนอยางที่คนโลกๆ เขาศึกษานี่ เขาจะรูกวางๆ ไปแตเขาพายแพไปตลอด เขาไมเคยอยูเหนือมันไดสักอยาง เขาก็มีแตแบนกับแบน มีแตตายกับตาย เพราะถูกสิ่งเหลานี้ทับถม หลุดไมไดมีแตผูก มีแตมัด มีแตทําใหตกเปนทาสของสิ่งเหลานั้นไปตลอด เพราะวิธี การเรียนของเขา เขาไมไดเรียนอยางละ อยางวาง แตเขาเรียนอยางติด อยางยึด มันจึงผูก มันจึงพัน มันจึงยิ่ง ทําใหเขายิ่งยุงยิ่งหนักยิ่งหนาแตศาสนาหรือโดยเฉพาะศาสนาพุทธนั้น เรียนรูแลวก็ละก็วาง เพราะฉะนั้น เราเองเราไปรูอะไร หรือเราไปรับอะไรมาตั้งเยอะตั้งแยะแลว เราตองตีกรอบกอน ขีดเสนกอนวา เราอยาเพิ่งนะ บางที บางอัน บางอยางเราไปรูมากๆ แลว เราก็ยังสูมันไมได หรือวาไปรับมันมาไวมากอนแลวตั้งมากๆ ติดมันตั้งมากๆ แลวเราก็ตีกรอบวา เราเอาแคนี้กอน เรียนรูเทานี้ แตรูนะไมใชวาไมรู ศาสนาพุทธไมใชวา หลับหูหลับตา แลวก็ทิ้งมันไปดื้อๆ ไมใช รูมันใหเทาทันเลยวามันก็คือมัน อะไรคืออะไรยกตัวอยางงายๆ อยางอบายมุขนี่มันอะไร กินเหลาสูบยาคืออะไร ลิปสติกคืออะไร เครื่องทาหนาคืออะไร เสื้อผาคืออะไร ไมใชวาทิ้งมันไปหมดดื้อๆ งายๆแตทีนี้ก็มาหัดวางมาหัดปลอยดูซิ พอหัดปลอยหัดวางมันก็จะปลอยจะวาง ก็ไมไดหมายความวา เราเองเราจะตองไปทําลายสิ่งเหลานั้น ก็ไมถึงทําลายสิ่งเหลานั้น ก็ใหคนไปใครเขาจะติดจะยึดก็วาไป เราก็มักนอยอาศัยมันแตนอยลงมาเรื่อยๆ แลวมันก็มีอยูในโลกนี้แหละ มันมีมามาก มันมีมามีฤทธิ์ทางรูป ทางรส ทางกลิ่นทางเสียง ทางสัมผัส มีอยางไรๆ มาเราก็เรียนรูมันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเขาใจฤทธิ์เดชของโลกีย ฤทธิ์เดชของรูป รสกลิ่น เสียง สัมผัส ฤทธิ์เดชของคานิยม ที่คนไปหลงนิยม ไปหลงยึดหลงติดเอาไวจนเรียกทางภาษาธรรมะวาอุปาทาน คือติดยึด ฉวยเอาไวไมปลอยอุปาทาน ติดยึด ก็คานิยมทั้งนั้นแหละสมมติกันขึ้นมาจะสวย จะไพเราะ จะชื่นใจดวยกลิ่น จะอรอยดวยรส จะเปนสุขเพราะไดสัมผัสทางกายหรือแมแตจะเปนสุขเพราะไดปนขึ้นมาทางจิต ปนเนรมิตสราง คิดฝน อะไรก็ตามใจเถิดขึ้นมาแตทางจิตแลวเราก็เปนสุข อรอย หรือไดสมใจ ตามที่เราไปยึดไวแลวในจิต จะตองเอาอยางนี้ จะตองเปนอยางนี้จะตองไดอยางนี้ ตองมีอยางนี้เมื่อไมไดไมเปน ไมมีก็ทุกข ไมสมใจ ไมชอบใจอะไรตางๆ ก็ตาม แลวก็เรียนรู ไปในสิ่งที่มันมาประกอบดวยกับชีวิต แลวเราก็ไปหลงเขรอะขระ เยอะแยะหอบหิ้วอะไรๆ ก็จะตองมีมาก มีมาย มาพิสูจนเพื่อปลดเพื่อปลอยออก ลดละแมแตเปนวัตถุรูป เปนอะไรตออะไรออกไปเรื่อยๆ แลวเราก็มี ชีวิตอยูลองดู ตั้งแต ใกลตัวตั้งแตรูวามันรูสึกหยาบ รูสึกไดดวยปญญาวา เออ ! อยางนั้นมันไมตอง ไปยึด ติดเอาไวแลว ปลอยเถิดเลิกเถิดไมตองมีไมตองเปนก็ไดอยางนี้มาเรื่อยๆ จนกระทั่งเห็นวาโอ ! ชีวิตนี้มันเบา ชีวิตนี้ ไมตองไปหอบชีวิตนี้ไมตองไปหาม ไมตองไปเปน ไมตองไปมีอยางเขาเปนเขามี มันก็สมบูรณ ในตัวมันแลวกินมีรสแคนี้ตามจริงของมัน ไมตองไปปรุงอะไรมาก จนกระทั่งกินอาหาร ก็กินตามธรรมชาติ ขาวหุงมาก็คือขาวหุง มีผักก็กินกับผัก กินคนละที ขาวก็กินที ผักก็กินที ผลไมก็กินที กินเขาไปแลว ในทอง มันไมเคยบอกวา เฮย ! ไมทํางาน เอ็งกินมาไมประสม เอ็งกินมาไมปรุงแตง ขาไมทํางาน ทองมันไมเคย วาเลยมีแตมันทําหนาที่สังเคราะห แลวก็ไดธาตุที่ดีมา มันจะบอกวาสบายเลยไมยุงงานนี้ โอโฮ ! แตกอนนี้ มันประสมเละมาเลย โอย ! กวาจะเปนผักมันเอาไปตม มันเอาไปดอง เอาไปแกง มันเอาไปยํา มันเอาไป ผสมเค็มผสมเปรี้ยวใหเขาเนื้อใหทาสีใหพอกกันมา โอย ! กวาจะมาสังเคราะหออก ถามันบนได มันคงบน อยางนั้นกวาจะสังเคราะหเอาธาตุแทๆ มา แลวก็เอาไปเลี้ยงเซลลประสาทรางกาย ธาตุที่เปนธาตุอะไร ที่ใชในรางกายนี้โอ ! ยุงฉิบหายเลย ถามันบนไดมันคงบนอยางนี้นะ แตเจาคนนี่ไมคอยรูเรื่องฉะนั้น เรามารูเรื่อง แลวเราก็สะอาด รางกายก็สบายซอนเนียนจริงๆ ไมใชเดา การจะสังเคราะห เพื่อที่จะแยกแตกตัว จะอะไรออกมานี่ มันก็เปนแคลอรี่ที่เปนพลังงานที่มันจะไปทํางาน ถาเราไมไปทําเลอะอยางนั้นมากมาย มันก็ทํางาน แตใชแคลอรี่แตนอย มันก็งายนะซิ ทองไสก็สบาย อะไรก็สบาย เพราะมันไมตอง ยุงมากน้ํายอยมันเวียนหัวเปนเหมือนกันนะ ใชไหมถาเผื่อวาเราไมทําใหน้ํายอยมันเวียนหัว ทองไสเราก็ไมปนปวน ถาน้ํายอยมันเวียนหัว ทองไสเรา ก็ปนปวน โธ !เวียนหัวฉิบเปงเลย กินอะไรมาใหยอย น้ํายอยมันก็อาจจะบนอยางนั้นก็ได นี่พูดเปนภาษาคน ใหฟงใหมันดูหยาบๆ อยางนี้เปนตน โรคภูมิแพยิ่งเยอะ เพราะวาพลังงานมันหมด มันจะยอย มันจะทําโนน ทํานี่ก็ชีวิตรางกาย คนไปทําใหมันหมด ทําใหมันยุงนะ เพราะฉะนั้นเราก็งายขึ้นมา สะดวกขึ้นมา อะไร ขึ้นมาแลวเราก็เรียนรูกัน ไปติดมันทําไม ? รสอรอยไปติดมันทําไม ไอกลิ่นเหม็น กลิ่นหอม กลิ่นธรรมชาติกลิ่นอยางโนน อยางนี้มันก็เปนอยางนั้นแหละ เรียกวาหอมก็วาไป อยางนี้เรียกวาเหม็นก็วาไป ไอคนที่เกลียดน้ําหอม ก็วาเหม็น เวียนหัว เหม็นขิว ภาษาอีสานวาเหม็นขิว ภาษาภาคกลางก็วาเหม็นฉุน แตคนที่ชอบก็วามันหอม มันก็วากันไป สมมติกันไป เรามาเรียนรูแลว นี่อาตมาก็เทาความ มาย้ํา มาพยายามที่จะพูดใหรําลึก ซ้ําซากก็เปนอยางนี้ หลักๆ มันก็มีอยูแคกามคุณ ๕ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส แลวก็ในภายใน ซึ่งเปนเรื่องของจิตวิญญาณที่จะลึกซึ้งเขาไปอีกมากมายเลย เปนเรื่องของจิตในภายในเพราะฉะนั้นเมื่อเราเรียนภายในเราก็เรียน ภายนอกเราก็เรียน ทีนี้พอเรารูภายในไดดี เราลดละไดดี ก็มีพลังอินทรียพละแข็งแรง เราก็ยิ่งจะมาเปนฐานอาศัย เปนตัวพลังงาน เปนฐานราก ที่แข็งแรง สามารถที่จะไปรูแลวก็เพิ่ม ตอนแรกเราตีกรอบเราก็ตองขยายกรอบเพิ่มขึ้นที่นี้เอา สัมผัสเกงขึ้น รูอะไรตออะไรมากขึ้นโดยธรรมชาติ ไมตองไปหามาใหตัวเองดอก ไมตองไปแสวงหา โอย ! ยังไมเคยแตงงาน ตองไปแตงงาน ดูกอนไมตอง ยังไมเคยไปมีเงินลานจะตองไปมีเงินลานกอน มันจะทิ้งไดไหม ตองไปมีกอน ตองไปหา เงินลานแลวคอยทิ้ง ยังไมไดกินนี้อรอยๆ เขาวาอรอยนักอรอยหนา ตองไปชิม มันยังไมรูวาวางไดหรือเปลาเขาวาจะตองไปดูนางสาวไทยแลวกิเลสขึ้น ตองไปดูกอน ตีตั๋วขึ้นไปดูกอน มันถึงจะพิสูจน ไมตองไมตองไปหาเรื่องมา เพื่อที่จะละ มันจะมาโดยธรรมชาติ โจทยมันจะมาเอง ยิ่งไมเอามันยิ่งจะมาเอง อาตมาไมตองไปหาเงินลานดอกทุกวันนี้ ก็มีคนมาถวายเปนทีละลานอยางนี้ มันก็เหมือนกันนั่นแหละ มันก็ไดลองแลวเฮอ! ไอลานนี่เราจะเอาไหมนี่ เปนของเรานะนะ เขาใหแลวนี่แลวแตเถิด พอทาน จะเอาไป จายอะไรใชอะไรก็ตามสบาย แนะ โอโฮ ! มันสบายหยอกใครอยางนี้เปนตน เขาก็เอามาใหเองแหละมันก็จะตองมี ไอที่แหลมที่ลึก ที่เรื่องนั่นเรื่องนี่อะไรก็แลวแต เรื่องกามก็ตามใจเถิด มันจะมีตามวิบาก ตามฐานะของบุคคล มันจะเจอ สูใหไดก็แลวกัน ไมตองไปแสวงหาโจทย โจทยมันจะวิ่งมาหาเอง สูใหดี ก็แลวกัน หาวิธีใหดีใครไมมีโจทยมากก็ดีแลว มันไมเปนไรดอก แตมันตองมีไปตามขั้นตอน ตามฐานะ ของบุคคลตามวิบากตามกรรมวิบาก มันจะตองมีเพราะฉะนั้นเรายังอยูในโลกเราก็เปดขอบ เปดเขตตามที่เรากําหนดเองวา เออ! เรามันอยูเหนือแลว มันก็ อยูไดอะไรที่เราเหนือมันไปแลว อบายมุขเหนือมันแลว ไมตองไปหาอบายมุข เดี๋ยวมันก็มา บางทีนาเกลียด อบายมุขนี่รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสที่หยาบๆก็คืออบายมุข เราไมตองไปหามัน มันก็มาหาเรา แลวเราก็ สูมันใหดีตรวจใจใหดี สัมผัสแลวเราเองเปนทาสสิ่งเหลานี้หรือไม เสร็จแลวเราก็จะเกิดปญญา อีกอยางหนึ่ง วาเราเองเมื่อเราไมเปนทาสมันแลว เราจะใหมันเปนประโยชนอยางไร ซึ่งจะเปนประโยชน ในการรังสรรคธรรมะรังสรรคศาสนา รังสรรคคนที่ควรรังสรรค รังสรรคระบบ รังสรรคการงาน รังสรรคอะไร ที่ควรสราง ควรกอควรทํา มันเปนองคประกอบที่จะตองเกี่ยวเนื่องกันอาตมาทํางานมา ๒๐ ปนี่ จะเห็นไดวามันก็มีรูปรอยของโลกมาอยูเรื่อยๆ ซอน เปนสัมมา กัมมันตะเปนสัมมาอาชีพ จนมาถึงวันนี้อาตมาพูดคําวา "อาชีพ" พวกคุณก็คงจะชัดเจนขึ้น มันจะไมเหมือน ศาสนาที่เขาใจผิดของโลกๆ เขา เขาบอกวาเขาปฏิบัติศาสนา ปฏิบัติธรรมะแลว อาตมาเรียกวาโลกๆ เพราะมันไมเปนโลกุตระ เขาหนีไปเลย เปนฤาษี ทิ้งไปเลย โลกุตระของเขาก็คือไมมีโลกียะเลย มันก็เหมือน โลกียะไมมีโลกุตระนั่นแหละ เหมือนกับโลกียะวิ่งหนีโลุกตระ แลวเขาก็บอกวาของเขาโลกุตระ คือวิ่งหนี โลกียะเขาก็คือโลกียะ ก็อัน เดียวกันนะ อยางเดียวกัน วิ่งหนีโลกก็โลกียะธรรมดา เขาไมไดเหนือ เขาไมได เขาใจเขาไมไดชัดเจน เขาไมไดมีความรูที่เราอยูเหนือ เราหลุดพน ที่เราหลุดพนได หรืออยูเหนือได โลกุตระ อุตระนี่แปลวาอยูเหนือ ทิศอุดรนี่อุดร อุตระเปนภาษาไทยก็อุดร แปลวาเหนือ ไมไดแปลวาทิ้งเพราะฉะนั้น การอยูเหนือกับการทิ้ง มันถึงตางกัน แคนี้แหละ โลกียะกับโลกุตระที่มันเพี้ยนกันอยู ทุกวันนี้เพราะลักษณะ ที่อยูเหนือไดนี่ พวกเราจะเห็นเดนชัด เมื่อเราเองเรามีชีวิตอยู เราอยูเหนือสิ่งเหลาใดแลวเราก็อาศัย หรือวารับแตนอย เพราะฉะนั้นเสื้อผาหนาแพร เครื่องกินเครื่องใช เราไดโภชเนมัตตัญุตาเราไดพิจารณา เครื่องอุปโภคบริโภคมาแลว แลวเราก็หลุดละวาง ปลอย พอ สันโดษ มักนอยมาเรื่อยๆตามลําดับ ปลดลงมาปลอยลงมาแลวพวกเรานี่อาตมาสอนในวิธีจากสูงมาหาต่ํา เอายากมากอนแลวคอยๆอนุโลม ขึ้นมา ที่จริงมันยากขึ้นนะ มันเนียน มันยิ่งสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น เขมขน เลนบทเขมมากอน ทิ้งเลย แหม !เสื้อผาหนาแพร กินขาวมามื้อเดียวปบ เสื้อผาหนาแพรแตงมอฮอม รองเทาถอด ปด แหม ! เรียกวา pass ชั้นเลย พวกนักศึกษา ยิ่งกวากศน. นักศึกษายิ่งกวากศน.pass สอบพรวด ยังไมเรียน ป.๑ เลยนะ เลนสอบ ป.๔ เลยสอบพรวดจาก ป.๔ ยังไมไดเรียน ป.๕ ป.๖ ป.๗ สอบ ป.๗ เลย พอจบ ป.๗ ปบไมเรียน ม.๑ ม.๒ ม.๓ ม.๔ ม.๕ ม.๖สอบ ม.๖ มันเลยพรวด เปนนักศึกษาอยางนั้น คือถืออินทรียพละ คลายๆ กับอาตมาคัดคนคนที่มีบุญบารมีมาเกาก็เอา มาถึงพรวดๆ แลวมันไดตามบุญ บางคนก็ไมจริง อวดดี ฉันนึกวาฉันแน สอบ passpass สอบไปสอบมา ทําทาเหมือนจะได เอาเขาจริงๆ ไมไดวะ ตก ! บางคน ตีลังกา ลงไปตามภูมิ ก็เปนจริงคนที่ไมมีภูมิ มันก็กลิ้งลงไป คนมีภูมิ ไปรอดก็ไปได ก็อยูคุณไดก็หมายความวา เมื่อไดแลวมันก็เบา วาง สบาย มันก็พอ มีสันโดษ มีสงบ ปวิเวกะ ใจสงบ ใจพอ กินเทานี้มีอาศัยเทานี้ ใชเทานี้ มีเทานี้ สําหรับตน พอ เพื่อผูอื่น อันนี้แหละมันแฝงอาง ! ฉันมีมานี่ ฉันรับ ไอโนนฉันอยากไดไอนี่ มาเพื่อผูอื่นนะ แตตัวเองก็ผานมือตัวเองก็อรอยผานนะ มาผานตัวเอง ใหเสพกอน แลวคอยไปใหคนอื่น ตัวนี้แหละแฝง ระวัง ทําทีเปนวาเพื่อผูอื่น ฉันทํานี่เพื่อผูอื่น แตตองผานมือตัวเรา เสียกอนเราก็เสพกอน แลวก็คอยโบยใหคนอื่น แลวบอกวาฉันไมเอา ก็ไมเอาซีผานคุณแลว แลวคุณก็โบย ใหคนอื่นแลวไออยางนั้นมันก็แฝงได ระวัง ! ตองศึกษาดีๆ ถามันสะอาดบริสุทธิ์จริงๆ แลว มันก็ทําเพื่อ ผูอื่นจริงๆจะตองมีอาคารบานเรือนเพื่อที่จะรังสรรคสรางสรร เพื่อที่จะทําประโยชนสวนรวม ไมใชมีเพื่อเรา ไมใชเราโอโฮมีอันนี้แลว สบาย เราชอบ ติดใจ โอโฮ ! วิหารนี้ เรือนนี้ อาคารนี้ พูดถึงตัวใหญๆ กอน มีเครื่องมืออันนี้ อูย !ชื่นชอบ มีปากกาอันนี้ เอามา ฉันเอามาทํางานเพื่อผูอื่น แตชื่นชมปากกา เสพอยู นั่นแหละ มีเครื่องใชอุปโภคมีเครื่องมือ มีเครื่องนั่นเครื่องนี่ ชื่นชม เสพอรอยก็เราไดใช ไดเปน ไดมี แลวก็มาอาง เพื่อผูอื่น ใชผูอื่นใชตองเปนจริง คุณไมขายก็เพื่อผูอื่นดีแลว คุณสรางเครื่องมืออันนี้ คุณมาใช แลวก็ทํา แลวก็ไปเพื่อผูอื่นเพื่อผูอื่นโดยไมขาย โดยไมเอาคาแรงงาน ไมเอาอะไรมาก็ดีชั้นหนึ่งแลว แตคุณ ก็ยังแอบเสพอยูตรงนี้นี่มันเปนชั้น เห็นไหม ตองเรียนรู ในที่อื่นนะ เขาไมไดสอนละเอียดอยางนี้ เขาก็ตองการเครื่องใชมาตัวเองเสพดวย ผลิตออกไปแลวขายดวย ผลิตออกไปแลว ตองมีสิ่งแลกเปลี่ยน กลับคืนมาดวยแมแตในวงการศาสนา ไดยินชัดนะ เขามาบริจาคใหนะเงินนี่ เขามาบริจาคใหนะ เครื่องมือนี้ สําหรับพระเชียวนะเสร็จแลวก็ใชเครื่องมือนี้ เงินนี้ใชสราง สรางเสร็จแลวขายตออีกนะ ไมใชไมขายเปนประโยชนกับคนอื่นอีกตอเหมือนกัน เปนประโยชนกับคนอื่นตอเหมือนกันฟงดีๆเพราะฉะนั้น จะกลบเกลื่อนวานี่เราทําเพื่อผูอื่นก็ได เปนของทุนนิยม ทุนนิยมก็นัยนี้ แตทุนนิยม ไมมีใครมาบริจาคใหเทาไรดอก ตองซื้อแลวก็ตองขาย สรางไปตอคนอื่น สรางไปแลวใหคนอื่น ขายใหคนอื่นแลวเขาก็ยืนยันวา ขายใหคนอื่นนั่นแหละ เขาทําประโยชน ซึ่งอาตมาบอกแลววา ลักษณะทุนนิยมมันไมมีประโยชน มันไมมีคุณคา คุณสรางอะไรขึ้นมา คุณลงทุนเองแลวคุณก็สราง สรางเสร็จแลว เปนผลผลิตพอเปนผลผลิตแลว ทุนมันเทาไหร เขาคิดหมดแมแต error แมแตไอที่คิดยังไมออกวา มันอะไร มันยังนึกไมออก เผื่อมันจะขาดหกตกหลน ตองบวก ๕ % error ๕% รวมเปนทุน วิธีคิดนะนา วิธีคิดการคา โดยระบบธุรกิจโดยระบบพาณิชย เขาจะตองอยางนี้เสมอแหละ หรือเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เขาจะตองคิด อยางนี้แหละทุนก็คิดทุนสมมติใหพันหนึ่ง คิดหมดแลว คาอะไรทุกอยางคิดหมดแลว เขาจะใหคนอื่น เอาไปใช เปนประโยชนวานะทุนมันพัน ขายพันกวา แลวก็เอาเงินคืนมา เอาเงินนั้นมา มันมาเปนเงิน มันตีราคา มาเปนเงิน เกินทุนเกินของชิ้นนี้ คนไดของชิ้นนี้ไปใชนั้นนะไมไดไปเปลา เขาเสียเงินมา คุณเอาคืน มาหมดแลว แตมันเปนตัวเงินทุนเปนพัน คุณก็เอาคืนมาหมดแลว เอาเกินมาอีก แลวคุณ ยังมีน้ําหนา บอกวา ฉันนี้เปนประโยชนนี่สรางพวกนี้ใหคุณไดใช สรางพวกนี้ ฉันนี่แหละสราง เปนไอ พวกนี้ไดใช ใหคุณไดใชฉันเปนประโยชนตอโลกตอสังคม ... เห็นชัดเจนไหม นี่ทุนนิยมเขาก็ยืนยันวา ของเขามีประโยชนแกโลกอาตมาขอยืนยันวา ทุนลักษณะระบบทุนนิยมไมมีประโยชน ไมมีคุณคาในโลก อาตมาพูดซ้ําซากกวานี้จะพูดไปอีกจนปากเปยกปากแฉะ มุมประเด็นพวกนี้ เพื่อแกประเด็นของความลมเหลวของทุนนิยม เขายืนยันเขาหลงอยูวาเขามีประโยชนคุณคาในโลก ไมใชแตเฉพาะที่เปนวัตถุแทงกอนอยางนี้ คาแรงงาน คาความคิดคาโดยเฉพาะแรงงานทางความคิดนักวิชาการคิด แลวเขาก็คิดคาแรงงาน เขาจะไปแสดงออก เขาจะไปบอกในความคิดของเขา เขาจะไปใหความคิดของเขาแกใครก็ตาม เขาก็คิดมาเปนเงินหมดแลว ก็ฉันเดียวกันมันไมเปนรูป มันเปนนามธรรม มันไมเปนตัวแทงตัวกอน แตเขาก็คิดราคามันมาหมดแลว เหมือนกันนั่นแหละแลวเขาก็ยังยืนยันวาเขามีประโยชนคุณคาตอโลก ตออะไรก็แลวแต ที่เขาไดสรางออกไป ไดคิดออกไปไดทําออกไป แตเขาคิดราคามันคืนมาหมดแลว คาแรงนะ คาแรงทางกายกรรม คาแรง ทางความคิดเขาเอามันมาหมดแลว ไมไดเหลือเปนประโยชนไวใหแกใครดอก แลวเขาก็ยืนยันวา เขามีประโยชนคุณคาในโลก... มันไมมีประโยชนคุณคาอะไรเทาขี้หมาดวย ขี้หมานี่เปนปุยไดไหม ? ได ! นี่มันไมมีประโยชน เทาขี้หมาเลยเห็นไหม เปนปุยไมได เขาเอาไปหมดแลวฟงความนี้ใหชัดวา ระบบทุนนิยมในโลกนี้ทั้งโลกใชไหม เพราะฉะนั้น ระบบทั้งโลกนี้ คนที่สรางสรร ทั้งความคิดและสรางวัตถุ สรางอะไรก็แลวแตนี่ ขายทั้งนั้นใชไหม ในระบบการขายทั้งนั้น ใชไหม แลวมันมีคุณคาอะไรแกกันไหม มันไมมีเลย เขารูเหมือนกันวาทานนี่เปนบุญ เปนกุศล เปนคุณคา เรียกในภาษาโลกวาคุณคาประโยชน เรียกในภาษาธรรมะวาบุญ กุศล เปนบุญ เราไดทาน เราไดใหนี่เปนบุญ เปนกุศล เรียกในภาษาธรรมะ เรียกในภาษาโลกๆ ก็วา เปนคุณคาเปนประโยชน นี่เราไดเปนประโยชนเปนคุณคาใหคุณ โดยเราไมแลกเปลี่ยนมา คือทานนี่คือใหหรือบริจาคนี่ เราไดบริจาค บริจาควัตถุ นี่ก็เอาบริจาคของไป เราไดเปนประโยชน เพราะของนี้ของเรา เราใหเขาเราก็เลยมีคุณคามีประโยชนแกเขา เพราะเราไมได แลกเปลี่ยนอะไรคืนมา มันไมไดสูญเสียอะไร เราใหแรงงานโดยไมคิดคาแรง คาแรงงานลงไปเลย เหงื่อไหล ไคลยอยเลยนะเหมือนกันทําใหเสร็จ หรือทางความคิดก็ตาม ใหความคิดเราไมไดแลกคืนมานี่มันเห็นชัด เราก็คืนนะ ไมไดใหเขา ไดประโยชนไดคุณคา ไดบุญ ไดบุญไดกุศล เพราะเราไดใหตามองนี่ทําทั้งรูปรางวิธีใหฟง หูฟง ตามอง จมูกดูดกลิ่น ถาเอากลิ่นไปได กลิ่นของคุณธรรม กําลังพูด ความจริงอธิบายความจริงเพราะฉะนั้น บุญนิยมกับทุนนิยมตางกันอยูอยางนี้ ถาเขาใจบุญ พวกทุนมันไมยอมหมดตัว ทุนนิยมเห็นไหมมันไมยอมหมดตัว แลวมันก็มีระบบที่ยังไมหมดตัว มันมีระบบที่จะไมหมดตัว ทุนนิยม สวนบุญนิยม มีความชัดแลวคุณกลาใหหมดไหมเลา ยังวาใหไมหมดไมได ก็แหม ! ทุนมันตั้งพันเห็นไหมนี่ เอาไปกอน ๙๐๐ กอน ใหไป๑๐๐ เดียว มีประโยชนแครอยเดียว มีบุญแครอยเดียว ทุนมันพันขอคืนกอน ๙๐๐ เรายังตองกิน ตองใชเรายังไมไหว เรายังนอยไมได เรายังไมมีพลังงาน เรายังไมมีทุนรอน เรายังเลี้ยงตัวไมได ขอคืนกอนแตก็ยังมียังมีบุญอยูตั้งรอยบุญนิยม ทุนพันหนึ่งก็เอามาแค ๙๐๐ กอน ถาเกงกวานั้น เอาขอ ๘๐๐ แหม ! ชื่นใจเราไดกําไรตั้ง ๒๐๐ แลว มีคุณคาประโยชนตั้ง ๒๐๐ เมื่อไรเราจะมีความรูสึก อยางนี้ จริงๆ ทุนพันหนึ่งไมตองเอาคืนมา อยูรอด อยูไดเอาไปเลย คนนี้เหมาะสมที่จะไดเอาไป ไมแลกเปลี่ยน ไมตองคืน ไมตองอะไรมาโอโฮ ! ไดตั้งพันเต็ม ทุนมันพันหนึ่ง ไดตั้งพันหนึ่งเต็มเลย ใหมันชัดๆ แลวมัน ก็สบายเพราะฉะนั้นใครที่ไดเขาใจอยางนี้ดวยปญญาญาณ ลางอุปาทานเกาๆ ลางความเห็นเกาๆ ทุนนิยมออกไปเปนบุญนิยม เขามาแทนที่ในหัวใจ มีเลือดบุญนิยม ถายเลือดใหม ถายวิญญาณที่มันเปนเลือดใหม เชื้อใหมคนใหม พันธุใหม เขาใจอยางนี้จริงๆ แลวก็เปนความจริง รูสึกจริงๆ สดชื่นเบิกบานที่ไดเสียสละ ไดสรางสรรแลวคุณจะไปเอาของคนอื่นมาเสียสละมันเปนของคุณหรือ หือ ? เราไมมี ไปขโมยเขามาทาน เสียสละ ไปขโมยของคนอื่นมาทานไมไดดอก เพราะฉะนั้น เรานี่แหละ จะเปนผูสรางสรร มีวิธีการรวมกันสรางสรร ทําเขาไปเปนระบบ ถาโลกอยางนี้ไมเกิด แกวิกฤตที่เขาพูดถึงนี่ ที่เอามา สาธยาย เดี๋ยวนี้กําลังพูดมาก โอโฮ หนังสือที่วิธีนี้นี่ หนังสือที่โพนทะนาถึงความไปไมรอดแลว ... คลื่นลูกที่สามเลมนี้นี่ของออรวิน คัฟเฟอ ใชไหมๆ นี่ ใชไหมเขาเอาไปทอฟเฟอร นี่คลื่นลูกที่สามนี่ อาตมาก็เปดอานไปในราวสามหนาละกระมัง เสร็จแลว ก็เก็บเอาไวหลายปแลวนะ หลายปแลว อานประมาณ ๓ หนา แลวก็เก็บไวในหิ้ง หลายปแลว ยังไมถึงเวลาที่อาตมาจะเอามาเปด อาตมาวาอาตมาไมตองอาน แลวก็ไมไดอานดอก แตอาตมาวา อาตมาพูดไดพอนี่ผูนี้อาน อานมาทั้งเลม อานมาหลายเลมกวานี้ดวย แตเสร็จแลว ไมเห็นอธิบายไดเกง เทาอาตมาเลยยังมาซูฮก แหม ! พอทานเอามามัน อูฮู ! เพราะตัวเองรับบัญญัติพวกนี้ไวใชไหม ก็รูนี่ อาตมาพูด อื้อฮื้อ !โลกใบเกา โลกใบใหม มันก็วนเวียนกันอยูอยางนี้แหละ มันไมมีอะไรมากดอก ถารูจักหลัก พระพุทธศาสนานี่สอนถึงเรื่องแกน แกน แกนแกนของจักรวาลทั้งนั้น โลกจะหมุนเวียนไป อีกกี่โลก มันก็มีปรุงใหมปรุงใหมมามันก็อยูในครอบ ในทฤษฎีหรือวา อยูในรูปนามเดิม เทานั้นแหละ วนเวียนไปถาเผื่อวา เราศึกษาธรรมะเขาไปสูบุญนิยม เขาไปสูพุทธะ เขาไปสูสิ่งที่มันสมบูรณจริงๆ แลวนี่นะ ยิ่งลึกก็ยิ่งกวาง มันจะลึกจะกวาง บอกแลววาไมหนี มันไมหนีดอก มันจะรูรอบ มันจะรูชัด รูเจน รูกวางเราก็ไปรูบัญญัติ ไปรูตัวที่เขาเรียกเขาสมมติ เขาปรุงมาใหมเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเทานั้นแหละ แลวเรา ก็ไมตองไปวิ่งหาอะไรมามากมายดอก พอเราเปดนิดหนอยมันก็มาเองแหละ มันอยูที่เรากําหนด การกําหนด เปนของเราเราจะเปดกวางแคใด แคไหน มันเปนของเราเพราะฉะนั้น สรุปแลว ที่อาตมาสาธยาย เอาโลกาวิวัฒน เอาโลกานุวัฒนอะไรของเขานั่นมาพูด เปนแคเพียงตัวอยางเดียว อาตมาก็วาสมบูรณอยูแลวในตัวมันเอง ฉะนั้นผูใดที่ฟงแลว เราจะตัดรอบของเราเองแคไหนเราก็จัดแจงเอา เราสามารถรับรู เราสามารถที่จะใชสิ่งเหลานี้ เปดออกไปเทานี้ ใหเทานั้นมันเขามาหาเราโดยเรา ไมตองวิ่งไปหามัน เทานี้เราจะสูไดไหม มาสัมผัสแตะตองเกี่ยวของแลว สูไดเราก็สูได สูไมได เราก็สูไมไดกําลังสูอยูก็สู ไดใหมันชนะเรื่อยๆ ละ ถาไมไดก็ปดอีก ปดอีกหนอย แหม ! มันเปดมากไปหนอย มันไมไหว แหม !นึกวาเราแน มันยังไมแน อยาไปอวดเกง เอาพอสมควร ไออันมัชฌิมามันอยูตรงนี้ มัชฌิมา แตถึงอยางนั้นก็ตามคุณไมตองเปดดอก ไปกับอาตมาจะพาเปดเอง อาตมานี่นักเปด นักปดชั้นหนึ่ง อาตมา เปดโรงเองคุณไปดวยกันนี่ อาตมาพาเปนเอง คุณไมเกง คุณไมรูวาจะเปดอะไรจะปดอะไรก็ไมตองหวง อาตมาเปดอยูแลวปดก็พาปดอยูแลว บอกเสมอคําวา "นโยบาย" นี่เราจะเปดกวางแคไหน เราจะเอาแคไหน ก็บอกเสมอใหสัญญาณอยูเสมอ แลวมันเขามาก็มีเพื่อนฝูง มีนายทวาร มีคนรับคนตาน คนกรอง มาเปน ขั้นๆ ตอนๆกวาจะถึงเรา ใครที่จะอยูปากทางเขาก็ไปจัดเอง คนนี้ไปอยูเวรโนน ปากทางทางโนน คนนี้อยูเวร ตรงนี้มันก็มีของมันเอง ดีไมดีมันก็มีการเสนอหนาเอง ฉันอยูเอง มันอวดดีบางคน ฉันอยากเจออยางนี้เขาก็ไปเจอเองแหละ บางทีดึงไมคอยอยู หาม ! อยาไปเลยคนนี้ อยาเพิ่งไปทางโนนเลย ใหคนนั้นไปดีกวาฉันจะเอา ฉันจะไปอันนี้ชอบ เตือนกันไป บางคนก็เชื่อ บางคนไมเชื่อ ไมเชื่อไปเจอ เออ ! หงิกกลับมา บางคนไมเชื่อบางคนเชื่อก็เอา พอทําเนา มีเหมือนกัน อวดดีไปสูได ก็มีเหมือนกัน ถือวาเคราะหดีเคราะหนะ ไมใชโชค ฟงคําวา "เคราะห" กับ "โชค" นี่ใหชัด ที่ตัดสินไปนะ อยูในลักษณะเคราะห ไมใชโชคแตมันไดดี เออ ! เคราะหดีไปเอ็ง เ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน