สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ใครคือสัตบุรุษผู้มีธรรมวาที.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน ใครคือสัตบุรุษผู้มีธรรมวาที อาตมาก็ขอสรุปเข้าเนื้อหาสำคัญ ที่อาตมาบรรยายธรรมะแล้วอธิบายสมาธิว่าไม่เหมือนที่เขาเข้าใจกัน คำว่าบุญ คำว่ากาย คำอื่นๆด้วย ไม่เหมือนที่เขายึดถือเขาเข้าใจกัน แม้แต่คำในภาษาบาลี ในบัญญัติธรรมะพระพุทธเจ้าไม่เหมือนเขา เมื่อไม่เหมือนก็ต้องมีฝ่ายใดถูกฝ่ายใดผิด จึงบอกไปทั่วๆว่าผู้ที่ศึกษาธรรมะ ฟังให้ดี พระพุทธเจ้าว่า ถ้าแยกเป็นสองฝ่ายไม่เหมือนกัน พระพุทธเจ้าก็ว่าฟังธรรมะทั้งสองพวก อย่าฟังธรรมขั้วเดียว คำสอนพระพุทธเจ้าไม่มีช่องนี้ช่องเดียว มีแต่ฟังสองขั้ว แล้วฟังว่าอะไรเป็นธรรมวาที อะไรเป็นอธรรมวาที ให้เอาธรรมวาที ถ้ามหาเถรสมาคมเป็นธรรมวาที อาตมาก็เป็นอธรรมวาที ถ้าอาตมาเป็นธรรมวาที เถรสมาคมก็เป็นอธรรมวาที ก็ใช้การฟังสองฝั่งตามพระพุทธเจ้าสอน เมื่อชัดเจนในอันไหนเป็นธรรมวาที ก็ต้องมีคนบรรยายธรรมวาที ก็เป็นสัตบุรุษ พระพุทธเจ้าก็สอนให้คบสัตบุรุษให้บริบูรณ์ไม่ใช่คบเล่นๆหัวๆไม่บริบูรณ์ ถ้าคบไม่บริบูรณ์ 1. การไม่คบสัปบุรุษ เป็นอาหารของ.. การไม่ได้ฟังสัทธรรมที่ถูกต้อง 2. การไม่ได้ฟังสัทธรรม เป็นอาหารของ.. ความไม่มีศรัทธา (หรือศรัทธาผิดๆ) 3. ความไม่มีศรัทธา (ศรัทธาไม่บริบูรณ์) เป็นอาหารของ.. การทำไว้ในใจโดยไม่แยบคาย (กระทำใจไม่เป็น) 4. การกระทำในใจโดยไม่แยบคาย (หรือทำใจไม่เป็น) เป็นอาหารของ.. ความไม่มีสติสัมปชัญญะ . 5. ความไม่มีสติสัมปชัญญะ (หรือทำสติไม่เป็น). . เป็นอาหารของ.. ความไม่สำรวมอินทรีย์ 6. การไม่สำรวมอินทรีย์ เป็นอาหารของ.. ทุจริต 3 (กาย,วาจา,ใจ ทุจริต) 7. ทุจริต 3 เป็นอาหารของ.. นิวรณ์ 5 8. นิวรณ์ 5 เป็นอาหารของ.. อวิชชา 9. อวิชชา เป็นอาหารของ ภวตัณหา (พตปฎ. เล่ม 24 ข้อ 62)
เมื่อ
อ่านต่อ
มีนิวรณ์ 5 เป็นอาหาร ไม่ได้ฟังธรรมจากสัตบุรุษคุณไม่สามารถรู้นิวรณ์ 5 หรอกจะขจัดนิวรร์ 5อย่างไร คนไม่รู้จะมีนิวรณ์ 5 เป็นอาหาร เมื่อได้รับอาหารเป็นนิวรณ์ 5 จึงมีทุจริต 3 เป็นอาหาร ทุจริต3 มีก็ไม่มีสำรวมอินทรีย์ ไม่สำรวมอินทรีย์ก็มีความไม่มีสติสัมปชัญญะ สติ มีสามแบบ คือสติปุถุชน กัลยาณชน และอาริยชน ถ้าไม่คบสัตบุรุษก็มีแต่สติอย่างมากก็สติกัลยาณชน ก็ทำตามสัญชาตญาณ ถ้าคุณสังวรระวัง ก็จะเกิดวิจัยธรรมะ ฝึกให้มีกัลยาณธรรมได้ เพราะคุณยังไม่เข้าใจสติอาริยธรรม คืออย่างไร สตินั้นต้องเป็นสติสัมโพชฌงค์ เป็นสติที่มีอาริยธรรม ประกอบไปด้วยการพากเพียรทรงสติ เรียกว่าวิริยะ แล้วสติที่จะเป็นสัมโพชฌงค์ต้องมีองค์ 3 สำคัญ คือธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ เพราะฉะนั้นพวกนั่งหลับตาไม่มีธัมมวิจัยไม่เกิดธรรมะสอง มีแต่สะกดจิตให้เป็น เอกจิต เอกธรรม เป็นธรรมะหนึ่งไม่เป็นอัคคะไม่ยิ่งใหญ่เลอเลิศ แต่สะกดจิตให้นิ่งเป็นหนี่งไม่ได้พิสดาร ไม่รู้จักเวทนา 2 3 5 6 18 แยกมโนปวิจาร18 เนกขัมมะ 18 เคหสิตะไม่ได้ แล้วก็ทำ ให้เป็นเนกขัมมะ สั่งสมผลเป็นเวทนา 108 อย่างสมบูรณ์ไม่ได้ คุณไม่ได้ทำอย่างนี้ก็อธิบายไม่ได้ นั่งหลับตาจะไปมีมโนปวิจาร 18 ที่ไหน นั่งหลับตาได้แต่เอกธรรม แต่เอกัคคตาจิตนี้ไม่ใช่หยุดนิ่งแต่ยิ่งเคลื่อนไหว แววไว คำว่าดับ นิ่ง สงบ คือกิเลส ไม่ใช่จิต จิตยิ่งคล่องแคล่วว่องไว ยิ่งสงบ นิ่งคือกิเลส ยิ่งกิเลสตายไปเลย จิตยิ่งคล่องแคล่วว่องไวเป็นกายปาคุญญตา ทำงานเก่งเป็น กายกัมมัญญตา เขาอธิบายเบี้ยวบาลีไปเยอะเลย ขออภัยพูดแล้วเหมือนยกตัวยกตนที่เขาจบเปรียญ 9 ดร.มีปริญญากิติมศักดิ์ห้าใบแปดใบ 600913_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ต้องข้ามเขตกุศลได้จึงเป็นบุญ