สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน ความเป็นมาของพระธาตุที่พระวิหารพันปี.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน ความเป็นมาของพระธาตุที่พระวิหารพันปี พ่อครูเทศนาก่อนพาทำพิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ …..วันที่ 9 มิถุนายนของทุกปีชาวอโศกเราก็เรียกกันว่า เป็นวันที่เราจะทำการบูชาพระบรมมาสารีริกธาตุ เมื่อก่อนเราทำกันอยู่ที่สันติอโศกมีพระเจดีย์อยู่ที่พระวิหารพันปี ที่นั่นที่บรรจุพระบรมมาสารีริกธาตุเอาไว้เยอะ โดยเฉพาะพระบรมสารีริกธาตุ 12 องค์แรกที่อาตมาได้มา จริงๆแล้วอาตมามีพระธาตุอยู่องค์เดียวในชีวิตที่ปฏิบัติธรรมมาก็ได้อยู่องค์เดียว ขนาดเท่าเมล็ดข้าวสาร ก็ประกาศไปว่ามีใครอยากจะได้ก็มาขอ ก็มีคนชื่อ ธรรมสามีติดต่อมารับไป จากนั้นก็ไม่มี จนกระทั่งวันหนึ่งได้บิณฑบาตอยู่หน้าพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม วันที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้เดินบิณฑบาตข้ามสะพานเจริญศรัทธา ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเอาสตางค์มาใส่บาตร อาตมาก็รับเป็นพิธี รับเสร็จแล้วก็มอบคืนอย่างที่เราเคยทำ เราปฏิบัติธรรมมาแล้วบวชแล้วก็ไม่ได้ใช้เงินใช้ทองไม่ได้รับเงินมาเพื่อเป็นของตัวของตน เพราะผิดวินัยทำไม่ได้ ก็เลยรับกรรมที่เขาศรัทธาใส่แล้วด้วยใจจริงและก็คืนเขาไป บอกว่าเรารับมันไม่ได้เขาก็รับเงินคืนไป แล้วเขาก็บอกว่า...ใช่แล้ว อาตมาก็ไม่รู้ว่าเขาว่าใช่อะไรนะ แล้วเขาก็ควักสิ่งของในกระเป๋าออกมา ควักเอาตลับสีแดงออกมา ตลับสำหรับใส่ทองคำ ก็นึกในใจว่าคงเป็นทองคำเอามาให้อีก อาตมาก็บอกว่าจะรับอย่างไรเพราะเห็นว่าตลับสำหรับใส่ทองคำ เขาก็บอกว่าอันนี้ใส่พระบรมสารีริกธาตุ 12 องค์ ที่เขาได้มา ซึ่งอาตมาไม่กล่าวว่าได้รับมาจากใคร เพราะไม่ควรกล่าวได้รับมาจากคนที่สูง เขาบอกว่า ถ้าพบผู้ที่มี ความควรจะรับพระบรมสารีริกธาตุก็ให้ไป เขาก็บอกว่า เจอแล้ว ใช่แล้ว ตอนนั้นเราไม่เพียงแต่ไม่รับเงินแต่เดินบิณฑบาตสงบมาก ไปเห็นกิริยาตอนนั้นสงบเนียนดีมากเลยทุกอ
อ่านต่อ
ย่าง ทุกอย่างตอนนั้นเรานิ่งมาก เสร็จแล้วเขาก็ยืนยันว่าท่านต้องรับไป อาตมาก็เห็นว่าปรารถนาดีไม่ใช่ระเบิดแน่นอน อาตมาก็รับมา รับมาจนกระทั่งบิณฑบาตเสร็จ กลับมาที่สนามตรงพระปฐมเจดีย์ จึงเปิดออกมาเห็นเป็นพระบรมสารีริกธาตุ 12 องค์ พอได้พระบรมสารีริกธาตุมา กำลังนั่งล้อมวงจะฉันอาหารกัน แผ่นดินก็ไหวเลย ตรงที่พระปฐมเจดีย์นั่นแหละ ก็มีแผ่นดินไหว จากนั้นมาอาตมาจึงนำพระบรมสารีริกธาตุมาเก็บรักษาเอาไว้ จนกระทั่งมีคนนั้นคนนี้เอาพระบรมสารีริกธาตุมาให้อีกเยอะเลย ไหลมาเทมาเยอะแยะ จนกระทั่งอาตมาจะสร้างพระวิหารพันปีที่สันติอโศก เราก็ทำเจดีย์เป็นทองคำ ผสมเจดีย์ที่เป็นทองคำทำด้วยทองโกลด์มาสเตอร์ ไม่ใช่ทองคำgilding แบบทองคำเปลว แต่เป็นทองคำโกลด์มาสเตอร์ ใช้เครื่องสำหรับผสมทองคำมาใช้ทำเจดีย์ เสร็จแล้วก็นำมาไว้เป็นยอดพระวิหาร ก็บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุในเจดีย์ทองคำอันนั้นก็มีพระบรมสารีริกธาตุนอกจาก 12 องค์นั้น ก็มีพระพุทธรูปหลายองค์ที่บรรจุในเรือนแก้วของเจดีย์ มีหิน ที่มาจากอินเดียเป็นถิ่นกำเนิดมีทั้งใบโพธิ์ที่มาจากอินเดีย จากสังเวชนียสถานบรรจุเข้าไป ในพระเจดีย์เสร็จแล้วตั้งแต่วันนั้น ก็ยกเจดีย์ขึ้นตั้งก่อนจะยกเจดีย์ขึ้นตั้งขึ้น มีคนปรารถนาดีต้องเป็นช่างทองเขาก็เอา cyanide มาล้างเจดีย์ มาฉาบเพื่อจะทำให้มันวาววาม แล้วก็ล้างหากเป็นทองคำเปลวที่แน่นไม่มีรูเข้าไป น้ำยาก็จะเข้าไปไม่ได้ แต่ทองโกลด์มาสเตอร์นี้มันมีรูมีร่องไม่แน่น มันก็ทำให้น้ำยาซึมเข้าไปได้ น้ำยาก็เข้าไปทำปฏิกิริยากับ nickel ที่ฉาบโครงสร้างของเจดีย์เอาไว้ด้วยทองเหลืองแล้วก็ผสมทองคำเข้าไปซ้ำไป ถ้าหากผสมทองคำกับทองเหลืองมันจะไม่ติดกันจึงต้องใช้นิกเกิลหุ้มเอาไว้ เสร็จแล้วน้ำยาก็ไปทำปฏิกิริยากับนิกเกิลเป็นสนิมออกมาไหลออกมาห่อหุ้มทองคำโกลด์มาสเตอร์ทำให้เจดีย์มีสีดำเหลื่อม ทองคำก็ไม่ได้หายไปไหนนะ แต่เหตุประการนี้ ทุกอย่างมาแต่เหตุ เราก็ยังนึกว่าอโศกเอ๋ยทองคำยังดำเป็นสนิมเลย เจ้าประคุณมันไม่ใช่สนิมทองคำแต่เป็นสนิมอื่นเข้ามา จบ มันไม่สะอาดบริสุทธิ์สดใสชัดเจนได้ มันจะต้องคลุมเครืออยู่อย่างนั้น ทองคำก็ยังคลุมเครือหาว่าเป็นทองคำจริงหรือไม่ แต่แปลกนะหากดูพระเจดีย์นี้ตอนกลางวันจะเป็นสีคล้ำดำ แต่ว่าถ้าเห็นตอนกลางคืนจะมีแสงไฟสาดสองจะเห็นเจดีย์เหลืองเป็นทองคำแต่ตอนกลางวันจะดำ ถ้าเป็นกลางคืนเหลืองเป็นสีทองอร่าม เป็นเรื่องที่ทุกอย่างมาแต่เหตุไม่ได้เป็นเรื่องลึกลับหรือเรื่องแปลก แต่เป็นเรื่องที่น่าประหลาดอย่างมีเหตุปัจจัย นี่คืออโศก เป็นเรื่องที่ชาวอโศกต้องเป็นเช่นนี้ อาตมาเข้าใจตัวเองเกิดมาปางนี้ เหมือนกับพญาแร้ง อย่างเพลงที่ร้องกันเมื่อกี้นี้ คนรังเกียจแต่พญาแร้งไม่มีอะไรที่ทำให้คนลำบากเดือดร้อน มีแต่ทำให้เกิดความสะอาด เป็นสัตว์ที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่โลก แข็งแรงที่สุดบินได้สูงที่สุด เป็นพญาแร้งจะไปบอกว่าเป็นสกั๊งค์ คนก็ยังไม่เข้าใจเรา ก็เลยกำหนดอะไรซักอย่างที่เหมาะสมกับเรา ก็คือแร้งเป็นสัตว์ประเภทแร้ง อาตมาเป็นหัวหน้าแร้งเป็นพญาแร้งก็เป็นนิทานนิยายของชาวอโศก อาตมาก็จะขอพูดในวันสำคัญนี้ เรามาสร้างราชธานีอโศกก็เป็นสถานที่กว้าง สันติอโศกขยายไม่ออกแล้ว ถูกบังคับด้วยกรอบและที่ดินก็แพง ไม่ได้บรรยากาศอีก อาตมาก็เลยว่ามาสร้างที่นี่ ก็มาลงตัวที่นี่ ไม่ได้เจตนาแต่ทุกอย่างมีเหตุปัจจัยที่จะต้องมาที่นี่ เป็นที่นี่ อาตมาไม่มีความคิดจะวางแผนจะต้องทำให้กว้าง มันเป็นไปตามธรรม ก็มาเกิดราชธานีอโศกซึ่งเป็นถิ่นที่เกิดของอาตมาอยู่ที่อุบลราชธานี ก็เลยตั้งที่นี่ขึ้นมา ก็พอดีอาตมาเลือกที่นี่ก็เอาเท่านี้แหล่ะ ก็เลยตั้งชื่อสถานที่นี้ว่าราชธานีอโศก เอามาจากคำว่าอุบลราชธานีต่อคำท้ายมาตั้งชื่อเป็นหมู่บ้าน ตอนแรกก็เป็นชุมชนราชธานีอโศกก็ไปขอจดทะเบียนทางมหาดไทยทางการก็ยอมรับว่าเป็นหมู่บ้านหนึ่งในตำบลบุ่งไหมหมู่ที่ 10 เรียกเต็มๆว่าหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก หมู่บ้านเป็นนิตินัยแต่ชื่อของเราคือชุมชนราชธานีอโศก เขาไม่ยอมแก้ให้เป็นหมู่บ้านราชธานีอโศกก็เลยตั้งชื่อว่าเป็น หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก จังหวัดที่มีชื่อท้ายว่าราชธานีก็มีแต่อุบลราชธานีนี่แหละ พวกเราเป็นราษฎรเต็มขั้นแล้วจะเปลี่ยนเป็นราษฎรอโศกเขาจะให้ใหม่นะหมู่บ้านราษฎรอโศก แต่มันจะมากไป ก็เลยเอาตามเหตุปัจจัย เราเป็นราษฎรเต็มขั้นก็เลยต้องเอาแบบนี้ เราดำเนินชีวิตกันมาเป็นหมู่บ้าน ที่อาตมาใช้ทฤษฎีธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นหลักในการสร้างมนุษย์ จนได้มรรคได้ผลกันเป็นชุมชนที่มี ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติอย่างแท้จริง คนเขาไม่เข้าใจเขารังเกียจก็ไม่มา แต่คนที่เขาไม่เชื่อก็มี มันก็มีสองทิฏฐิ คนที่ไม่เชื่อก็ไม่มา แต่เราพูดความจริงเรามีสิทธิ์พูดความจริง แต่ความจริงใจอาตมาตรวจจิตใจตัวเองว่าเราอยากอวดไหมเราอยากโชว์ไหม อาตมาว่าอาตมาไม่มีสาเฐยจิตพวกนี้แต่ทำไมต้องพูด เพราะคนเข้าใจผิดในเรื่องอาริยะมันเป็นเรื่องผิดฝาผิดตัว เป็นเรื่องเลอะเถอะไปหมดแล้ว เราก็ทำตามหลักพระพุทธเจ้ามีหลักฐานตรวจสอบตามหลักวรรณะ 9 เรื่องศีล สมาธิ ปัญญา อาตมาก็อธิบายมาหมด คำว่าบุญ คำว่ากุศลธรรม กาย คำว่าศีล สมาธิ ปัญญา เป็นนัยยะที่เป็นโลกุตระ อาตมาก็ขยายความอ้างอิงคำสอนพระพุทธเจ้ามาตลอด เอาพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐมาเป็นหลัก ก็พออยู่ได้มีหลักฐาน เขาก็ยอมรับนับถือพระไตรปิฎกฉบับเดียวกัน ก็เลยอยู่ได้ทำงานศาสนามา 47 ปี เริ่มปีที่ 48 จะพยายามสร้างสมรรถภาพ อาตมายืนยันว่าจะอยู่ทำงานอีกต่อไปพยายามรักษาร่างกายขันธ์ให้มันยืดยาวต่อไปจนถึง 151 ปีตามที่ตั้งไว้ มันจะได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ก็เป็นการพิสูจน์ธรรมะพุทธเจ้าที่เป็นสัมประสิทธิ์ พลังงานสัมประสิทธิ์ออกมาพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ C เป็นสูตรที่ต่อจากไอน์สไตน์คิดมา E=C(mc 2 +A) ตัว A ใหญ่คือ Abstract เป็นนามธรรมที่ทำเพิ่มขึ้นไป เติมต่อไปจนเกิดสัมประสิทธิ์ได้ ตัว m คือมวลแล้วก็มีพลังงานทางจิตคือตัว c คือจิต มันเร็วกว่าแสง เพราะฉะนั้นความเร็วกว่าแสงนี่แหละมันก็เท่ากับความเร็วที่ยกกำลังแล้วเราก็เพิ่มยกกำลังได้อีกโดยชุด E=C(mc 2 +A) นี่คือชุดของ C ใหญ่ที่อยู่ข้างนอก อาตมาจะพิสูจน์สูตรของ CoEfficient สัมประสิทธิ์ แม้เป็นนามธรรมก็ทำให้มีฤทธิ์. อายุของร่างกายอาตมาก็ทำให้เกิดผลตามที่เข้าใจ
ต่อไปเราก็จะได้พาบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ตั้งนะโมสามจบ
คำกล่าวบูชาพระบรมสารีริกธาตุ งานอโศกรำลึก
อิติปิโส ภควา อรหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจรณสัมปันโน สุคโต โลกวิทู อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควาติ
ขอนอบยอบหมอบกราบคารวะ ด้วยสุดเกล้าสุดเศียรสุดกระหม่อม ของเหล่าข้าน้อยนี้
เกลือกถูรองรับอยู่ใต้ละอองผงคลีแห่งธุลีฝ่าพระบาทของสมเด็จพ่อ ผู้เป็นพระอนุตตรสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้มี “พุทธคุณ” ดังกล่าวข้างต้น อย่างสุดเทิดสดบูชายิ่ง
เหล่าข้าน้อยทั้งหาย ขอน้อมบูชา เทิดทูนพระคุณอันหาที่สุดมิได้
ณ วาระศุภสมัยนี้ เหล่าข้าน้อยทั้งหลาย ขอตั้งปณิธานต่อพระมหาบรมสารีริกธาตุ ต่อพระพุทธาภิธรรมนิมิต
ณบัดนี้ว่า... เลือดและวิญญาณของเหล่าข้าน้อยทั้งหมดนี้ ขอถวายอุทิศแด่พระพุทธศาสนาไปตราบดินสิ้นฟ้า จนกว่าข้าน้อยแต่ละคนจะปรินิพพาน
ขอได้โปรดรับปณิธานนี้ ด้วยสุดเกล้าสุดเศียรสุดกระหม่อม เหล่าข้าน้อยเถิดเทอญ
สาธุ-สาธุ-สาธุ 610609_ พิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ งานอโศกรำลึกครั้งที่ 37