241125-534 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ027.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2524 อภิณหปัจจเวกขณ์ (96 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นตัวหนังสือ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข9 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ถ้าได้ย้ำพิจารณาแล้วก็ได้ชี้เน้นลงไปถึงเรื่องอาหารซึ่งเป็นตัวปฏิบัติธรรมอยู่ในจรณะ 15 อย่างชัดแจ้งว่าการพิจารณาอาหารนั้นเป็นเรื่องจริงแม้แต่ในศีลศีลข้อที่ 6 เริ่มต้นขึ้นมาให้เราพยายามต้องรู้จักอาหารกำหนดการกินการใช้กันอย่างสำคัญทางการปฏิบัติธรรมถ้าเราไม่รู้หลักเกณฑ์ในการประพฤติธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นน่ะมีแต่ธรรมะที่จะเป็นไปเพื่อนิพพานทั้งสิ้นแม้แต่เขาบอกว่าอันนี้เป็นโลกียธรรมก็เป็นความเข้าใจตื้นๆของคนที่บรรยายเท่านั้นเองโดยจริง มันเป็นธรรมอธิษฐานซ้อนซับซ้อนอยู่ในนั้นถ้าปฏิบัติถึงจิตเข้าใจจิตแล้วปฏิบัติอะไรอะไรมันก็ต้องพิจารณาปฏิบัติมีพิจารณามีการลดละหน่ายคลายแล้วถ้าลดละนายคลายไปจนกระทั่งถึงจิตมันมีการซับซ้อนมีการถ่วงรถดึงลงไปถึงจิตได้เมื่อจิตเราลดละจางคลายปลดปล่อยมันก็เป็นทางเดินไปสู่ปรมัตถธรรมไปสู่นิพพานแล้วผู้ใดปฏิบัติธรรมมีพอใช้ในวัตสันยุตาแล้วก็มีหลักชาวอยุธยานิยมโยคะหมายความว่าเราจะต้องเป็นผู้ตื่นรู้จากขยะนะโยคะเป็นพระโยคาวจรเป็นผู้พากเพียรที่มีความตื่นรู้อย่าอย่าไป ซึมซึมเศร้าๆหรืองมงายความไม่ตื่นรู้คือการโง่งมงายไม่รู้เหตุผลทำไปโดยไม่เข้าใจว่าเพื่ออะไรอย่างไรมีอาการประพฤติไปแล้วมันอะไรมันจะเกี่ยวข้องอะไรอะไรมันจะละเจือจางอย่างไรและจางเป็นยังไงอะไรเป็นอกุศลอะไรเป็นกุศลดีขึ้นคืออย่างไรจะเบาจางเป็นอย่างไรหมดแล้วกิเลสเป็นอย่างไรถ้าเราไม่รู้ว่าเราปฏิบัติไปอย่างซื่อๆซื่อๆเซ่อๆอันนั้นเราก็ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเราจะเกิดญาณในการกระทำที่ถูกตรงเพราะว่าเราจะไม่เข้าใจแม้แต่สัจจะความจริงต่างๆของเราปฏิบัติไปเพื่ออะไรได้ยังไงอะไรเราไม่มีสัจจะยานเพราะฉะนั้นเราจะปฏิบัติก็ไม่เป็น จะยานคือไม่เป็นการกระทำที่เกิดปัญญาเกิดความรู้เห็นเกิดความตื่นพร้อมปฏิบัติไปนี่ดังนี้มีเหตุมีผลควบคุมเป็นสัมมาน

อ่านต่อ

ะองค์ 8 เราทำอะไรไปก็รู้หมดทุกบาทรู้เกี่ยวข้องทั้งภายนอกและภายในเป็นกายเป็นเวทนาเป็นจิตเป็นธรรมารมณ์เราไม่รู้เรื่องเลยมันก็ไร้ผลถ้าเราเข้าใจแล้วเราจะรู้ว่าเราทำจิตนี้เนี่ยเป็นกิจปฏิบัติจิตเป็นการปฏิบัติธรรมเป็นกิจกรรมจนกระทั่งมันได้ผลมันหมดมันแล้วมันเสร็จเป็นจักรยานก็มีญาณรู้มีปัญญารู้ถึงการแล้วจบแล้วจิตเสร็จสิ้นภาระซึ่ง งานไม่ต้องเพี้ยนอีกไม่ต้องอบรมอีกไม่ต้องเข้าใจแล้วถึงที่แล้วตั้งมั่นแล้วบริสุทธิ์บริบูรณ์แล้วเราก็จะรู้ด้วยตนเป็นปัจจัตตังมีญาณในอริยสัจ 4 เข้าใจชัดแจ้งว่าในสัมมาแล้วเดินอยู่ในองค์สัมมารีมักองค์ 8 แล้วหรือเป็นทุกข์นิโรธสังขารไม่มีปฏิปทาแล้วทุกข์หมดเหตุปัจจัยที่เป็นสมุทัยก็ล้างนิโรธได้มดดับสิ้นคิดสิ้นภาระที่จะต้องทำอีกเพราะมันพ้นทุกข์พ้นร้อนพ้นกิเลสพ้นอาสวะเป็นทุกข์ในโลกทัศน์ไม่มีปฏิปทาเป็นอาสวะเป็นอาสวะนิโรธคามินีปฏิปทาเป็นการดับอาสวะ อย่างที่ปฏิปทาของชาวบ้านเราได้ดับอาสวะทั้งสิ้นเกลี้ยงต้องเกิดญาณเกิดปัญญารู้ตัวรู้ตนต้องเป็นผู้รู้เป็นผู้ตื่นเพราะฉะนั้นในการเป็นพระโยคาวจรมีฉากกริยาหรือโยคะมีอนุภาคอนุโลมหมายความว่าตามประพฤติพยายามประพฤติติดตามประพฤติกันไปเรื่อยๆมีบทบาทเห็นรู้เป็นผู้รู้ตื่นเป็นผู้ตื่นรู้เป็นผู้กระทำประกอบไปด้วยสัมมารีมรรคองค์ 8 มีสติปัฏฐานจริงๆถ้าเราไม่มีการเรียนรู้ไม่มีบทรู้อย่างนี้แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราจะต้องปฏิบัติธรรมหรือไม่อย่างไรเพราะเราจะต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมเป็นผู้ตื่นผู้รู้ได้ควบคุมปฏิบัติไม่ใช่แต่การกินตอนนี้ทุกอย่างเราจะเป็นผู้ตื่นรู้ เข้าใจอยู่ว่าเราได้ปฏิบัติเราได้บำเพ็ญเราได้เพียรอะไรอุตสาหะวิริยะในควบคุมกายให้สุจริตเป็นที่สุจริตมโนให้สุจริตมีสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาให้พอเหมาะพอควรลงไปเรื่อยๆสั่งสมไปเรื่อยๆตามฐานะของเราว่าเรากำหนดกรรมฐานเรากำหนดกฎระเบียบเรากำหนดศีลกำหนดสัจจะกำหนดอะไรก็แล้วแต่ที่เราเองเราจะกระทำแก่ตนเป็นหมวดวิธีเป็นภาคที่เราจะเอาแค่นี้ก่อนเอาทำขนาดนี้แล้วเมื่อได้แล้วเราก็จะเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นมีสีเป็นอาทิตย์ศีลมีหลักปฏิบัติฉ่ำทองเป็นกรรมฐานที่ละเอียดละออสูงขึ้นเราจะรู้ว่าเราทำตามขั้นตอนฐานะของเราบางอันเราอนุโลมเราวางไว้ก่อนมันก็เป็นจริง ผู้ใดทำได้สูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นจนไม่ต้องมีอะไรอนุโลมจนบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นร่วงสวนหมดทุกเรื่องเราก็รู้ว่าเราเป็นพระอรหันต์สมบูรณ์สูงสุดบริบูรณ์ได้ในขนาดไหนขนาดไหนท่านก็วางกดวางหลักวางระเบียบไว้เป็นโสดาต้องมีละได้สังโยชน์เท่านี้เป็นสัจธรรมและสังโยชน์เท่านี้วงศีลประมาณขนาดนี้ละเป็นอนาคาก็ขนาดนี้องค์ศีลประมาณนี้ละได้มีสังโยชน์เทียบเคียงขนาดนี้ลดหลั่นลงไปลงไปลงไปลงไปมีหลักเกณฑ์วัดชี้และเราก็รู้สภาวะธรรมตามจริงที่ท่านอธิบายไว้การปฏิบัติธรรมด้วย 1 สำรวมอินทรีย์ 2 โภชนาการยุทธตา 3 ฉากกริยาในโย องค์ 3 นี้มีบทปฏิบัติประกอบอยู่ตลอดเวลาจริงๆมีสติรู้ในการสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 มีสำรวมอินทรีย์ตามฐานะของเรานั่นแหละศีลเราจะกำหนดเอาเท่าไหร่ก็มีแต่ละบุคคลเพราะฉะนั้นผู้ใดมีศีลที่ละเอียดละออแล้วเรารู้แล้วเราก็ทำตลอดทุกศีลทุกเรื่องที่เราจะกว้างขวางเราจะรู้ตื่นเราจะเข้าใจฐานะของเราละเอียดผู้ที่ยิ่งเป็นพระอริยเจ้าชั้นสูงศีลอันไหนอันไหนก็จะต้องบริสุทธิ์ล่วงส่วนไปหมดทุกศีลและก็จะทำมากเอาข้อไหนข้อไหนท่านก็เพียรพยายามให้ละเอียดละอออยู่ทุกศีลทุกข้อสูงปานฉะนั้นผู้ใดปฏิบัติด้วยสำรวจอินทรีย์มีโภชนาการยุทธตาประมาณนี้ของกินของใช้ปฏิบัติ ธรรมกับการกินการใช้ชาที่ยาวนิยมทำให้เป็นผู้ที่ตื่นรู้รู้ตื่นอยู่ตลอดเวลารู้ตัวว่าได้ปฏิบัติธรรมอยู่เสมอผู้นั้นแหละเป็นผู้ปฏิบัติอันไม่เสื่อมเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นความเสื่อมเพราะมีหลักกฎหมายมีหลักกฎ 3 บอลสำรวมอินทรีย์ 6 มีการประมาณในการกินได้พิจารณาในการกินได้เรียนรู้กับการกินการใช้เครื่องกินเครื่องใช้และจะมีการเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะรู้ตัวเกิดญาณเกิดรู้เกิดเข้าใจถึงผลได้ผลดีเกิดเข้าใจว่าขณะนี้ตัวกำลังปฏิบัติอยู่พ่ายแพ้หรือชนะได้เจริญอยู่หรือว่าเสียค่าเราจะรู้จริงๆเลย ในการปฏิบัติไปการปฏิบัติอย่างนี้เป็นการปฏิบัติไม่เสื่อมเพราะมีหลัก 3 ดังกล่าวนี้มีพระพุทธเจ้าก็ยืนยันละเอียดละออเอาไว้มันก็เข้าใจในสภาพสำรวมอินทรีย์ซึ่งก็ได้เนียนมาสภาพโภชนาการก็จะต้องทำให้เกิดสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อมเป็นผู้ปฏิบัติได้มีสภาพเจริญๆยิ่งอยู่เป็นผู้รู้ตื่นตื่นรู้ได้กระทำไม่งมงายมีของจริงสัมผัสแตะต้องเรียนรู้ได้ไม่ใช่มีแต่เอาแต่เหตุผลทฤษฎีคำนวณแต่มีสภาวะธรรมได้มากน้อยสันโดษลดลงจางคลายหรือดับสนิทลงไปเข้าใจเกิดจานทุกจานกิจกรรม เกิดญาณเกิดจากปัญญาอธิปัญญาหรือญาณทัศนะวิเศษรู้เห็นแจ้งจริงๆก็นี่ก็เน้นให้ฟังขอให้พวกเราได้ฟังภาษาแล้วก็ตรวจอ่านตัวเองวันหนึ่งคืนหนึ่งทุกวันทุกคืนเราได้ปฏิบัติธรรมอยู่ในหลักเกณฑ์ต่างๆเหล่านี้ของพระพุทธเจ้าหรือไม่ถ้าเราได้ปฏิบัติก็ดีถ้าได้ผลที่มากชัดเจนยิ่งๆก็ยิ่งจะมั่นใจในตัวเองก็ขอให้ทุกคนได้เห็นรู้ความจริงเหล่านี้เป็นการปฏิบัติไม่โมฆะปฏิบัติได้มักได้ผลให้ประสบผลสูงสุดทวนตัวทุกคนเทอญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน