สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พรหมชาลสูตร สามัญผลสูตร อัมพัฏฐสูตร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พรหมชาลสูตร สามัญผลสูตร อัมพัฏฐสูตร มาทบทวน ตั้งแต่พระสูตรเล่มแรก สูตรแรกคือ พรหมชาลสูตร ที่มีทิฏฐิที่ยึดผิด ๖๒ ประการ ต้องมีหลักของศีลเป็นหลักสำคัญคือ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล แม้ข้อนี้ก็เป็นศีลของเธอประการหนึ่ง แต่เดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจเขาทิ้งไปแล้ว ทั้งทั้งที่ในพระไตรปิฎกก็ตรัสไว้ชัดเจน กลายเป็นหลงไปเอาวินัยมาเป็นศีล พระภิกษุผู้บวชก็มีแต่วินัย ศีล 43 ข้อนี้เป็นศีลของภิกษุทั้งหลายที่ต้องศึกษาและปฏิบัติ มหาศีลเป็นศีลที่เป็นเครื่องชี้บ่งว่านี่คือลักษณะของศาสนาพุทธ เพราะที่อื่นสำนักอื่นเป็นเดรัจฉานกถาเดรัจฉานวิชา เป็นสิ่งนอกรีตของศาสนาพุทธในมหาศีลห้ามไว้ พระพุทธเจ้าห้ามในวงการศาสนาพุทธแต่เดี๋ยวนี้มีเต็มไปหมด นี่คือเครื่องชี้บ่งว่าเป็นความเสื่อมของศาสนาอย่างแท้จริง เราก็ต้องมาฟื้นคืนมาทำขึ้นมา ส่วนจุลศีลก็เป็นสิ่งที่ต้องหัดลดเอามาสมาทาน แต่มหาศีลนี้เป็นภิกษุจะต้องมี แล้วฆราวาสจะต้องรู้ด้วยว่ามันไม่ใช่เรื่องของพุทธ แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้แล้วละลาบละล้วงลงไปถึงฆราวาส ก็กำหนดแต่ในภิกษุ มาบวชแล้วจะต้องไม่มีที่มหาศีลห้ามไว้ สิ่งที่ท่านห้ามก็ไม่ทำเสีย หากทำไม่ได้ก็ต้องพยายามเข้า ศีลเป็นหลักของศาสนา คนไม่มีศีลก็ไม่ใช่พุทธ มีศีลคือสมาทานละเว้นแล้วเสีย ศีลจะไปขัดเกลากิเลสที่เรามี นั้นแหละคือเริ่มมีศีล ลดละจางคลายจนเกลี้ยงกิเลสในแต่ละข้อของศีลไม่มีอีก ก็เป็นคนมีศีล เพราะกิเลสที่ลดตามศีลนั้นไม่ใช่แค่กายกับวาจา แต่ละกิเลสด้วยปัญญาและวิมุติ มันมีปัญญารู้หมดเป็นอุภโตภาควิมุติ นั่นคือผู้มีศีล อานิสงส์ของศีลตามกินมัธยัสถ์สูตรนั้นมีความไม่เดือดเนื้อร้อนใจเป็นผลเบื้องต้นแล้วเกิดผลตามลำดับ จนถึงนิโรธ ๑. อวิปฏิสาร (ความไม่เดือดร้อนใจ) ๒. ปามุชชะ - ปราโมทย์ (มีควา
อ่านต่อ
มยินดี) ๓. ปีติ (ความอิ่มเอมใจ) ๔. ปัสสัทธิ (สงบระงับจากกิเลส) ๕. สุข (แบบไม่บำเรอตน คือ วูปสมสุข) ๖. สมาธิ (จิตมั่นคง) ๗. ยถาภูตญาณทัสสนะ (ความรู้ยิ่งในความจริง) ๘. นิพพิทา (เบื่อหน่าย) ๙. วิราคะ (คลายกิเลส) ๑๐.วิมุติญาณทัสสนะ (ปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในนิพพาน) (กิมัตถิยสูตร พตฎ. เล่ม ๒๔ ข้อ ๑ , ๒๐๘) ทิฏฐิ ๖๒ คือพวกได้เจโตสมาธิ กับพวกตักกีวิมังสี คือพวกตรึกนึกคิดเอาเอง นั่นคือพรหมชาลสูตร สูตรที่ ๑ ชี้บ่งถึงความสำคัญของศีล หลักที่จะปฏิบัติ และชี้บ่งความเป็นศาสนาพุทธ ต่อมา สามัญผลสูตร คือสูตรที่บอกมรรคผลของศาสนาพุทธ มรรคคือจรณะ ๑๕ คือวิชชาจรณะสัมปัณโณ ผลคือวิชชา ๘ ไม่ใช่ไปนั่งเจโตสมาธิแบบผิดๆตามทิฏฐิ ๖๒ ส่วนสูตร ๓ ก็อธิบายแถมไปหน่อยคือ อัมพัฏฐสูตร ชี้บ่งซ้ำไปอีกว่า ศาสนาจะมีอย่างนี้ แล้วจะมีคนที่ท้วงที่ยึดถือ พุทธจริงๆแท้ก็คือพราหมณ์ แล้วก็เวียนกลับไปเป็นเดรัจฉานวิชชาอันเดิม เนื้อแท้มันเปลี่ยนไป แต่ชื่อศาสนาพราหมณ์ก็ชื่อเดิม พระพุทธเจ้ากล่าวว่าจะมีแต่พวกนุ่งห่มผ้าขาว ผ้ากาสาวะ ก็จะเสียต่อผ้ากาสาวะจะเสียก็ไม่นุ่งผ้าขาวอีก แต่ของเรานี้ไม่ได้แปลงอะไรเลยเราก็จะฟื้นคืนของพระพุทธเจ้ากลับมา แล้วก็จะแปลงไป ตอนนี้ก็นุ่งผ้าขาวกันเต็มอย่างธรรมกายหรือแม้แต่สายนั่งหลับตาทั้งหลาย ไปวัดก็นุ่งผ้าขาว ก็เป็นพราหมณ์ที่ทำเสียหายเหมือนเก่าเป็นพวกมิจฉาทิฏฐิ ไม่ว่าจะพวกนั่งหลับตาสายสว่างหรือสายมืด ตอนนี้คนก็นิยมผ้าขาว สายพระป่าหลับตา หรือพระบ้านที่กำลังสร้างวิทยาศาสตร์มีจานบินโลกีย์ร้อยเต็มเลย ทั้งสองสาย พูดไปแล้วก็อย่าไปรังเกียจผ้าขาวหรือมีอคติในใจก็ไม่ต้อง พพจ.ก็ย้ำในอัมพัฏสูตร ท่านก็ย้ำว่าความเสื่อมสี่ประการจะเกิดขึ้น ผู้ยังไม่มีวิชชาและจรณะ แต่ไปแสวงหาอาจารย์ในป่า โดยเก็บผลไม้หล่นกินบำรุงชีพ อย่างมักน้อยมากๆ ไม่เก็บผลไม้กิน แต่ถือเสียม ตะกร้า หาขุดเหง้าไม้ หาผลไม้กินระหว่างออกแสวงหาอาจารย์ในป่า สร้างเรือนไฟไว้ใกล้หมู่บ้าน แล้วบำเรอไฟรออาจารย์ สร้างเรือนมีประตูสี่ด้านไว้ที่หนทางใหญ่สี่แพร่ง แล้ว สำนักรอท่านผู้อยู่มีวิชชาและจรณะอยู่ (อัมพัฏฐสูตร เล่ม ๙ ข้อ ๑๖๓)
ที่อาตมาพาพวกเรามากินมังสวิรัติเป็นศีลเคร่ง แล้วทำสังคมสาธารณโภคีก็เป็นแก่นแกน แต่ต่อไปจะมีอนุโลมเป็นสาธารณโภคีไปตามลำดับ เชื่อมโยงกัน แต่ระดับที่เต็มที่คือทำงานฟรี ๑๐๐ % เราอยู่ในหมู่มิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีเป็นสมาชิกใน ส่วนสมาชิกที่เชื่อมต่อกันไป นอกขึ้นก็จะมีสมาชิกที่ทำตามระเบียบของเราเป็นขั้นตอนสมาชิกภายในเลยก็จะมีสวัสดิการ ตามระเบียบเป็นต้น ก็เป็นหลักเกณฑ์ของสังคม ก็จะพัฒนาไป และจะขยายอนุโลมปฏิโลมไป เป็นเครือแหที่ซ้อน ทั้งนอกและใน ทั้งเปลือกนอกและจิตภายในขยายไป เช่น สมมุติชัดๆ บางคนที่เป็นคนจิตสูงแล้ว ดีไม่ดีเป็นจิตระดับอนาคามี แต่ต้องออกไปจากชุมชนไปทำงานข้างนอก ดีไม่ดีไปอยู่ข้างนอกจนกระทั่ง เขาไม่ได้มีสวัสดิการร้อยเปอร์เซ็นต์แบบในนี้ แต่เป็นถึงอนาคามี ก็ไม่ได้หมายความว่าเพราะเป็นคนตกต่ำ แต่เขาจะต้องไปทำงานเชื่อมโยงเป็นต้น หรือแม้แต่เดี๋ยวนี้ก็มีคนที่ทำงานเชื่อมกับชาวอโศกเป็นคนนอก แต่เป็นจิตอนาคามีก็มี ไม่ได้มีสวัสดิการร้อยเปอร์เซ็นต์แบบสมาชิกภายใน เหมือนคนข้างวัด อย่างนี้เป็นต้น นี่แถมให้ฟัง 590104_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สามัญผลสูตร ตอน ๔