610413 พ่อครูเปิดตลาดน้ำอาริยะ_.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์340 KB
วันที่แก้ไข2 มีนาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

610413 พิธีเปิดตลาดน้ำอาริยะ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ที่บริเวณ บุ่งไหมน้อย บวรราชธานีอโศก

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน พ่อครูเทศน์เปิดงานตลาดน้ำอาริยะ พ่อครูว่า... เวลา 07.45 น. เราสร้างสรรองค์ประกอบ เป็นเวลาที่เราจะมาสร้างสรรวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมไทยมีตั้งแต่ เริ่มสร้างประเทศสยาม ประเทศไทย ประกาศตัวเป็นรัฐมาเกือบจะ 1000 ปีแล้ว มาในยุคนี้ก็รู้สึกจะตื่นตัวกันดีมาก เพื่อที่จะยืนยันความเป็นไทย หรือความเป็นเลือดสยาม เรามีชื่อสองชื่อ ชื่อไทย กับชื่อสยาม เราก็ยืนหยัดยืนยันความเป็นของเรา มีเอกราช มีอัตลักษณ์ของเรามากพอ ที่จะเป็นตัวของตัวเราเอง และสิ่งที่เป็นตัวของตัวเราเองนี้ เป็นสิ่งที่สูงส่งโดดเด่น ระดับมีราก มี root มาจากพระพุทธเจ้า มาจากศาสนาพุทธ ตั้งแต่เริ่มเป็นประเทศไทยมา ก็มีศาสนาพุทธมา ตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ พระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ เป็นพุทธมามกะของศาสนา ของประเทศไทย ประเทศสยาม ทุกสิ่งทุกอย่างจึงไม่ได้มีอะไรออกไปจากแกนหลักของศาสนา หรือพุทธธรรม จึงมีหลักสำคัญ และความรู้ทางพุทธศาสนา ก็สมบูรณ์ เยี่ยมยอด และล้ำสมัย ขอใช้คำว่า ล้ำสมัย ล่วงหน้า จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ เค้าก็ยังเจริญไม่ทันจริงๆ แม้แต่ในทางด้านเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ของศาสนาพุทธ หรือประเทศไทยเรา ก็กำลังตื่นตัวเศรษฐศาสตร์ที่เป็นเศรษฐศาสตร์ของพุทธโดยแท้ ซึ่งจะเป็นเศรษฐศาสตร์คนจน คนจะต้องมานิยมคนจน ไม่ใช่คนรวย ต้องเป็นคนจนมหัศจรรย์ คนจนพิเศษ มีนัยสำคัญอธิบายได้ พิสูจน์ความจริงได้ มาเป็นคนจนที่ขยันหมั่นเพียร มีความรู้ ความสามารถ รู้จักสาระ แก่นสาร รู้อะไรเป็นสิ่งที่เฟ้อเกิน เป็นพิษสิ่งมอมเมา อะไรเป็นอบายมุข อะไรเป็นส่วนที่ไม่ควรทำ ทำแต่สิ่งที่เป็นกุศล เป็นสิ่งสุจริต เป็นสิ่งดีงาม สิ่งที่พาเจริญงอกงามไปถ่

อ่านต่อ

ายเดียว เพราะฉะนั้นเศรษฐศาสตร์ของศาสนาพุทธนี้ นำหน้าโลก แม้ทุกวันนี้ ก็พูดได้ชัดเจน ความรู้เป็นเรื่องของฟ้าบ่กั้น Globolization มีสื่อสารสนเทศ มีไอที ทุกอย่างมันไปทั่วถึงกันหมด ขณะนี้อาตมาพูดอยู่นี้ ช้าเป็นวินาที หรือนาที เท่านั้นเอง นอกนั้นไปถึงกันทั่วโลกแล้ว ไม่ช้านาน ตอนนี้ส่งไปทางอากาศ ใครจะเปิดก็มีรหัส มีเทคโนโลยีเพียงพอ ก็รับได้ทั่วโลกเลย 360 องศา ขณะนี้รอบตัวเลย ไม่ใช่แค่ 180 องศานะ ที่เป็นครึ่งเดียว แต่ 360 องศาเลย รับได้ทุกจุด รู้ได้ทุกจุด นี้เป็นเรื่องของโลกในยุคนี้ เพราะฉะนั้น สิ่งนี้เราก็ยืนยันว่า เราจะเต็มใจยินดี ที่จะเผยแพร่ไปทั่วโลก ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าอายไม่ใช่สิ่งที่น่าปกปิด เป็นสิ่งที่น่าเปิดเผย เป็นสิ่งที่น่าชักชวน ให้มาเป็นเช่นนี้กันทั้งโลกแล้ว นอกจากสุข สงบเย็น สบาย อบอุ่น ดีงาม มากขึ้น ก็มีจิตใจที่รับรู้ แล้วเอาไปปฏิบัติ ชีวิตคนมีจิตเป็นประธาน เมื่อเป็นจิต เป็นประธานที่ดี จิตใจเป็นโลกุตระ เป็นอาริยะแบบนี้ แบบโลกุตระ ไม่ใช่อาริยะแบบโลกียะเท่านั้น มันเป็นไปได้แล้วจริง ยืนยันพิสูจน์ได้ว่า เป็นสังคมคนแบบไหน เพราะฉะนั้นพวกเราตอนนี้ ชาวไทยโดยเฉพาะมีแก่นแกนอโศก เป็นหลักของโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้า ปักหลักแล้วลงเข็ม ลึกแข็งแรง ลงตีนเป็ดเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ ก่อโครงสร้างขึ้นมาบนโลก ค่อยๆงอกงามขึ้นมาเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราเต็มใจ แล้วเราก็ช่วยกัน เพื่อที่จะสร้าง ให้เป็นที่พักอาศัยของชาวโลก อาตมาว่าอาตมาเองเห็นแล้วว่า สิ่งเหล่านี้เป็นความสมบูรณ์ ความบริบูรณ์พอสมควร อาตมาเองเข้าใจ จิตใจพระพุทธเจ้า สมณโคดม เพราะองค์ประกอบของยุคสมัยนั้น ยังเป็นยุคของทาส เป็นยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คนยังไม่เข้าใจเรื่องสิทธิในวัตถุ สิทธิในการแสดงออก สิทธิมนุษยชน สิทธิในความคิดอะไรต่างๆ ยังไม่เข้าใจในยุคทาส แต่ในยุคนี้ไม่มีปิดบังเรื่องสิทธิ ทุกอย่างรู้ทั่วถึงกันหมด ยุคนี้เป็นอิสระเสรีภาพเต็มรอบ เป็นยุคที่จะเปิดเผย ประกาศสิ่งที่เป็นความรู้สุดยอดของพระพุทธเจ้านี้ ได้เต็มที่เลย ไม่ต้องเกรงใจ ไม่ต้องกระมิดกระเมี้ยน ทุกคนรู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้ดี ทำอย่างแรงได้ด้วย ทำอย่างเต็มที่ แรงๆ เพื่อที่จะให้เขาเห็นเด่นชัด เต็มตัว เต็มสภาพ เพราะฉะนั้นพวกเราจึงสบาย ทำอะไรได้อย่างไม่ต้องออมมือ ไม่ต้องไปบันยะบันยัง ไม่ต้องคิดมาก ทำได้เต็มที่ อย่าให้ผิดก็แล้วกัน อย่าให้ออกนอกลู่นอกทาง จากความเป็นจริง ที่พระพุทธเจ้า ท่านสร้างสภาพจริงที่ถูกต้องมา ขอให้สัมมาทิฏฐิ ก็ช่วยกันสร้าง จะเป็นสังคมที่สุดยอด โดยเฉพาะเศรษฐศาสตร์ ในระดับสาธารณโภคี อันนี้อาตมากล้าพูด เหมือนท้าทายเลยว่า ชาวอโศกเป็นแก่นแกนของสาธารณโภคี มีสถานภาพความเป็นจริง ที่เป็นรากเหง้าพัฒนาต่อไป สาธารณโภคี ไม่ได้หมายความว่า มีกลุ่มเดียวที่ทำงานฟรี ไม่รับเงินของส่วนตัวเลย ไม่เอาเงินส่วนตัวเลย เอาเข้ากองกลางหมด นอกนั้นที่จะรับบ้าง ไม่รับบ้าง แต่มีเหลือ ที่สัมพันธ์ต่อเนื่องไป จนกระทั่งละเอียดลออ ตั้งแต่หยาบที่สุด จนถึงละเอียดที่สุด ต่อเนื่องกันไปเป็นขั้นตอน เป็นคอนเน็คชั่นส์ connection เป็นรีเลชั่น relation เป็น continuum สมบูรณ์แบบจริงๆ ธรรมะของพระพุทธเจ้านี้ พิสูจน์ได้เลย แล้วจะมีผู้รู้ที่เก่งกว่าอาตมา มาอธิบายถึงเรื่องปฏิสัมพัทธ์ ปฏิสัมพันธ์ยิ่งกว่า จะมีคนมาช่วยอธิบาย ขอให้มีพวกเรามีความจริง มาให้เขาได้ยืนยัน สิ่งที่พูดนี่ เป็นเรื่องจริง มีปรากฏการณ์จริง เกิดได้จริง เพราะฉะนั้น สิ่งนี้เกิดแล้ว ปรากฎแล้วในโลก มาช่วยกัน แม้จะเป็นมวลเล็กน้อยอย่างนี้ ในจำนวน 7,000,000,000 ในโลก หรือในประเทศไทยมี 70,000,000 เท่านี้ก็ตาม มีกระจุกกระจิกเอ๊าะเจ๊าะ แค่นี้ ก็ไม่มีปัญหา เราภูมิใจและมั่นใจว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ควรจะอวด เป็นสิ่งที่ควรจะเปิดเผย เป็นสิ่งที่ควรจะประกาศให้แก่โลก นี่มันดีจริงๆนะ นี่มันสุดยอดแล้ว เป็นสิ่งประเสริฐที่สุดแล้ว ที่ประเทศไทยมีพระเจ้าแผ่นดิน ผู้มีภูมิธรรมโลกุตระ ท่านประกาศไปแล้ว แต่คนตามไม่ทัน เราต้องมาช่วยกันสืบทอด มาขยายผล ความคิดให้เป็นรูปธรรม ให้คนตาบอดก็เห็นได้ ดูได้ เอาขนาดนั้นเลย ให้คนตาบอดเห็นได้ เห็นได้ทางวิญญาณ ไม่ใช่เห็นได้ด้วยประสาทตา เขามีทวารห้า มีหูจมูกลิ้นกายใจ แต่เขาไม่มีตา ตาเขาไม่ได้สัมผัส แต่นอกนั้น ก็มีห้าทวาร รับสัมผัสได้หมดเลย แค่ห้าทวาร ไม่ครบหก เขาก็สามารถดูได้ ไม่ได้ด้อยกว่าคนที่มีครบทุกทวาร คนตาบอดก็ตาม สามารถรู้ได้ลึกซึ้งกว่าคนตาดี ที่มีหกทวารแท้ๆ แต่ยังดื้อดึง ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเท่าไหร่ อันนี้เป็นเรื่องจริง ที่จะพิสูจน์ได้ คนที่มีความรู้ กว่าจะมาขยายธิบายให้ฟังได้ อาตมาก็พูดนำให้ฟังเรื่อยๆ อาตมาก็ยังตั้งอกตั้งใจ เป็นโพธิสัตว์ที่จะรักษาขันธ์ ที่จะฝืนที่จะมีชีวิตอยู่ โดยใช้พลังงานพิเศษที่อาตมาคิดว่า ค้นพบแล้ว คือพลังงานสัมประสิทธิ์ coefficient ซึ่งมันเกิดจากพลังงานจิตวิญญาณ เป็นต้นทางของพลังงานเลย เป็นเจนเนเรเตอร์ generator ที่เป็นต้นทางพลังงาน ซึ่งมันจะนำพา จะสร้างสิ่งเหล่านี้ เพราะว่ามีตัวสัมประสิทธิ์ที่เป็นความรู้ และพลังงานจริง เป็นพลังงานก้าวหน้า เป็นพลังงานที่จะปฏิสัมพันธ์สูงขึ้นไป ในระดับคูณ ไม่ใช่แค่ระดับบวก + เป็นระดับคูณ หรือระดับยกกำลังเลย สัมประสิทธิ์จะต้องมีนิยาม มีคำจำกัดความชัดเจน แล้วมันจะเป็นจริง ไม่ใช่พูดเล่น แล้วมันจะนำพาสร้างสรรจริง จะทันความเสื่อมของโลก ถ้าไม่ขึ้นถึงขั้นสัมประสิทธิ์ จะไม่ทัน ต้องมีการก้าวหน้าระดับสัมประสิทธิ์ เกินกว่าทางโลก จะพาก้าวหน้าขึ้นไป ถ้าใครไม่เชื่อ ก็มาพิสูจน์อยู่ในอโศก มาช่วยกันสร้างสรร ให้ก้าวหน้าต่อไป อาตมาว่า ไม่น่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ 5 ปี 10 ปี ก็จะเห็นรูปร่าง ถ้าถึงขั้นเกินกว่า 15 ปีขึ้นไป เข้าสู่ 20 ปี จะเห็นผลเลย เพราะฉะนั้นคงไม่นานอีกซัก 20 ปี อาตมาอย่างดีก็ 100 กว่าเอง 20 ปีอาตมาก็อายุ 104 ปี ก็ชัดเจนกับพวกเรา แต่ละคนแต่ละคน จำหน้ากันไว้ อย่าพึ่งจากกันไป อยู่ด้วยกัน แล้วก็พยามช่วยกันสร้าง จะเห็นสิ่งที่เกิด เป็นเรื่องที่ท้าทายนะ เป็นเรื่องช่วยกันพิสูจน์ แต่ไม่ใช่มาช่วยกันต้านทาน หรือทำลายนะ อย่างนั้นมันเป็นบาป เป็นหนี้บาป เป็นหนี้วิบาก ไม่ดี มาช่วยกันสร้าง แล้วเราจะเห็นสิ่งที่ดีงามเกิดขึ้น มันเป็นประโยชน์ต่อโลก แม้แต่ผู้บริหาร ประชาชนก็ยังไม่เข้าใจชัดเจน เพราะฉะนั้น ทุกวันนี้ การสื่อสาร สาระสนเทศอะไรมันก็เร็ว มันก็ดูได้ง่าย มีอุปกรณ์เครื่องช่วยอะไรมากมาย เพราะฉะนั้นมันอำนวยการเผยแพร่ อำนวยสิ่งที่ทำได้รวดเร็ว แล้วไม่เสียหายเท่าไหร่ โดยใช้ภาษาแค่ว่าตอนนี้ล่ะ เราเปิดตลาด ตลาดคือ ที่ที่ให้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน เรามีตลาด 4 ตลาด ตลาดที่จะจัดองค์ประกอบขึ้นในงานนี้ ปีนี้ ปีหน้าจะมีตลาดมากกว่านี้ ในระยะไกลต่อไป อาจจะมีตลาดทางอากาศก็ได้ ตอนนี้เราก็มีแค่ 1.ตลาดน้ำ 2.ตลาดอาหารไร้สารพิษ 3.ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค 4.ตลาดความรู้ มีสี่ตลาดด้วยกัน งานนี้ที่เราจัดตลาดน้ำ เราก็มีที่นี่แหละ ไปถึงลำน้ำมูนมันไกลไป แต่ถ้าอนาคตมันเต็มที่นี่ ขยายไปถึงลำน้ำมูน ก็จะมีทั้งที่นี่ และที่ลำน้ำมูน ที่มีสถานที่รองรับ ทางรัฐบาลก็ส่งเสริมด้วย เราไม่ได้ทำเพื่อเอา เพื่อการค้า ที่จะเอารายได้มามากๆ แต่เรามาเสียสละ สร้างสรร เพราะฉะนั้นตลาดน้ำ มีสิ่งที่จะทำให้ขยายผลอาณาบริเวณไปได้ ตลาดอาหารไร้สารพิษ เราก็พยามเอาอาหารสด อาหารสุก อาหารอะไร ต่างๆนานา ดีไม่ดีมีอาหารประเทือง นิดๆหน่อยๆ เราไม่ประเทืองให้มากหรอก ไม่ประโลมโลก คนอยู่ในฐานนั้น ก็อนุโลมให้นิดหน่อย แต่แก่นแกนเรา เป็นอาหารที่เป็นปัจจัยสี่เป็นหลัก เน้นสิ่งที่ไม่มอมเมา ไร้สารพิษ เครื่องใช้ไม้สอยอุปโภค เราก็มี เพราะฉะนั้นสินค้าที่เป็นเครื่องใช้ของเรานี้ จะมีเครื่องใช้โบราณ แต่ไม่โบราณทีเดียว ก็พัฒนามา มันไม่เป็นเครื่องใช้ที่ทันสมัย แบบของราคาแพง เราก็ยังไม่ขาย พวกเราขณะนี้ ก็มีเป็นเครื่องอุปโภค อาหาร ที่บริโภค ไม่ต้องพูดกันมาก เห็นว่าอุดมสมบูรณ์มาก แม้ที่สุด ตลาดความรู้ เราก็พยายามให้ความรู้ซับซ้อนไปเรื่อยๆ ใครไม่รู้ ไม่ยอมรับ ก็พยายามทำให้เป็นโอสถทิพย์แทรกเข้ารูขุมขน เป็นตลาดความรู้ ให้คนพัฒนาเจริญไป เพราะฉะนั้น การอยู่ในสังคม เพื่อที่จะร่วมกันสร้างสรร ให้มันเกิดสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ประเสริฐที่สุด ให้แก่มนุษยชาติ ให้แก่สังคม เราก็เหน็ดเหนื่อย เราก็ต้องลงทุน ลงแรง ตามลักษณะของสาธารณโภคี ที่มีจิตอาสาเสียสละ แม้ที่สุดถึงขนาดพวกเรา ถึงขั้นสาธารณโภคี เป็นเรื่องที่ทุกอย่างของเราร่วมกับส่วนกลาง ทุกคนมีสิทธิในส่วนกลาง ตอนนี้ก็เข้าตาทางรัฐบาล เข้าตาทางสังคม ทางสื่อสารมวลชนเค้าบ้างแล้ว ก็คงมีคราวนี้ 47 ปีนี้ เห็นว่าสื่อสาร นี่เค้าก็รู้สึกว่า มาทางเราบ้าง แต่ก่อนแต่ไรเค้าไม่เอาเลย จะเป็นจะตายอย่างไร ก็ช่างหัวแก ไม่ได้รู้สึกว่า จะต้องเอามาเอาใจใส่ ที่พูดนี่ ไม่ได้น้อยใจ แต่เข้าใจว่า เค้าเองเค้าก็ต้องเป็นเช่นนั้น ไม่ได้ลงโทษอะไร ก็ให้พวกเราทำเต็มที่ไป อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้ ผลของการอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้ ไม่ต้องไปเบ่งข่มอะไรกันมากมาย ในยุคนี้ อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นคนรับใช้ จะเจริญไปได้เรื่อยเรื่อย นี่คือสัจจะที่เราพอเป็นไป อาตมาก็ต้องขอบคุณพวกเรา แม้แต่จะมาเป็นมวล ของผู้ที่ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก แต่เป็นมวลหมู่ เป็นตัวบุคคลนี้มีสมบูรณ์ในนี้ ให้ดูนั้น ให้เรามาเป็นผู้ให้ แม้จะยังไม่เป็นผู้ให้ มาเป็นผู้รับ ก็ยินดี ต้องมีทั้งทายก และปฏิคาหก สิ่งเหล่านี้เป็นได้ ไม่ง่าย แต่เป็นได้แล้ว ดีสุดยอดด้วย ไม่ง่ายก็คือ เป็นได้ยาก ดีสุดยอดอีกต่างหาก เป็นไม่ได้ง่าย แต่เป็นได้ยากก็ตาม ก็เป็นได้ สิ่งเหล่านี้ แม้แต่พวกเราตัวเล็กตัวน้อย ก็มาช่วยกันด้วยน้ำใจ ไม่ได้จ้างวาน ดีไม่ดีการชมเชย ก็ไม่มี การชมเชยทำให้คนขยันได้เหมือนกัน แต่เราเองก็ไม่ใช้วิธีชมเชย หรือให้รางวัล ทำไปอย่างที่ทุกคนรู้แล้วว่า สิ่งนี้ดี ไม่ต้องการอะไรตอบแทน ก็มันดี ถ้ามีปัญญารู้ว่า สิ่งที่คุณทำมันดี มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว เต็มใจที่จะทำลงไป นี่เป็นสุดยอดแห่งความรู้ ความจริงที่สุดยอดจริงๆ อาตมาถึงยังไม่อยากตายเร็ว อยากจะดูความเจริญต่อไป ดอกไม้นี่ เดี๋ยวเดี๋ยวก็เหี่ยว แต่คนถ้าได้ปักหลักแล้วงอกงาม ก็จะไปเป็นล้านปีได้เลย ดอกไม้มันก็ทนแค่เดือนเดียว องค์ประกอบทุกอย่าง เป็นระบบนิเวศ ที่เราเอามาจัดองค์ประกอบเอาไว้ อันไหนไม่ดี เราก็ไม่เอา มาจัดสรรองค์ประกอบร่วมด้วย เราจะสรุปประกอบให้มันอยู่เจริญงอกงามดีที่สุด การขาดทุนของพวกเรานั้น ต้องเต็มใจขาดทุนจริงๆ บางคนสามารถขาดทุนได้ 500 บาท แต่ขอขาดทุนบาทเดียว ก็ได้หน้าเท่ากับคนอื่น อย่างนี้เป็นต้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ คุณควรจะกล้าขาดทุนได้มากขึ้นเท่าไหร่ ก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจ ถ้าใครเต็มใจ และมีปัญญา กล้าเสียสละมาก มันก็เป็นเรื่องจริง ของจิตวิญญาณแต่ละคน ส่วนใครที่มาแสวงหาหน้าตา แต่ได้เสียสละเหมือนกัน เราเองก็พยามกั้น นอกจากคุณจะมีเหลี่ยม ก็คุณบอกว่าราคาทุน 500 คุณก็บอกว่าขาย 499 จริงๆราคาทุนไม่ถึง 500 แต่คุณก็มาขาย 499 อย่างนี้ก็บาปใครบาปมัน เป็นการหลอกล่อ ถ้าไม่มีการหลอกล่อ เป็นเรื่องจริง ก็เป็นเรื่องดีของคุณเอง ของใครก็ของใคร ตัวใครตัวมัน กรรมใครกรรมมัน ใครจะมาโกหก ก็ตามพระพุทธเจ้าสรุปที่กรรม 1. กัมมัสสโกมหิ (มีกรรมเป็นสมบัติแท้ของตน) 2. กัมมทายาโท (มีกรรมเป็นทายาทรับมรดกของตน) 3. กัมมโยนิ (มีกรรมเป็นแดนเกิด-หรือพากำเนิด) 4. กัมมพันธุ (มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์, พันธุ์เทพ,พันธุ์มาร) 5. กัมมปฏิสรโณ (มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัยแท้ๆ) (พระไตรปิฎก เล่ม 14 ข้อ 581) ของพระพุทธเจ้าจึงเป็นเรื่องสุดยอดที่เราใส่ใจควรศึกษา ...จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน