สาธารณโภคีในยุคนี้ที่พ่อครูพาทำเกิดจากอะไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สาธารณโภคีในยุคนี้ที่พ่อครูพาทำเกิดจากอะไร ของพระพุทธเจ้านั้นหยิบเอาธาตุวิญญาณหรือธาตุจิตธาตุรู้ ซึ่งมีคนมีรูปนาม เรียกว่านามธาตุ เอามาศึกษา โดยมาแจกวิภัตติ มาแจกแจงให้เรียนให้ปฏิบัติ เช่น มาแจกนาม 5 รูป 28 ให้มาปฏิบัติ การปฏิบัติต้องรู้จักนาม 5 กับรูป 28 นาม 5 มี เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ เพราะฉะนั้นต้องมาเรียนรู้ใน เวทนาสัญญา สังขาร วิญญาณ โดยเฉพาะมาเรียนรู้ อาการนี้คือเวทนา อาการอย่างนี้คือสัญญา เป็นตัวกำหนดรู้ เวทนา กำหนดจะรู้ตัวมันเองในตัวสัญญากำหนดว่าอาการอย่างนี้เรียกว่าเวทนานะ อาการอย่างนี้เรียกว่าสังขารนะ ในสังขารนี้มีเจตนา เป็นเจตนา 3 กามตัณหา 1 ล้างอาการของกามก่อน ล้างอาการของกามหมดไป ก็จะเหลือ รูปราคะ อรูปราคะ แล้วก็ล้างต่อ แล้วก็มาล้างรูปราคะต่อ ผู้ที่นั่งหลับตาปฏิบัติไม่ได้ล้างกาม อย่างมหาบัว กินหมากปากเปรอะ มีกามตัณหาเต็มเลยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสก็ไม่ได้เรียนรู้เลยแล้วก็ไปนั่งหลับตา นั่งหลับตาจะมาล้างรูปราคะ อรูปราคะ มานะอุทธัจจะ มันจะล้างได้อย่างไร เพราะว่าตัวอย่างข้างนอกคุณจะกินแตงโมคุณยังไม่เอาเปลือกออก คุณจะไปกินเนื้อ มันก็กินไม่ได้ไม่ได้กินอะไรเลย คิดว่าจะเข้าไปกินเนื้อแดงในๆแตงโม แตงโมมันมีเปลือกเขียวๆแล้วมีเปลือกขาวๆแล้วถึงจะไปกินเนื้อแดงๆ ไม่ได้กินหรอกเพราะว่าเปลือกคุณไม่ได้ปอกเลย เขียวๆก็ไม่ได้ปอก ขาวๆก็ไม่ได้ปอก คุณต้องเอาเปลือกสีเขียวสีขาวออกก่อนจึงจะเหลือสีแดง แตงโมลูกนี้แดงหรือเหลือง คุณไม่ได้กินหรอก เขาไม่ได้ทำตามลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ไปเรียนรู้มิจฉาทิฏฐิ เป็นเดียรถีย์ ก็เลยโมฆะไปจากสัจธรรมของพระพุทธเจ้า อาตมาว่าอาตมาเอาธรรมะพุทธเจ้าที่สัมมาทิฏฐิมาให้เกิดสัมมาปฏิบัติ แล้วเกิดสัมมาปฏิเวธ เมื่อเกิดสัมมาปฏิเวธแล้วจึงเกิด เป็นมนุษย์อาริย
อ่านต่อ
ะ เป็นมนุษย์โลกุตระ จึงมีพฤติกรรมมีกรรมต่างๆเป็นการงานทำอาชีพต่างๆกัมมันตะ พูดจาแม้แต่จะคิด ก็เป็นสัมมา เป็นโลกุตระจึงเป็นคนอีกเผ่าหนึ่ง เป็นเผ่าโลกุตระ เกิดชุมชนมาเป็นอันนี้เกิดเป็นจริง ในยุคนี้สมัยนี้ ซึ่งอาตมาพูดแล้วก็ภาคภูมิใจที่เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาพิสูจน์ให้เห็นกันได้เลยว่า ขนาดสาธารณโภคีในยุคพระพุทธเจ้า พูดแล้วมีคนเขาบอกว่าอาตมาดูถูกพระพุทธเจ้า อาตมาว่ายกพระพุทธเจ้าเน้นพระพุทธเจ้าทำไม่ได้ แต่ในยุคนี้โพธิรักษ์ทำได้ ทำให้เกิดสาธารณโภคีในมวลฆราวาสได้ เป็นชุมชนอย่างชุมชนชาวอโศก ชุมชนราชธานี ชุมชนสันติอโศก ชุมชนศีรษะอโศกของชาวอโศกที่มีกระจัดกระจายอยู่ในทั่วประเทศตอนนี้ เป็นชุมชนที่เป็นสาธารณโภคี มันทำได้จริงๆ สมัยพระพุทธเจ้าทำไม่ได้เพราะเป็นยุคทาส ยังไม่รู้จักสิทธิมนุษยชน เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มันมีข้อจำกัดทำไม่ได้ แต่พระพุทธเจ้าท่านก็ทำของท่านจนได้ คือเอามาประกาศทฤษฎีนี้ มีธรรมนูญของท่าน มีจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล แล้วก็มีพระวินัย วินัยก็เป็นกฎหมายลูก ธรรมนูญก็เป็นกฎหมายหลัก ของศาสนาพุทธ แล้วเอามาประกาศคนก็มาปฏิบัติตาม สมัยพระพุทธเจ้าสาธารณโภคีเกิดแต่ในวงของสงฆ์ เช่นพระภิกษุไปบิณฑบาตได้อาหารมาก็เอามารวมกันเป็นกองกลางเป็นสาธารณะ องค์นี้ได้มาก องค์นี้ได้น้อย องค์นี้ได้ของมีคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี ก็เอามารวมกันไม่รวบเอาไว้แก่ผู้เดียว เอามารวมไว้กับกองกลาง แล้วใครจะมาเอาจะต้องการอะไร แม้เราบิณฑบาตไม่ได้ เพราะเราเป็นพระผู้น้อย คนไม่ศรัทธาก็เลยได้แต่ของไม่ดี ดีไม่ดีไม่ได้มาเลย ก็มาเอาของกลางกินเฉลี่ยรวมกันหมด ทั่วถึงกัน ไม่มีใครเหลื่อมล้ำจากกัน เป็นต้น นั่นคือสาธารณโภคีที่เป็นรูปธรรม เพราะว่าพระสงฆ์ท่านไม่ได้มีการสะสมเงินทอง ไม่ได้มีเงินทอง ไม่มีการสะสมข้าวของ ท่านมีจีวร 3 ผืนมีบริขาร 8 อย่างนี้เป็นต้น ท่านไม่ได้สะสมจริงๆ แต่สมัยนี้อย่าไปพูดเลย เหมือนกับ ดอก ใบ ผล ของต้นไม้ เต็มไปหมดเลย ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข แต่ไม่ได้แม้กระทั่งสะเก็ดของต้นไม้ ไม่ได้แม้กระทั่งเปลือกของต้นไม้ ไม่ได้แม้กระทั่งกะพี้ของต้นไม้ เพราะฉะนั้นอย่าไปพูดถึงแก่นของต้นไม้เลย พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ชัดเจนมาก เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธวันนี้เต็มไปด้วยลาภยศถาบรรดาศักดิ์ สรรเสริญเยินยอ ยกย่องกัน แล้วยกย่องผิดยกย่องอรหันต์เก๊เป็นอรหันต์จริง อย่างนี้เป็นต้น หรือยกย่องให้เป็นสมเด็จเจ้าคุณอะไรกันไป ยกย่องแบบนั้น เป็นเปรียญ 9 เป็นด็อกเตอร์ เทศนาเก่งพูดแรงพูดตลกเก่งมีชื่อเสียง มันเป็นโลกีย์ไปหมด พูดอย่างไม่ขัดเกลา มีแต่เอาโลกีย์มาประโลมใจให้ศรัทธาอย่างนั้นชอบไหม อย่างนั้นสนุกไหมเพลินไหม หรือฉันมีความรู้สูงส่งไหม เป็นโลกีย์ไปหมด พวกที่เขาเข้าใจอาตมาไม่ได้เขาไม่รู้หรอกว่าอาตมามีความรู้ของศาสนาพุทธ เขาไม่นับถือว่าอาตมามีความรู้ศาสนาพุทธ ชัดเจนไหม เขาไปนับถือคำที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ อาณีสูตร กลองอานกะ พวกที่สอนภาษาโลกีย์ไพเราะ อย่างโลกุตะอย่างที่อาตมาพูด มันขัดเกลาก็ไม่เอา มีแต่ชอบพวกที่พูดประโลมใจไม่ได้ขัดเกลา อย่างดีก็ให้ทำดี ไม่ได้พูดเข้าไปถึงจิตเจตสิก ไม่ได้เข้าไปกระแทกที่เรียนให้รู้ตัวกิเลสเอาออกบ้าง อย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่อบายมุข เป็นกามแล้วเป็นรูปภพ อรูปภพ ไม่ได้พูดอย่างที่อาตมาสอนเลย พูดแล้วเหมือนยกย่องตัวเองแล้วข่มผู้อื่น แต่มันถูกไหม ที่อาตมาพูดนี้มันถูกไหม แม้แต่ผู้ที่เป็นผู้รู้อยู่ในศาสนาพุทธที่เป็นของจริงมีจริงเป็นจริง ท่านปฏิบัติอยู่จริง ท่านก็ไม่พูด โผงผางพัวะๆ เหมือนอย่างอาตมาหรอก ท่านไม่ อาสโภ ไม่อาจหาญแกล้วกล้าเหมือนอาตมาหรอก พูดอย่างเป็นหนึ่งไม่มีสองเลย ท่านพูดอย่างไม่มีน้ำหนัก ดูคาแรคเตอร์ทุกอย่างท่านจะไม่เหมือนอาตมา ที่ตั้งใจจริงใจ อันนี้ถูกอันนี้ผิด ผิดไม่มีไว้หน้า ใครผิดใครถูกอาตมาว่าทั้งนั้น หยาบกลางละเอียด อย่างนี้เป็นต้น
640102 เทศน์ทำวัตรเช้าโดยพ่อครู งาน ว.บบบ.เพื่อฟ้าดิน ครั้งที่ 8