230906-2-214 ทางเอกภาค2-ตอน214(หน้า469)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท054.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์135 KB
วันที่แก้ไข9 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 6 กันยายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกอ่ะเรามาเรียนต่อในหนังสือทางเอกทางโน้นได้บรรยายล่วงเลยไปจากที่ได้ต่อจากทางนี้ไปแล้วเรียนไปจนกระทั่งถึงหน้าที่ 470 แล้ว ก็ไปไกลอยู่เธอก็จะทวนคร่าวๆนะที่ได้บรรยายไปตั้งแต่หน้าตั้ง 440 กว่านี้ไปจนถึงหน้า 7470 แล้วนี่ไม่ใช่น้อยๆเพราะงั้นจะทวนกันอย่างละเอียดละออก็คงจะทวนกันไม่ไหวแล้วก็ขอทวนเล็กน้อยเราสรุปคร่าวๆว่าตอนนี้ในช่วงนี้ที่อธิบายไปที่ได้สบายอะไรต่อไปนี้นี่มันก็ขึ้นต้นรูปอบไฟแล้วจบรูป ผมแล้วก็ได้ขึ้นต้นอรูปพรหมรูปพรรณก็ได้สรุปสรุปให้ฟังทั้งรวมทั้งสุดทาวาส 5 ซึ่งก็ได้สรุปการให้ฟังแล้วๆหลายครั้งหลายคราและรูปปกครองต่างๆนั้นก็มีความหมายเขาตั้งชื่อเพื่อที่จะอธิบายแยกประเด็นลักษณะต่างๆที่มันมีแง่เงื่อนที่เป็นชั้นเป็นเชิงขยายลักษณะมีทั้งคุณมีทั้งโทษอธิบายให้ฟังทั้งคุณทั้งโทษ อธิบายความถึงเชิงที่มันผิดเชิงที่มันถูกจึงถูกเป็นอย่างไรเราก็ต้องรู้ว่าเราจะต้องเลื่อนชั้นตามเชิงถูกแล้วเราต้องเป็นต้องมีมาเป็นมีได้จริงเราก็เป็นเทวะหรือเราก็เป็นจิตสูงเทวะคือจิตสูงเป็นเทวะมาเรื่อยๆจนที่สุดเราก็มาอยู่ที่ภูมิสุดท้ายว่าซึ่งจะเป็นฐานอาศัยพรหมจรรย์แปลว่าพฤติกรรมของพรหมเรามีพฤติกรรมเป็นพรหมแต่เราไม่ได้ลงพฤติกรรมนั้นเป็นของเราเราไม่ได้ติดยึดพฤติกรรมนั้นเราไม่ได้ติดยึดยึดอาการกิริยานั้น แต่อาการกิริยาของเราจริงๆในขณะที่เราอาศัยอัตตานี้อัตราขันธ์ 5 นี้มันมีอยู่จริงโดยสมมติสัจจะมันก็เป็นของเราโดยสมมติสัจจะเราเป็นคนกระทำเรารู้อยู่เราแยกสมมุติที่สัจจะกับปรมัตถสัจจะคือส่วนสุดนั้นเรายืนอยู่ที่ปรมัตถสัจจะที่เป็นสภาพของจิตเจตสิกมันสำแดงรูปแท้จริงมันก็เป็นนิพพานเป็นของที่เกิดตามเหตุตามปัจจัยแล้วมันก็ว่างไปเป็นจริงแต่ในเมื่อเราเ

อ่านต่อ

องเราเป็นเจ้าของโดย จะชนิดหนึ่งเถียงไม่ได้เราเป็นเจ้าของโดยสัจจะชนิดหนึ่งเรามีสิทธิเต็มที่ที่เราจะควบคุมดูแลและก็ให้มันเป็นไปแล้วก็ยังให้มันเป็นไปอย่างกุศลหรือยังเป็นคุณไม่ให้มันเป็นโทษแล้วยังกุศลหรือยังประโยชน์ให้มันถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเพราะมันไม่เที่ยงแม้แต่ดีมันก็มีเที่ยงเราตั้งชื่อให้มันว่าเที่ยงแล้วตั้งชื่อให้มันว่าถาวรสถิตย์เสถียรตั้งมั่นไม่หวั่นไหวอะไรก็ตามยืนยงหรือเป็นอัตโนมัติอะไรก็ตามรวนแล้วแต่เราทำให้มันมี เกิดขึ้นอย่างนั้นให้ได้ให้ได้แล้วเราจะต้องฟูมฟักหรือว่าอาราธนารักษาเติมบูรณะให้มันเป็นไปด้วยดีด้วยดีด้วยดีอยู่และไอ้ที่ว่าดีๆๆนั้นก็อาจจะมีนัยยะผสมผสานเปลี่ยนแปลงไปได้บ้างตามเหตุปัจจัยที่ไม่อยู่ในความเท่ากันกลุ่มหมู่บางกลุ่มหมู่ไม่เท่ากันและก็ไม่เหมือนกันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปในรายละเอียดในรายละเอียดนั้นเราอาจจะเติมวันนั้นเราลดอันนี้ไปบ้างเล็กน้อยคนนี้หมู่นี้จะต้องใช้อย่างนี้แข็งขนาดนี้ไม่ได้ต้องอ่อนลงไปหน่อยคนนี้จะต้องใช้อย่างนี้อะไรต่างๆอย่างนี้เป็นต้น ไม่เที่ยงซ่อนอยู่ในตัวของมันเองเราก็จะต้องมีปัญญาญาณอันยิ่งมีปัญญาลึกซึ้งที่เราจะยังกุศลอย่างประโยชน์เหล่านั้นให้ถึงที่ด้วยปัญญาสามารถจัดแจงควบคุมเป็นไปในกรรมในกิริยามันก็มีอยู่อย่างนั้นโดยจริงแต่ในจิตใจของเราไม่ได้อึดอัดเคืองไม่ได้ลำบากลำบนไม่ได้หนักหนาอะไรเราอยู่ได้ทุกแหล่งทุกแห่งทุกหมู่กลุ่มทุกกรรมการงานทุกกรรมกิริยาเราไม่มีจิตที่เรียกมันโดยหลักว่าตัวโลภะโทสะโมหะเราไม่มีเรารู้ชัดแจ้งจริงๆแล้วเราก็เป็นไปได้เราก็เป็นผู้คนเป็นผู้ที่ผ่านเป็นผู้ยังสิ่งที่เรา ยังไปเราเป็นเจ้าของโดยธรรมโดยสัจจะอย่างนึงโดยการทรงอยู่ธัมมะเราทรงอยู่ในธาตุดินน้ำไฟลมมันเกาะกลุ่มกันอยู่เราก็ใช้มันแล้วก็จัดแจงมันโดยส่วนส่วนตัวเราคือตัวรูปนามขันธ์ 5 ของตัวเราเราก็ต้องรับผิดชอบของคนอื่นคนอื่นก็รับผิดชอบแม้แต่ของคนอื่นที่เราจะต้องรับผิดชอบด้วยอีแก่เป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องรับผิดชอบไปตามควรตามหลักฐานนะก็ไม่ใช่สิทธิโดยเต็มอีกแหละแม้เป็นพ่อเป็นแม่กับลูกลูกเขาก็เป็นลูกพ่อแม่ก็เป็นพ่อพ่อก็เป็นพ่อแม่ก็เป็นแม่สัดส่วนที่ซ้อนกันอยู่อย่างนี้มันก็ยังมีอีกเยอะเพราะฉะนั้นสิทธิของใครสิทธิ มีละเอียดลออลงไปอีกจนถึงที่สุดก็มันถึงขั้นมันไม่มีอะไรของใครและเราก็จะต้องรู้ความจริงว่าเราไม่ได้มีอารมณ์เลวร้ายนั้นแล้วจริงๆไม่มีโลภะโทสะโมหะแม้แต่ส่วนละเอียดก็ไม่มีผสมอยู่ในจิตวิญญาณที่เรากล่าวนี่เป็นเรื่องของจิตวิญญาณทั้งสิ้นเมตตาก็เป็นอารมณ์หรืออาการอย่างนั้นเราควรมีความเป็นพรมจรรยาแปลว่าพฤติกรรมพฤติกรรมแห่งพรหมเราควรมีมันเป็นความดีงามมันเป็นคนดีมันเป็นคุณงามความดีเป็นเมตตาเราก็มีกรุณาเรามีมุทิตาแล้วก็มีอุเบกขาเป็นที่สุดเราก็มีปล่อยไปหมด แก้ววางขาดไปจนสิ้นแล้วเราก็จะต้องมีให้ได้เป็นถึงขั้นไม่ได้หลงติดอะไรเลยเป็นพรหมผู้สะอาดที่สุดเป็นอกนิษฐาพรมเราก็ต้องเป็นให้ได้แม้ที่สุดขนิษฐาพรหมก็เป็นสมมุตินามตามเรื่องอกนิษฐาพรหมอาการเป็นอาการสะอาดแล้วอกนิษฐาพรหมก็เป็นพฤติกรรมอย่างหนึ่งไม่ใช่เทวะที่เที่ยงแท้แน่นอนนิรันดรอยู่ที่ไหนเราเองก็ไม่ได้เป็นจิตวิญญาณจะต้องเป็นอย่างนี้ยึดอย่างนี้จะต้องเลิศลอยอย่างนี้อยู่นิรันดรก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ประชุมสังเคราะห์แล้วก็สลายไปเราก็ต้องรู้จริงรู้จัง แล้วเราก็ปล่อยให้สลายถ้าจิตของเราระลึกชอบระลึกชอบอย่างสัมมาอริยมรรคคือระลึกไปติดใจมันติดใจแม้แต่ความเป็นอกนิษฐาพรหมเราก็คงจะต้องสิงอยู่ที่อกนิษฐาพรหมนั่นแหละเพราะจิตมันติดมันยึดหรือว่ามันมันเป็นน่ะมันคิดมันเอามันไม่ใช่ของเล่นนะบอกว่าแหมเราดีจังเลยพอใจจังแล้วเราก็พอใจอย่างนี้อยู่มันก็พอใจอย่างนี้อยู่อันนี้ก็ได้แต่ภาษาบอกเพราะฉะนั้นเราต้องฝึกปรือดูว่าเราเองเราปลดปล่อยอย่างไรการปลดปล่อยเป็นของของผู้ที่กระทำเองผู้นั้นทำได้ทำแล้วมันก็ขาดปลดปล่อยของหยาบไม่ดูปลดปล่อยของหยาบได้จริงแล้ว ไปปลดปล่อยของละเอียดเพราะความละเอียดมันยิ่งละเอียดเราจะได้แต่ดาวไม่ได้ของหยาบเรายังไม่เปิดไม่ได้เลยแล้วจะไปเปิดของละเอียดได้นั้นไม่จริงไม่จริงเขาบอกตรงๆว่าไม่จริงเพราะงั้นเรายังไม่ได้ถามที่ละเอียดยังไม่ได้ถามที่หยาบของเครือข่ายก็ยังขรุขระอยู่ตรงแต่งติดอยู่ตรงกลางแล้วเรายังบอกว่าเราไปวางตัวสุดท้ายแล้วไปวางตัวเอารัดเอาเลยเอานิพพานปลายเอาตัวที่จะเป็นนิพพานน่ะตัวเทวะอันใหญ่ตัวจิตอันใหญ่ละเอียดเนี่ยปล่อยละเอียดอย่างไรอย่างไรก็ปล่อยมันไม่นั่นหรอกมันก็ไปตกอยู่ในกองหยาบที่มันพ่อคุณอยู่นั่นแหละมันจะตกออกไปจากกันได้อย่างไรเพราะคนที่ไม่จะทำมาให้งานในเบื้องต้น ท่ามกลางบั้นปลายไม่สลัดอย่าออกมาแล้วจะบอกว่าเราได้สลัดละเอียดออกฉลาดก็สลัดได้เป็นคราวๆไม่จริงไม่ใช่ขาดจริงแล้วเราจะประมาทธรรมะเป็นระดับเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายเราไม่สลับหยาบแล้วเราจะไปสลับละเอียดของจริงไอ้ของจะละเอียดสลัดได้เพราะว่ากันโดยจริงแล้วนะมันจริงอ่ะที่ก็ของเล็กๆน้อยๆคุณก็ฉลาดเล็กๆแล้วแต่ของหยาบๆคุณยังแบกหามอยู่แล้วแล้วคุณจะบอกว่าคุณสะอาดได้ยังไงก็มีมุมนึงถ้าจะพูดกันแล้วชัดๆเพราะมันไม่จริงแล้วไล่ไปเติมให้มันเก่งๆๆจริงๆว่าโอ้ยหยาบๆเนี่ยเราไม่ประมาท เราก็ทำได้สะอาดสะอ้านแม้แต่กิเลสหยาบๆนิวรณ์หยาบๆเป็นขั้นเป็นตอนมาแล้วทำได้เด็ดขาดจริงๆทำอย่างองอาจเจ้ากล้าผงาดชัดเด่นใครจะหาว่าเราเองเราโด่ๆโชว์ๆบ้างก็ช่างมันในระยะแรกๆมันก็เรียกว่าคนเห็นก็อาจจะหมั่นไส้หน่อยดัดจริตจริงดัดจริตจริงก็เราเองเราจำเป็นต้องทำเราต้องหัดให้มันเคยมันชินให้มันเป็นไปมันอาจจะแข็งกระดกกระเดกหน่อยเพราะว่าเราทำให้มันได้รูปได้ร่างทำมันไม่ได้ลักษณะทำให้มันได้อาการทำให้มันได้ชัดเจนแล้วก็ต้องทำจะไปซ่อนแฝงคนใดมีมานะมีกิเลสที่มักจะซ่อนแฝงทำเป็นพังๆฉันทำทีฉันจะลองซ้อมไอ้นู่นซ่อมเองทำอย่างโน้นอย่างนี้ปิดปิดบังๆ ขอคำหยาบดูหรอกนะที่จริงแล้วฉันทำสะอาดได้แล้วมันก็พรางรวมตัวเองอ่ะมานะมันหลอกเอาไว้มันทำกลมๆเกลื่อนไว้หลอกคนอื่นไว้ทำทีทำท่ากลบเกลื่อนแท้จริงอ่ะเรายังไม่ได้เรายังมีเละๆแท้ๆอยู่ในนั้นปนๆไปๆอยู่ให้รู้ตัวนะมันแหมมันจอมโจรบัณฑิตนี่มันมีหลายเล่ห์หลายท่ามากหลายอย่างมากและเราก็ไม่เก่งเร็วเพราะเราจะมัวแต่ไปพลางคนอื่นเอาพลังงานเอากิริยาเอาอะไรก็แล้วแต่ไปเที่ยวได้ปิดป้องเพื่อความไม่ให้ใครมาดูถูกดูแคลนเราเพื่อมานะมันจะได้ใหญ่โตอยู่อย่างเก่าไม่ยอมแพ้ไม่ยอมที่จะไปยอมรับอะไรต่ออะไรหรือว่าไม่ ทำให้มันเด็ดขาดให้มันเด่นให้มันชัดยังจะต้องทำปีขมตีอะไรปนตีเปเล่ๆแท้ๆอยู่มันก็ชาสิมันช้ามันมันไม่ได้การพรางรวมมันเป็นการกลบเกลื่อนแล้วมันเป็นการไม่ไม่ซับซ้อนปฏิเสวามิไปชัดๆเด่นๆเป็นครั้งเป็นคราวเป็นขณะให้หลายขณะให้ต่อไปทั้งกายกรรมมโนกรรมลงกันสอดคล้องด้วยดิบดีเป็นไปดีไม่ใช่เรื่องลักษณะเราจะอนุโลมคราใดเราจะอนุโลมลดลงไปเนี่ยเราไปอย่างนี้ทำอย่างนี้ให้แก่คนอื่นนะประโยชน์คนอื่นเราก็รู้กาลนั้นให้จริงวันนี้เราทำให้แก่เขาไม่ใช่นะนี่เรื่องของเราแท้ๆนะนี่เราเป็นจริงแล้วเราก็เลยตี กลบเกลื่อนอำพรางคนอื่นไปปนๆเปลือยๆเราก็ต้องรู้ตัวเราและเราทำอย่างนั้นเราขาดทุนเราไม่ได้กำไรหรอกเราจะมาก็ช้าเราต้องรู้ตัวชัดๆมีสัญชาติให้คนตรงแล้วมันจะเด็ดขาดมันจะเร็วซักซ้อมเข้าเรียนรู้ค่ะยิ่งเรื่องละเอียดละออแล้วมันก็ยิ่งมีเลขมีเลขมีนัยยะเพราะคนดูยากมันก็ซ่อมได้แฝงได้ตบตาคนพลางตาคนไปก็กลายเป็นคนบางๆพลางๆกลายเป็นคนสั้นๆเล่นๆอยู่อย่างนั้นน่ะไม่เด่นไม่ชัดเราก็ไม่จบสักทีเราก็ไม่ได้ปฏิเสธว่านาอธิบายมันก็ไม่เกิดเพราะว่าเราไม่ทำเราพราง แล้วเราก็กลับไปทำอย่างที่มันไม่ใช่ไปทำอย่างที่มันไม่ถูกทางเราก็เลยฆ่าตัวเองของเราอยู่เหมือนกันเราไม่เอาเราเอาชัดๆตรงๆไปเลยเอาไปให้เป็นกิจจะลักษณะเรารู้ว่านี่เราทำเพื่อตนเราก็ฝึกเพื่อตนเราไม่ต้องไปเที่ยวด้วยพลังไปที่ได้รวมเป็นต้นไปตกเกิดคนอื่นหรอกทำจริงๆเด็ดขาดเราก็จะแข็งแรงแม้แต่สุดท้ายเราได้คุณธรรมสูงสุดขึ้นมาเราจะเห็นความขาดความปล่อยความจริงความเป็นไปตามที่เรากำหนดเราสัญญาไม้กำหนดขณะนั้นขณะนี้ทุกขนาดทุกอารมณ์ทุกดวงจิตมันก็ได้ของมันด้วยไปจนกระทั่งเราละเอียดละ รูปพรหมชัดที่นี่มาหาอรูปพรหม 4 อรูปพรหม 4 นั้นในที่นี้ได้อธิบายอย่างล้ำยุคอย่างล้ำหน้าคือไม่ได้อธิบายเรียงลำดับไปทีเดียวอธิบายรูปแบบผมอากาศเป็นอายตนะเป็นสภาพทวารในทวารรู้บอกและอายตนะไม่ใช่ทวารนอกอายตนะนั้นเป็นความรับรู้สึกข้างในอายตนะสัตว์นั้นอยู่ข้างในเพราะฉะนั้นแม้จะมาเรียกถึง 6 ทวารอายตนะ 6 ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนอกเป็นสิ่งใดยิ่งมาถึงขั้นสันตะวิหารพระพุทธเจ้าท่านตรัสเรียกอรูปพรหมนี้ว่า วิหารหรืออรูปฌานอรูปจิตเนี่ยเป็นสภาพของอายตนะ 6 สภาพของรูปรสกลิ่นเสียงต่างๆก็ว่างละเอียดแล้วไม่ใช่เรื่องรูปเรื่องรถเรื่องกินเรื่องสีอะไรชัดเจนแล้วว่าว่างจากสิ่งที่เป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่เป็นทวารในด้วยวางไปทั้งรูปวางไปทั้งกำหนดสีไม่มีรูปไม่มีกลิ่นไม่มีรถไม่มีอะไรไม่มีหมดจนเหลืออากาศว่างๆเป็นทวารรู้รู้ว่าว่างๆเพราะฉะนั้นจิตใจเราล้างละเอียดจนกระทั่งถึงสภาพว่างๆกำหนดรู้ว่าว่างๆมดลูกสัญญาหมดรูปเมื่อสัญญาไม่ว่าจะเป็นรูปเรื่องสีไม่ว่ารูปเรื่องกลิ่น สัมผัสกายแม้แต่สัมผัสใจที่เป็นของหยาบหยาบเองสัมผัสในใจที่เป็นอารมณ์อะไรอยู่อย่างหยาบๆก็หมดรูปเป็นสัญญานั้นแล้ววางรูปเป็นสัญญาเหลืออรูปสัญญาหรือรูปมันไม่เป็นรูปแล้วมันเป็นว่องๆดูอาการให้ได้ในอาการว่างๆนั่นแหละเราเรียกว่ามันว่ามันโล่งถ้าจะสมมติความว่างนั้นไม่มีรูปไม่มีสีแม้แต่แสงนี่ก็เป็นแสงขาวเรียกว่าไม่มีสีเป็นแสงขาวสว่างไปเฉยๆเขาถึงได้กำหนดเอาฐานง่ายที่สุดของสิ่งกําหนดเป็นรูปให้หน่อยนึงอ่ะรูปนี้มันไม่ใช่รูปแล้วแต่มันก็กำหนด ไปบางที่สุดก็คือถ้าเป็นแสงก็สว่างขาวใสโปร่งไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดเขาก็อธิบายกันด้วยภาษาว่าอย่างนั้นแต่เราก็กำหนดสมมติเอาถ้าจะหลับตาเข้าไปก็เป็นแสงแบบนั้นพวกเล่นหลับตาเล่นฌานก็หลับตามองเห็นแสงสว่างโล่งโล่งโปร่งไปจริงๆเป็นแสงๆอย่างที่เขากำหนดรู้สึกเลยว่ามันเป็นแสงๆสว่างโล่งโปร่งมันสว่างไปไม่มืดมืดตึ๊ดตื๋อหลับตาแล้วก็ยังสว่างก็เป็นการสมมติอัตราชนิดหนึ่งขึ้นมาให้ตัวเองเกาะไม่ต้องไปคิดนึกไม่ต้องไปเป็นสีเป็นสารไม่ต้องไปเป็นเรื่องเป็นราวไม่เป็นรูปเป็นโฉมอะไรทั้งสิ้นแล้วเราก็อยู่กับสิ่งนั้นเราก็นึกว่านั่นน่ะเป็นเมืองเป็นแดนเป็นภูมิเป็นทวาร อรูปพรหมอากาสานัญจายตนะเหมือนคนนั่งหลับตาทำฌานก็จะต้องกำหนดหมายลักษณะอัตราอย่างนี้แล้วก็เพิ่งเสพอัตตาอย่างนี้ถ้ายึดว่าอันนี้เป็นภูมิที่เราได้เราก็ไปได้ตอนนั่งหลับตาเป็นภูมิอย่างนั้นถ้านั้นเป็นภูมิเป็นสภาพสภาวะธรรมที่เราจะต้องได้ต้องมีต้องเป็นเราก็จะต้องทำเอาอย่างนั้นทำเก่งๆจนกระทั่งลืมตามาก็จะเห็นอะไรว่างๆลงๆแม้กระทั่งมีวัตถุต่อหน้ามีคนอยู่ข้างหน้าเนี่ยแล้วก็ไม่เห็นคนเห็นว่าโลกไม่หมดเลยเปลี่ยนรหัสไปหมดอย่างที่เคยพิสูจน์ให้ฟังว่าตั้งแต่สมัยเล่นจะสะกดจิตถึงกำหนดให้สั่งในรูป บนโต๊ะนี่นะมันมีแก้วมีจะต้องซื้อมีดินสอมีปากกาอะไรวางอยู่บนโต๊ะแล้วกำหนดสั่งจิตเขาไม่เห็นอะไรเลยบนโต๊ะเขาไม่เห็นจริงๆเราลองดูเราก็จะรู้ว่าเราไม่เห็นเราถูกสะกดหรือเราสะกดจิตเราเองทำก็ไม่เห็นมันไม่เห็นเลยบนต้นไม่มีเหลือไม่มีอะไรทั้งๆที่มันมีมันขาวลงไปเฉยๆพิจิตรมันเป็นจริงอย่างนั้นเพราะสมมุติอัตตาเราไม่รับมันก็ไม่มีทั้งๆที่มันมีในโลกลืมตาขึ้นมาคนอื่นเห็นหมดทีละเม็ดกำหนดตับเห็นหน้าผู้คนพูดจากันรู้เรื่องใครต่อใครที่ไม่ได้กำหนดให้ดับเขาก็รู้รับไอ้ส่วนนี้กำหนดให้ดับให้ไม่มีมันไม่มีจริงๆ เย็บไม่ถูกเลยบอกไม่มีอยู่ตรงนั้นตรงนี้เขาก็ไม่มีเขาๆๆไปถูกแก้วลมด้วยซ้ำบางทีขวาทีตกโต๊ะไปเลยแตกเขาไม่เห็นเขาไม่มีไม่มีอยู่ในไม่มีบอกอยู่นั่นไงเราบอกว่ามีเราก็ชี้ไปให้เขาก็ไม่เห็นนอกจากเขาไม่เห็นแล้วเขาก็ควานตามไปไม่ถูกตัวมันอย่างกับคนที่ไม่รู้ว่ามันมีอย่างนี้เราพิสูจน์ลักษณะอาการท่าทีอะไรต่ออะไรได้โดยที่เราไม่ได้ไปบอกกันก่อนไม่ได้ไปเตรียมกันก่อนมันพิสูจน์ตายเป็นลักษณะที่เป็นได้จริงเราพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ก็ได้เคยพิสูจน์แล้วเพราะงั้นทางนี้ก็เป็นเรื่องจริงเป็นมานานเขาไม่รู้ทางไสยศาสตร์หรือว่าทางด้าน โปรตีนฤาษีเดินเศรษฐีก็เรียนเขาก็ไปสร้างอัตภาพความไม่มีจนกระทั่งเป็นความไม่มีลืมตาเขาก็ไม่มีจริงๆเขาไม่เห็นทีนี้ในลักษณะกลับกันในลักษณะที่ไม่เห็นก็ทำได้ลักษณะที่ไม่มีเลยตัวตนไม่มีก็ปั้นขึ้นมามีมันก็ได้เช่นเดียวกันแต่เมื่อวานนี้ก็ยังมีคนมาถามคุณาลัยสุดท้ายที่คุณสุดารัตน์หรือจุฑาทิพย์ชื่อก็โอเคนะเพราะว่าถามว่าสามีเขาไปนั่งรถไปกับหมู่ขับรถผ่านไปทางใต้เจอผีแล้วมายืนขยายผมยาวสลวยสวยขำดำเงาอยู่คนเดียวอยู่ที่นั่นมันว้าเหว่กลางคืนดึกดื่นถ้ำมืดใครจะมายืนอยู่ที่นั่นนางสาวคนไหนยังมายืนอยู่ตรงนั้นได้เขาเห็นก็บอกว่าผีหรือเปล่าเขามาถาม ถนนกินเจแล้วนี่จะต้องรู้เลยว่าผีหรือไม่ใช่ผีไอ้คนกินเจมันเก่งจริงๆนะต้องรู้นะมันกินเจแล้วไม่รู้ไม่ได้เลยด้วยนะเพราะคนกินเจก็ต้องรู้มาถามถึงจะรู้ว่าผีหรือไม่ผีก็ใช่ผีหลอกก็ตอบแกไปก็ไม่รู้จะพูดยังไงจะรู้เรื่องเพราะว่าแกไม่เข้าใจในเรื่องอัตตาหรือไม่อัตตามันเป็นการสมมติหรือไม่สมมุติการยึดตั้งหรือไม่ยึดตั้งก็เป็นผีที่แกตั้งขึ้นมาว่ามีแล้วก็แกก็เห็นด้วยกันสัญญาณส่งตรงกันว่าเฮ้ยรูปเดียวกันเว้ยเขาบอกว่าทำไมเห็นตั้ง 3 คนเหมือนกันเลยอย่าว่าได้ 3 คนเลยเพราะเคยกำหนดกันอย่าว่าแต่เรื่องเล่นวิทยาอย่างขนาดนี้เลยมีอยู่คราวหนึ่งอยู่ในประเทศไทยเนี่ยนักเล่นกลจากต่างประเทศมาที่นี่ชื่ออะไรจำไม่ได้ตอนนั้น นักเล่นกลลือกันมาทีเดียวบอกนักเล่นกลชั้น 1 เลยมาถึงแกก็เล่นแกก็พยายามแสดงแกก็แสดงให้เห็นเลยพอขึ้นบอกว่าอ้าวสวัสดีท่านทั้งหลายขณะนี้เวลากำลัง 8 โมงดูนาฬิกาของท่านทุกคนตรงไหมกำลัง 8 โมงเช้าที่แท้กำลังทุ่มนึงขณะนั้นใช่ที่แท้กำลังทุ่มนึงทุกคนดูเลขเป็น 8:00 น หมดเลยยกนาฬิกาขึ้นดูของตัวเองคือพูดนำซะก่อนสะกดจิตใจจนกระทั่งเข้าอยู่ในจิตใจและแกก็บอกขนาดนี้เรามาพบกันดีแล้วขณะนี้ดูนาฬิกาทุกคนเช็คเวลาก่อนอะไรที่เป็นกำลัง 8 โมงเช้าใช่ไหมทุกคนเงียบทุกคนแน่ใจ 8:00 น เผลอไปเลย ไม่รู้ตัวเลย 8:00 น เลิกนาฬิกาก็ตรงซะด้วยนะทั้งๆที่มันไม่ใช่เลขนั้นเสร็จแล้วแกก็ขายทีหลังบอกท่านทั้งหลายนาฬิกาของท่านเสียหรือเปล่าอะไรต่างๆก็ตาก็เห็นตาโทๆนั่นแหละนาฬิกาเปลี่ยนไปสะกดจิตชั่วคราวตาลายตาพร่าคุณก็เคยเป็นใครไม่เคยเป็นบ้างก็นึกสนิทใจเป็นอย่างนั้นเลยนะแล้วก็เพ้อไปไม่เผลอแล้วกำหนดจริงๆเลยกำหนดให้มันเป็นเลยจิตมันเป็นได้มันกำหนดเอาตามที่เรากำหนดความเห็นความเป็นความมีมันไม่มีมันก็มีได้เพราะคนเห็นผีจะไปประหลาดอะไรก็รู้เข้าใจแล้วด้วยภาษาในสภาพที่ไม่มีมันก็ยังเป็นได้ไม่มียากกว่ามีนะเอาจริงๆไม่มีนี่ยากก็มีนะทำให้ไม่เห็นภาพ หายไปเลยด้วยความรู้สึกของคุณหายไปจริงๆเลยยากนะไม่ใช่เรื่องเล่นนะยากกว่าคุณไม่คุณไม่มีแล้วปั้นให้มันมีรูปมีล่างก็โทรไอ้นั่นง่ายกว่าเยอะเลยเพราะคนเรามันถนัดทางสร้างทางเกิดถนัดทำๆมันทำมานักหนาเนี่ยมันเป็นไปได้นะอันนี้ก็อธิบายรายละเอียดพิสดารอะไรให้ฟังเพิ่มเติมอีกจะว่าเป็นอัตตามันมีได้อย่างนี้ไม่ต้องสงสัยหรอกหรือคุณสงสัยคุณอยากจะไปซักซ้อมอย่าไปบ้าๆบอๆเล่นเขาอีกคุณก็เล่นก็ไปเสร็จแล้วก็เสียเวลาอยู่นั่นแหละเออมึงไปเสียเวลาแล้วเขาก็ทำกันก็หลงไหลการปั่นสร้างโอ้ยหลับหูหลับตาก็ไปกินง่ายก็ไปปั่นอยู่ อุณหภูมิวันที่ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับใครก็บ้าๆบอๆมันยิ่งง่ายนั่งหลับตาก็ไปเห็นไหมนั่นเห็นไหมอย่างนี้จูงนำผู้สะกดจิตก็สะกดได้เต็มที่แล้วเห็นหน้าทีทีนี้ก็ยิ่งง่ายปั้นนูนปั้นนี่ปั้นขี้ให้ดมเลยสบายมากสบายมากปั่นอะไรก็ให้ก็ได้เอาทั้งนั้นสบายก็ปั่นกันไปทำกันไปเป็นวิชาสะกดจิตเดี๋ยวนี้เขาก็เรียนอยู่พวกสะกดจิตนี่เขาก็นึกว่าเขาก็เรียนรู้อยู่ว่าเอ๊ะการนั่งหลับตาเข้าไปนี่เป็นการสะกดจิตวิธีหนึ่งหรือเปล่าเขาก็สงสัยแต่ก่อนนี้อยู่กับสมาคมคนพาทางจิตเขาพวกหมอพวกอะไรๆก็มาเล่นเขาก็สงสัยไอ้เราก็แต่ก่อนเราก็ไม่รู้เหมือนกันจนเรามาเรียนรู้แล้วเราก็ไม่มีเวลากลับเข้าไปบรรยายกับเขาไม่มีเวลาไปพิสูจน์กับเขาตอนนี้ก็ไม่เลยพูดกันไม่รู้เรื่อง คบหาเราในสมัยโน้นเราก็เด็กๆเด็กหนุ่มคนอายุ 20 กว่าเขาเองเขาอายุ 45 ปีกันแล้วหมอแต่ละคนแต่ละคนเขาก็นำเขาก็เป็นผู้ใหญ่เรียนมามากเรียนมาสูงด้วยเขาก็เหมือนผู้ใหญ่เราก็ตามเขาเรียนไปอะไรต่อไปเขาก็เป็นผู้ที่ถือว่าเขามีวิชาความรู้แล้วเราจะกลับไปเดี๋ยวนี้เราว่าเรารู้แล้วเราจะกลับไปอธิบายเขาฟังเขาจะเชื่อหรือเขาศึกษามานานนะจนเขาวางแล้วด้วยหลายคนเขาก็ปล่อยเขาก็วางแล้วมันก็ไม่ได้ทะลุปรุโปร่งอะไรแต่เราว่าเราทะลุปรุโปร่งนะเราเข้าใจเราถึงทำวันนี้เราเข้าใจทะลุแล้วว่าเรื่องจิตอย่างนี้ที่เขาค้นคว้าทางจิตอันนี้เขาเขาไม่รู้เดี๋ยวนี้เขาก็ยังไม่รู้แต่เราได้รู้แล้วเราจะไปบรรยายก็ฟัง ก็คิดว่าคงจะยากเพราะงั้นก็ไม่เอาเราก็สร้างภูมิของเราสร้างความสามารถให้คนอื่นเขาเข้าใจเชื่อถือจนสักวันหนึ่งถ้าอยากได้ก็มาเคยผ่านการพบกันเคยแนะนำว่าหนังสือนั้นหาให้อ่านหมอต่างๆพบกันที่ทันตแพทย์หมอประพันธ์นี้ก็หายไปไม่ถึงเนื้อหาให้อ่านให้อะไรๆผมๆๆแล้วผมก็จะต้องดำเนินของผมแล้วไม่เคยมาเจอกันไม่เคยมาคุยกันอีกแล้วผมคุยกันก่อนนิดๆหน่อยๆไม่ได้ศรัทธานับถืออะไรเลยแล้วเขาก็ยังนับถืออย่างที่เขาเห็นก็เป็นแต่ก็มีภูมิคุ้มกันน่ะผมไม่สายแล้วบาตรพระอะไรพวกนี้พระก็ตามผมไปนับถือแล้วตามนั้นมาหลายอย่างจะพูดเลยเหมือนกันก็ถ้าจะไปเห็นขี้กองใหญ่ของพระแกเป็นคนสุภาพมากหมอสุขภาพ เป็นคนที่เคารพนอกอ่อนน้อมอ่อนน้อมเสร็จแล้วก็เล่นทางไสยศาสตร์ก็มากหมอประพันธ์วิทยาศาสตร์ก็เล่นเป็นหมอฟันเป็นอาจารย์ปลดเกษียณไปแล้วอยู่ที่ทันตแพทย์หมอประพันธ์หมอวิเชียรหมอจรูญหมอหลายหมอเยอะแยะทั้งเป็นหมอทั้งผู้ที่ไม่ใช่หมอก็มาเรียนสะกดจิตอะไรต่ออะไรกันเรียนกันไปก็ได้พิสูจน์ให้เห็นสอดคล้องกันในเรื่องของจิตวิทยาศาสตร์ก็สอดคล้องไสยศาสตร์วิทยาศาสตร์ส่วนไสยศาสตร์นั้นเป็นได้แต่พิสูจน์ไม่ค่อยได้ส่วนพุทธสารนั้นได้หมดทุกอย่างชัดด้วยพิสูจน์ได้ด้วยทำเป็นด้วยถ้าจะทำ อาทิตย์นี้ก็ต่ออัลเลาะห์กับสัญญาหรือว่าสภาพแม้แต่มีก็เห็นว่าไม่มีได้ก็ลืมตาเอามาพร้อมๆได้มันก็เป็นแต่เพียงสภาพที่สัมผัสต่ออายตนะถ้าทั้งตาไม่มีรูปก็คือไม่มีรูปเสียงของเขาดังสนั่นไม่ได้ยินเสียงก็เป็นสภาพอากาศนะที่จริงจิตในนะทวารในนะขนาดทวารหยาบมันก็ตัดไปเลยเปิดหูใหม่เงียบหูบอดไปเลยหูหนวกไปเลยตาลืมขึ้นมาลงทุนทองเขาเห็นกันเราตาไม่เห็นตาของเราไม่เห็นอายตนะดับแต่เป็นอากาสานัญจายตนะว่างๆมันยังงั้นน่ะเขาไม่ว่างซะหน่อยเราว่างนี่ก็เลยเป็นพวกเลยเถิด เห็นพวกเลยเถิดทีนี้ถ้าปวดหลับตาเข้าไปไปสร้างแสงก็เป็นพวกสร้างสร้างขึ้นมาที่จริงมันมืดๆดำๆความจริงน่ะหลับตามันคือมืดๆดำๆเพราะฉะนั้นเวลาคุณหลับตาลงไปเนี่ยหลับตาปิดก็เห็นมืดๆดำๆธรรมดาแล้วคุณก็มีสติสัมปชัญญะเต็มอยู่เฉยๆไม่มีแสงมีสีอะไรหรอกไม่มีก็ดำมืดไปธรรมดาธรรมดากูจะตัดทวารทั้ง 5 ตัดทวารนอกเสร็จแล้วเหลือแต่ทวารอะไรมันก็มืดๆอยู่แถวนั้นแหละมันก็เท่านั้นเองกำหนดอยู่ในความโปร่งความสว่างไสวในความคิดในสติสัมปชัญญะคุณก็รู้โล่งสว่างของคุณสว่างครับนี่หมายความว่าถึงปัญญาหมายถึงความรับรู้คุณรู้อยู่มันมีกำลังรู้ที่จะรู้ข้างนอกรู้ข้างในรู้ อะไรก็ได้มันไม่มีรูปไม่มีสีไม่มีแสงไม่มีโฉมไม่มีอะไรนี่คือความพอดีคือความปานกลางไม่สร้างไม่สมอะไรคุณก็รู้ถึงวิญญาณเป็นตัวรู้ต่างหากวิญญาณไม่ใช่แสงอากาศอาการสาหัสเพราะฉะนั้นการไปนั่งหลับตาแล้วเห็นแสงสว่างลงแล้วรู้สึกตัวมันก็อยู่ในภูมิที่คุณปั้นอยู่อันนั้นแหละเป็นอัตตาอันหนึ่งแล้วคุณก็รู้สึกตัวว่าเป็นคุณคุณก็ว่าว่างโลกสบายดีจริงเราอยู่ที่ในที่ที่ไม่มีอะไรเลยมีแต่ความโล่งๆเฉยๆไม่มีตัวไม่มีตนไม่มีอะไรคุณก็เป็นอย่างนั้นคุณก็ไม่มีตัวมีตนอย่างนั้นแหละแต่แท้จริงมันก็เป็นอัตภาพอันนึงเป็นมโนมยาอัตราอันนึงแล้วถ้าเกิดว่าเรารู้โดยธรรมดาจะเข้าไปในฌานหลับตาและเป็นรูปอุปชาก็เอารูปเลยสิ รูปก็คือรูปรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสต่างๆพวกนี้ทวาร 5 ทวาร 6 ในรูปกำหนดรูปเสียงลูกกลิ่นดูรถรู้อะไรกับลูกถ้าเราจะไม่เอารูปตัดทวาร 5 แล้วก็มืดๆจะถืออยู่เฉยๆนิ่งว่างแต่ว่าสติสัมปชัญญะเราพระองค์ตื่นสายเราจะโน้มน้าวไปในเรื่องนึกคิดอะไรเป็นเรื่องของความนึกคิดเท่านั้นเป็นวิญญาณเท่านั้นก็เป็นวิญญาณนางอนันต์ตรังสรรพคุณอันนี้ทัศนันท์เป็นวิญญาณความระลึกรู้จะรู้อะไรก็รู้ได้นี่เป็นความถูกต้องยิ่งกว่าด้วยซ้ำเราก็รู้ว่าอ้อวิญญาณนี้ไม่ใช่แสงวิญญาณนี้ไม่มีอารมณ์กับสัญญาที่ก็แปลว่าอีกโลกหนึ่งที่ว่างๆโล่งๆก็ไม่ได้ว่างนะคำว่าว่างซ้อนกันอยู่ว่างที่เป็นแสงว่างที่เป็นมืด แม่ไม่เป็นลักษณะมืดมันก็ว่างใจมันว่างโล่งโปร่งเบาสบายเหมือนกันเป็นลักษณะซ้อนกันฟังสิ่งที่ซ้อนกันสิ่งที่เหมือนกันส่วนลักษณะที่ไม่เหมือนกันมันก็มีอีกได้เหมือนเราถ้าเผื่อว่าเราไม่ได้สร้างแสงมันก็ไม่มีแสงไม่สร้างมืดมันก็มืดสิพอๆอันนี้มันมืดๆธรรมดาถ้าจะดูมืดมันก็มืดจะดูแสงก็แสงไม่มืดไม่แสงก็ทั้งนั้นแหละมันก็ไม่มีแสงไม่มีมืดอะไรถ้าเราไม่กำหนดความมืดหรือกำหนดแสงมันก็ไม่มีอะไรแต่เรามีความระลึกรู้อยู่ในตัวโล่งว่าสบายโปร่งเป็นสภาพโล่งว่างสบายโปร่งคำว่าว่างคำนี้จึงเป็นอาการสานันท์อายตนะที่จริงยิ่งกว่าฟังซ้อนให้ดี แล้วก็เป็นวิญญาณเป็นธาตุรู้ที่ทำการรู้ที่ยิ่งกว่าฟังสภาพของอรูปจิตอรูปฌานที่ลึกละเอียดไปยิ่งกว่าที่ได้เคยอธิบายมามันเป็นสภาพที่ว่างโล่งไม่ได้กำหนดแสงไม่ได้กำหนดสีไม่ได้กำหนดว่ามีรูปมีมืดอะไรแต่มันดูอาการของวิญญาณดูอาการของผัสสะของจิตของเราเออมันโล่งโปร่งละมันไม่มีไม่มีอะไรไม่มีอารมณ์อึดอัดขัดเคืองไม่มีโช๊คกับปริเทวะทุกข์ขาดโทมนัสอุปายาสไม่มีความผิดและไม่มีความขัดความเคืองที่จริงพ้นอโศกกับปริเทวะทุกข์เขาโทรมานัดอุทยานนี้เป็น ทุกข์โดยตรงส่วนสายสุขนั้นก็เป็นความชอบเราจะมีความรู้สึกว่าเราพอใจยินดีเป็นประมุขชักเป็นปราโมทย์ยินดีเป็นความดีนะยินดีมันจะเป็นอารมณ์ยินดียินดีอยู่ในนั้นลางๆเลือนๆด้วยซ้ำมันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆถ้าผู้ใดติดตามได้ระลึกออกคำนวณตามถึงคุณจะเห็นว่าโอ้โหเป็นสภาพที่ลึกซึ้งลึกซ้อนมันเป็นเรื่องที่จะต้องสนิทสนใจเพราะผู้ใดภูมิถึงแล้วจะรู้สึกในขณะนี้รู้สึกว่าไม่มีใครติดนอกจะไม่มีใครติดมีใครหลับๆไปเลยเยอะไม่มีใครติดคือ ยังไม่ถึงถ้าถึงแล้วมันพอใจสภาพอย่างนี้เราเคยได้เคยมีเคยเป็นมันก็จะตามถึงบ้านพวกเรานี่ยังไม่ถึงง่ายๆยังไม่ยังไม่ทราบซึ่งมันเห็นจริงเห็นจังชัดแม้มันมันเคยเป็นเคยมีนี่มันจะเห็นชัดเลยเพราะว่าพูดที่เห็นมันเป็นสภาพที่มันเป็นจริงมันมีจริงมันเป็นสภาพประมูลพระยินดีเป็นไม่ใช่นิวรณ์เป็นอุปการะเป็นสิ่งที่พอถึงแล้วโอ้โหมันเป็นสภาพว่างโล่งโปร่งสบายไม่มีสีไม่มีแสงไม่มีอะไรเพราะฉะนั้นแ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน