สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน นิยามของโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.77 KB
วันที่แก้ไข5 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน นิยามของโลกุตระ อาตมาเน้นนิยามโลกุตระ ประเด็นหลักชัดๆคือ โลกุตระนั้นคือ จิตมีกิเลส แล้วผู้รู้มีภูมิปัญญารู้ว่ามีกิเลสในจิต แล้วจัดการกิเลสให้ลดหรือหมดลงไปได้ นี่คืออาการของโลกุตระ นิยามให้ชัดเจนแล้วนะ คนจะต้องมีญาณปัญญาอ่านว่ากิเลสมันมีก้อนอย่างนี้หน่วยเท่านี้ หน่วยนี้มันได้พร่องลงไปด้วยจางคลายลงไป หรือดับ คุณก็จะต้องรู้สภาวะของอกุศลจิตนั้นว่ามันต้องลดไปหรือมันดับลงไปด้วยฝีมือเราทำ ให้มันดับลงไปจริงๆ นั่นคือลักษณะของโลกุตระของพระพุทธเจ้า สำคัญมากเลยยิ่งใหญ่ศาสนาในยุคนี้ ไม่รู้จักจิต เจตสิก รูป นิพพาน เริ่มตั้งแต่ สักกายะ องค์ประกอบรูปนามของจิต ที่รู้จักแยกแยะมีวิธีทำให้มันลดลงไป มีไฟฌาน ไฟปัญญา สลายกิเลส เป็นวิธีของพระพุทธเจ้า สลายให้มันหายได้จริง ถ้าสะกดไว้มันก็จะคืนมาใหม่ หากกดได้นานหน่อยก็แน่นแข็ง แต่มันไม่ได้สูญหายไป นี่คือประเด็นที่สำคัญยิ่งใหญ่มากเลยของศาสนาพุทธ ขออภัยศาสนาอื่นไม่ได้เรียนรู้จิตเจตสิกรูปนิพพาน ว่าตัวกิเลสเป็นอย่างไรและมีวิธี ดับกิเลสฆ่ากิเลสจนสูญได้มีศาสนาพุทธทำได้เท่านั้น ในยุคพระพุทธเจ้านั้นศาสนาทั้งหลายมีแต่เดียรถีย์ ไม่มีเนื้อหาโลกุตรธรรมเลย ศาสนาพุทธอุบัติขึ้นมาเพื่อเผยแพร่โลกุตรธรรม ส่วนโลกียธรรมที่เขามีความดีความชั่วนั้นเป็นสามัญดีชั่วก็สมมุติกันไปโยนกันไปโยนกันมาหมุนกันไปหมุนกันมา ดีเป็นชั่วชั่วเป็นดีมันเป็นไปตามยุคสมัย สลับกันไปไม่เที่ยงหรอก แต่ศาสนาพุทธนักเรียนรู้เรื่องจิตเจตสิก แล้วเรียนรู้ที่สำคัญคือสุขกับทุกข์ สุขกับทุกข์ เป็นตัวต้นทางและ ตัวสุดท้าย หากคุณรู้จักสุขกับทุกแล้วดับสุขกับทุกข์ได้คุณก็อยู่เหนือโลกได้ จะอยู่กับโลกที่มันปรุงแต่ง เป็นลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข คุณก็ไม่มีความทุกข์ความสุ

อ่านต่อ

ข คุณก็จะอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้โดยคุณไม่เป็นทาส ดูมันไม่ใหญ่ยิ่งเลยเรื่องสุขเรื่องทุกข์ แต่มันใหญ่ยิ่งเลย ความสุขความทุกข์เป็นภาวะ 2 ที่เป็นเทวะ ศาสนาพุทธไม่มีสุขไม่มีทุกข์ ดับเทวะทิ้งเลยไม่เหลือเทวะ ไม่มีเทวะ ศาสนาพุทธไม่มีเทวะเป็นอเทวนิยม ศาสนาพุทธเกิดมา 2000 กว่าปีโลกุตรธรรมได้เสื่อมไปหมดอาตมาก็ได้หยิบให้ฟื้นคืนและพวกนี้ก็ผยอง พอดีอาจารย์บอกว่าเรียนรู้มาจากพระพุทธเจ้าและโพธิรักษ์มาจากไหนแล้วบอกว่าของตัวเองถูก แล้วบอกว่าไม่มีครูบาอาจารย์อีก แล้วยืนยันว่าถูกต้อง อาจารย์ทั้งหลายที่สอนกันนั้นผิดด้วย อาตมาลำบากใจจริงๆที่จะทำให้เขาได้เชื่อ อาตมาไม่มีเครื่องยืนยันเลย ไม่มีนักธรรมตรีโทเอก เปรียญ 3 4 5 6 7 8 9 เรียนปริญญาตรีโทเอกทางโลกทางธรรมไม่มีเลย ไม่มีสำนักไม่มีครูบาอาจารย์ แล้วมาสอนธรรมะในระดับโลกุตระ ใครรับรอง(สู่แดนธรรมว่า กรอ. กูรับรองเอง) อาตมาบากบั่น เอาความรู้คำสอนพระพุทธเจ้ามาสอนก็ต่างจากที่เขาสอนกันมายืนยันความจริง ถ้าคุณถูกศาสนาพุทธไม่เป็นอย่างนี้หรอก มันก็เป็นอย่างที่คุณสอนกันมาเลยเป็นอย่างนี้ เน่าเละอยู่อย่างนี้ อาตมามาอธิบายไม่เหมือนกับพวกโน้นจึงถูกต้องแล้ว ฟังดีๆ อาตมาพูดธรรมไม่ได้ข่มไม่ได้ดูถูก หากอาตมาพูดแล้วหากเหมือนของเขาก็ถูกเหมือนกันสิ แต่นี่มันต่างกัน อาตมาพยายามดึงกลับมาให้พยัญชนะถูกต้องตรงตามสภาวะเช่นคำว่าบุญคำว่ากายคำว่าสมาธิ คำว่าฌาน คำว่าศีล อาตมาดึงกลับมาสู่ความหมายที่ควรจะเป็น พวกคุณเป็นคนที่มีศีลไม่เหมือนกับศีลที่พวกเขาเป็นกัน เพราะเขามีศีลแค่กายวาจาสำรวมสังวรได้ แต่ใจนั้นไม่เกี่ยว เขาบอกว่าถ้าใจเป็นสมาธิต้องไปนั่งหลับตา แต่ของเราไม่ใช่ ของเรานั้นศีลนี้แหละจะทำให้จิตเป็นสมาธิ ศีลข้อที่ 1 ไม่ฆ่าสัตว์เราเกี่ยวข้องกับสัตว์ในชีวิตเราก็ไม่ฆ่า จิตใจเราก็ไม่ทำร้ายไม่มีอาวุธ มีจิตใจเอ็นดูปราณีหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ ตรงตามคำสอนพระพุทธเจ้า เป๊ะเลย เถียงไม่ขึ้น เขาก็ใช้เล่มเดียวกันกับอาตมา ก็จะต้องยืนยันความจริงนี้ไปอีกนานเพราะว่าอาตมานั้นหัวเดียวกระเทียมลีบ กระเทียมโทนลีบๆด้วยไม่เต่ง แต่จริงๆอาตมาเต่งนะ แต่เขาบอกว่าอาตมาลีบ620417_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พรหมชาลสูตร ตอนที่ 1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน