สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลอันเป็นอาริยะต้องปฏิบัติอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีลอันเป็นอาริยะต้องปฏิบัติอย่างไร ศีลอันเป็นอาริยะนั้น อย่างศีล ๕ ก็ปฏิบัติ … -สำรวมอินทรีย์ ๖ มีวิญญาณ๖ อายตนะ ๖ เวทนา ๖ ตัณหา ๖ - แล้วก็รู้จักมโนสัญเจตนาที่มีตัณหา 3.. กามตัญหา ภวตัณหา. และวิภวตัณหา เบื้องต้น มีสติสัมปชัญญะ ปฏิบัติ สำรวมอินทรีย์ มีสติสัมโพชฌงค์. ธรรมวิจัยสัมโพชฌงค์. วิริยะสัมโพชฌงค์ ได้ผล จิตก็สงบ ได้มาตอนแรกก็จะมี ปิติ เหมือนฌานที่มีปีติมีสุขและมีวิตกวิจาร ดูยังเคร่งคุม จะมีวิตกอยู่แต่ทำให้กิเลสลดได้ยังไม่ถึงกับสมุจเฉท ได้ชั่วคราว. ตทังคปหาน จนเก่งขี้นสงบดีขึ้น ปัสสัทธิ ทำ ปฏิปัสสัทธิปหานได้ตามลำดับจนนิสรณปหานสมบูรณ์ การปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าไม่ใช่ hypnotize แต่เป็น supraconcentration ไม่ใช่สมาธิสามัญ แต่ทำได้ในชีวิตปกติสามัญ เมื่อเอาโพชฌงค์ปฏิบัติแล้วอยู่ในทางของมรรค ๘ ขยายร่วมกันเป็นปฏิสัมพัทธ์กัน เมื่อได้สงบเป็น ปีติสัมโพชฌงค์ ต่อเป็นปัสสัทธิสัมโพชฌงต์ เป็นอุเบกขาสัมโพชฌงค์ มีมรรค ๘ กับโพชฌงค์ ๗ ทางโลกหากไม่ปฏิบัติโลกุตรธรรมก็ไม่จริง ถ้าจะสร้างนักการเมืองให้ไม่ทุจริตต้องมาฝึกให้เป็นคนโลกุตระ ไม่เช่นนั้นหลอกเก่ง อย่างคุณทักษิณนี่หลอกเรามาแล้ว ตอนนั้นเรายังเขียนจม.บอกให้เขาทำเต็มที่เลย ฝากไปทางคุณจำลอง แต่เขาก็ทำฉิบหายเต็มที่เลย ก็ต้องมาปลงอาบัติกันอีก เขาก็มีบารมีเป็นจาตุมหาราชิกา เป็นย.ยักษ์เขี้ยวใหญ่ รอเรือพายไปอาศัยขึ้นเรือแล้วถีบเรือทิ้ง ตำราทางโลกมีมากมาย แต่ไม่แยแสตำราของพระพุทธเจ้า น่าสงสารประเทศไทยเมืองพุทธ พระพุทธเจ้าว่าปฏิบัติตามจรณะจะได้ผลจริง เกิดหิริโอตตัปปะ ไปตามลำดับเป็นขั้นตอนเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายได้แน่นได้จริงมีพหูสูตร ที่ไม่ใช่แค่ผู้คงแก่เรียนแต่คือผู้มีการบรรลุธรรมไปตามลำด
อ่านต่อ
ับมากขึ้นๆ พหูสูตรหรือพาหุสัจจะ มีสัจจะมากขึ้นตามลำดับ แล้วจะมีวิริยะ สติ ปัญญา ไม่มีคำว่าสมาธิใน จรณะ ๑๕ ได้ผลเป็นฌาน ๑-๔ เป็นการเพ่งรู้เพ่งเผา กิเลส หมดหรือไม่ก็รู้ ต้องมีปัญญาตรวจสอบว่ากิเลสหมดหรือไม่ การรู้ก็คือวิชชา ๘ นี่คือสัจจะที่เป็นจรณะ ๑๕ เมื่อปฏิบัติฌานลืมตา เมื่อเธอพิจารณาเห็นนิวรณ์ ๕ ในตนแล้วละได้แล้ว คือทำอบายภพก่อน เป็นนิวรณ์ ๕ ของหยาบๆโอฬาริกอัตตา ได้แล้วก็มีปราโมทย์ มีกายสงบย่อมได้เสวยสุข จิตย่อมตั้งมั่น(สมาธิ) จิตสงัดจากอกุศล บรรลุฌาน ฌานไม่หลับตา แต่ฌานมีศีล มีไม่เดือดร้อนใจ เช่นเดือดร้อนใจเพราะอบายมุขก็มาลดละได้ตามลำดับ ลดได้อวิปฏิสาร แต่ก่อนเดือดร้อนเพราะสนุกสนานเมื่อยก็เอา จนได้เรื่อยๆ เป็นผลจากอวิปฏิสารก็มีปราโมทย์ มีปีติ แล้วก็ สุข แล้วก็สมาธิ เป็นยถาภูตญาณทัสนะก็รู้ตัวที่เราลดได้จริง เกิดนิพพิทาวิราคะ เข้าสู่วิมุติญาณทัสนะ ไม่ใช่แค่ศีลได้แค่กายกับวาจาส่วนสมาธิก็นั่งหลับตาเอาแต่ศีลสมาธิปัญญานั้นต่อเนื่องเป็นองค์รวมกัน จบ 590105_ พุทธศาสนาตามภูมิ แก่นชาติต้องมีธรรมาธิปไตยก่อนเปิดกว้าง