สื่อธรรมะพ่อครู(อจินไตย) ตอน สองพระธัมมิกราชที่มาทำงานคู่กัน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข25 มีนาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อจินไตย) ตอน สองพระธัมมิกราชที่มาทำงานคู่กัน _2166 ที่พ่อท่านบอกว่า พ่อท่านเป็นคู่บารมีกับในหลวง ร.9 เป็นคู่พระธรรมมิกราชกัน แต่ทำไมในหลวงท่านไม่เคยมากราบพ่อท่านเลยครับ? เห็นแต่ท่านไปกราบแต่พระสายวัดป่า (ที่ชอบนั่งหลับตา) ที่พ่อท่านชอบว่าเขา??? ท่านโกเอ็นก้า ท่านก็พูดในทำนองว่า ท่านกับอาจารย์ของท่านเป็นคู่พระธรรมมิกราช ที่มากอบกู้พุทธศาสนา และท่านโกเอ็นก้าก็ดูอินเตอร์กว่าชาวอโศกนะครับ พ่อท่านช่วยวิเคราะห์ใหัฟังด้วยครับ??? พ่อครูว่า...ที่อาตมาก็พูดเป็นนัย ไม่ได้บอกเปรี้ยงๆว่า อาตมาเป็นคู่ธรรมิกราชกับในหลวง แต่บอกตรงๆตอนนี้เลยว่า ใช่แล้ว อาตมาเป็นคู่ธรรมิกราชกับในหลวงรัชกาลที่ 9 อาตมาจริงใจและเห็นพระทัยของในหลวงท่านจริงพระทัยของท่านที่ว่า การบริหารประเทศให้ดีต้องบริหารประเทศแบบคนจน ให้คนมีสำนึก การขาดทุนคือกำไร ขาดทุนให้แก่สังคมคือการกำไรของชีวิตเรา เป็นความจริงพระทัยของในหลวงที่ตรัสขึ้นมา อาตมาก็จริงใจของอาตมาที่พูด อันเดียวกัน อันนี้แหละคือสิ่งที่พิสูจน์ยืนยัน เป็นหลักฐานยืนยันว่าอาตมาไม่ได้พูดพล่อย คนจะพูดว่าคนต้องมาจนมาเป็นคนจนนี้ดีกว่าคนรวยมันไม่ธรรมดานะ มันไม่ใช่ความสำนึกความรู้ที่ธรรมดาสามัญ มันจึงเป็นความรู้ที่วิสามัญ เกินกว่าที่คนธรรมดาทั่วไปจะคิด มันไม่ใช่สาธารณะของปุถุชน แต่มันเป็นอาริยธรรมของอาริยะ เป็นวิสามัญของอาริยะ ที่มีความเข้าใจความเชื่อมั่นความจริงใจอันนี้ อาตมาพูดด้วยความจริงใจและพาพวกเรามาจนถ้าพวกเรามาขาดทุนให้แก่สังคม และทุกวันนี้เราก็ขาดทุนให้แก่สังคมตลอดเวลา ชาวอโศกนี้ ถ้าจะคิดว่ามีรายได้เอารายได้ ที่จริงชาวอโศกในชุมชนไม่เอารายได้เลย แต่ถ้าจะคิดตามโลก ชาวอโศกได้รายได้ประมาณวันละ 35.7 บาท แต่ค่าแรงงานของคน อย่างต่ำวันละ 300 บาท อย่าง

อ่านต่อ

สูงมีกว่านั้น อันนี้คือ ชาวอโศกเป็นสถานที่ช่วยเศรษฐกิจของประเทศเหมือนเป็นซาอุดิอาระเบีย เป็นแหล่งหากินของประชากร ที่นี่ทำงานฟรีกันไม่เอาตังค์ อาศัยกินใช้อยู่ในนี้เท่านั้น นี่คือการบริหารสังคมที่สุดยอด อาตมาไม่ได้พูดเล่น ในขณะชาวอโศก เฉลี่ย ได้ 35.7 ขณะที่คิดค่าแรงวันละ 300 ก็หักลบเหลือ 264 บาท ที่เอาให้แก่สังคม ดร.สมคิดสบายใจได้ ชาวอโศกไม่ได้ให้ดร.สมคิดบริหารยากลำบาก แต่ช่วยดร.สมคิดด้วย แต่เขาไม่แล เขาตีทิ้งชาวอโศกว่าไม่มีความรู้ ไม่มีความดีงาม จะมีคนรู้และเข้าใจอย่างที่อาตมาพูดนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ พวกคุณเข้าใจจึงมา แต่พวกข้างนอกมี แต่เขาไม่กล้ามาเพราะกลัวเสีย ลาภยศสรรเสริญ โลกธรรม คนที่กล้ามาที่นี่เป็นคนที่ไม่กลัวเสียบัลลังก์ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข หรือคนที่ไม่มีบัลลังก์จึงเข้ามา แต่คนที่เรียกว่าไม่มีคุณภาพพอ ถึงมาก็อยู่ไม่ได้ คนที่ไม่มีคุณภาพพอที่จะอยู่ในนี้ไม่มีภูมิคุ้มกันไม่มีบารมีพอ ถึงมาอยู่ก็อยู่ไม่ได้ ที่นี่ไม่ได้บังคับให้อิสระเสรีภาพใครจะมาลองอยู่ก็ได้ แล้วหลักเกณฑ์ไม่มากเลยมีแค่ 1. ไม่กินเนื้อสัตว์ 2. ไม่มีอบายมุข 3. ถือศีล 5 ที่นี่ถือศีล 5 กันจริงๆ ถ้าผิดมากเราก็ให้ออก ให้ออกไป 1 ปี 3 ปี 5 ปี ก็มี ให้ออกไปตลอดเลยก็มี เพราะฉะนั้นที่อาตมาพูด อาตมา ชาตินี้เกิดมา อาตมาอยู่ทางโลกไม่ได้พ่ายแพ้การหาโลกธรรมทางโลก อาตมาอยู่รอด จริงๆ อาตมาหากินอยู่ทางโลกไม่ออกมาทางนี้ อาตมาว่า แกรมมี่ อาร์เอสไม่เกิดหรอก จะเกิดบริษัทหัวใจสีชมพู อาตมากำลังจะตั้งบริษัทนี้ด้วยก่อนออกมา เป็นธุรกิจบันเทิง ซึ่งอาตมาชอบทำทุกอย่างแม้แต่สื่อสารก็ชอบทำ อาตมาเอาหมด ดีไม่ดี ที่บุพเพสันนิวาสทำอาจจะเป็นของค่ายอาตมานะ

อาตมาเท้าความว่าอาตมาทำงานทางโลก ไม่ได้สู้ทางโลกไม่ได้ แต่อาตมาไม่ต่อ อาตมาตัด ตัดอย่างไม่ใยดีเลยทางโลก ตัดอย่างที่เขาเรียกภาษาว่าตัดหางปล่อยวัด แต่อาตมาตัดหางตัวเอง ปล่อยตัวเองเข้าวัดแล้วมาอยู่ทางธรรมตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงบัดนี้ เหนื่อยกว่าหากินทางโลกมาก ที่เหนื่อยมากๆ ก็คือ ทางโลกอาตมาทำงานอาตมาก็รับผิดชอบหน้าที่การงานของอาตมา แต่อาตมาทำงานทางธรรมะต้องรับผิดชอบหน้าที่การงานทางธรรมหนักกว่ามาก ระมัดระวังกว่ามาก มันชัดเจนนะ ซึ่งเหนื่อยกว่า และต้องรอบรัด ลำบากกว่ากันเยอะ แถมไม่ได้ตังค์ด้วย ถูกด่าอีกต่างหาก ยศ ได้ตำแหน่งเทวทัตอีกต่างหาก นี่พูดความจริงทั้งนั้นไม่ได้ประชดแดกดัน เขาให้มาอย่างนั้นจริงๆ แต่อาตมาชัดเจนในตัวเอง คำว่าธรรมิกราช เป็นอจินไตย คนเขาบอกมา สืบทอดความเข้าใจกันมา เหมือนกับที่เขาเข้าใจว่าศาสนาพุทธสมณโคดมจะมีอายุยืนยาว 5000 ปี ตอนนี้มาได้กึ่งของพุทธกัปป์ ของศาสนาพระสมณโคดมแล้ว แล้วท่านก็พยากรณ์กันไปว่าจะมีธรรมิกราช มาเอาเนื้อสาระสัจจะธรรมะ ประพฤติปฏิบัติประกาศลงในสังคมมนุษยชาติ ซึ่งอาตมาพูดนี้ ใครจะว่าอวดดีอะไรขนาดนี้ ก็ไม่เป็นไร อาตมาว่า เป็นวาระที่จะต้องพูดความจริงให้ครบ ไม่ต้องมังกุ อุทธัจจะ เหนียมอาย พูดกันตามความเป็นจริง จริงใจจริงจัง อาตมาว่า เป็นเช่นนั้นจริงๆ และที่อาตมาหรือคนเขาเข้าใจ อาตมาก็รับสนองความจริงที่เข้าใจกันว่า เชื่อว่าในหลวงเป็นธรรมิกราช 1 รูปก็เชื่อ แล้วใครจะเป็นธรรมิกราชอีก 1 รูป ...มีไหม? ใครคนนั้นก็ต้องมีหลักฐานยืนยัน แล้วแสดงสิ่งจริง เช่น ก็มาพูดว่ามาเอาแบบคนจนจะต้องขาดทุนให้แก่สังคม ไม่ใช่ภาษาพูดปากเปล่า แต่เป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องที่ทำจริง ในหลวงท่านก็ทรงทำ แต่ท่านทรงได้ในฐานะในหลวง เป็นเรื่องที่ต้องมีข้อยกเว้น ท่านเองเป็นในหลวงของประเทศไทย ประเทศไทยมีศาสนาไม่รู้กี่ศาสนา ในหลวงจะมาทำแต่เรื่องชาวพุทธ อย่างนี้ตรงๆเลย มันก็จะไปข่มหรือไปขัดแย้งกับศาสนาอื่น ซึ่งก็เป็นคนไทยทั้งนั้น แม้จะมีคนนับถือศาสนาพุทธ 95% ในหลวงก็ต้องทรงระวังตรงนี้ อาตมาเป็นชาวพุทธโดยตรงอาตมาพูดอย่างเต็มที่ได้ อาตมาไม่ใช่ผู้บริหารประเทศด้วย อาตมาเป็นผู้ที่ให้ความจริงความรู้ของศาสนา ไม่เหมือนกันกับของในหลวง ก็ขอยืนยันว่าที่พูดนี้คือการสาธยายความจริงเป็นความรู้วิชาการ อย่าเอาตัวตนบุคคลเราเขา ว่าอาตมากำลังพูดถึงตัวเองอวดตัวเอง ไม่ใช่ นี่กำลังพูดถึงความรู้พูดถึงวิชาการ มันเป็นเช่นนั้น มันเป็นความจริงตามที่เขาพยากรณ์กันมา เป็นความจริงที่ยืนยันเยอะ มีหลักฐานยืนยัน จนอาตมาตัองยืนยันว่า อาตมาคือผู้หนึ่งผู้นั้นที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ในพระไตรปิฎกเล่ม 14 ข้อ 257 ถึง 258 อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ หมายความว่าผู้ที่จะมีสัมมาทิฏฐิต้องเอา 10 ข้อนี้เป็นตัวตั้ง เป็นส่วนแห่งบุญ(ปุญญภาคิยา) ให้ผลวิบากแก่ขันธ์(อุปธิเวปักกา)

1. ทานที่ให้แล้ว มีผล(ให้กิเลสลด) (อัตถิ ทินนัง) 2. ยัญพิธี (พิธีการปฏิบัติ) ที่บูชาแล้ว มีผล (อัตถิ ยิฏฐัง) 3. สังเวย(เสวย)ที่บวงสรวงแล้ว มีผล (อัตถิ หุตัง) 4. ผลวิบากของกรรมที่ทำดีทำชั่วแล้ว มีแน่ (อัตถิ สุกตทุกกฏานัง กัมมานัง ผลัง วิปาโก) 5. โลกนี้ มี (อัตถิ อยัง โลโก) หมายถึง วนในโลกีย์เดิมๆ 6. โลกหน้า มี (อัตถิ ปโร โลโก) หมายถึง โลกโลกุตระ 7. มารดา มี (อัตถิ มาตา) 8. บิดา มี (อัตถิ ปิตา) 9. สัตว์ที่ผุดเกิดอุปปัติเอง มี (อัตถิ สัตตา โอปปาติกา) สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 257)

พ่อครูว่า...ในโลกมีไหมที่คนที่เป็นสยังอภิญญา ถ้ามีคุณก็อัตถิโลเก คนไหนไม่มี แต่มีเหมือนกัน แต่ไปเข้าใจบุคคลที่มิจฉาทิฏฐิเป็นสัมมาทิฏฐิก็มีได้เหมือนกัน เขาไปเข้าใจคนที่ไม่สัมมาทิฏฐิไม่ใช่สยังอภิญญาตัวจริง มาสาธยายธรรม แต่ในหลวงท่านไม่ได้สาธยายธรรม คนก็ถามต่อว่าทำไมในหลวงไม่มากราบพ่อท่าน ไปกราบแต่เถรสมาคม ที่นั่งหลับตาทำสมาธิ แต่ในหลวงก็คือในหลวง แม้ว่าในหลวงรู้อาตมาคือใครก็มากราบไม่ได้เพราะในหลวงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ชัดเจนในหลวงก็ต้องไปคารวะผู้ที่ควรคารวะ จะเป็นสายโน้น สายปัญญาก็ตามสายเจโตก็ตาม สายเจโตก็นั่งหลับตาสะกดจิต สายปัญญาก็มีหลากหลายแม้จะปัญญาไม่แท้ เป็นเพียงความฉลาดทางตรรกะ วิชาการทางความรู้ มันจะแบ่งเป็น 2 ตระกูล สัทธานุสารี กับธัมมานุสารี เป็นสายเจโตกับสายปัญญาธรรมดาธรรมชาติมันจะมีเทวนิยมกับอเทวนิยม แต่อเทวนิยมนั้นเกิดยากเกิดน้อย เทวนิยมนั้นครองโลก และก็มีมากหลากหลาย ไม่ใช่แต่เฉพาะที่หลงผิดในศาสนาพุทธ ศาสนาอื่นก็มีเทวนิยมทั้งสิ้น มีแต่ศาสนาพุทธศาสนาเดียวที่เป็นอเทวนิยม เพราะเป็นศาสนาสุดๆแล้ว อเทวนิยมนี้รู้จักเทวนิยมดี รู้ธรรมะสอง แล้วก็ทำส่วนเดียวที่เป็นเอกัคตา เป็นเอกธรรมได้ ทำหนึ่งในสองได้ นี่คือศาสนาพุทธ ประเด็นที่บอกว่า ทำไมที่อาตมาต้องกล่าวกับในหลวง ท่านโกเอ็นก้าก็กล่าวกับลูกศิษย์ของท่าน ก็เป็นธรรมดาท่านโกเอ็นก้าก็มีความรู้สึกมีคุณธรรมของท่าน และท่านก็บอกว่าธรรมิกราชก็คืออาจารย์ของท่าน ก็เป็นได้ตามความรู้สึก เพราะสัจธรรมนั้นไม่มีตัวตนบุคคลเราเขา แต่เป็นคุณธรรมเป็นคุณสมบัติอันนั้นเกิดในยุคกาล คำพยากรณ์ก็มีและมีหลายคู่ด้วยไม่ใช่ยกตัวอย่างคู่ที่อาตมาบอก อาจมีอีกหลายคู่ แม้แต่ธัมมชโยก็มีคู่เลย แต่เขาหยิ่งผยองเกินไปและใหญ่กว่าอาจารย์ เขากับอาจารย์ก็มีคู่เหมือนกับโกเอ็นก้าและก็อาจารย์ที่มากอบกู้ศาสนา ธัมมชโยก็มีอาจารย์ แต่เขาข่มอาจารย์ไม่ยกอาจารย์ คนจะเชื่อโกเอ็นก้าก็ไม่มีปัญหาอะไร จริงๆแล้วคนก็ต้องแสวงหา ต้องการสิ่งที่ดีเขามีภูมิธรรมเท่านี้ก็ต้องชอบแบบโกเอ็นก้า ซึ่งดี ต้องไปเอาสัจธรรมสิ่งที่ควรได้จากอันนี้เข้าไปห้ามเขาไม่ได้ เขาจริงใจนะ พวกคุณมาเอาที่อาตมาก็จริงใจหรือใครจะไปเอากับในหลวงก็จริงใจ ไม่มีปัญหาแต่เรื่องอจินไตยคือ ในหลวงกับอาตมาคือฟ้ากับก้นเหว ในหลวงเป็นนางฟ้า อาตมาเป็นขี้ทูดกุฏฐัง ไม่มีปัญหา อาตมาก็ต้องทำแบบนั้น ข้างนอกขรุขระ ข้างในต๊ะติ๊งโหน่ง ต้องพิสูจน์จนคนตาบอดเห็นได้ มองทะลุเปลือกนอกเข้าไปถึงข้างใน ว่าจริงๆแล้วข้างในเป็นสังข์ทองไม่ใช่เงาะป่า เป็นสัจธรรม แม้แต่นิยายเงาะป่าก็เป็นสัจธรรมถ้าเข้าใจ ใครไม่เข้าใจก็ว่ากันไป บังคับความเข้าใจความเห็นความรู้กันไม่ได้ คุณมาเอาคุณก็ได้ อาตมาตั้งแต่รู้ตัวเองอายุ 36 ปีตัดสินใจเลิกจากทางโลก ที่จริงรู้ก่อนออกบวช ก็เตรียมตัว ตั้งแต่ปฏิบัติธรรมทำงานอยู่โทรทัศน์ก็ไม่ได้ออกมา แม้กระทั่งหม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ก็บอกว่า รักเอ๋ย ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าบอกให้เป็นกลางไม่ได้ทรมานตัวเอง ต้องพอดีๆ ตอนนั้นอาตมาผอม บำเพ็ญตัวเอง เข็มขัดรัดติ้วเลยนะ แต่ไม่ได้ทำแบบแฟชั่นพวงนะ กางเกงก็เป็นพวงๆ คนก็สังเวช เราก็ว่าไม่เป็นไรหรอก ทำงานไป ต่างๆนานาสารพัดที่อาตมาผ่านมา จนกระทั่งชัดเจน ในหลวงท่านก็แสวงหาทำงานท่านทรงงาน ท่านไม่ใช่ผู้บำเพ็ญทางธรรมแต่ท่านทรงงานทางโลกนี่คือหน้าที่ของท่านที่ต้องทำ ทีนี้ทำไมในหลวงเราก็เป็นธรรมิกราช ไม่เกิดสัมมาทิฏฐิ ไม่รู้หรือ แต่ท่านเป็นในหลวงจึงมีข้อจำกัดที่ต้องอนุโลมปฏิโลมตามสังคมตั้งเยอะ คือ เป็นเรื่องที่อธิบายยาก แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ในหลวงรู้ไหมว่าอาตมาคือใครอาตมาไม่รู้ แต่อาตมารู้ว่าในหลวงคือใคร ถ้าจะพูดให้ชัดก็คืออาตมาเป็นสายปัญญา ในหลวงเป็นสายเจโต ในหลวงสายสัทธานุสารี อาตมาสายธัมมานุสารี จะเป็นคู่บารมี พูดไปแล้วคนอาจจะบอกว่าโหนในหลวงเอาในหลวงมาเทียบเคียง ซึ่งมันเป็นการอธิบายสัจธรรมลึกซึ้ง ที่พูดก็เอาตัวเองเป็นตัวประกอบซึ่งผิดหลักวิชาการเขาหมด วิชาการเขาบอกว่าอย่าเอาตัวเองเข้าไปยัดเยียดในนั้น อาตมานั้นแยกไม่ออก เพราะวิชาการระดับอาตมานั้นมันไม่มีตัวจริงที่เป็นตัวที่จะไปพูดถึง และตัวจริงที่จะพูดถึงระดับอาตมาระดับในหลวงนี้เป็นต้น ไม่ใช่เรื่องสามัญ แต่เป็นเรื่องจริงที่ปรากฏอยู่ในโลก ต้องมีเกิดในโลกอย่างแท้จริง ถ้าไม่แท้จริงคำพยากรณ์อะไรก็ไม่มีประโยชน์ พระพุทธเจ้าไม่ต้องไปพยากรณ์อะไร เพราะหากพยากรณ์ไม่จริงไม่มีประโยชน์ แต่หากพยากรณ์มีความมีประโยชน์ก็ต้องมีความจริงในนั้น ที่สำคัญคืออย่างนี้ เพราะฉะนั้นถึงกาละเวลาก็ปรากฏสิ่งนั้น ศาสนาพุทธในยุคนี้ ทั้งโลก ในช่วงเวลานี้แหละเข้าร้อยปี 200 ปี 500 ปีช่วงนี้ของศาสนาพุทธ จะนับจากพ.ศ.เท่าไรก็แล้วแต่ จะมีผู้ที่สืบต่อศาสนา ในหลวงทรงงานมา 70 ปีเป็นนักธรรมะเป็นธรรมิกราชเป็นราชธรรมิกราชมาประกาศธรรมะตามแนวทางของพระองค์แท้ ของอาตมาก็เป็นธรรมิกราษฎร ก็ประกาศตามแนวทางของอาตมา หากใครชัดเจนก็เข้าใจ ในโลกขณะนี้ยุคนี้ มันมีที่ไหนที่เป็นแหล่งของศาสนาพุทธ ที่มีเนื้อหาศาสนาพุทธแท้ๆอยู่มากที่สุดในโลกประเทศไหน เท่าประเทศไทย ทุกประเทศยกให้ประเทศไทยเป็นเจ้าของ อินเดียก็ไม่กล้าพูด เนปาลก็ไม่กล้าพูด ไทยเอามาแล้ว เป็นสัจจะที่มันจะต้องเป็นต้องมี เพราะฉะนั้น ศาสนาของโลกมันก็ต้องดำเนินไป ศาสนาคริสต์จะพยากรณ์อย่างไรก็แล้วแต่เขา คริสต์หรืออิสลามจะมีอายุขัยหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ของพุทธมีอายุกาล มีรายละเอียดชัดเจน ศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์นี้จะมีอายุกาล 80000 ปี 60000 ปี 40000 ปีแล้วแต่ ศาสนาพุทธของพระสมณโคดมจะมีอายุ 5000 ปี โบราณาจารย์พยากรณ์ไว้ และเป็นผู้รู้จริง มีอนาคตังสญาณที่ถูกต้อง แต่คุณไม่เชื่อของคุณเอง ไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่อาตมาเชื่อ อาตมารู้ความจริงว่าตัวเองเป็นตัวละครในนั้นด้วยตอนที่พยากรณ์ อาตมาจึงมีคนเชื่อ อาตมาเป็นตัวละครอาตมาและเป็นตัวจริงด้วยและเป็นตัวละคร มันเป็นตัวจริงของสาระ สัจจะกำลังเชิดอาตมาอยู่นะตอนนี้ แสดงนัจจะ คีตะ วาทิตะ ทุกวันนี้ทำงานมาถึง 47 ปี นานไม่ใช่เล่น ถ้าเป็นทางโลกก็เห็นว่าจะทำการปลดเกษียณเป็น 63 ปี อาตมาถ้าอยู่ทางโลกก็ปลดเกษียณไปแล้ว แต่ไม่มีใครมาปลดอาตมาอาตมาจะดันแต่ไม่ทุรัง คือดัน แต่ไม่ลำบาก(ทุรัง) ไม่ลำบากลำบนอะไร แต่อาตมาใช้ Coefficient สัมประสิทธิ์ เพิ่มพลังด้วยปัญญา และความรู้ และด้วยความตั้งใจ เต็มใจ ที่จะเมื่อย อุตสาหะเท่าไหร่เต็มที่ ยังไม่ยอมจบ ยังไม่ยอมถอย ความท้อแท้นั้นไม่มีอยู่แล้ว จะทำต่อไป เพราะว่า ที่อาตมาเห็นว่าเกิดเป็นจิตนิยามสัตว์เซลล์เดียวจนมาเป็นสมณะโพธิรักษ์ อาตมารู้ค่า กว่าอาตมาจะเป็นสมณะโพธิรักษ์ ณ ลมหายใจเฮือกนี้ ยาวนาน มาตั้งแต่ 1 เซลล์ที่พัฒนามา ล้านเซลล์ จนพัฒนามาเป็นสัตว์โลก พัฒนามาเป็นคน เวไนยสัตว์ จนมาเป็นอาริยะ จนมาเป็นอรหันต์โพธิสัตว์ จนเป็นโพธิรักษ์ ณ ลมหายใจเฮือกนี้ อาตมาว่าอาตมารู้จักกรรมและกาละพอสมควร ไม่ใช่เรื่องสามัญ ในอดีตที่อาตมาผ่านการเกิดการเป็นมาหนักหนาสาหัส ทรมานทรกรรมเลือดตกยางออก แต่ปางนี้อาตมานั้นพ้น พูดไปเหมือนอวดดีท้าทาย อาตมาพ้นจากภาวะที่ต้องเลือดตกยางออก ซึ่งเป็นเรื่องอจินไตยที่สูงส่งมาก ยกตัวอย่าง อย่างพระพุทธเจ้า ใครไปทำให้สรีระของพระพุทธเจ้าบาดเจ็บ โอ้โห กรรมมหาศาล แม้แต่แค่พระเทวทัตไปทำให้พระบาทห้อเลือด ก็เป็นอนันตริยกรรม อาตมาลองเทียบอันนี้ให้ฟัง อาตมานี้พ้นจากการถูกเลือดตกยางออก แม้แต่ถูกกระทบ ถูกหวดด้วยไม้หน้าสาม ถูกตีเตะตบ มันเป็นเรื่องพ้นจากภาวะนั้นแล้ว เจอแต่แค่ แก๊สน้ำตา อากาศ เล่นไม่ได้ด้วยธาตุดินน้ำ ก็เล่นด้วยธาตุอากาศ ซึ่งมีธาตุไฟในนั้นด้วย พลังสำคัญคือลมกับไฟ เป็นบทบาทสำคัญ เป็นนิวเคลียส สรุปแล้วการเกิดมาจนกระทั่งเกิดมาเป็นคนเป็นโพธิรักษ์ อาตมาซาบซึ้งในเซลล์ที่เกิดมาเป็นจิตนิยามสัตว์โลก ยาวนานมา จะต้องต่อสู้สมบุกสมบันมาก ไม่รู้ว่า นรกกับสวรรค์เจอมาตั้งเท่าไหร่ ๆ แล้ว อาตมาผ่านมา จนทุกวันนี้ไม่มีปัญหาแล้ว อาตมาไม่มีนรกสวรรค์ 610325_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เผด็จการที่เป็นประชาธิปไตยมีอยู่จริงที่นี่

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน