สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ทำใจให้เป็นจิตนิยามคือทำใจอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน ทำใจให้เป็นจิตนิยามคือทำใจอย่างไร _ธรรมารมณ์ .. รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ พ่อครูว่า...ธรรมารมณ์รวมทั้งตาหูจมูกลิ้นกายใจแต่ว่ามีใจที่เป็นกลาง ในมโนปวิจาร18 กระทบแล้วรู้ที่มา รู้จักลักษณะที่แยกแยะ สุขทุกข์ไม่สุขไม่ทุกข์ หรือมีอินทรีย์ 5 สุขหยาบทุกข์หยาบ สุขทุกข์ละเอียด ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ก็ครบ 18 แล้วรู้น้ำหนัก มากน้อยและจากภายนอกจากภายในด้วย จริงๆแล้วมโนปวิจาร ที่เป็นตัวบ่งบอกการศึกษาของศาสนาที่ลึกถึงจิตเจตสิก สิ่งที่ถูกรู้เป็นรูปภายนอกจนกระทั่งถึงภายใน แล้วก็แยกแยะออกอาการลิงคนิมิต จับเครื่องหมายของอาการจิตได้ แล้วก็เข้าใจอาการที่มันเคลื่อนมันไวอย่างโน้นอย่างนี้ ลักษณะมันมีอารมณ์ มีธรรมารมณ์ อารมณ์โกรธอารมณ์โลภอารมณ์ราคะ มันเป็นอารมณ์อะไรอย่างหยาบ แล้วก็รู้ให้ชัดแล้วก็ลดด้วยการพิจารณา ด้วยการเห็น เห็นได้ชัดว่ามันเกิดมา อารมณ์ต่างๆ มันนอกเหนือจากความจริง ตากระทบทุเรียน ก็เห็นทุเรียนเหมือนกันทุกคน ทุเรียนมันเป็นอย่างไรต่างคนก็เห็น ดมกลิ่นก็รู้ ถ้าผ่ามาชิมรสก็เหมือนกันรสเดียวกันอย่างเดียวกันรสของทุเรียนอันนี้ ถ้าประสาทรับรู้ทางลิ้นของคนใช้ได้ก็เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นไทยแขกฝรั่งจีน เป็นแต่เพียงภาษาเท่านั้นที่ต่างกันแต่สิ่งที่เป็นสาระแท้นั้นเหมือนกัน นั้นรสเดียว แต่อารมณ์จิตของเรามันชอบหรือไม่ชอบ มันมีส่วนสอง อ่านตัวนี้ให้ออกจริงๆเลย ถ้าแยกแยะตัวนี้ไม่ออก โดยไปหลับตาปิดหู จมูกก็ไม่รับกลิ่น ให้จิตไปเพ่งแต่ในจิต หยุดๆๆๆ มันไม่ใช่ศาสนาพุทธ ดังนั้นเป็นเดียรถีเขาทำมาแต่ไหนแต่ไร น่าสงสารจริงๆ ออกมาบวชเป็นพระกรรมฐานก็ไปนั่งหลับหูหลับตาทั้งชีวิต แล้วก็สมมุติตัวเองว่าบรรลุธรรมเป็นพระกรรมฐานเป็นเกจิอาจารย์ เสร็จแล้วก็โอ้โห ตายแล้วก็เอาใส่โลงแก้วไว้ยิ่ง
อ่านต่อ
ไม่เน่าก็ยิ่งกราบใหญ่ แท้จริงแล้วยิ่งเป็นคนไม่รู้เรื่องเลยของศาสนาพุทธ เป็นคนยึดมั่นถือมั่นในจิตในจิตเลย กูไม่ไปไหนกูจะอยู่นี่แหละมันก็ยึดอยู่อย่างนั้น ตายไปแล้วเป็นมนุษย์พืชไม่เน่า ไม่มีเหตุปัจจัย ถ้าหากใส่ท่ออาหารใส่ท่อลมเข้าไปก็เหมือนมนุษย์พืชอยู่ในห้อง ICU มนุษย์คนนั้นก็อยู่ต่อไปได้แท่งนั้น หายใจเองไม่ได้ให้เครื่องหายใจแทน มันก็สูบฉีดอาหารไปให้สังเคราะห์สรีระต่างๆ ก็อยู่ได้ ตายไม่รู้จักตาย เกิดไม่รู้จักเกิดไม่รู้ขีดของความเป็นจิตนิยาม พีชนิยาม หยุดได้แล้ว มันเป็นแค่พีชนิยามเท่านั้น หากพลังงานชีวิตมันไม่กระเตื้องไปสู่จิตนิยามนั่นแหละคือพืชแท้ๆ จนกว่าจะกลายเป็นอุตุนิยาม พระพุทธเจ้าท่านแยกแยะ พลังงานเหล่านี้ชัดเจนรู้ชัดเจน ข้าวเป็นพืชหรือเป็นสัตว์ พืชมันไม่ทุกข์มันไม่สุขมันไม่มีบาปไม่มีบุญ พืชมันไม่ทำชั่ว มันไม่กระทบกระเทือนผู้อื่นให้ได้รับผลโทษภัยอะไรเลย จึงกลายเป็นคนที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่ใคร มีแต่ประโยชน์ต่อกันและกัน พระพุทธเจ้าท่านสร้างคนให้เกิดเป็นคนที่มีคุณภาพคุณค่าสูงกว่าพืช เพราะว่าจิตวิญญาณพลังงานที่เหลือนอกจากทำให้เป็นพืชได้แล้ว พลังงานที่เหลือก็เอาไปทำประโยชน์ช่วยเหลือโลก ได้อย่างมหาศาลเลย เป็นการสร้างมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ประเสริฐสุดยอดได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือจุดสำคัญ ของศาสนาพุทธ ถ้าสร้างคนแบบนี้ได้โลกทั้งโลกทางด้านเศรษฐกิจรัฐกิจสังคมกิจ ก็จะแก้ปัญหาได้ตกทุกอย่าง เพราะเป็นคนหมดความเห็นแก่ตัว เป็นคนมีปัญญารู้รอบ ว่ามาอยู่กับสังคมที่จะช่วยเหลือเขาได้อย่างไร สำหรับตัวเองนะ คนที่บรรลุอรหันต์แล้วจะไม่ห่วงตัวเองเลย จะมีคนอุดหนุนเกื้อกูลช่วยเหลือ ปรปฏิพัทธาเมชีวิกา คนอื่นจะเลี้ยงดูเอาไว้เองไม่ต้องห่วง สำหรับเรื่องกินเรื่องอยู่เรื่องไปเรื่องมา แต่เรามีหน้าที่ช่วยเหลือคนอื่นเท่านั้น พิสูจน์ได้เลย คนอื่นเขาจะดูแลเราเพราะเราเป็นคนที่มีคุณค่าคุณประโยชน์ คนเขารู้เขาก็จะดูแล คนรอบข้างจะรู้ชัดเจน 620410_ตอบปัญหาเปิดโลกบุญนิยม ปลุกเสกฯ#43 บ้านราชฯ