จักร 4 และปัญญาวุฒิ 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
จักร 4 และปัญญาวุฒิ 4 สู่แดนธรรม…อยากขอให้พ่อครูอธิบายจักร 4 ครับ พ่อครูว่า…อาตมาอธิบายอจินไตย 4 ได้แล้วจะไปกลัวอะไร อาตมามีอจินไตย อย่างน้อยฌานวิสัย แม้พุทธวิสัยอาตมาไม่ถึงก็ตาม โลกจินตา อาตมาตัดทิ้งไปเยอะเลย สู่แดนธรรม...ชาวอโศกได้มาอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม พ่อครูว่า…จักร 4 (ดุจล้อรถนำไปสู่ความเจริญ) 1. ปฏิรูปเทสวาสะ (การอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม) . 2. สัปปุริสูปัสสยะ (การคบหาสัตบุรุษ) . 3. อัตตสัมมาปณิธิ (การตั้งตนไว้ชอบธรรม) 4. ปุพเพกตปุญญตา (ความเป็นผู้มีบุญอันได้กระทำแล้วในปางก่อน ไว้เป็นที่พึ่งอาศัย) (พตปฎ. เล่ม 21 ข้อ 31)
ข้อ 1. มีสถานที่อันพอเหมาะ แล้วมีมนุษย์มีคนที่เป็นสัตบุรุษได้พบสัตบุรุษ มีสถานที่ดีๆ เป็นเสนาสนะ ข้อ 2. มีสัตบุรุษมีคนที่อยู่ในฐานะครูอยู่ 2 ข้อนี้ครบ มีสถานที่ มีบุคคลเป็นครูบาอาจารย์ที่พึ่งอันเกษมให้เราศึกษาฝึกฝนได้ เรายังไม่เป็นผู้ที่เป็นไก่ตัวพี่ เราก็จะต้องอาศัยไก่ตัวพี่อยู่ ได้แล้วไก่ตัวพี่ ต่อมาข้อ 3. อัตตสัมมาปณิธิ คือ คุณก็ตั้งของคุณ ก็ทำของคุณศึกษาให้ซ้ำมาอบรมให้ชอบ ฟังธรรมะความรู้สร้างสิ่งที่เกิดที่เป็นให้ขึ้นที่ตน อัตตะ ให้มันถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ สัมมาปฏิเวธให้เกิดให้ได้ เมื่อคุณได้แล้วก็จะข้ามชาติไป และข้อ 4. ปุพเพ ได้แล้ว กตะ ได้อะไร ได้ปุญญะ ได้สิ่งที่คุณสร้างบุญเป็นทำบุญได้ ชำระกิเลสได้เสร็จแล้ว กตะ ปุญญะ คุณได้เคยทำกิเลสออกมาได้ก่อนแล้ว ปุพเพ มาตั้งแต่ปางบรรพ์ก่อนแล้ว คนที่มีจิตสะอาดที่ได้ทำไว้ตั้งแต่ปางก่อนมาแล้ว ปุพเพกตปุญญตา แปลเอาตามสัจจะสาระ คือคนที่มีจิตสะอาดบริสุทธิ์เสร็จมาแล้วจากชาติก่อนข้ามชาติมาถึงตอนนี้ นั่นคือคนที่เป็น ปุพเพกตปุญญะ เอาคำว่า ตาใส่ก็เป็นคำนาม คนที่มีคุณลักษณะอย่างนี้ อย่
อ่านต่อ
างอาตมาบอกว่าอาตมามี ปุพเพกตปุญญตา เป็นคนที่มีของเก่ามา ก็เอามายืนยันเอามาบอกคนก็หมั่นไส้ คนที่ไม่ศรัทธาไม่เคารพไม่รู้จักเขามีอวิชชามิจฉาทิฏฐิเขาก็ไม่รู้ เขาก็ว่า แต่คนสัมมาทิฏฐิก็จะเข้ามาคบหา ก็เกิดปัญญาวุฒิ 4 1. สัปปุริสสังเสวะ (รู้จักคบบัณฑิต คบหาสัตบุรุษ) 2. สัทธัมมัสสวนะ (ฟังสัทธรรม) 3. โยนิโสมนสิการ (กระทำลงในใจโดยแยบคาย) 4. ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ (ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม) (พตปฎ. เล่ม 21 ข้อ 248)
ที่ได้มาคนนั้นก็เป็นสัตบุรุษ หรือสัปปบุรุษ อย่างอาตมานี้เป็นสัตบุรุษ คุณเข้ามาคบอาตมา สัปปุริสสังเสวะ มาคบให้บริบูรณ์ มาเข้าใกล้ฟังธรรมให้บริบูรณ์ตามอวิชชาสูตร คุณก็จะได้สัทธรรมที่บริบูรณ์ คุณก็จะมีศรัทธาที่บริบูรณ์ ศรัทธาที่บริบูรณ์นั้นแหละคุณถึงจะทำโยนิโสมนสิการที่บริบูรณ์ได้ อย่างในอวิชชา 10 คุณได้ฟังสัทธรรมที่อาตมาสาธยายอธิบายที่ถูกต้องที่ดีแล้วเป็นของพระพุทธเจ้าแท้ สัทธรรม เมื่อคุณได้ฟังสัจธรรมคุณก็เสวนา สวน แปลว่าฟัง คุณก็ฟังฟังจนเข้าใจพิจารณาตาม จนคุณชัดเจนเข้าใจชัดทุกอย่างเอาไปปฏิบัติได้ เอาไปปฏิบัติได้ก็มนสิการเอาไปปฏิบัติ ปฏิบัติจนข้างนอกที่หยาบก็ทำได้ง่ายกว่า ทางกายทางวาจาจนทำได้ถึงใจมนสิการของใจที่เป็นตัวประธานเปลี่ยนแปลงใจที่เป็นมิจฉาทิฏฐิที่มันไปติดยึดก็ล้างกิเลสได้ ใจก็มีอำนาจควบคุมกายวจีอีก อยากถูกต้องถ่องแท้เป็นโยนิโสละเอียดแยบคาย ลงไปถึงที่เกิดลงไปถึงที่จะเปลี่ยนแปลง จุดมูลกา จุดต้นรากของมัน ถอนรากถอนโคนกิเลสให้หมด ปลูกอาริยธาตุลงไปใหม่ คุณก็ทำสำเร็จโยนิโสมนสิการ คุณทำได้ โยนิโสมนสิการได้จริง คุณก็ทำปฏิบัติเข้าไปเป็น ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ ปฏิบัติทำตามฐานะของคุณที่เหมาะที่ควรให้ได้ ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ คุณก็จะเจริญด้วยธรรมะได้สัดส่วนที่คุณปฏิบัติเจริญไปได้เรื่อยๆ ก็เกิดการเจริญปัญญา วุฒิๆ ด้วยปัญญาด้วยความรู้แล้วก็กรรมการกระทำ ตามที่คุณมีปัญญา คุณก็ วุฒิๆๆ เจริญเจริญเจริญ จนถึงที่สูงที่สุดได้ จึงเรียกว่าจักร 4 หรือปัญญาวุฒิ 4 สู่แดนธรรม…อัตตสัมมาปณิธิ จักร 4 เป็นธรรมะที่ทำให้เจริญก้าวหน้าแต่ตัวที่ 3 นี้ทำให้ตั้ง มันจะย้อนแย้งกันไหม บางคนบอกว่าอยู่บ้านก็เป็นการตั้งตนชอบแล้ว พ่อครูว่า…ไม่ย้อนแย้ง มันเป็นภาวะที่เป็นคู่ ก็ตั้งตนไว้ คุณทำให้มันตั้งลงหยั่งลง ตน ทำตนให้ตั้งลง ตน เราอ่านด้วยสำเนียงสระไทย ก็คือ ตน แม่กนเลย บาลีจะอ่าน ตะนะ อย่างกะนะ แต่คนไทยเรียก กน ทำตน จะเรียกตนะหรือ ตต ถ้า ตต เป็นตัวไม่หมด ถ้า ตน นี้เป็นตัวหมดได้ ต คือตั้งตั้ง น คือไม่มี ตต นี่ไปเรื่อยๆๆ ไม่หมด คุณก็จะมีแต่มีแต่มีไม่รู้จักจบ เพราะฉะนั้นจากคุณจะเรียน ตต คุณโง่กับ ตต เพราะมาเรียนแต่ ตต ก็มาอยู่กับสิ่งที่เป็นคุณค่า เป็นสิ่งที่ดี คุณก็มาเรียนจนกระทั่งรู้เราไปหลง ตต ตั้งนานก็เลิกเสียที ไม่เอา ก็เป็น ตน จาก ตต มาเป็น ตน คนอยู่ในฐาน ตน เจริญกว่า ตต ถ้าเป็นอัตตา นี้ ตต ถ้าเป็น ตน หรือยิ่งมีอายตนะ มีประโยชน์ มีรายได้คุณค่า อายะคือ ประโยชน์ เป็นสิ่งที่เจริญ มีสิ่งที่ดีที่ได้ขึ้นมาโดยสัมมาทิฏฐิ โดยสัมมาปฏิบัติ สัมมาปฏิเวธ เป็นอายะขึ้นมา เป็นประโยชน์ขึ้นมา คุณก็จะลด ตต มาเป็น ตน จาก ตน ก็เหลือ ต ตัวเดียว จาก ต ตัวเดียวก็เหลือ น ตัวเดียว จาก น ตัวเดียวก็หมดเลยเป็น 0 เหลือแต่ สย เศษวรรค ตัวที่ 5 คือ ส ตัวครึ่งนึงของ 9 เป็นพลังงานเต็มเอาไว้ครึ่งเดียว เอามาทำงานรู้ 4 กับ 4 ตัว 5 นี้เป็นตัวพลังงานของ 4 กับ 4 4 เป็นพลังงานที่ควบคุม 3 ได้ก็ใช้ 4 นี้จัดการ 4 กับ 4 ได้ เป็นผู้มีวสวัตตี มีอำนาจเหนือควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้ เป็นพยัญชนะที่สื่อสภาวะให้ฟัง ไม่ใช่เรื่องที่เดาเอา แต่เป็นเรื่องสภาวะธรรมจริงที่อาตมาพูดอย่างมั่นใจไม่ได้พาให้คุณฟังเรื่องเลอะเทะ เป็นเรื่องสาระศรัทธาที่ละเอียดลึกซึ้งมาก ใครพอเข้าใจก็จะเข้าท่า มีหวังเป็นอรหันต์ ใครฟังเข้าใจบ้างไม่ได้บ้างก็ก้าวหน้าไป ใครที่ฟังเข้าใจไม่ได้ก็พยายามทำความเข้าใจเอา ส่วนที่เราพออยู่ในฐานที่เราเข้าใจศึกษาไป ยืนยันกับคุณได้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งประเสริฐของพระพุทธเจ้าที่ถูกต้องแล้ว ไม่ออกนอกรีตนอกทาง ไม่ออกนอกเขตแล้ว
ศีลทำให้เกิด อธิจิต เกิดปัญญา เป็นสามเส้า แล้วจะเกิดหลุดพ้นจากสิ่งที่เคยติดยึดมาเป็นวิมุติหลุดพ้นไปเรื่อยๆหรือเจริญเป็น มุติ เป็นโมกข์ แปลว่าหลุดพ้น อาตมาสอนแม้จะไม่ละเอียดเท่าไหร่แต่คุณจะเข้าใจโครงสร้างไปเข้าใจสิ่งอื่นต่ออีกเมื่อถึงรอบของมันคุณจะรู้ คุณยังไม่ถึงก็ไม่รู้ไม่มีปัญหา ไม่ต้องฝึกหัดประเทือง พยายามพากเพียรไป เมื่อถึงขีดก็จะรู้ อาตมาไม่กังวลพวกคุณจะไม่รู้หรอก อาตมาจะสอนไป คนอื่นรู้ตามก็จะช่วยขยายตามอยู่ มันเป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์ มีตัวพี่ตัวน้องตัวรองลงมาช่วยกันอยู่เป็นกลุ่มเลยชม ไม่ต้องกลัวหรอก แต่อย่าช้า อย่าไปปรามาส เหลาะแหละเล่นหัว จับๆคลำๆ ไม่เอาถ่านไม่เอาจริง อย่า เอาจริงๆ พากเพียรเข้าเถอะ แล้วคุณจะได้มาช่วยกัน จะได้มาเป็นไก่ตัวพี่ขึ้นมา แล้วได้ไปช่วยกัน
640425_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ปฏิบัติศีล ให้ถึงอรหัตตผลโดยลำดับ