สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน สวรรค์ ​6 ชั้นอันหลอกลวง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.82 KB
วันที่แก้ไข5 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เทวดา นรก สวรรค์) ตอน สวรรค์ 6 ชั้นอันหลอกลวง _รบกวนพ่อท่านอธิบายสวรรค์ 6 ชั้นโดยย่อง่ายๆอธิบายให้ชัดเจน พ่อครูว่า...สวรรค์เขาเรียกชื่อตามที่เขาเรียกกัน มีมาแต่เดิม เดียรถีย์ มาถึงธรรมะของพุทธก็ยังต่อเนื่องในภพชาติ ที่เขายกเป็นสวรรค์ ขอพูดตัวจบเลยพวกนี้ของเก๊ทั้งนั้นไม่มีหรอกเป็นภพชาติ ศาสนาพุทธนั้นไม่มีนรกไม่มีสวรรค์พูดอย่างตัวจบ อรหันต์ไม่มีนรกสวรรค์นรกสวรรค์เป็นของเก๊ เพราะฉะนั้นสวรรค์ที่คุณเองไปแสวงหาอยู่นี้โง่ทั้งนั้น แล้ว สวรรค์ 6 ชั้นคืออะไร 1. แย่งสวรรค์เป็นจตุมหาราชเบียดเบียนคนอื่นเบียดเบียนตัวเองโง่ดักดาน แย่งมากก็บาปมาก หนี้มาก พิษภัยมาก 2. แย่งให้ได้ตาวติงสะ อาการ 32 อยากได้ทั้ง 32 อาการมาบำรุงตาหูจมูกลิ้นกายใจหรือเอามาบำรุงผมขนเล็บฟันหนังตับไตไส้พุงน้ำเลือดน้ำหนองอะไรทั้ง 32 อวัยวะ จะเอามาบำรุงหมดเลยมาเป็นตัวกูของกูหมดเลยถ้าได้มาก็เป็นดาวดึงส์ เป็นสวรรค์ หอฮ่อ อารมณ์หลอกสมใจอารมณ์ได้มาตามต้องการ จะเป็นอาการกามก็ตาม อัตตาก็ตามก็สวรรค์ อัตตามันไม่มีจริงหรอก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นการทรมานตนเป็นความโง่ ถ้าตาหูจมูกลิ้นกายใจภายนอกมันยังมีสิ่งภายนอก แต่อยู่ข้างในมีแต่นิรมาณกายสัมโภคกาย บริโภคเนรมิตเอาเอง เป็นอทิสมานกายก็ไม่เห็นไม่มี องค์ประชุมในสิ่งที่ไม่มี เมื่อโง่งมงาย เป็นดาวดึงส์ มีสวรรค์ก็อยากให้สวรรค์นี้อยู่ยาวนาน 3. ยามา ให้สวรรค์นี้ไม่หายไปสวรรค์ชั้นนี้ต้องอยู่กับข้า ข้าต้องอยู่กับสวรรค์พวกนี้ก็ต้องอยู่กับภพชาติทางนั้น 4. ดุสิตเป็นแดนพัก ธรรมชาติก็ต้องพัก แต่พวกที่ติดยึดอยู่นี้ไม่มีแดนพัก แดนพักกูก็ไม่พัก ยังจะดันทุรังอยู่นั่นแหละใช้พลังงานเสริมเข้าไปอีก จึงเป็นนิมมานรดี 5. นิมมานรดี สร้างมันอยู่นั่นแหละ สร้างมาบำเรอ นิมมานรดี

อ่านต่อ

กิเลสต้องการ พากเพียรไม่หยุดเขาให้หยุดก็ไม่หยุด พวกนี้พวกดันทุรังทั้งนั้น ไม่ใช่พวก ดันสุรัง ดันไม่หยุด ไม่พอใจ อันสุดท้าย 6 ปรนิมมิตวสวัตตี ให้คนอื่นมาช่วยสร้างอีกแสดงอำนาจบาตรใหญ่ยิ่งกว่าจตุมหาราช ทำให้คนอื่นเชื่อว่าเราเองเป็นใหญ่เราเองนี่แหละมหาพรหม ข้านี่แหละเป็นเจ้าสวรรค์วิมานเป็นพระเจ้ายิ่งใหญ่ แล้วก็มีบริวารมีคนมาทำให้เองล่ะทีนี้ นิมมานรดียังจะช่วยตัวเอง แต่พวกปรนิมมิตวสวัตตี นี้คนอื่นทำให้หมด (สู่แดนธรรมว่า..ให้คนอื่นเป็นนายกนอมินีรับหน้าไป) เข้าใจเปรียบเทียบนะให้คนอื่นรับหน้าตัวเองก็สบายสร้างอำนาจมีอำนาจรักษาอำนาจไว้ได้ เป็นมหาพรหม ให้ลิ่วล้อตากหน้าติดคุกแทนชิบหายแทน ตัวเองก็ซื้อเครื่องบินไปขับไปทั่ว ไปไหนมาไหน นึกว่าตนเองประสบผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่นี่เขาไม่รู้ตัวหรอก เปรียบเทียบทางโลกให้เห็นชัดเจน ขอบคุณทักษิณที่เป็นตัวอย่างอันเลวทรามให้คนอื่นได้รู้ แต่เขาไม่รู้ เขาหลงว่าเขาเป็น ปรนิมมิตวสวัตตี แต่เขาไปหลงสวรรค์ 6 ชั้นอย่างที่ไม่รู้เรื่อง อาตมาวิจัยตีแสกหน้า สวรรค์ 6 ชั้น ผู้ใดเข้าใจแล้วอ่านจิตใจตัวเองว่ามีสวรรค์แล้วก็เลิกได้ คุณหมดสวรรค์คุณก็หมดอารมณ์ เพราะสวรรค์นรก เป็นเทวะ เป็นธรรมะคู่ แยกไม่ออกหรอกคุณต้องดับทั้งสวรรค์ทั้งนรกหมดนั่นแหละคุณจึงจะพ้น เพราะฉะนั้นชาวเทวนิยมทั้งหลายไม่ได้ศึกษาจิต เจตสิก รูปนิพพานไม่ได้แยกจิตอ่านอารมณ์ที่มันเป็นสุขเป็นทุกข์ ความสุขความทุกข์เป็นอริยสัจ ความดีความชั่วเป็นเรื่องของโลกียะ ศาสนาพุทธนั้นเรียนรู้อาการของจิตที่สุขที่ทุกข์ แล้วทำไมความสุขความทุกข์หมดจึงมีนิพพาน ศาสนาอื่นเทวนิยมไม่ได้แยกความสุขความทุกข์ร้องว่าเป็นสุข ตายแล้วก็ไปอยู่กับพระเจ้า พระจิตวิญญาณที่เป็นเจ้าของสวรรค์เป็นอาตมันปรมาตมัน เสร็จแล้วก็เป็นคนสั่งลงนรกได้ จริงๆแล้วนรกซาตานเป็นเจ้าของ นรกไม่ใช่พระเจ้าไปสั่ง ซาตานเป็นเจ้าของนรก แยกให้ออก จะไปทำว่าสั่งลงนรกไม่มีจริง นรกนั้นเป็นของสัตว์โลกเองจิตวิญญาณโง่ทำเอง ไม่มีใครมาเป็นเจ้าของไม่มีใครมาเป็นเจ้าสวรรค์นรกอะไรหรอก ต้องทำพลังงานปัญญาที่เป็นบุญ ใช้พลังงานปัญญาสลายพลังงานไฟราคะโทสะโมหะ ก็เกิดพยัญชนะที่เรียกว่ามันสลายได้เรียกว่าบุญ สร้างปัญญาได้เรียกว่า ฌาน ฌานไม่มีปัญญา ปัญญาไม่มีฌานไม่เรียกว่า ฌาน ไม่เรียกว่าปัญญา ฌานต้องมีปัญญา ปัญญาต้องมีฌาน

นัตถิ ฌานัง อปัญญัสสะ ปัญญา นัตถิ อฌายโต ยัมหิ ฌานัญจะ ปัญญา จ ส เว นิพพานสันติเก

ฌานย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา ปัญญาย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีฌาน ฌานและปัญญามีอยู่ในผู้ใด ผู้นั้นแล อยู่ในที่ใกล้นิพพาน (พตปฎ. เล่ม 25 ข้อ 35)

ปัญญาต้องมีภายนอก มีองค์กระบวนการของปัญญา จักขุ ปัญญา ญาณ วิชชา แสงสว่าง ต้องมีอาโลกมีแสงสว่าง มีตาลืม ลืมตาอยู่ แล้วกระทบกับภายนอกจึงจะเกิดปัญญา แล้วปัญญาจึงจะเกิดเป็นญาณ วิชา นี่คือกระบวนการที่ชี้บ่งถึงความเป็นปัญญาของพุทธ ไปหลับตาไม่มีแสง อาโลก ไม่มีดวงตาแต่เขาปิดตาด้วยปัญญาญาณวิชชาหาไม่ ไม่มีเจอไม่มีพบไม่มีเกิด สรุปอีก หลับตาปฏิบัติไม่มีแสงสว่างหรือดวงตาปิดก็โมฆะบุรุษ ในศาสนาพุทธ เมื่อไหร่จะกระเทือนบัลลังก์ พระอินทร์จะอาสน์ร้อนสะเทือน อาตมาเองมาจัดการความยึดติดที่เขายึดถืออย่างถาวรนี้มันยาก เขาติดเขายึดถือถาวร ไม่ฟังใคร ไม่มีปรโตโฆษะ ไม่มีโยนิโสมนสิการก็ไม่มีสัมมาทิฐิ บอกบ่อยก็หาว่าอาตมาไม่ใช่อีก แต่อาตมาว่าอาตมาคือใช่คือตัวจริงที่จะมาแก้กลับศาสนาพุทธที่ได้ผิดเพี้ยนไปไกลแล้ว จนมันไปยึดผิดเป็นถูกยึดถือมิจฉาเป็นสัมมา 620410_ตอบปัญหาเปิดโลกบุญนิยม ปลุกเสกฯ#43 บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน