270628-697 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ043.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2527 อภิณหปัจจเวกขณ์ (32 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษณ
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข12 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ระยำแล้วย้ำอีกในเรื่องของการก้าวทางพุทธคือโพชฌงค์ 7 เพราะฉะนั้นพูดใดที่จับหลักได้ว่าเราจะต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมให้ได้มากขณะที่สุดอย่าปล่อยให้ขณะล่วงไปเสียมีสติและธรรมดามีสติและก็รู้ต่อเอากับกิริยาอาการผัสสะความรู้สึกที่เราจะต้องรับจะต้องสัมพันธ์จะต้องแตะต้องอยู่กับอากัปกิริยาของเราตลอดเวลาเราจะทำอะไรจะสัมผัสแตะต้องอะไรแล้วก็มีจิต หาจิตปฏิบัติจิตให้เป็นจิตมุทุแต่จิตที่แววไวจิตที่คล่องแคล่วและจิตที่มีกำลังดัดดัดหรือปรับปรับสภาพที่เป็นมิจฉาให้เป็นสัมมาให้ได้เสมอๆจึงเรียกว่ามีจิตมุทุพูดและมีการปรับอย่างมีสติมีธรรมะวิจัยมีวิริยะภาคเรียนเพื่อภาคเรียนแล้วก็วิจัยจริงๆสัมผัสอะไรมาก็วิจารณ์จริงๆสร้างวิปัสสนาญาณสร้างมโนมยิทธิสร้างฌานให้มีองค์ธรรมของมนุษย์เยติซึ่งเป็นสามเศร้าที่แต่ละสั่งสมขึ้นเรื่อยๆให้ สภาพที่เรามีบทบาทการงานอยู่นี่แหละก็ไม่ได้แย่เหมาะควรกับการงานใดๆที่เราจะต้องเกี่ยวข้องสัมผัสได้โดยเรารู้อินทรีย์พละของเราแล้วว่าเราไม่หลีกเลี่ยงไม่หนีสัมผัสประจันทร์จึงเรียกว่าเหมาะกับการงานถ้าเรายังอ่อนอินทรีย์เราจะพลาดไม้ที่ชุ่มด้วยยางออกจากน้ำนั้นก็เป็นกรณีหนึ่งที่ต้องรู้ตัวว่าเราเข้าไปคลุกกับการงานหรือเข้าไปคลุกกับกิจกรรมเข้าไปคลุกกับสิ่งที่มีผัสสะกระแทกกระทั้นขนาดอย่างนี้กับสิ่งที่เป็นเชื้อกิเลสหรือว่าวัตถุกิเลสหรือว่าสิ่งที่มันเราเองกระทบสัมผัสเข้าแล้วเราอ่อนแอทนไม่ได้จึงจำเป็นต้องพรากไม้ที่ชุ่มด้วยยางคือกิเลสของเรานี่ออกจากน้ำไม่ห่างไกลเสียก่อน ไปทำอย่างใดอย่างหนึ่งสร้างอินทรีย์อย่างใดอย่างหนึ่งจนสามารถเข้ามากระทบสัมผัสๆได้เราจึงจะเดินบทมัดองค์ 8 ได้เต็มเราจึงจะเดินโพชฌงค์ 7 ได้เต็มเมื่อพูดได้ก็ธรรมะองค์ 8 ก็ทำโพชฌงค์ 7 ดังกล่าวนี้ก็สร้างฌานก็ได้เรื่อยๆให้เกิดวิปัสสนาญาณให้เกิดม

อ่านต่อ

โนมยิทธิซึ่งเป็นอภิญญาเป็นวิชา 3 ของพุทธชาดที่ต้องมีจริงเป็นจริงสั่งสมมติครูใจกับมณีเยให้เป็นผีเสื้อให้ตั้งมั่นตั้งมั่นขึ้นโดยการรู้วิปัสสนาญาณก็คือรู้มโนมยิทธิก็คือทำได้มีกำลังของจิตมีอิทธิฤทธิ์ของจิตที่สามารถที่จะลดละจางคลายลงได้ด้วยความสามารถทั้งรู้รู้ รู้ในปัจจุบันใดเท่าใดยิ่งดีเท่านั้นเก่งเท่านั้นการเกิดของโพชฌงค์ก็เกิดอยู่จริงๆเท่านั้นเท่านั้นเกิดได้ดีมีการชนะเรารู้เท่าทันนี้คือกิเลสและเราก็มีวิธีต่างๆสามารถทำได้เป็นอิทธิวิธีสามารถจากมากทำให้น้อยจากน้อยทำให้มากได้จริงๆปรากฏก็ทำให้ปรากฏไม่ปรากฏทำให้ปรากฏได้ไม่ปรากฏทำให้ปรากฏขึ้นมาก็ได้ดังนี้เป็นต้นตามที่สิทธิวิธีได้อธิบายถึงลักษณะต่างๆก็เป็นการบอกถึงลักษณะที่เรามีอิทธิฤทธิ์จริงๆมีอิทธิวิธีมีวิธีการทำจนเกิดฤทธิ์จะวิธีการของใครก็ของใครแล้วแต่ฝึกฝนมารู้เหลี่ยมรู้มุมมาแล้วก็ทำจริงๆจนเกิดพัฒนาการได้ดีเรียกว่ากิตติและ กิเลสก็ลดลงจริงๆเรียกว่าปัสสัทธิเกิดปิติเกิดปัสสัทธิเกิดได้ดีเกิดสงบเกิดได้ดีเกิดสงบยิ่งรู้ยิ่งมากขึ้นยิ่งเห็นชัดมากขึ้นและยิ่งมีกำลังของจิตแรงขึ้นความสงบก็ยิ่งดีขึ้นดีขึ้นความสงบของพุทธจึงไม่ใช่ความสงบที่ไม่สว่างแต่เป็นความสงบยิ่งแจ่มแจ้งชัดยิ่งสว่างยิ่งไม่ซึมเศร้ายิ่งจะสดใสยิ่งจะร่าเริงเบิกบานยิ่งจะแจ่มโปร่งอันนี้แจ่มชัดแจ่มใสโปร่งเบาง่ายสดชื่นมีลักษณะเช่นนั้นไม่ใช่ลักษณะซึมซึ่งหนักหนึบชื่อก็ไปไม่ใช่สงบพระพุทธเจ้าเป็นสงบที่พระโปร่งใสเบิกบานร่าเริงสว่างมีปัญญา ประกอบชัดเจนยิ่งดียิ่งเห็นอย่างนี้เป็นลักษณะที่ถูกต้องของพุทธเพราะเราปฏิบัติจริงๆตามฐานะของเราของเราตามขอบเขตของศีลของกรรมฐานของแต่ละบุคคลทำให้จริงแล้วเราจะเลื่อนอธิศีลเลื่อนอาทิตย์จิตขึ้นไปมีปัญญายิ่งยิ่งยิ่งยิ่งยิ่งขึ้นตามสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนนี่เป็นหลักใหญ่กำชับกัญชากันและๆอีกตั้งแต่ต้นจนกระทั่งอาตมาก่อนตายก็จะต้องสอนอย่างนี้ก็จะต้องเอาหลักใหญ่เหล่านี้มาแนะนำกันจริงๆแล้วพวกเราก็จะต้องได้ทำแบบฝึกหัดกันอย่างรู้เพียงบอกแล้วก็กระทำได้เข้าไปมากๆจนกระทั่งช่ำชองจนกระทั่งเป็นจริงจนกระทั่งพิสูจน์สัจจะว่าเมื่อคุณทำแล้วคุณได้คุณเป็นคุณมีเป็นผลของเราแท้ๆและคุณก็จะได้ สมบูรณ์ได้ที่สุดสิ่งที่เราได้จึงมีจริงเป็นจริงเป็นความมั่นใจเป็นความที่ใครจะว่าอย่างไรก็ไม่มีปัญหาไม่ใช่เราดื้อด้านไม่ใช่เรายึดมั่นแต่มันมีแล้วมันเป็นแล้วมันได้แล้วมันจริงชัดที่สุดเราจะเป็นคนรู้เป็นคนได้เป็นคนเป็นคนมีเองนะนี่ก็ขอกำชับกำชับย้ำในหลักนี้เพราะงั้นในทุกอิริยาบถบัดนี้เรากำลังฟังธรรมเรามีโพชฌงค์ 7 อยู่ด้วยหรือเปล่าเราฟังธรรมเรามีอะไรตกไปมีสติตกไม่มีวิริยะดีไหมมีธรรมเอาวิจัยดีไหมเป็นสิ่งที่เป็นของที่จะต้องแก้ไขเป็นมิจฉาหรือว่าเป็นอกุศลเป็นทุจริตไม่ดีอะไรที่เราควรแก้ไขปรับปรุงกระทำเข้าทันทีทันทีอย่าให้ขณะล่วงเลยไปเวลาถ้าผู้ใดบุคคล ให้เวลาล่วงไปล่วงไปก็พากันยัดเยียดอยู่ในนรกเพราะเราจะต้องตั้งอกตั้งใจเดินบทให้เกิดอริยมรรคคำว่าอริยมรรคนั้นคือการเดินที่เกิดอริยกุลอยู่ตลอดเวลาแม้น้อยแล้วก็จะต้องรู้ให้ชัดว่าเราได้มีอริยกุลจริงๆยิ่งอริยกุลที่มันชัดเจนยิ่งมีคุณภาพมากปริมาณมากก็ยิ่งแน่ล่ะมันยิ่งดียิ่งร้ายก็เข้าใจอริยกุลจริงๆให้ชัดแจ้งแล้วเราจะได้เป็นผู้สั่งสมอารยธรรมเพื่อเป็นอริยบุคคลตามฐานะของเราจนถึงที่สุดแห่งที่สุดได้อย่างแท้จริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน