670108 ตอบปัญหาผ่ามิจฉาอาชีวะ 5 รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #50 ราชธานีอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2567
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์365 KB
วันที่แก้ไข23 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

670108 ตอบปัญหาผ่ามิจฉาอาชีวะ 5 รายการปรับทุกข์ปลุกธรรม #50 ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53730.html

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1ByTfVMIkSpdorBMoxEDFEoAq6WZ9ej_T/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1rwjWFA5fqCacpAbQ5REBxrk1-18OQvhH/view?usp=sharing และ https://podcasters.spotify.com/pod/show/l88ie790dko/episodes/670108--5-e2effmt/a-aark6gk

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/qn5k3g2hKyw พ่อครูว่า… เจริญธรรมทุกๆคน วันนี้วันจันทร์ที่ 8 มกราคม 2567 แรม 12 ค่ำ เดือน 1 หรือเดือนอ้าย ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก บางคนก็อ่าน 8 มะ-กะ-รา-คม บางคนก็อ่าน 8 มก-กะ-รา-คม ได้ทั้ง 2 อย่าง แบบไทยก็ มก-กะ-รา-คม แบบบาลีก็ มะ-กะ-รา-คม ที่จริงถ้าอ่านแบบบาลีต้องอ่าน มะ-กะ-รา-คะ-มะ ไม่อ่าน คม เริ่มต้นที่ SMS กันก่อน SMS วันที่ 5 - 7 มกราคม 2567

ตอบปัญหาผ่ามิจฉาอาชีวะ 5 _ทับทิม... ขอความกรุณาพ่อครูอธิบาย มิจฉาอาชีวะ 5 ด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า... พูดเรื่องมิจฉาอาชีวะขึ้นมานี้ สงสัยจะได้เรื่องเดียวนี้จนหมดเวลา มันอยากจะอธิบายดีๆ มิจฉาอาชีวะ 5 มันสุดยอด เริ่มต้น ตั้งใจฟังดีๆ มันจะพาไปละเอียดลออแค่ไหนก็แล้วแต่พระพุทธเจ้าจะเข้าทรงก็แล้วกัน (พ่อครูหัวเราะเบาๆ) มิจฉาอาชีวะ 5 มีอะไรบ้าง? ทดสอบนักเรียน กุหนา ลปนา เนมิตตกตา นิปเปสิกตา และ ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา มิจฉาอาชีวะ 5 1. การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง 2. การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง 3. การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ 4. การยอมมอบตนในทางผิด อยู

อ่านต่อ

่คณะผิด (นิปเปสิกตา) 5. การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 275 มหาจัตตารีสกสูตร)

อันแรก กุหนา คือโกง ทุจริต คอรัปชั่น คือหมายความว่าทำชั่วชัดๆ ชั่วที่ 1 เลย ชั่วอันดับ 1 ทำชั่วที่ 1 นี่นะ มันต้องถึงในขั้นอยู่ในวงการเมือง ทำชั่วที่ 1 ถ้าไม่อยู่ในวงการเมือง ชั่วไม่ครบสูตรหรอก ถ้าไม่ชั่วแบบการเมือง เพราะการเมืองนี้มันระดับคลุมทั้งประเทศเลย บทบาทที่มีอำนาจหรือมีอิทธิพล มีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ แต่ถ้าโกงไม่ถึงขั้นอยู่ในวงการเมือง มันก็อยู่ในกลุ่มของคน คนที่เขาไม่ยุ่งการเมืองจริงๆนี่ การเมืองจะเป็นยังไงเ ขาไม่แยแส เขาทำมาหากินกับชีวิตเขา มากกว่าคนที่คำนึงถึงการเมือง เข้าไปยุ่งกับการเมือง เข้าไปสนใจกับการเมือง ที่พูดด้วยศัพท์ง่ายๆว่า ไม่เล่นการเมือง ไม่ยุ่งกับการเมือง แต่การเมืองมันกระทบถึงเขาเหมือนกัน การเมืองกระทบถึงเขา แม้เขาจะไม่ยุ่งการเมือง ไม่เล่นการเมือง คุณอยู่ในสังคมประเทศ นายกเขาทำอะไรมีผลถึงคนทุกคน นายกเคยผู้ดูแลทำงานเพื่อประชาชนทุกคนในประเทศ หรือประธานาธิบดีหัวหน้าใหญ่เบอร์1ว่างั้นเถอะ ในระบบการบริหารประเทศแบบประธานาธิบดีแบบนายกก็ตาม ผู้ปฏิบัติผู้กระทำจริงๆคือนายกกับประธานาธิบดี ระบบประธานาธิบดีคือระบบบริหารที่ไม่มีพระมหากษัตริย์ เมื่อไม่มีพระมหากษัตริย์ คุณก็ทำหน้าที่มีพลังงานจัดการ ส่วนในหลวงหรือพระเจ้าแผ่นดิน ในประเทศที่มีประชาธิปไตยที่มีพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนคอมมิวนิสต์เขาไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน หรือประธานาธิบดี เขาก็ไม่มี ไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน เขาก็บริหารเต็มที่อยู่แล้ว ประธานาธิบดีหรือนายก ประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน แล้วก็มีนายก ก็ให้นายกเป็นผู้รับผิดชอบ พระเจ้าแผ่นดินทรงไว้ซึ่ง ผู้ที่จะมีปัญหา มันสุดปัญหาหรือว่าเป็นปัญหาที่นายกเห็นว่าสมควรจะต้องทูลเกล้าขอพระราชทานพระปัญญาของท่าน ใช้ปัญญาของท่านตัดสินเป็นขั้นสุดท้าย จึงทำ ถ้าไม่ถึงนายกทำไปเลย หรืออันใดที่เห็นควรตามกฎหมาย เขาก็จะมีกฎหมายระบุว่าอันนี้ต้องถึงพระเจ้าแผ่นดินนะ อันนี้ไม่ต้องถึงก็ได้ มันก็มีระดับของมันตามกฎหมายกำหนดไว้ละเอียดอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นสรุปแล้วประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดิน จึงเป็นประเทศที่มีสิ่งที่เป็นสุดยอดสำคัญ มีพระเจ้าด้วยว่างั้นเถอะ ประเทศที่มีพระเจ้าแผ่นดินนี่มีพระเจ้าด้วย ถือว่าเป็นอำนาจสูงสุด เพราะฉะนั้นประเทศที่เขานับถือพระเจ้า ศาสนานับถือพระเจ้า แต่เขาเองกลับทำระบบประชาธิปไตยที่ไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน นี่เขากบฏต่อตัวเอง เพราะศาสนาเขามีพระเจ้าใหญ่ที่สุด ใครจะไปทำอะไรพระเจ้าไม่ได้ ยกไว้และพระเจ้าของเขาเที่ยงด้วย อย่าไปแตะ อย่าแตะเป็นอันขาด เช่นทางอิสลามยึดถือจัดจ้าน อย่าไปแตะ อย่าไปเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ขึ้นกับกาละ เทศะ ฐานะ พระเจ้าในคัมภีร์ว่าอย่างไร ไม่เปลี่ยนแปลง องค์ประกอบจะเปลี่ยนไปยังไงก็แล้วแต่ มีระบบเดียว ซื่อบื้อระบบเดียว ซึ่งมันไม่ใช่ มันผิด กาละเทศะ ฐานะ องค์ประกอบ บุคคลทั้งจิตวิญญาณและเหตุองค์ประกอบต่างๆ มันเที่ยงแท้ที่ไหน อย่างนี้คือรายละเอียด ลงไปในรายละเอียดพวกนี้มันจะมาก เดี๋ยวจะพูดมิจฉาอาชีวะ 5 ไม่ได้ สรุปแล้วข้อที่ 1 โกงแหลก แล้วเก่งโกงด้วย เป็นอาชญากร ทำอาชญากรรมทางการเมืองได้สุดยอด คนไทยมีตัวอย่างให้ดู เก่งมาก ต้องขอใช้ศัพท์เต็มที่เลยว่า เก่งฉิบหายเลย เก่งมาก เก่งฉิบหายจริงๆ เลย เก่งเรือหายเลย จริงๆ เป็นอย่างนี้จริงๆ เมืองไทยมีตัวอย่างให้เห็นด้วย เอาล่ะไม่ยาวต่อไปตรงนั้น มาขยายความต่อ ขั้นต่อมา ลปนา คือทุจริตทางพูด กุหนานั้นโกงครบสูตร แต่ลปนาโกงนี้เหมือนกัน ทุจริต แต่เน้นที่การพูด ไม่ครบสูตรเหมือนกุหนา ที่ กุหนา กาย วาจา ใจ ครบสูตร ลปนา มีใจกับวาจา กายมีบ้าง แต่ถือว่ามีวาจาเป็นหลัก พอถึงขั้น ร่างกายจะเอาเป็นเอาตายกัน ถึงขั้นจะทำสงครามก็ไม่แล้ว ลปนา จะลดกว่า สรุปก็คือ ทุจริตอยู่ _สู่แดนธรรม… การบอกข้อมูลไม่ครบอยู่ในข้อ 2 หรือเปล่าครับบอกข้อมูลแค่ครึ่งเดียว พ่อครูว่า…ใ่ช่ซิ ลปนานั้นโกหกเต็มที่แต่ไม่ลงมือ แต่ข้อ 1 นั้นลงมือเลย เพราะฉะนั้น ในโกง ข้อที่ 1 นี้ ขออธิบายแถม โกงข้อที่ 1 นี้ ครบสูตรเลย ทั้งลปนา ทั้งกายกรรม ในสภาพซับซ้อนนี้ อย่างที่จัดการฆ่ากันด้วยกายกรรม มันหยาบ ใครก็รู้ว่ามันหยาบรุนแรงเกินไป เพราะฉะนั้นทำให้ดีเหมือนไม่หยาบไม่ฆ่า แต่เขาใช้อิทธิพล ใช้มือคนอื่น ใช้ความฉลาดแกมโกง เฉโก ซับซ้อนให้คนอื่นรับหน้าทำการ แต่ตัวเองเป็นคนบัญชาการ มีอิทธิพล เหมือนจางซูเหลียงในเรื่องเล็บครุฑของพนมเทียน ไม่มีใครรู้จักจางซูเหลียง แต่จางซูเหลียงบงการหมดเลย ไม่มีใครรู้จักตัวตนของจางซูเหลียง เหมือนไม่มีตัวตนเลยนะ หายตัวได้ เหมือนขณะนี้นักโทษเด็ดขาดของเมืองไทยขณะนี้ก็หายตัวได้ อย่างนี้เป็นต้น นี้ซับซ้อนมากเลย เพราะฉะนั้นถ้า ทั้งกุหนา ทั้งลปนา ที่ซับซ้อนลงไปอีกนะ เรียกว่าจบด็อกเตอร์ทางอาชญากรรมมาจริงๆ ถึงจะทำได้ ถ้าไม่ใช่ด็อกเตอร์ทางอาชญากรรมมา แหม! ไม่อยากเรียกว่าฉลาดเลย เรียกเต็มๆ ฉลาดแกมโกง ก็ได้ เฉโก คือความฉลาดแกมโกง โกงสุดยอด ก็ทำได้อย่างนี้ สรุป กุหนา ร้ายที่สุด ลปนา ร้ายรองลงมา ขั้นต่อมา เนมิตกตา คำว่า “เนมิตกตา”แปลว่ายังเสี่ยงอยู่ คือยังกึ่งๆพยายามจะทำดีแต่ก็ยังทำชั่ว ยังเสี่ยงทาย ยังไม่แข็งแรง ยังไม่เต็มรูป ยังไม่เป็นผู้ที่จะปฏิบัติได้ดี แต่พยายามบ้างแล้ว จะเลิกกุหนา จะเลิกลปนา _สู่แดนธรรม... อย่างที่ผมพูดว่าให้ข้อมูลแค่ครึ่งเดียวได้ไหมครับ พ่อครูว่า... ให้ข้อมูลแค่ครึ่งเดียวนั้นเป็นกลวิธีของคนขี้โกงนะ นี่ไม่ใช่พูดแค่นั้นข้อเดียว มันอยู่ที่ตัวเองปฏิบัติ ตัวเองประพฤติ ตัวเองกระทำ ส่วน เนมิตกตา คือเลวชั้น 3 ไม่ใช่เลวชั้น 1 เลวชั้น 2 จะเป็นเลวชั้น 3 พยายามจะทำดี แต่ข้อ 1 ข้อ 2 นั้นยังไม่พยายามจะทำดีเลย เป็นมิจฉาทิฐิที่เห็นชั่วเป็นดี แล้วทำแต่ชั่ว ๆๆๆ อย่างที่เรียกว่าเอาดีไปเป็นชั่วหมด เอาเชิงดีที่รู้ว่าคนเขาเชื่อว่าอันนี้ดี เอาไปซ้อนหลอกคนว่าฉันทำดี แต่ตัวเองทำให้คนหลงเชื่อสำเร็จอีก นี่เรียกว่าคนเฉโก ฉลาดแกมโกง มันซ้อนอย่างนี้ เพราะฉะนั้น เนมิตกตา นี่เริ่มดีขึ้นมา เริ่มเลิกชั่ว ๆ ตามฐานะ ทำได้ดีขึ้นมาเรื่อยๆก็ เนมิตกตา เจริญขึ้น สูงขึ้น ๆ จะเลิกทำชั่วก็เลิกได้ๆ เยอะ ยาวนานอันนี้ อันนี้ยาวนาน กว่าจะเลิกทำชั่วได้ขึ้นมาจนกระทั่งหมดชั่ว ไม่ทำชั่วอีกแล้ว คนพวกนี้นี่ ที่มาถึงขั้นโดยเฉพาะกุหนา ลปนา ยังไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องจะรู้จักความสุขความทุกข์ เพราะคนพวกนี้หลงสมใจตนเองเป็นสุข บำเรออัตตาตัวเองเป็นสุข อย่างเดียว เขาจะเดือดร้อนลำบากอย่างไรๆ เขาก็ไม่เคยนึกว่าเป็นทุกข์ คนพวกนี้ไม่รู้ทุกข์ในอริยสัจข้อที่ 1 เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงว่า เขาจะต้องหาเหตุแห่งทุกข์ เขาจะต้องมีนิโรธ เขาจะต้องมีข้อปฏิบัติเพื่อนิโรธ ไม่มี เขาไม่รู้ทุกข์ เขาหลงทุกข์อย่างหัวปักหัวปำ แล้วก็หลอกตัวเองด้วยอุปาทานว่านี่สุข ๆๆ มันยากมากนะ ไม่ใช่ง่าย ยากนะ ยากมาก แต่เขาทำได้ มีความชั่วได้ครบสมบูรณ์แบบ ชั่วได้สมบูรณ์แบบดีเขาจึงทำได้ เพราะฉะนั้นดีขึ้นมาถึงขั้นเนมิตกตา จนกระทั่งไม่ทำชั่วเลย ไม่ทำชั่วเลยก็เป็นขั้นที่ 4 นิปเปสิกตา นิปเปสิกตา เป็นอาชีพที่เขาไม่ทำชั่วได้แล้ว บรรลุอนาคามีแล้ว หรือเกือบจะอรหันต์ แต่ยังเหลือติ่งโง่อยู่บ้างว่า ยังไปรับใช้คนผิด นิปเปสิกตา ยังไปรับใช้คนผิดด้วยวิธีใดๆก็ตาม เช่น คุณยังไปรับใช้คนโลกีย์ อย่างพวกเราชาวอโศกไม่เอาแล้วไม่ไปรับใช้คนโลกีย์แล้ว รับเบี้ยรับบาทอะไรจากเขา ไม่เอา มาอยู่ในหมู่นี้เลย ทำงานศูนย์ เพราะฉะนั้นขั้นต่อจากนิปเปสิกตา คือ ไม่ไปรับใช้คนผิด ถ้ายังรับใช้คนผิดอยู่คือ นิปเปสิกตา เมื่อไม่รับใช้คนผิดก็มาอยู่กับคนถูกหรือคนชาวโลกุตระ ถึงขั้นสุดท้ายจึงเป็นลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา ถึงขั้นไม่ทำงานรับสิ่งแลกเปลี่ยนแล้ว ไม่รับใช้ใคร (คนผิด) อีกแล้ว ทำงานอย่างอิสระเสรี มาอยู่กับหมู่กลุ่มในระบบสาธารณโภคี เพราะฉะนั้นสัมมาอาชีพขั้นสูงสุดคือพ้นลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา ยังรับสิ่งแลกเปลี่ยนอยู่ 1.วัตถุแลกวัตถุ ยังมี ไอ้นี่ยังไม่ได้เลย (ต่อมา) 2.ไม่แลกวัตถุแล้ว เอาแรงงานทำ แลกแรงงาน คิดเป็นมูลค่ากันด้วยแรงงาน คิดมูลค่านี้ก็เอาธนบัตร มาเป็นตัวเลข ไม่ใช่วัตถุนะ เอาเศษกระดาษมาเป็นธนบัตรที่มันซ้อนอยู่ในโลกทุกวันนี้ นี่ค่าตัวของคุณฉันยังไม่ได้ให้นะ ไม่ใช่วัตถุนะ แต่เป็นมูลค่าลมๆแล้งๆ เป็นตัวเลข ก็เลยได้แต่เงินมากองเอาไว้ กินก็ไม่ได้ ใช้อะไรก็ไม่ได้ เป็นอาหารก็ไม่ได้ เอาเป็นเชื้อเพลิงเผา ถ้ามันมากก็คงจะเผาตัวเองได้ ธนบัตรกระดาษ ไม่มีค่าอะไรเท่าไหร่ นี่พูดให้ละเอียดๆไปเล็กน้อย เพราะฉะนั้น ผู้ที่ทำงาน ไม่รับอะไรแลกเปลี่ยนเลย ไม่มีทั้งวัตถุ ไม่มีทั้งธนบัตรแลกเปลี่ยนเป็นค่าตัวทิ้งเอาไว้ ค้างเอาไว้ จะใช้คืนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ล่ะ หรือไม่รับอะไรเลย อย่าว่าแต่ธนบัตร ไม่ว่าแต่อะไรจะไม่คิดมูลค่า ไม่รับเลย แต่ยังซ้อนอยู่ จิตผู้นั้นยังนึกว่า ฉันเป็นบุญคุณของคุณอยู่นะ ตัวเองยังยึดว่าฉันเป็นบุญคุณของคุณอยู่นะ ไอ้นี่ก็ไม่หมด ไอ้นี่ก็คือเป็นผู้ที่ทำงานยังไม่ 0 แท้ ทำงานยังคิดเป็นบุญคุณ ถ้าภาษาทางบาลีท่านก็เรียกว่า เป็น”การให้”ไม่หมด ทานไม่สมบูรณ์แบบ ทานสมบูรณ์แบบคือไม่มีอะไรเชื่อมต่อเลย ไม่มีสาเปกโข ที่จะหวังอะไรตอบแทนอีก ไม่มี เพราะฉะนั้นทานยังมีทานระดับ 2 จิตยังผูกพัน ปฏิพัทธจิตโต ยังติด ยังสัมพันธ์กันอยู่ นี่ก็ยังหยาบขึ้นจากไม่มีสาเปกโข ไอ้นี่เริ่มมีแล้ว ยิ่งไปสะสมเลยตอนนี้ สันนิธิเปกโข ยิ่งสะสมใส่คลังไว้เลย

การให้ทานที่มีผลมาก แต่ไม่มีอานิสงส์มาก ดูกรสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้… ยังมีความหวังให้ทาน (สาเปกโข ทานัง เทติ) มีจิตผูกพันในผลให้ทาน (ปฏิพัทธจิตโต ทานัง เทติ) มุ่งการสั่งสมให้ทาน (สันนิธิเปกโข ทานัง เทติ) ให้ทานด้วยคิดว่า เราตายไปจักได้เสวยผลทานนี้ (อิมัง เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ ทานัง เทติ)

เขาผู้นั้นให้ทานนั้นแล้ว ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นต่างๆ (เทวดาคือเพื่อนอสง คือมีตัณหา มีภพให้เกิดชาติอยู่ ) เมื่อสิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศ หมดความเป็นใหญ่แล้ว ยังเป็นผู้กลับมา คือ มาสู่ความเป็นอย่างนี้ เมื่อสิ้นผลทานแล้ว ก็เป็นผู้กลับมา มาสู่ความดิ้นรนเร่าร้อนดังเดิมอีก นี้คือ แม้ทำทาน ได้ผลกุศลมาก แต่ไม่มีอานิสสงส์มาก (ทานสูตร พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 49)

อันที่ 4 นั้น โอ้โห! ทีนี้เป็นตัวเป็นตนข้ามชาติไปเลย เอาไว้ที่จะกินข้ามชาติโน้นชาตินี้ชาติหน้า ปริภุญชิตสามีติ เป็นสมบัติของตัวข้ามชาติ ชาตินู้น ชาตินี้ ติดไปเป็นสมบัติของกู ๆ ๆ เหมือนอย่างหลวงตาบัวบอกว่า นี่ยังเฝ้าดอลลาร์กับทองคำอยู่ในคลัง เขาเอาไปใช้ยังไงไม่รู้เรื่องแล้ว เป็นจิ้งจกตุ๊กแกเฝ้า เป็นจริงๆนะ แม้แค่ว่า เป็นจีวรของกู พระพุทธเจ้าก็เคยมีตรัสไว้ อันนี้อยู่ในพระสูตรเลย เสร็จแล้วตายก็มาเป็นเล็นอยู่ที่จีวรนั้นแหละ เห็นไหมจิตคนนี้ จีวรของกู ๆ ตายแล้วยังเป็นเล็นเฝ้า มหาบัวฉันเดียวกัน หนักกว่าจีวรด้วย ทั้งดอลลาร์ ทั้งทองคำ ทำไว้ของกู ๆ เขาเอาไปหมุนหมดไปเท่าไหร่ หรือจะเปลี่ยนแปลงยังไงก็ยังของกู ของกู อยู่นั่นแหละ นี่มันลึกซึ้ง อาตมาพูดชัดเจนนะ ออกชื่อมหาบัวด้วย ให้เห็นตัวอย่างว่าคนเรานี่เป็นตัวอย่าง ขอบคุณมหาบัวที่คุณทำสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ง่าย อาตมาไม่พูดต่อแล้ว เพราะว่าเคยพูดแล้ว ว่ายังใช้อะไรต่างๆ นานา มันก็ได้สิ แล้วมันก็ได้ซับซ้อนให้ตัวเอง แต่ไม่รู้ตัวเองหรอก ไม่รู้ เพราะมหาบัวไม่ใช่อรหันต์ มหาบัวไม่ใช่คนบริสุทธิ์สะอาดอย่างที่ว่านี้เลย ไปบอกเป็นอรหันต์ก็ต้องบริสุทธิ์สะอาด ไม่ใช่นะ หยาบอย่างเดียว สลับซับซ้อนด้วย คล้ายๆ เหมือนกับปัจจุบันนี้ที่ยังมีคนแสดงออกทางการเมือง แต่นี่ไม่ใช่การเมือง เอาทางธรรมะ ทางศาสนา มันก็คนละมิติ คนละองค์ประกอบ คนละบริบทเท่านั้นเอง แต่หนักหนาสาหัส หนักหนาสาหัสอย่างขณะนี้ เป็นนักการเมือง หยาบคายกว่ามหาบัว นักการเมืองหยาบคายแบบ”รูป” แต่คนก็ยังไม่ค่อยรู้ แต่มหาบัวหยาบคายแบบ”นาม” อ๊ะ เดี๋ยวจะไปมากกว่านั้น ขั้นสุดท้าย ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา คือไม่มีการใช้ลาภแลกลาภ และที่ลึกซึ้งที่พูดผ่านไปแล้วว่า หายไป ไม่มีของตัวของตน ไม่ยึดเป็นของตัวของตน ทั้งๆที่ตนทำมากด้วย ทำเยอะ ถ้าตีราคาตีค่า ซึ่งการตีราคาตีค่านี่ก็ซับซ้อน คนที่มีคุณธรรมมีความรู้ทางธรรมะสูง ค่าราคาตีเป็นราคาหน่วยของเงิน คุณธรรมสูง ควรจะได้หน่วยราคาของเงินมากกว่าคนคุณธรรมต่ำ ใช่ไหม ก็ควรจะได้ราคาทางวัตถุ หรือทางค่าแบบรูปธรรม ตามโลกที่เขาใช้เป็นหลัก ใช้เป็นวัตถุแลกเปลี่ยนกัน ทีนี้ คุณธรรมยิ่งสูงละเอียดเท่าใดก็ควรจะต้องได้ราคามากกว่าขึ้นไปเท่านั้นๆ ใช่ไหม? ยิ่งสูงในระดับโลกุตรล่ะ? จะมากอีกกี่ขั้นล่ะ ราคาโลกุตรธรรมนี้หาค่ามิได้เลย ตีราคามันมากจนกระทั่ง คนนี้ราคาค่าตัว ชั่วโมงละ 1 บาท คนที่มีราคาโลกุตรธรรม ชั่วโมงละล้านก็ยังน้อยไปแล้ว หาค่าบ่มิได้จริงๆ เพราะฉะนั้นคนที่ทำงาน 10 ชั่วโมง 1 วัน โอ้โห ค่าของทางโลกุตระ 10 ชั่วโมง 1 วัน จะเท่าไหร่ นี่เทียบให้ฟังบ้าง เพราะฉะนั้น คุณธรรมของคนที่ แม้ว่าเราจะยังมีตัวตนอยู่บ้างแต่มาอยู่กับหมู่ที่ทำงานฟรีอยู่ด้วยกันหมด เหลือจิตที่มีกิเลสส่วนตัว ที่ยังมี ยังยักไว้ ยังอยากได้ ยังไอ้โน่นไอ้นี่ มันก็เป็นธรรมดา แต่จะว่าไปแล้ว ไอ้สิ่งที่เราได้เราก็ไม่ได้ไปทุจริต เราก็ไม่ได้ไปทำชั่ว เราก็ได้มาด้วยบารมีหรือได้มาด้วยกรรมสุจริต เพราะฉะนั้น คนที่ละเอียดจริงๆแล้ว สูงขึ้นไปจริงพอสมควร แล้วมาอยู่ในหมู่ที่สาธารณโภคีจริงๆ นี้ ไม่ทำกรรมหาเงินส่วนตัวเลย กรรมทุกกรรมทำงานเข้ากองกลางหมด แต่บารมีส่วนตัวที่จะได้ (ต.ย.เช่น) ลูกมาให้ หลานมาให้ พ่อมาให้ แม่มาให้ หรือว่าคนที่เขาศรัทธามาให้ส่วนตัวอะไรจริงๆ นั่นก็บารมีส่วนตัว เราไม่ได้ไปทำงานให้เขาหรอกชาตินี้ แต่เขาอนุเคราะห์ เขาจะต้องเอามาให้เรา อันนี้ก็เป็นกรรมวิบาก ที่มันคิดไม่ออก เอ๊ ทำไมเขาเห็นดีเห็นงามมาช่วย มาสนับสนุน มาซัพพอร์ต มาเกื้อกูลอยู่นะ อะไรพวกนี้ มันก็เป็นสัจธรรมของแต่ละคน มีได้ จะว่าไปยกตัวอย่างอาตมานี่ อาตมาไม่ได้ไปทำงานรับจ้างเลย แต่อาตมาก็ได้ คนเอามาให้ตามบารมีที่อาตมามี อาตมาเคยพูดด้วยซ้ำไปว่า ในชีวิตนี้อาตมาไม่เรี่ยไร ไม่มีวิธีเรี่ยไรใดๆ ด้วยหยาบ ด้วยกลาง ด้วยละเอียด ไม่ได้ทำ การได้มานี่ได้มาโดยบารมีจริงๆ เขาเห็นว่า พฤติกรรมอย่างอาตมาทำ สรุปกันที่สาธารณโภคีนี้ แล้วอาตมาก็พูดและทำจริงว่า เงินที่เขามาบริจาคที่อาตมารับมา อาตมาจะไม่ใช้เงินเหล่านี้ส่วนตัวเลย เคยพูดไปหลายทีแล้ว แม้อาตมาจะป่วยเจ็บจะตายจะต้องใช้เงินนี้จ่ายหรือเลี้ยงตัว ก็ไม่เอา จะกิน หิว จะตายแล้วถ้าไม่ได้กินนี่จะต้องใช้เงินนี่ซื้ออาหารให้กิน ก็ไม่เอา ไม่กิน ป่วยก็ไม่รักษา ไม่ใช้เงินนี้ไปแลกไปจ่าย ถ้าใครคนอื่นๆไม่ช่วยให้กินหรือไม่ช่วยรักษา ตายยอมตาย อาตมาเคยพูดหลายทีแล้วเรื่องนี้ แล้วก็ทำมาจริงๆ ซึ่งมันเป็นการยืนยันพิสูจน์ว่า คนเรานี่มีบารมี มีสิ่งที่เป็นกรรมวิบากพวกนี้นี่ จริง อาตมาก็ต้องการพิสูจน์กรรมวิบากของอาตมาเหมือนกัน แล้วอาตมาก็มั่นใจว่า ชาตินี้เรามีวิบาก อยู่ได้ เป็นไปได้ อย่างที่เป็นนะ จนกระทั่งมาอยู่ในหมู่พวกเรานี่ สมณะนักบวชแม้แต่สิกขมาตุก็ไม่มีใครเก็บเงินเป็นส่วนตัว ให้กองกลางหรือมาให้อาตมา มันก็อันเดียวกันนะ ให้อาตมาหรือให้กองกลาง หลายคนรับแล้วบางทีก็ไม่มาให้อาตมา ก็เอาไปให้กองกลางเลย บางคนก็มาให้อาตมาก่อน อาตมาก็รวมไปให้กองกลางอยู่ดี อาตมาไม่ได้มีของตัวเอง ไม่ได้รับทรัพย์มาเป็นของตัวเองไว้ ก็ให้ทางหน่วยฆราวาส พวกเราใช้ฆราวาส เรียก ไวยาวัจกร เป็นหน่วยการเงินซึ่งมีฆราวาสเป็นคนดูแล อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นอาตมาก็ภาคภูมิใจ ในชีวิตนี้ อายุจนป่านนี้ ทำงานศาสนามา 53-54 ปีนี้ บริสุทธิ์ ทำแม้การเงินนี่แหละได้บริสุทธิ์ อย่างน่าภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้ สรุป อาชีวะ 5 ผู้จะสามารถทำได้ต้องเป็นโลกุตรธรรม สามารถทำอาชีวะระดับ 5 ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา คือ ลาภที่ได้มาโดยธรรม ลาภธัมมิกา ไม่เอามาเป็นส่วนตัว เอาเข้าไปสู่สาธารณโภคี สาธารณโภคี นี่เป็นเศรษฐศาสตร์สุดยอดที่สุด ที่คอมมิวนิสต์ก็ต้องการ ประชาธิปไตยก็ต้องการ คือสมาชิกของสังคมนี้ เสียภาษี 100% ทุกคน สมาชิกทุกคนของสังคมนี้อยู่ในระบบสาธารณโภคีนี้ ทุกคนเสียภาษี 100% คอมมิวนิสต์เขาก็พยายาม ประชาธิปไตยเขาก็พยายาม แต่ทำไม่ได้ ทำได้เฉพาะพุทธศาสนาโลกุตระนี้เท่านั้น ในโลกมีหนึ่งเดียว ไม่ได้บังคับนะ คุณจะเป็นสมาชิกเมื่อไหร่ ได้ คุณไม่เป็นสมาชิกคุณก็ออกไป แต่คุณเข้ามาคุณก็มาใช้บริการนี้ได้ ปฏิบัติตามกฎระบบระเบียบของที่นี่ก็แล้วกัน คุณก็มาใช้บริการ สาธารณโภคี ได้ แต่ถ้าคุณไม่ คุณจะไปส่วนตัวก็ออกไปข้างนอก อิสระ ไม่มีปัญหาอะไร อิสระ เราไม่ได้ไปละลาบละล้วงอะไรคุณ ของเราก็มีกฏระเบียบเหมือนกับประเทศเขาก็มีกฎหมายมีระเบียบของเขา ก็อันเดียวกันเหมือนในโลก นี่สุดยอดที่สุด นี่คือสาธารณโภคี นี่คืออาชีวะ ทุกอย่างยังทำงานในระดับทำงานแล้วยังมีรายได้แลกเปลี่ยนคืนมา ยังถือว่า มิจฉาอาชีวะ ผู้ยังทำงานแลกกับสิ่งตอบแทนอยู่ ถือว่ายังมิจฉาอาชีพอยู่ เห็นไหม สุดยอดของสัมมาอาชีพของพระพุทธเจ้า พ้นมิจฉาอาชีพ 5 ได้นี่ นักเศรษฐศาสตร์ที่เรียนจบ ดร.มาจากเทวนิยมหัวพัง หัวผุ ฟังแล้วหัวแตก ว่า”มันคิดอะไรวะ? มันเป็นไปได้หรือยังไงนี้” ถ้าไม่มีพวกเรา และไม่ได้พิสูจน์มาถึง 40 - 50 ปีมานี้ ถ้าคุณยังไม่เชื่ออยู่ก็ไม่เป็นไร พวกคุณเชื่อไหม? (เสียงโยมหลายคนตอบเสียงดัง…เชื่อ) ก็พวกนี้เชื่ออยู่เขาก็จะอยู่อย่างนี้ไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เผาอีกคนหนึ่งแล้วนั้น ก็ไม่เป็นไร เขาอยู่จนเขาตาย แล้วก็จะเผาให้ ใช่ไหม พ่อของกรักตรงเตือน ชื่อ”พ่อสมพร” พรุ่งนี้เผา วันนี้เผา”คุณน้อย” พรุ่งนี้เผา”พ่อสมพร” _สู่แดนธรรม... ผมอยากจะคิดเห็นในเรื่องนี้ ตอนนั้นปี 2527 ยังเป็นหนุ่ม น้อยๆอยู่ ผมกำลังแสวงหาว่า สำนักไหนที่จะอธิบายเรื่อง ศีลที่บริสุทธิ์ ผมประทับใจเลยว่า สำนักสันติอโศก คือฟังจากเทป(บันทึกเสียง) อธิบายให้ละเอียดของศีลข้อที่จะไม่ทุจริต คือศีลข้อ 2 นี่มันระบุแค่ว่า เราก็รู้สึกว่าเราทำได้แล้วนะ แต่เรายังอยากจะรู้ลึกๆละเอียดอีกว่า พ่อครูว่า... ศีลข้อ1 เรื่องสัตว์ เรื่องชีวิต เรื่องเมตตา เรื่องไม่ละเมิดทางชีวะกัน ศีลข้อ 2 เรื่องทุจริต สุจริต อาตมาเคยสรุปแล้ว ศีลข้อ 3 เรื่อง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส(โผฏฐัพพะ) _สู่แดนธรรม... ผมกำลังจะกล่าวอ้างอิงถึงอีกบุคคลหนึ่ง ผมได้อ่านหนังสือแสงสูญและฟังเทป ว่ามีบุคคลที่เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้อย่างดีเลย คือคุณเบญจวรรณ เจริญวงษ์ เขารายงานว่าเขาเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เป็นข้าราชการ เขารักษาศีลของตนได้บริสุทธิ์แล้ว แต่เขายังกินแหนงใจว่าเขาเองยังมอบตนอยู่ในองค์กรที่ทุจริตอยู่ เขาก็กินแหนงว่า ตัวเองไปพายเรือให้โจรนั่ง ตัวเองไม่ได้ทำทุจริตแล้ว ละอายแก่ใจ เลยลาออกจากงานเลย ผมก็เลยรู้สึก ปัดโธ่ สำนักนี้ทำไมมีปาฏิหาริย์ขนาดนี้ ตั้งแต่ปี 2527 มาผมก็เลยเลือกเข้ามาศึกษากับพ่อท่าน พ่อครูว่า... เรื่องนี้ อาตมาก็ยังจำได้ เรื่องของคุณเบญจวรรณนี้ นี่แหละเป็นเรื่องจริงของจิตวิญญาณและเป็นสำนึกของคน สำนึกดี เห็นจริงว่า โอ้โห อย่างนี้ต้องเอาแบบนี้และมีสังคมแบบนี้ด้วย มีระบบแบบนี้ ศีล-สมาธิ-ปัญญาแบบนี้ แล้วคนเขาก็มาเอา _สู่แดนธรรม... อีกเรื่องหนึ่งครับ นึกได้พอดี เรื่องนี้เป็นหลักประกันว่า แม้แต่นักการเมืองที่มีศีลข้อนี้แข็งแรงแล้ว พ่อท่านบอกว่า สมมุติคนนี้เป็นอรหันต์แล้วนะครับ พ่อท่านบอกว่า มาเลยงบประมาณลับ 500 ล้าน พ่อครูว่า... อะไรแค่ 500 ล้าน มันเป็นแสนๆล้าน งบประมาณ _สู่แดนธรรม... งบประมาณลับส่วนตัว เอามาให้ท่านผู้นี้บริหารเลย ท่านจะบริหารให้ได้อย่างดีเลย ไม่ทุจริต ไม่ลำเอียง ไม่เอาเข้าตัว ไม่เอาเข้าพวกตน พ่อครูว่า... ก็คุณจำลองนี่ไง บริหารตั้งแต่เป็น ผู้ว่าฯ กทม.มา จนกระทั่งมาทางการเมืองระดับประเทศ (คุณจำลอง ศรีเมือง) _สู่แดนธรรม... แสดงว่า ศีล 5 ข้อนี้ ถ้านักการเมืองทำได้ก็เป็นหลักประกันแล้ว เป็นศีลในระดับอาริยะเลยนะครับพ่อท่าน พ่อครูว่า… เออ สุดยอดเลย ผ่านข้อนี้ก็แล้วละกัน พูดไปอีกกี่ปีๆ ก็พูดได้ อาชีวะ 5 มาต่อเรื่องอื่น พ่อครูใส่นาฬิกาจับสัญญาณชีพ _แรงก้าว กู้ชาติ . มีคนนอกถามว่า ญ่าพอทำไมใส่โมง (นาฬิกา) พ่อครูว่า... คำว่า ทำไม ภาษาอีสานน่าจะว่า เป็นหยัง คือ เป็นหยังพอใส่โมง แปลว่า ทำไมพ่อใส่นาฬิกาข้อมือ พอหมายถึง อาตมาแหละ (พอ คือพ่อ พ่อครู) คำว่า ญ่า (ที่เขียนมา) นี้หมายความว่าเป็นพระยา หมายความว่าเป็นคนที่มีศักดิ์ฐานะ อย่างยายอาตมา เป็นลูกเจ้าเมืองคนสุดท้าย ดูเหมือนเป็นที่คนยอมรับคนสุดท้าย เพราะฉะนั้นอยู่ในเมืองพิบูลมังสาหาร ทุกคนในพิบูลมังสาหารเรียกยายอาตมาว่า ญ่าแม ญ่าแม่คุณ ทุกคนไม่มีใครเรียกชื่อยายอาตมา เรียกแต่ ญ่าแม่คุณ อาตมาเกิดมาสะดุดใจตั้งแต่เด็กว่า ยายเราชื่ออะไร ใครๆ ก็ไม่เรียก แม่ก็ไม่เรียกหรือญาติอื่นๆ ก็ไม่เรียกชื่อ เรียกแต่ ญ่าแม่คุณ เป็นเชื้อเจ้า เชื้อญ่า(คือเชื้อพญา) เขียนด้วย ญ ออกเสียงขึ้นนาสิก ว่า ญ่า ญ่าแม่คุณ คำว่า ใส่โมง เขาหมายถึง ใส่นาฬิกา(ข้อมือ) เอา…ตอบให้หายข้องใจ ไอ้อันนี้นี่ จริงๆมันไม่ได้อยู่สำคัญที่นาฬิกาบอกตัวเลขเวลา มันไม่ได้อยู่อันนี้ แต่มันมีด้วยในเรือนนี้ แต่เรือนนี้เขามาให้อาตมามาใช้นี่ เขามาจับอาตมาว่า เขาจะดูแลสุขภาพ เป็นนาฬิกาชื่อว่านาฬิกามันไม่ได้บอกแค่เวลา แต่มันบอกอะไรอื่นที่วัด ต้องใส่ไง แต่นาฬิกาที่ไม่ต้องใส่ อาตมามี นาฬิกาที่ไม่ต้องใส่ข้อมือตรวจวัดอย่างนี้ อยู่ข้างนอกก็มี มันวัดไม่ได้ นาฬิกาอย่างนั้นมันวัดสรีระอาตมาไม่ได้ แต่อันนี้มันบอกสรีระอาตมาถึงเรื่องสุขภาพ เขาจับวัดไม่รู้กี่อย่าง เขาจะรู้ว่า อาตมาหายใจมากน้อย เดินกี่ก้าว นอนหลับลึก-ไม่ลึก อะไรต่างๆ ด้านสุขภาพทั้งหมด เท่าที่เขาจะมีคุณภาพประสิทธิภาพที่สามารถวัดได้ เขาใช้อันนี้เป็นเครื่องวัดทางสุขภาพจ้ะ ตอบคุณแรงก้าว กู้ชาติ นี้ อาตมาไม่ได้ใส่โก้ใส่สวย ก็ไม่ได้มีเพชรสักเม็ด ไม่ได้เป็นของงามของสวยเลย ดำกับขาวเฉยๆ ไม่ได้ใส่เป็นเครื่องประดับ หนักมือด้วย ถ้าไม่ใช้ มันก็เบา แต่จำเป็นต้องใส่จ้ะ คือเขาข้องใจ เขาก็มองไปในแง่ว่า ทำเท่ห์ ทำใส่โก้ ไม่มี จำเป็นด้วยที่เขาจะต้องช่วยอาตมา เป็นเครื่องช่วยที่จะช่วยกันอีกอย่างหนึ่ง ของผู้ที่จะช่วยอาตมาไว้ รักษาชีวิตไว้ เอาล่ะคงเข้าใจแล้ว

สิ่งยืนยันพิสูจน์ว่าพ่อครูคือ สยังอภิญญา _สว่างแสง ขวัญดาว... น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงสุดค่ะ ลูกขอกราบเรียนถามว

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน