211213-281 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-R068.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 13 ธันวาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำหมู่พิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกพูดถึงการพิจารณาในกระบวนการพิจารณามาวันสองวันให้เข้าใจในจุดที่จะพิจารณาแล้วก็พยายามพิจารณาให้รอบกว้างแต่บอกว่าพิจารณาก็มีวันหยุด 24 ชั่วโมงเราก็จะต้องพิจารณาให้มันได้เสมอให้รู้ความหมายในคำว่าพิจารณาคืออะไรและเราก็พิจารณาให้ถูกให้เขาทาให้ได้รับประโยชน์ จะพิจารณาเห็นทั้งสภาพที่เราละได้และสภาพที่เราคลุกคลีได้เป็นเจ้าภาพที่เราละได้เราก็จะต้องพิจารณาเข้าไปอ่านออกไปถึงจิตเป็นที่สุดในช่วงที่เรายังละไม่ขาดแล้วจะต้องพรากกันก่อนห่างกันก่อนก็ให้รู้ว่าประโยชน์ในเวลานั้นกาละนั้นมันจะต้องฝากกันก่อนสงครามกันไปได้พิจารณาจิตใจได้เรียนรู้เท่าทันเห็นโทษเห็นภัยโดยวิปัสสนาญาณไม่เข้าใจความหมายจนกระทั่งแน่ใจว่ามีโทษมีภัยอย่างนั้นอย่างนี้จิตใจปลดปล่อยรู้จิตใจของเราว่าเราได้ปลดปล่อยเราได้เบอร์นายเราและคลายเห็นแจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเราก็จะค่อยยังชั่วขึ้นเมื่อมาสัมผัสกลับมาสัมผัสอีกเมื่อมีสัมผัส มีวิปัสสนามีสติปัฏฐานที่จะกระทบสัมผัสก็รู้เท่าทันและก็พยายามอ่านผิดดูรู้ถ้าจิตของเราเหนือจึงครอบงำได้ก็เรียกว่าเราทำได้เราสามารถที่จะพิจารณาธรรมสามารถที่จะปฏิบัติธรรมด้วยการแตะต้องสัมผัสได้ว่าจะต้องสัมผัสอยู่เราก็มีบทฝึกหัดเป็นปัจจุบันน่ะทำทีเดียวเป็นสติปัฏฐานทันทีเป็นวิปัสสนาทันทีและปลดปล่อยจิตละหน่ายตายสุดท้ายเราก็ทุกข์ผีได้แม้ที่สุดเราก็ต้องพรากดูอีกถ้าเราพลาดดูอีกแล้วเราก็ไม่ได้โหยหาอาวรณ์อ่าไม่ได้ติดมาทุกทีก็รู้แล้วเราก็สามารถมีจิตอยู่เหนือสัมผัสแล้วก็อ่านจิตใจอ่านชัดเจนของเราไม่ปรุงไม่ตกอยู่ใต้อำนาจความยินดียินร้าย ตกปลาห่างไปลองดูอีกก็เห็นว่าเราไม่โหยหาไม่อาวรณ์ไม่ติดไม่หลงใหลเราก็จะรู้ทั้งสองส่วนทุกทีก
อ่านต่อ
็ได้วางก็ได้ปลดปล่อยก็ได้สภาพบริบูรณ์ร่วงส่วนขาดเช่นนั้นจึงไม่ได้หมายความว่าเราห่างของแล้วเราก็เป็นผู้ว่าเด็ดขาดก็ไม่ใช่เราคลุกคลีอยู่แล้วเราก็เห็นคนคลุกคลีก็ถือว่าเขาเองกิเลสไม่ขาดก็พิจารณาอย่างนั้นไม่ได้ก็อ่านอย่างนั้นไม่ได้เพราะเราเองตัวสำคัญตัวจริงตัวแท้เราก็จะต้องพิจารณาอ่านให้ลึกซึ้งเข้าไปหมดแม้กระทั่งละเอียดภายในจิต มีลูกยังมีอรูปอะไรเหลือหลงอยู่ว่าเราเองเราสัมผัสแต่ต้องแล้วทุกทีเราอยู่เรารู้ดีอยู่ก็ไม่มีสภาพที่เกิดจิตเกิดกิเลสอะไรหรือห่างพรากไปเราก็หมดจากกันได้อย่างแน่นอนจากกันได้โดยอย่างไม่มีอะไรที่จะวนเวียนวุ่นวายโยงใยห่วงหาอาวรณ์ถึงกันอีกอย่างเด็ดขาดเราจะเป็นผู้รู้ความจริงแม้สัมผัสแม้การพรากมันก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะบริบูรณ์ร่วมส่วนในเราที่จะพิจารณาเห็นอยู่ตลอดเวลาที่เราจะสัมผัสอะไรเราจะเกี่ยวข้องกับอะไรที่จึงเป็นเรื่องธรรมดาการปฏิบัติธรรมนั้นเป็นเรื่องปฏิบัติความธรรมดาที่เรามีชีวิตอยู่กินอยู่หลับนอนอยู่กับโลกและเรา รู้มายาทั้งหลายแหล่จนรู้สาระรูปปัจจัยที่แท้ของชีวิตแต่เราก็อยู่โดยไม่ติดสิ่งที่ประกอบเป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสไม่ติดไม่ยึดรู้ค่ารู้สาระเป็นไปที่ยังบริบูรณ์เท่าทันถึงแม้จะคิดของเรามันเดือดซุกซ่อนมันจะเล่นคนเล่นอะไรซ่อนแฝงยังไงเราก็จับได้ไล่ทันทีนี้เรียกว่าเราเป็นนักพิจารณาเราเป็นนักวิปัสสนาเราเป็นนักอ่านรู้ปรมัตถ์เข้าใจในปรมัตถ์ที่แท้จริงเพราะในทุกๆเวลา 24 ชั่วโมงยืนเดินนั่งนอนกินอยู่หลับนอนทำงานทำการเกี่ยวข้องกับทั้งวัตถุเกี่ยวข้องกับทักษะบุคคลเกี่ยวข้องกับทั้งรูปทั้งรถทั้งกลิ่นทั้งเสียงทั้งสัมผัสแม้ที่สุดจิตของตนในจิตของตน ก็ต้องอยากรู้ไม่จริงไม่ติดทบทวนสังเกตจิตตัวเองเสมอเมื่อการสัมผัสก็ดีคลุกคลีอยู่ก็ดีหรือเมื่อการห่างกันพลากกันพรากจากอะไรก็ตามแต่พอดีทุกสภาพอยู่ก็ได้จากก็ได้จึงเรียกว่าบริบูรณ์ตลอดกาลบริบูรณ์ร่วมส่วนนี่เป็นจุดที่เราจะต้องอ่านต้องกระทำต้องการทุกทีไปทุกทีมาเวียนกันไปเวียนกันมาห่างๆบ้างทุกทีกันบ้างอะไรสลับไปสลับมาหมุนเวียนอยู่นี่จะต้องพิจารณาเป็นสติปัฏฐานตลอดรอบเราจึงจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ในการพิจารณาหรือหลักแท้เขาเรียกว่าวิปัสสนาวิปัสสนามีพิจารณาเป็นหลักสำคัญผ่านอย่างถึงจิตเข้าใจทุกอย่างแม้เมืองนอก ที่สำคัญเกี่ยวกับวัตถุนอกเป็นภายนอกเข้าไปถึงเบื้องในเป็นภายในแล้วก็กระทั่งแปรรูปมาจนกระทั่งถึงขนาดเล็กละเอียดไปถึงอับรูปเป็นขั้นสุดท้ายมีสันตะวิหารแม้เป็นอรูปเป็นจิตก็เข้าใจในรูปเป็นจิตเข้าใจในอรูปฌานเข้าใจในสภาพที่มีหม้อขันอัดรูปฌานหรืออรูปพิจิตรเป็นเนื้อสดและเราก็อยู่อย่างวิโมกข์ที่อธิบายกันแล้วก็มีสภาพถูกต้องตามที่มุ่งมั่นเป็นอาสาเป็นวิญญาณได้เป็นอันกินกันอะไรก็แล้วแต่จนถึงขั้นสุนิตาได้ถึงขั้นสัญญาเวทยิตนิโรธอย่างสูงสุดแม้จะมีแต่ภาษาแต่เราจะต้องผ่านสภาวะรู้ ทุกคนจะต้องเห็นทุกคนจะต้องผ่านทุกคนจะต้องมีถึงขั้นเป็นฌานฌานในถึงขั้นเป็นอรูปฌานมันจะต้องมีทุกคนจะต้องเข้าใจถ้าไม่เช่นนั้นก็พลางๆเบลอๆพูดแต่ปากเล่นแต่ถ้าผู้ที่รู้สภาวะจริงภาษาหรือหลักทฤษฎีต่างๆนี้เอามาใช้ได้ประโยชน์และก็เกิดมักเกิดผลเกิดฌานเกิดสมมุติอย่างแท้จริงพวกนั้นจึงจะประสบความแท้จริงที่กล่าวนี้ก็ขอให้ระลึกและก็ขอให้เอาทฤษฎีขอให้เอาหลักเกณฑ์ที่จะศึกษามามากผมมากเอาไปสอบทหารเอาไปพิจารณาเอาไปปฏิบัติตนให้เกิดผลสำเร็จอย่างแทน