สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ปฏิบัติอย่างไรให้หมดนรกหมดสวรรค์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.28 KB
วันที่แก้ไข25 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน ปฏิบัติอย่างไรให้หมดนรกหมดสวรรค์ เพราะฉะนั้นอาตมามาในยุคนี้จึงจะต้องมาเปิดเผยว่าศาสนาพุทธไม่มีสวรรค์นรก ใครยังมีนรกยังมีสวรรค์อยู่ ทุกข์ ใครยังมีสวรรค์อยู่คนนั้นยังมีนรก ไม่มีใครอยากได้นรก เขาอยากได้สวรรค์ แต่คุณอยากได้ปุ๊บก็มีนรกปั๊บ คุณไม่อยากได้สวรรค์ คุณจะไม่อยากได้สวรรค์ไม่มีสวรรค์คุณจะทำอย่างไร

มาเข้าสู่บทเรียน คุณต้องรู้เวทนาในเวทนา ในเวทนานั้นมีจิตที่คุณจะต้องรู้ตาม องค์ประกอบของกายเวทนาจิตธรรมจึงไม่แยกกัน กายคือสภาวะของ protoplasm เวทนา จิต ธรรมคือ cytoplasm มีเปลือกห่อหุ้มเรียกว่ากาย แต่กายนี้ความเข้าใจผิดของศาสนาพุทธ กายนึกว่ามีแต่เปลือก protoplasm ต้องมี cytoplasm ยืนยันด้วย ต้องเป็นธรรมะ 2 เพราะฉะนั้นเปลือกจึงไม่ใช่ตัวที่จะเป็นเรื่องใหญ่ เปลือกเป็นเรื่องที่เสื่อมเห็นได้ง่าย เสื่อมได้เป็นธรรมดา พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า กายนี้ให้เห็นที่จิต มโน วิญญาณ แต่ศาสนาพุทธเสื่อมไปหมดแล้ว จนภาษาไทยคำว่ากาย หรือกายะ ไปแปลว่าธาตุดินน้ำไฟลม เขาไม่เอาธาตุจิตนามธรรมร่วมเลย นี่คือความเสื่อมสมบูรณ์แบบของศาสนาพุทธ เช่นเดียวกันกับคนเข้าใจว่าบุญคือกุศลนั่นคือความเสื่อมของศาสนาพุทธ อาตมาต้องมาฟื้นคืนความจริงพวกนี้ ไม่เช่นนั้นก็ไปไม่รอดหรอกศาสนาพุทธ ถ้าอาตมาต่ออันนี้ให้แก่คนในโลก เข้าใจอันนี้แล้วก็มาเอาการประพฤติปฏิบัติ กายวาจาใจ กาย เวทนา จิต ธรรม ปฏิบัติกายนอกกายใน เวทนานอกเวทนาใน จิตนอกจิตใน ธรรมะนอกธรรมะในพวกนี้ หากไม่เรียนรู้ธรรมะ 2 นี้ชัดเจนและไม่สามารถทำให้เป็นหนึ่งในสอง เทวธัมมา ทวเยน เวทนายะ เอกสโมสรณา ภวันติ ทำอันนี้ไม่ได้ก็ไม่สามารถเป็นอรหันต์ นี่คือหัวใจของศาสนาพุทธ คุณต้องรู้สองสภาพนี้ และทำให้ได้เป็นหนึ่ง ความเข้าใจของ เอก

อ่านต่อ

คัตาจิต การไปนั่งหลับตาสมาธิคุณไม่รู้จักธรรมะ 2 มีแต่สะกดจิตให้เป็นหนึ่ง ไม่มีปฏิภาณรู้ ความเป็น 2 จากอะไรเลย มีแต่คุณทิ้งความเป็น 2 มาหา 1 อย่าง ดื้อๆซื่อๆเซ่อๆซ่าๆ เท่านั้นเอง น่าสงสาร ศาสนาพุทธมาเป็นเช่นนี้ พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาในโลกตั้งแต่เริ่มออกบวช ออกมาทางศาสนา ตั้งแต่นายฉันนะ พาท่านออกไป ท่านก็ปลงผมปลงหนวดทำหน้าที่ตั้งแต่บัดนั้นมา ท่านก็เจอกับศาสนาที่มีในโลกเป็นความนอกศาสนาพุทธทั้งสิ้น เป็นเดียรถีย์ เป็นพวกนั่งหลับตาเต็มป่าเขาท่านก็เป็นลิงลมอมข้าวพอง ว่าศาสนาต้องไปอยู่ป่า ท่านก็ไปอยู่ป่า ตามในยุคนั้น เป็นลิงลมอมข้าวพอง เพราะนักธรรมะมันหลงไปอยู่ป่า ท่านก็สอนพวกที่จะสนใจธรรมะก่อน เลือกผู้สนใจธรรมะหัวกะทิ ใครเป็นอาจารย์สำนักใหญ่ ก็ไปตามหาเจอ อาฬารดาบส อุทกดาบส จอมนั่งสมาธิชั้น 1 ท่านก็เลยว่า สำนักนี้ชั้น 1 ของยุคนี้ ก็เลยสมัครตัวเป็นลูกศิษย์ จนได้ชื่อว่า พระพุทธเจ้ามีอาจารย์คือ อาฬารดาบส อุทกดาบส ท่านก็มีพฤติกรรมไปสมัครเรียนและทำตามที่สอน ก็พานั่งสมาธิ พระพุทธเจ้าก็ทำตาม มันก็ไม่ยากอะไร แค่เรื่องนั่งหลับตาสมาธิ ผ่านมานับไม่รู้กี่ชาติ นั่งจนก้นแตกก้นเน่าเท่าไหร่ ท่านก็ได้สบาย อาฬารดาบสเก่งสุดได้อรูปฌาน 7 มีใครเก่งกว่าก็อุทกดาบส ได้ฌาน 8 ท่านก็ไปสอบอีก ฌาน 8 อ๋อ อย่างนี้ ท่านก็บอกว่าไม่ใช่ของพุทธ ท่านมีสัพพัญญุตญาณของท่านหมดแล้ว

610325_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เผด็จการที่เป็นประชาธิปไตยมีอยู่จริงที่นี่

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน