เด็กที่บอกว่าเชื่อมจิตได้เป็นจริงอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
เด็กที่บอกว่าเชื่อมจิตได้เป็นจริงอย่างไร _อนุวัฒน์เจ้าเก่า . ๑. พ่อท่านมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับกรณีของเด็กที่อ้างว่ามีการเชื่อมจิตสอนธรรม พระสาวกฟังธรรมเป็นจำนวน 1,250 รูป พพจ.เทศนาธรรมคงไม่ได้ยิน จึงอ้างว่าต้องใช้การเชื่อมจิต พ่อครูว่า... ของเราในศาลาอยู่เป็นพันถ้าใช้เสียงของกล้าข้ามฝัน ไม่ต้องใช้ไมโครโฟนก็ได้ยิน แล้วยุคนี้ความหนาแน่นของบรรยากาศไม่เหมือนสมัยพระพุทธเจ้าที่มันโปร่งใสกว่านี้เยอะ พวกนี้พลังงานแสงเสียงอะไรอยู่ในบรรยากาศมันต่างกันมากเลย เอาเถอะจะคิดละเอียดละเลียดอย่างนั้นบ้างก็คิดไป ไม่มีเรื่องอะไรมากหรอก
๒. แท้จริงแล้วเรื่องอภินิหารที่เกินธรรมชาติของมนุษย์นี้ เพื่อนแป้งเคยอธิบายว่าพระองค์เอาการระลึกชาติ การมีตาทิพย์ หูทิพย์ ดักใจรู้ใจสัตว์อื่นมาสอนในระดับอธิปัญญาสิกขา จึงไม่ใช่เรื่องแสดงอิทธิฤทธิ์ทางเจโตแต่อย่างใด ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมวิชชาทั้ง ๘ จึงเป็นเรื่องของอธิปัญญาสิกขา ทำไมไม่ใช่เรื่องของอำนาจจิต ตกลงพระพุทธเจ้าทรงนำมาใช้สอนอะไร มีขอบเขตให้แสดงได้มากน้อยเพียงใดครับ พ่อครูว่า... ดีถามอันนี้มาดีฟังดีๆ คุณกำลังหมายใจอยากจะให้แสดงแบบอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ หรือจริงๆก็คืออาเทสนาปาฏิหาริย์ ซึ่งเป็นปาฏิหาริย์ อิทธิปาฏิหาริย์ก็ดี อาเทสนาปาฏิหาริย์ก็ดี สองปาฏิหาริย์นี้คือ อิทธิปาฏิหาริย์เป็นการแสดงปาฏิหาริย์ที่เป็นความเก่งวิเศษที่มันเห็นเป็นรูปธรรมเลย เหาะได้เดินน้ำดำดินได้ อย่างนี้เป็นต้น เสกคนหนึ่งคนให้เป็นพันคนปุ๊บ อะไรอย่างนี้ ซึ่งเป็นความเก่งพิเศษในระดับสัมผัสได้ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย เป็นความเก่งพิเศษ ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงๆแล้วซับซ้อน มันไม่จริงหรอก มันเป็นอุปาทานที่ไปใช้ให้จิตของคนเป็นเช่นนั้นไปได้ชั่วคราว แต่ความจริงมันไม่ถาวรและไม่ใช่เร
อ่านต่อ
ื่องที่ควรจะทำ สรุปไว้ตรงนี้ว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำ เก่งให้ตายอย่างไรก็เป็นเรื่องไม่ควรจะทำ นี่เป็นเรื่องของทางรูปธรรม ที่สัมผัสเป็นแท่งเป็นก้อนเป็นรูปเป็นร่างเป็นอภินิหาร อย่างนี้ ส่วนอาเทศนาปาฏิหาริย์คือปาฏิหาริย์เฉพาะทางจิตในจิต หยั่งรู้ใจคนอื่น ใช้จิตท่องโลก ไปหาของหาย ทำนายทายทักอะไรต่ออะไร อย่างเอาจิตไปใช้ ทะลุทะลวงอะไรได้ มันก็มีได้เป็นปาฏิหาริย์อีกอย่างหนึ่ง อิทธิปาฏิหาริย์ก็มีจริงได้ อาเทสนาปาฏิหาริย์ก็มีจริงได้ แต่พระพุทธเจ้าไม่ส่งเสริม ไม่ส่งเสริมแถมปรับอาบัติด้วย ผู้ใดทำอาบัติทุกกฎ อาบัติทุกกฎก็คือที่ตั้งตั้งไว้แล้วที่บอกไว้แล้วอย่าทำ ห้ามทำเป็นกฎ เป็นกฎเกณฑ์อย่าไปทำ _สู่แดนธรรม... ถ้าไม่มีจริงก็หนักกว่านั้น พ่อครูว่า... ถ้าไม่มีจริงก็ปาราชิก ก็ไปหลอกคนหรือเป็นเรื่องไม่ดีเป็นปาราชิก แต่ถ้ามีจริงก็ไปตี หรือท่านห้ามไว้นี่คือถูกกฏ ที่จริงก็คืออย่าไปทำ ในยุคพระพุทธเจ้า มีพระโมคคัลลานะกับพระปิณโฑล เหาะไปเอาบาตรที่เขาท้า เขาเข้าใจว่าถ้าเป็นพระอรหันต์ต้องเหาะได้ ถึงจะเชื่อว่าเป็นพระอรหันต์ นี่เป็นความมิจฉาทิฐิที่ไปเอาอิทธิปาฏิหาริย์หรืออาเทสนาปาฏิหาริย์เป็นเครื่องตัดสิน เช่น มหาบัวมีการหยั่งรู้จิตอย่างโน้นอย่างนี้ หลวงปู่มั่นมีความหยั่งรู้จิตอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องเอามาตัดสินความเป็นอาริยะของศาสนาพุทธใด นอกจากไม่ใช่แล้วขายขี้เท่อด้วย ไปเอาสิ่งที่ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าเอามาประกอบ ไม่ได้ไปดูถูกว่ามีจริงหรือไม่มีจริงนะ ไม่ได้ดูถูกว่าอิทธิปาฏิหาริย์หรืออาเทสนาปาฏิหาริย์นี้จะเป็นจริงหรือไม่เป็นจริง ไม่ได้ไปดูถูก แค่คุณจะมีจริงพระพุทธเจ้าบอกแล้วว่าห้าม สิ่งที่ปรามไว้เลยบอกไว้เลยเป็นหลักเกณฑ์เป็นวินัย ก็อย่าทำ ในเกวัฏสูตร สิ่งนี้ถ้าไม่เข้าใจจริงมันก็พาออกนอกลู่นอกทางหมด เป็นเรื่องที่นำกิเลสเข้ามามากๆๆๆ เพราะฉันไปหลงทางอย่างอาจารย์มั่น มหาบัวไปหลงเหล่านี้เป็นฤทธิ์เป็นเดช หรือแม้แต่คนที่ไปหลงใหลว่าเป็นอิทธิปาฏิหาริย์ เช่น บางคนอาจจะไปเชื่อว่าท่านมีฤทธิ์นะ ทำให้ลูกปืนยิงมาตั้งหลายร้อยลูกไม่ถูกฉันนี่ โอ้โห นับถือพ่อแม่ครูบาอาจารย์องค์นี้ที่สุดเลย เพราะเรารอดตายเพราะฤทธิ์เดชของอาจารย์องค์นี้ อันนี้แหละคือมิจฉาทิฏฐิที่ไม่ไปไหนรอดแล้ว งมงายแล้วก็มันเป็นเหตุผลของเหตุผลของลักษณะที่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นเหตุเป็นปัจจัยของมัน มันเป็นไปได้ มีเหตุปัจจัยที่มันเป็นรูปนามทั้งหลายแหล่ที่มันไม่สมดุลหรือมันรอด มันแคล้วคลาดหรือมันอะไรก็แล้วแต่มันเป็นไปได้ แล้วก็ไปนึกว่าเป็นพลังอภินิหาร หรือเป็นปาฏิหาริย์ของครูบาอาจารย์หรือผู้มีฤทธิ์พวกนี้ พระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามันเชื่อถือไม่ได้ อย่าไปนับถือสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้น จะใช้คำว่าหูทิพย์ตาทิพย์อยู่ในพยัญชนะของโสตทิพย์ เป็นวิชชาข้อที่ 4 มีในวิชชา 8 1.วิปัสสนาญาณ 2.มโนมยิทธิญาณ 3.อิทธิวิธญาณ 4.โสตทิพย์ญาณ ก็แปลว่าหูทิพย์ ท่านก็อธิบายไว้ในวิชา 8 ข้อนี้ ข้อที่ 4 หูทิพย์นี้หมายความ ท่านอธิบายไว้เช่น ได้ยินเสียงดังมาจากที่ไกลเป็นเสียงกลอง เสียงอยู่ในตระกูลของกลอง ฟังดีๆนะตระกูลของกลอง เป็นกลอง เป็นตะโพน เป็นเปิงมาง เป็นบัณเฑาะว์ กลองเล็กๆก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง แม้แต่ได้ยินเสียงแต่ไกลๆไม่เห็นกลองไม่เห็นรูปกลองแต่ได้ยินเสียงทางโสตทางหู ได้ยินแล้วก็แยกออกได้ว่า เสียงนี้เป็นเสียงกลอง เสียงนี้เป็นเสียงเปิงมาง เสียงนี้เป็นเสียงเปิงมางหรือตะโพน บัณเฑาะว์ แยกเสียงได้ อย่างนี้ต่างหาก ลึกเข้าไปอีกกว่านี้ ขออธิบายเสริม การแยกแยะสภาพ 2 ที่ต่างกัน กลองเหมือนกัน ลักษณะของกลองเปิงมาง ตะโพน อะไรก็แล้วแต่ จนถึงขั้นบันเฑาะว์กลองน้อย มันก็คืออยู่ในตระกูลของกลอง แต่มันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยู่ในตระกูลเดียวกัน หรือเป็นสิ่งที่คล้ายกันเป็น 2 สภาพ เราก็สามารถแยกความต่างของ 2 สภาพนี้ออกได้ จาก อิตถีภาวะ กับ ปุริสภาวะ ออกได้อย่างนี้เป็นต้น นี่คือธรรมะอันพิเศษ อันเฉลียวฉลาดที่มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ ยิ่งใหญ่ สามารถแยกความต่างกัน โดยกำหนดรู้เลยว่าเป็นความต่าง ในสิ่งที่เป็น 2 คล้ายกันใกล้กันตระกูลเดียวกันแต่แยกได้ เช่นคำว่า เทวะแปลว่า 2 นี่รวมๆหมดเลย คำว่าเทวะนี่แปลว่า 2 ยิ่งใหญ่ที่สุดเลย เพราะฉะนั้นใครจบคำว่า 2 ใครจบคำว่าเทวะ ใครจบคำว่าภาวะ 2 ที่แยกความต่าง จากอาการและนิมิต อาการ ลิงค นิมิต อุเทส อาการเป็นตัวสภาวะเคลื่อนไหวที่เป็น Dynamic นิมิตเป็นสภาวะที่เป็น Static อาการที่เกาะอยู่ การเป็นสภาพที่เคลื่อนไหวอยู่ แยกความต่าง ลิงคหรือเพศ ความต่างอันนี้ได้นี่เป็นความเจริญอันยิ่งใหญ่ทางความรู้ธรรมะที่มีธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ ได้สูงสุด แล้วคุณก็จะรู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร เราก็เลือกเอาสิ่งที่ควร สิ่งที่ไม่ควรเราก็ไม่เอาไม่ทำ นี่คือการศึกษาธรรมะ เพราะฉะนั้น อย่าเที่ยวไปได้หลงใหลอภินิหาร หรือปาฏิหาริย์เลอะเทอะพวกนั้น เพราะฉะนั้นที่มาพูดถึงเรื่องเด็กที่มาแสดงหยั่งรู้เชื่อมจิตเป็นเรื่องเลอะเทอะ อย่าไปสนใจเลย เด็กที่ว่านี้อาจจะมีเชื้อบารมีเก่ามาแล้วก็เป็นได้ และเชื้อบารมีเก่านี้แยกแบบมิจฉาทิฏฐิก็มาได้ สัมมาทิฏฐิก็มาได้ เริ่มต้นแนวๆที่ว่าเชื่อมจิตแล้วเขาอธิบายอย่างนี้ ขอถามพวกเราว่ามิจฉาทิฏฐิหรือสัมมาทิฏฐิ เป็นมิจฉาทิฐิแล้วแต่ต้น อย่าไปสนใจเลย ขออภัยที่พูดไปแล้วเหมือนไปดูถูกดูแคลนเด็ก ไปข่ม แต่ไม่อยากให้ไปหลงใหลในเรื่องเหล่านี้ มันมีสภาพกรรมวิบากติดมาเป็นสัญชาตญาณ ติดมาทางสัญญา มันก็มาเกิดตอนนี้ก็เอามาใช้ แต่สิ่งที่เอามาใช้เอามาแสดงออก คุณไม่มีความรู้ทางธรรมะที่เป็นสัมมาทิฏฐิ อันไหนเป็นโลกุตรธรรม อันไหนเป็นโลกียธรรม คุณไม่รู้ มันจะพาเลอะ พาเสียหาย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็อย่าไปหลงใหลได้ปลื้มมากเลย อย่างหมอปลา อย่างนี้เป็นต้น ก็ไม่รู้จะทำยังไง มันก็ใช้อยู่ในโลก ส่วนใหญ่เขาใช้ด้วยนะ เพราะบางคนมีอวิชชาหรือคนที่หลงใหลในเรื่องพวกนี้ยังมีอีกเยอะ พวกที่รู้แท้ละเอียดลึกซึ้งถึงโลกุตรธรรม มันมีจำนวนน้อย เพราะฉะนั้นอาตมาพูดนี่จะปรามไว้ ไม่ได้ไปดูถูกดูแคลนหรอก เขาก็มีของเขา เขาก็ใช้ประโยชน์ของเขาไป แต่ว่าไม่ควรจะไปหลงใหลอย่างนั้น _ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมวิชชาทั้ง ๘ จึงเป็นเรื่องของอธิปัญญาสิกขา ทำไมไม่ใช่เรื่องของอำนาจจิต ตกลงพระพุทธเจ้าทรงนำมาใช้สอนอะไร มีขอบเขตให้แสดงได้มากน้อยเพียงใดครับ พ่อครูว่า... อำนาจจิตก็ที่บอกไปแล้วมันเป็นเรื่องที่ เป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์ มันเป็นอาเทศนาปาฏิหาริย์ ที่กำลังถามมาเรื่องเชื่อมจิตมันเป็นเรื่องของอาเทศนาปาฏิหาริย์ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของศาสนาพุทธ ไม่สมควรจะไปวุ่นวายงมงายอะไรอยู่อย่างนั้น ดี รายละเอียดพวกนี้เกิดขึ้นมาแล้วก็เอามาถามก็ได้ไขความสู่กันฟัง 661222 จบกิจทั้ง 4 อย่างมีปาฏิหาริย์ของพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก