570215_ทวช.งานพุทธาฯ ที่ผ่านฟ้าฯ โดยพ่อครู เรื่อง ทาน ศีล ภาวนา จนพ้นสัมมาอาชีพ.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์343 KB
วันที่แก้ไข21 มีนาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

570215_ทวช.งานพุทธาฯ ที่ผ่านฟ้าฯ โดยพ่อครู สมณะโพธิรักษ์ วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 เรื่อง ทาน ศีล ภาวนา จนพ้นสัมมาอาชีพ

พค.ว่า....วันนี้เป็นวันสุดท้ายของงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ครั้งที่ 38 วันนี้วันที่ 15 ก.พ. 57 เราก็มาฟังธรรมวันสุดท้ายส่งท้ายกัน ก็มาสรุป อาตมาเทศน์ อนุปุพพิกถา - ทาน - ศีล - สัคคะ (สวรรค์) - กามาทีนวะ โทษของกาม - เนกขัมมะ การออกจากกาม คนเราต้องศึกษา ทาน และศีลนี่แหละย ิ่ง ใหญ่ คนที่เกิดมาไม่รู้จักทาน ชีวิตมีแต่จะเอา มุ่งมั่นมโนสัญเจตนาจะเอาๆ ในชีวิตขยันขันแข็งที่จะกอบโกย เอาๆๆๆ ทุกวันนี้อาชีพการงานธุรกิจ มีวิธีการกอบโกย โลภ แสวงหา โลกธรรม มากมาย อาชีพเหล่านั้น เป็นอาชีพมิจฉา ทำให้ตนลืมคำว่า ทาน คำว่าให้ เขาให้ไม่เป็น แม้แต่การให้ในยุคนี้ก็เป็นการให้ การทานเพื่อเพ ิ่ มกิเลส ตะกละตะกลาม ทานแล้วก็ไม่มีผล นัตถิทินนัง ผลไม่มีมนสิการ ไม่มีปัญญารู้โยนิโสฯทำใจในใจไม่เป็น และยังทำใจอย่างไม่สามารถรู้ มโนสัญเจตนา มุ่งหมาย อธิษฐานตั้งจิตอย่างไร ไม่รู้ว่าชีวิตต้องมี ทาน ศีล ภาวนา ศีล คือ หลักปฏิบัติ ให้รู้จักลดละกิเลส อย่างน้อยศีล 5 มีคนบอกว่าศีล 5 มีมาก่อนพ ระพุทธเจ้า อีก ซึ่งความจริงคือ ศีล 5 เป็นของ พระพุทธเจ้า องค์ก่อนๆๆๆอีก ธรรม เนียมของโลก เขาก็ทำทาน แต่นานๆที มีสังวรระวังตามสำนึก ความรู้ก็ไม่พอ อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ก็ไม่รู้ แม้แต่อธิษฐานก็ทำไม่เป็น เขาสอนว่าอธิษฐานเอา โลภ แต่ที่จริงพุทธสอนให้อธิษฐาน ให้ เสียสละ ดีไม่ดีก็ไปอธิษฐานโลภทุกที หรือแก้แค้น ตั้งใจจัดการคนนี้ คณะนี้ เอาให้ตาย ก็ไม่รู้ว่าตั้งจิตสั่งสม โทสะ ราคะ ก็ไม่เข้าใจจิตใจตน แล้วเราได้สั่งสมลักษณะของจิตแบบไหน ตั้งแล้วสั่งสมกิเลส โลภ โกรธ หลง ราคะ พยาบาทหรือโมหะหรือไม่ น

อ่านต่อ

ี่คือไม่ได้เรียนรู้จิต เจตสิก ปรมัตถธรรม ไม่ได้ฝึกฝน ไม่ได้อธิบายว่า สวรรค์คืออะไร แต่เขาอธิบายว่าสวรรค์คือแดนที่อยู่ดี สบาย เป็นสุข เป็นแดนนิพพาน วิมุติ เป็นสุขาวดี ก็ไม่รู้ว่าโลกีย์หรือโลกุตระอย่างไร ผู้ที่แยกออกจะแยก สุขอย่างโลกุตระหรือโลกียะออก ทำจิตให้เป็น อ่านจิตในจิต ตั้งแต่เราสัมผัสข้างนอก แล้วอ่านตามมาเป็นกายในกาย วิตกวิจาร หาเหตุผล จนปรับจิตเป็นวิตักกะได้ จัดแจงก็คือสังขาร คือปฏิบัติจิตในจิต กายในกาย ก็คือ จิต กายนอกกายก็คือสัมผัสมหาภูตรูป ลึกเข้ามาเป็นกายในกาย เราอ่านสักกายะได้ เป็นองค์ประชุมของจิตวิญญาณที่เกิดจากผัสสะ 3 สัมผัสทางทวาร 6 สัมผัสแล้วเกิดวิญญาณ เป็น กายวิญญาณ อ่านวิจัยออกว่า นี่คือ เวทนา สัญญา สังขาร ตลอดเวลาในจิตของเรา มีอารมณ์คือเวทนา แล้วก็สัญญา กำหนดหมายโดยมีกิเลสเป็นเจ้าเรือน อยากได้เรียกว่ากามตัณหา ตั้งแต่หยาบก็คืออบายมุข หยาบอย่างกุหนา 1). การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง คืออาชีพที่มอมเมาคนอื่นที่สุด เช่นอาชีพทำน้ำเมา ก็ตรงตัวที่สุด เป็นยาบ้า ยาเมา เป็นกลิ่นเมา เป็นไอระเหยเมา เป็นอบายมุขร้ายแรงไม่ควรทำ นี่คือมอมเมาวัตถุ และมามอมเมาในอาชีพ เช่นอาชีพราชการที่สุมหัวทุจริต เลวร้ายหยาบคาย เช่นจะซื้อตำแหน่งหน้าที่ อยากได้ตำแหน่งต้องจ่ายเป็น แสนเป็นล้าน เป็นอกุศลที่หยาบคายร้ายแรงเปิดเผยไม่ได้ด้วย เพราะรู้ว่าทำชั่ว งานอบายมุขที่เต้นกินรำกิน ประดิษฐ์ประดอย แฟชั่น จนหยำฉ่า ก็ไม่รู้ว่าจัดจ้านเกิน แล้วใช้รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมอมเมาคน ให้ตกในอำนาจ หลงใหล แล้วตักตวงเอาเงินทอง ให้เขานิยมอย่างฟีเวอร์ แล้วก็หลงกันว่าเป็นเจ้าแฟชั่น ไม่ว่าจะการละเล่น ดนตรี กีฬา ยกตัวอย่างเช่น จ้างไมเคิล แจคสัน มามอมเมาเสพรส เขาก็ได้ราคาแพง เป็นของมอมเมาหยาบคายมาก เป็นกุหนา เป็นกามจัดจ้านร้ายแรงมาก ถ้าเข้าใจแล้วก็จะรู้ว่ามันมากไปแล้ว เรียกว่าสุระ (สุราเมรยมัชชปมาฯ) ตอนนี้มียาบ้าด้วยที่เมากัน เป็นวัตถุตรงๆ แต่เมาในอาชีพที่ทุจริตอกุศล พวกนี้เป็นหัวหน้าอบาย เลวร้าย เขาคอรัปชั่นกันหมื่นล้านแสนล้าน เชื่อว่าโกงเขาได้แล้วมาแจกกัน แบ่งกันบ้างเป็นแทคติกที่เอามาใช้ ก็ซับซ้อน อาชีพเลวร้าย ตั้งแต่คอรัปชั่น จนมอมเมา โกหกพกลมหลอกลวง ศีลไม่เหลือซักข้อ การทำร้ายคน เรียกปาณาติปาตา โกงร้ายแรงเช่นโกงจำนำข้าว เขาฉลาดเฉกา หรือเรียกว่า ฉลาดพาฉิบหาย เรียกว่าอธรรม ถ้าไม่เรียนรู้สัจธรรมอย่างสัมมาทิฏฐิ รู้แจ้งจริง ชีวิตคนเราก็ไม่มีศีล สมาธิ ปัญญา โดยทำ สติปัฏฐาน อ่าน กายในกาย เวทนาในเวทนา อ่านรู้จิตในจิต เป็น เวทนา 108 เมื่อเกิดสัมผัสเป็นกายในกาย แล้วเข้าไปเป็นเวทนาในเวทนา แล้วที่มีเวทนานี่เพราะมีตัณหา เราเจตนาให้เกิดกุศลหรือกุศล เป็นกามตัณหา ภวตัณหาหรือไม่ เป็นกัมมันตะ อาชีวะ ตั้งแต่ สังกัปปะ 3 1 . ความดำริออกจากกาม (เนกขัมมสังกัปโป) 2 . ดำริในความไม่พยาบาท (อพยาปาทสังกัปโป) 3 . ดำริในความไม่เบียดเบียน (อวิหิงสาสังกัปโป) เราไม่เบียดเบียนเราก็เป็นผู้ให้ เป็น ชนหิตายะ(เพื่อหมู่ชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ (เพื่อความสุขของหมู่ชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ (รับใช้โลก ช่วยโลก)

เรามีทาน มีศีล แล้วก็ต้องรู้สัคคะ ทุกวันนี้เสื่อมจนไม่รู้สัมมาทิฏฐิ 10 1 . ทานที่ให้แล้ว มีผล (ให้กิเลสลด) (อัตถิ ทินนัง) ทุกวันนี้เขาตั้งจิตจริงเป็นความโลภ อกุศล ทำจิตเป็นกิเลสเป็นมโนกรรม จิตตั้งจริงเป็นจริง โดยไม่รู้ตัวว่าทำอะไร ก็เป็นกรรมจริง มุ่งหมาย เป็นกาม ใคร่อยาก แก้แค้น ปราบปรามเป็นพยาปาทสังกัปโป เขาสอนกันไม่สัมมาทิฏฐิ 2 . ยัญพิธี (พิธีการปฏิบัติ) ที่บูชาแล้ว มีผล (อัตถิ ยิฏฐัง) 3 . สังเวย (เสวย) ที่บวงสรวงแล้ว มีผล (อัตถิ หุตัง) ถ้าทำแล้วเกิดผล ทั้ ง ทินนัง ยิฏฐัง หุตัง ให้ผลทำให้จิตเทวดาให้เจริญ เป็นอุบัติเทพ ทำใจเนกขัมมะ ละกามละพยาบาทให้ได้ มันมีอยู่ในจิตกาม หรือ พยาปาทตักกะ ตัวนี้คือเหตุ ถ้าไปให้กามหรือพยาบาทสมใจ มีกามตัณหาแล้วก็ให้มันสมใจมันก็อ้วน มันก็โตหนาใหญ่ ถ้าเราไม่เรียนรู้ศึกษาก็เป็นเช่นนั้น คนทั่วโลกไปทำทานก็ทำโลภสมใจ ตั้งจิตขี้โลภทำทานแต่ตั้งจิตผิด สอนกันต่อ พาอธิษฐาน พาศักดิ์สิทธิ์ ต้องการอะไรก็ได้เลยนะ เป็นมหานิยม สัคคะก็มีนรกเป็นคู่ เป็น อติวินิปาตภูมิ ก็ต้องรู้ว่าจิตอกุศลเป็นอย่างไร มันมีเหตุเป็นสราคะ สโทสะ อย่างไร ถ้าอ่านไม่รู้ ก็ไม่สามารถปฏิบัติให้สัมมา สรุปคือเราต้องเรียนรู้กามให้เป็นโทษ ไม่ใช่คุณ เราต้องเรียนรู้ตั้งแต่ศีล 5 ยกตัวอย่าง คนเป็นนักการเมือง ต้องเลิกร่วมมือกับมารร้ายที่ตั้งแก๊งทำลายประเทศไทย โดยเอางานธุรกิจการเมือง เราต้องมาจัดการงานนี้ด่วน ไม่อย่างนั้นประเทศเดินไปไม่ได้ ติดการเมืองน้ำเน่า ที่เป็นแก๊งสเตอร์ ผู้ที่รู้ตัว เป็นข้าราชการเป็นนักการเมืองประจำ ส่วนผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเลือกตั้งเข้าไปทำงานเป็นข้าราชการการเมืองคือผู้รับใช้ป ระชาชน แต่ไปรวมเป็นกลุ่มทรราชย์ อันธพาล เดี๋ยวนี้ไทยเป็นทรราชย์ปกครองเมือง ผู้ที่เป็นข้าราชการประจำก็ต้องร่วมมือกับข้าราชการการเมือง เขาเป็นผู้บริหารจัดแจงแต่งตั้ง ข้าราชการการเมืองก็เลยเป็นทาสโลกธรรมตกใต้อำนาจแก๊งการเมือง เป็น ทรราชย์ กลุ่มการเมืองผีร้าย ซึ่ง เป็นอำนาจ 3 สถาบันที่พระเจ้าอยู่หัวทรงใช้ผ่านสามสถาบัน คานอำนาจกันไว้ เป็น บริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ อำนาจบริหารก็ส่งผ่านไปยังส่วนภูมิภาค แต่เขาตกเป็นแก๊งสเตอร์ ทั้งข้าราชการประจำและการเมืองรวมหัวกันโกง จึงเป็นกุหนา แม้การสร้างค่ายกล เช่นการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยก็วางค่ายกลไว้หมด แม้แต่ตุลาการบางหน่วยบางคนก็ถูกซื้อไว้แล้ว ส่วนนิติบัญญัติและบริหารนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าละครลิง แล้วตุลาการที่พูดนี้เขาก็เอาถุงขนมไปแจกให้ตุลาการ เป็นวิธีการสร้างค่ายกล จะปล่อยให้บ้านเมืองเลวร้ายกว่านี้ไม่ได้แล้ว 2) . การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง เขาโกหกกันแล้วก็บอกว่าโกหกสีขาว เป็นโกหกสะอาด เหมือนทักษิณว่าบกพร่องโดย สุจริต 3) . การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยงทายไม่ตรงแท้ คือการสร้างระบบวิธีให้แก่ตน ผู้ที่ตั้งจิตให้มากกว่าเอา อย่าไปเอาเปรียบขูดรีดเขา ไม่เอา maximize profit ยกตัวอย่างเช่นพวกขายตรง อาจใช้ของดี แต่บวกกำไรมากเกิน อาศัยคนฉลาดทำเล่ห์ แล้วให้คนหลอกของนี้ ดูดเอาเงิน ยั่วยุให้คนเก่งไปหลอกคน ตนเองก็ตีกินได้เยอะ เหมือนพวกเล่นหุ้น เป็นระบบทุนนิยมผีร้าย ประกันภัยก็ผีร้าย หุ้นก็ผีร้าย เป็นผีร้ายแรงมาก เป็นมหาอเวจี เป็นเชิงกลที่เอาเปรียบทั้งสิ้น เขามีคอมฯตัวเดียวนั่งกดก็รวยเป็นพันล้านแสนล้าน ได้ปันผลอะไรมาเป็นมิจฉาชีพที่เลวที่สุด ใครอยู่ในวงการนี้ชาวอโศกให้เลิกเสียมันเป็นมหานรก หรือแค่ทำล็อตเตอรี่ ของประเทศ แสดงว่าประเทศนั้นบริหารไม่ได้เรื่อง หากินไม่เป็น ที่แต่ละประเทศจะออกล็อตเตอรี่นั้นก็ออกเป็นครั้งคราวสนุกๆ แต่จะไม่ออกประจำ ล็อตเตอรี่คือเอาเงินจากคนมากๆมาให้แก่คนได้โชคลาภ สรุปแล้วเราเรียนรู้มิจฉาชีพ 5 สำหรับกุหนา ลปนา ต้องเลิกเลย เราทำสัมมาอาชีพ แม้จะได้น้อยเราก็กินน้อยใช้น้อย หากเรากินมากใช้มากเราก็ต้องหามาก อย่างพวกดาราเห่อแฟชั่นต้องของระดับไฮโซ พวกนี้มอมเมาในระดับโลก ใช้อันนี้หมุนเงิน คนระดับนี้ทำลายสังคม เมืองไทยเรามีในหลวงให้มาปฏิบัติแบบคนจน ท่านทำให้ดูเป็นตัวอย่าง แม้ฉลองพระบาทก็ซ่อมแล้วซ่อมอีก แม้ท่านจะสามารถใช้ของใหม่ได้มากเลย แต่ท่านก็ประหยัด เนมิตกตา คือสร้างฐานะตามฐานะ ใช้เครื่องไม้เครื่องมือตามเหมาะสม ก็ทำก็สร้าง จนจิตวิญญาณ กาย วาจาใจ กัมมัตตะ วาจา อาชีวะเราก็เข้าที่เข้าทาง ไม่เบียดเบียนตน หรือผู้อื่น เบียดเบียนตนคือทำให้กิเลสตนโต ได้ทรัพย์เป็นอกุศล อวิชชา ทำแล้วได้อกุศลจิตเป็นรายได้ อย่างหยาบ กลาง ละเอียด ก็เป็นชั่วแต่ละระดับๆ เมื่อไม่มีอกุศลจิตทุกกรรมการงาน แล้วทำงานกับคณะหมู่กลุ่ม 4) . การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) คือทำการงานอาศัยกับหมู่กลุ่ม อย่างเช่นหมู่ทรราชย์ที่มอบตนในทางผิด เป็นทาส ในโลกในสังคมถ้าไม่มอบตนในทางผิดก็พ้นนิปเปสิกตา แม้เราไม่ทุจริต แต่เรายังทำงานในบริษัทที่โลภมากเช่นบริษัทขายตรง เราก็ไปร่วมทำงานด้วย เราไม่โกง ทำตามหลัก แต่บริษัทพาโกง คุณก็มีส่วนในการโกงด้วย หรือคุณทำงานกับราชการที่โกงกิน กลุ่มนั้นกองนั้นเขาโกงกิน กินใต้โต๊ะ แบ่งกันแจกกัน ในกรมกองนั้น แม้คุณไม่เอาด้วย ก็เป็นไว ท์ ชีพ เป็นแกะขาวในแกะดำ อาตมาก็พาทำแบบคนจน ตามในหลวง ซึ่งแบบทุนนิยมเขาคิดตามอัตราสังคม ทุนทั้งหมด แต่เรามาทำคิดตามแบบเขา แต่เราไม่เอาแพงเหมือนเขา เราทำงานได้มากมีสมรรถภาพมาก แต่เรากินใช้น้อย ส่วนเกินเราก็มีมาก เราก็เอามาลดต้นทุนมาเสียสละแก่คนอื่นมาขายต่ำกว่าทุน อย่างในหลวงตรัสว่าขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เราทำถึงขั้นสาธารณโภคี ทุกคนเสียภาษี เต็มร้อยส่วนเลย ทำได้เกินกว่าที่ตนกินตนใช้ อาศัยใช้น้อย คนมีภูมิธรรมสูงมากก็ย ิ่ง ทำให้มาก แต่ตนเองไม่สะสม ไม่มีเลย ทำงานฟรีในสังคม เป็นประธานสังคม แต่ไม่เอาของชุมชน อาศัยกินใช้ในสังคม จะใช้สอยก็ใช้ของส่วนกลางไม่เรื่องมากไม่เลือกมาก จะต้องใช้ของดีของสูงของแพงแบรนเมนไม่เอา 5) . การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) อาตมาภาคภูมิใจที่ทำให้สังคมเรามีคนที่พ้นมิจฉาชีพระดับ 5 ผู้พ้นมิจฉาชีพคือคนทำงานฟรี แม้จิตยังไม่ถึงอนาคามีภูมิ ยังต้องการสิ่งมีค่าแลกเปลี่ยนยังสะสมเงินทองบ้างเราก็ไม่ซีเรียส เขาก็ทำไปเจริญตามอินทรีย์พละทำอย่างในโพธิปักขยธรรม 37 ไม่นอกหลัก สังคมสาธารณโภคีเราอยู่กับอย่างเครือแห pyramidal web เป็นสังคมตัวอย่าง หากประเทศไทย มีลักษณะนี้เป็นตำบล อาจมีบางตำบลเป็นไม่ได้อย่างสาธารณโภคีก็ไม่เป็นไรเราเกื้อกูลกัน เป็นบุญนิยมอาจไม่แข็งแรงเต็มที่เพราะคนยังไม่เชื่อว่าจะไปรอด หาว่ากดข่มเอา เขาก็ประมาณคะเนเอา แต่ของเราเกิดจากจิต มโนปุพพังคมาธัมมา มโนเสฏฐา มโน มยา ก้าวหน้าแบบบุญนิยมสาธารณโภคี ก้าวหน้าแบบบุญนิยม ไม่ใช่ถอยหลังแบบในหลวงว่า เชื่อว่าวิธีนี้จะแก้ปัญหาสังคมได้ เป็นบุญนิยมสาธารณโภคี พ้นมิจฉาชีพระดับ 5 ทำงานฟรีโดยไม่เอารายได้ เป็นป ระชาธิปไตร ที่เสียภาษี 100 เปอร์เซนต์ ใช้กลุ่มหมู่บริหารอยู่ ส่วนตนจน แต่ส่วนกลาง เรามีคงคลังไว้ไม่สะสม แต่สะพัด มีพอแค่ไม่สะดุดเท่านั้น อย่างปฐมอโศกเขาก็เลี้ยงตนเองได้ เขาตั้งใจมีเงินคงคลัง 20 ล้าน แล้วถ้ามีเกินกว่านี้เท่าไหร่ก็ให้ส่วนกลางหมดเป็นต้น ต้องเรียนรู้กาย ในวิโมกข์ 8 เรียนรู้ธรรมกาย ที่ไม่ใช่ธรรมกายอยางหรูหราย ิ่ งใหญ่มักมากอันนั้นไม่ใช่ของพ ระพุทธเจ้า ขอเปรยไว้ ณ ที่นี้ อาตมาจะออกจาริก อาตมารำคาญ ตราธุดงค์ธรรมชัยมากเลย หลงหรูหรา เปลืองผลาญ ทำลายครอบงำความคิด เป็นฐานะแห่งการประดับประดา มอมเมาด้วย กามคุณ สร้างศักดิ์ฐานะปรุงแต่ง อาตมาก็จะออกจาริกเหมือนกันเป็นธุดงค์โพธิรักษ์ จะออกจาริก สมณะสัก สี่หรือห้ารูปหรือ 7 รูป ออกเดินเพื่อเผยแพร่ธรรมะไปกับสังคม รอนแรมไปบ้างสัก เจ็ดวันห้าวัน แล้วกลับวัด อาจไม่อาบน้ำสัก เจ็ดวัน บิณฑบาตเลี้ยงตนไป บอกต่อหน้าสงฆ์ ว่า ขอทำกลุ่มเล็กก่อน หลายคนก็ฟิต คือเราเองเรามั่นใจว่าบริสุทธิ์สะอาด เผยแพร่เป็นธรรมฑูต เผยแพร่ ญาติโยมคนไหนมีทุกข์ก็มา บอกเขาทำตัวอย่างไร ทำทานศีลภาวนาอย่างไร ทำศีล สมาธิ ภาวนาอย่างไร แต่อย่าฮือฮา อย่ากรูเกรียว ห้ามฆราวาส เลี้ยงตนด้วยปลีแข้ง อาศัยกันและกันระหว่าป ระชาชน กับสมณะนักบวช จะเรียกโดยศัพท์ว่า ประชาสมาสัย คืออาศัย ระหว่างผู้ที่อยู่ในฐานะพึ่งตนรอดแล้ว อาศัยกันกับป ระชาชน ถ้าเขาเอาดอกไม้มาบูชามาปูให้เดิน ไม่เอานะ ไม่บ้าหรอก เราจะไปเป็นกลุ่ม แล้วจะพัฒนาส ิ่ งที่เป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านในการพัฒนางานศาสนา งานสังคม ก็เปรยให้ฟัง เสร็จงานนี้เราจะทำงานใน ทำงานศาสนาให้มากขึ้น ทางนี้เราก็จะลดการงานลงในเรื่องงานนอก ผู้บำเรอกามก็เป็นสวรรค์โลกีย์ เราจะทำเนกขัมมะ แทนที่จะเป็นเคหสิตเวทนา อ่านแยกออก ในเวทนาต่างๆที่มีเหตุ ถ้ามีเหตุเป็นโลกียะเป็นสสังขารริกัง เป็นตัวชักนำ เป็นโลกีย์ เราก็กำจัดตัวปรุงแต่งโลกีย์ เราเนกขัมมะออก ตรวจสอบสังกัปปะ 3 (ตักกะ วิตักกะ สังกัปปะ) กำจัดสมุทัยออกได้ ลดสวรรค์โลกีย์มาเป็นสวรรค์โลกุตระ จากสมมุติเทพ มาเป็นอุบัติเทพ มาเป็นวิสุทธิเทพ อนาคามีหมดกามภพ ก็เข้าไปสู่ภพภูมิเป็นอนาคามีภูมิ เพราะดับกามภูมิได้ นิโรธในระดับกามภูมิแล้ว พระอนาคามีก็เข้านิโรธได้ ไม่ใช่ว่าไปเข้านิโรธจึงเป็นอนาคามี แต่เพราะเป็นอนาคามีจึงเข้านิโรธได้ต่างหาก อนาคามีนิโรธแล้วในกามภพ เหลือแต่รูปภพอรูปภพ แต่ไปนั่งเข้านิโรธนี่ก็มิจฉาสมาธิมิจฉานิโรธ ไปสร้างฌานที่เป็นอัตตา ไม่ใช่ฌานพ ระพุทธเจ้า ที่ท่านให้รู้จักกำจัดสมุทัย ได้แล้วได้เลยไม่ต้องเข้าต้องออก เพราะฉะนั้นอนาคามีมีนิโรธตลอดอยู่แล้ว อาจจะตรวจสอบอรูปฌานไม่สมบูรณ์ยังไม่ถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ สรุปแล้ว เราก็ต้องอุตสาหะพากเพียรให้งานนี้จบด้วยดี เพราะดูกำลังและพฤติกรรมของกำนันสุเทพก็ทำได้ดี อาจมีพวกปลอมปนให้เสียหายก็มีบ้าง เป็นธรรมดา ผู้ที่เป็นตุลาการก็ยากที่จะตัดสินเพราะคนเราขี้โกงเยอะ แต่ก็ต้องเป็นไปตามสัจธรรม มั่นใจว่าเมืองไทยไม่สิ้นคนดี เมืองไทยก็คืออโยธยา ไม่สิ้นคนดี รัตนโกสินทร์ก็ไม่สิ้นคนดี มั่นใจว่าไทยคือชมพูทวีป ก็ขอให้ตั้งอกตั้งใจ มีน้ำใจช่วยกันหน่อย รวมกันเป็นมวล เสียสละส่วนตัวบ้าง ลดลาภยศบ้าง คนมียศศักดิ์ฐานะสูงในสังคมก็เสียสละมาบ้าง แต่อย่าไปเสียงานราชการ งานส่วนตัวจัดแบ่งเอา และรบกวนพ่อครูอธิบายเรื่อง เงินเดือนละล้านจากปฐมอโศก ว่าใช้ทำอะไรครับ คนดูอาจไม่เข้าใจครับ... ซึ่งอาตมาจะไม่ใช้เงินที่เขาให้มานี่เพื่อส่วนตัวเด็ดขาด แม้ไม่มียารักษาโรคก็ไม่ใช้ ไม่มีอาหารก็ไม่ใช้เพื่อส่วนตัว แต่จะนำไปใช้เพื่องานศาสนา อันไหนขาดก็นำไปใช้ โดยมีคณะกรรมการดูแล ยืนยันว่าตั้งแต่บวชมาไม่เคยใช้เงินบริจาคเพื่อส่วนกลาง อาตมารับรูปเดียวนะ สมณะรูปอื่นไม่ให้ทำ แม้หลายรูปนั้นอยู่เหนือเรื่องเงินแล้วก็ตาม แต่ต่อไปก็จะเป็นไปตามลำดับ แม้อุปัชฌาย์ ก็น่าจะได้แล้วแต่ว่าอาตมาก็ยังไม่ให้ ท่านได้ท่านก็เอาไปเข้ากองกลางเลยทันที แต่อาตมาก็มีตกค้างรวมไว้ก่อนแล้วก็เอาไปให้กองกลาง แม้สงฆ์ก็ท้วงว่าพ่อท่านอย่าไปรับเงินเลยนะ แต่อาตมาก็ว่าอาตมามีบารมีพอได้นะ มันยังขาดอยู่นะ ก็ยังต้องรับอยู่ ต้องมีวิธีการระเบียบวิธี....โลกนี้ทุกวันนี้ใช้เงิน แต่โบราณเขาไม่ใช้เงินได้เลยจริงๆ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน