230925-2-226 ทางเอกภาค2-ตอน226(หน้า483)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท054.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมธรรมชาติที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาเรียนกันต่อหน้าที่ประถมศึกษาและอธิบายกันมาจนถึงหน้า 483 คือถึงศตวรรษระดับที่ 5 จะขึ้นระดับที่ 5 อากาศสารกำลังไปอธิบายถึงศตวรรษเก่าแล้วเขาก็จะขอทบทวนให้ที่นี่ฟังนำคร่าวๆซะก่อนแต่บรรยายจริงๆนี่คือ 480 หน้า 481 ข้อสรุปสรุปเรื่องของความสุดโต่งลำดับรูปและตอนนี้เราก็จะขึ้นอรูปพรหมก็คือก็ขอสรุปซ้ำๆซากๆอยู่นั่นแหละเรื่องของกษัตริย์ในก็ฟังนอกอัตราฐานจึงเป็นส่วนสุด 2 ฝั่งที่จะต้องรู้จริงๆไม่หลงตรงไปตรงมาอยู่ฝั่งไหนแน่ๆทีนี้มันก็ต้องออก เมื่อก่อนก็คือจะต้องเรียนรู้ในฝั่งกามสุขัลลิกานุโยคมาได้จริงทีนี้มันก็จะไปเข้าจุดรูปหรือสิ่งที่ไม่มีตัวไม่มีตนไม่มีรูปแท้ๆจริงๆในตอนที่จะเข้ารูปไม่มีลูกแท้ๆนี่เป็นเรื่องของอัตราแน่ๆเป็นเรื่องของอัตราจริงๆเราจะรู้อัตราขั้นที่ว่าไม่ใช่รูปด้วยแต่ก็ยังเป็นรูปซ้อนอยู่นะมันไม่มีรูปมันไม่มีโฉมมันไม่มีตัวไม่มี แต่เราก็ไปยึดรูปยึดโฉมยึดตัวยึดตนเอาหยาบๆก่อนก็มายึดความพักล่ะตอนนี้ถ้าเอาอยากง่ายๆนะความหมายง่ายๆความหมายหยาบๆทำไมจะไม่หยุดคิดแต่เราก็มาติดเป็นอัตราได้มันติดความพักเนี่ยเป็นอัตราได้ความอยู่เฉยๆความหิวอะไรนี่ยากๆศาสนาพระพุทธเจ้าจึงไม่จบอยู่ที่พักเป็นคำที่ดักเอาไว้ให้เลยว่าเราไม่พักทันตกรรมศาสนาเดียวกับที่ฤาษีที่ไปลงจุดจบตรงที่ได้ป้อมแล้วได้แท่นได้แต้มแล้วเจาะเกราะ เรียกว่านั่งตูดงอกรากเลยคือหมายความว่าได้เป็นหินแท่งก้อนขนาดหินออกรากเลยถ้าเป็นหินฟอสซิลกับหินฝังอยู่ตรงนั้นงอกรากเลยหินขึ้นตะไคร่ขึ้นอะไรแกะเกาะนี้เลยเป็นการหยุดหลงผิดเป็นติดขัดที่เราบอกมาแต่ต้นแล้วว่ามีติดขัดกับอายุคือการเขียนอายุท่านก็เลยใช้ภาษาพระพุทธเจ้าทรงใช้ภาษาแปลว่าไม่พักอ่ะอันนาอยู่ห่างไม
อ่านต่อ
่เพียงสภาพ 2 นี้เป็นการข้าม ศาลได้หรือเป็นการถึงฝั่งถ้าผู้ใดเข้าใจจุดอย่างนี้แหละไม่ติดพรรคคือไม่ทักอ่ะมันเป็นสื่อเป็นความหมายเป็นปริยัติเป็นภาษาบอกให้รู้ถึงสภาพธรรมที่เตือนสติคนหลงแล้วคนใดที่เข้าใจแล้วมาจากหยาบพอมาถึงรายละเอียดตอนละเอียดอย่างนี้นี่ไม่ใช่ฐานต่ำๆนะพูดกันขนาดนี้ความหมายหรือว่าภพภูมิที่กำลังเรียนอยู่เนี่ยความรู้ที่กำลังเรียนนี่ไม่ใช่สภาพต่ำเป็นพระอริยเจ้าท่านพรหมท่านอรูปพรหมท่านหยุดพักหยุดกับหยุดไม่มีลูกไม่มีเรื่องไม่มีรู ยาอะไรไม่ติดกูเป็นสัญญาอะไรแล้วจะเข้าไปหาอะไรกินจะอธิบายอรุณประเสริฐดีแล้วแล้วเราก็มารู้จุดภาษาที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เนี่ยมันเป็นความสูงละเอียดซับซ้อนของศาสนาพุทธที่สูงส่งเหลือเกินเพราะเดี๋ยวมันนั่งหลับหูหลับตาไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวนั้นยิ่งไม่รู้เรื่องใหญ่ขนาดมีสติสัมปชัญญะมีสติปัฏฐานพิจารณาละเอียดละออทุกอิริยาบถตลอดเวลาหลับเวลาตื่นเวลาที่จะว่างๆสุดคุ้มประณีตก็พิจารณาซับซ้อนเวลาที่สัมผัสต่อเหตุการณ์ปัจจุบันที่มีอยู่อะไรต่ออะไรก็แทรกละเอียดซ้อนรู้รู้ภาวะจริงที่ภาษาจริงเอาไปทบ ในขณะที่ว่างๆเงียบๆสงบๆก็เอาไปทบทวนคนในสมัยพระพุทธเจ้านั่นน่ะที่เป็นบริวารของพระพุทธเจ้าเป็นตัวคนละทับเป็นตัวเรียกว่าอัศวินหรือว่าทหารเอกทั้งหลายแหล่ของพระพุทธเจ้าเพื่อจะไปเป็นทหารเอกของพระพุทธเจ้าที่แท้จริงนั้นน่ะล้วนแต่เป็นผู้มีบารมีแล้วทั้งสิ้นแม้จะเป็นทหารเกณฑ์พลทหารฟังดีๆอุปมาอุปไมยหรืออุทาหรณ์แม้แต่ผู้จะไปเป็นทหารเกณฑ์หรือจะไปเป็นพลทหารของพระพุทธเจ้านั้นก็คือรุ่นแล้วแต่เป็นผู้มีบารมีทั้งสิ้นซึ่งจะตรัสรู้ยิ่งเป็นทหารเกณฑ์ง่ายๆใหญ่ง่ายแต่ไม่มีภูมิเท่านั้นแหละ ประมวลเป็นตัวจะแสดงความเป็นอรหันต์อย่างง่ายเลยคือภพภูมิปัญญาหยาบๆก็ได้ง่ายมากแม้แต่อัตราก็เรียนรู้ขั้นสูงนี้อีกไปเป็นตียอดให้ไปถึงยอดเท่านั้นเองที่สุดฐานที่จะติดยอดให้ถึงยอดเท่านั้นเองเป็นผู้ที่ฟังพร้อมเรียนรู้หรือว่าได้เตรียมตัวมาพร้อมแล้วที่จะมาเป็นทหารเอกของพระพุทธเจ้าแม้จะเป็นระดับทหารเกณฑ์หรือเป็นมวลเป็นได้ชื่อว่าพระอรหันต์เท่านั้นไม่มีอภิญญาไม่มีความเก่งกาจสามารถอะไรเป็นตัวเนื้อหาไปเฉยๆเป็นลักษณะยืนยันลักษณะเด่นที่ตรัสรู้ได้เท่านั้นแหละเป็นพระอรหันต์ธรรมดาธรรมดาไม่โดดไม่เด่นอะไรดูออกยากซะด้วยซ้ำ ตัวท่านเองสบายก็ตัดตัดรู้โลกรู้ธรรมรูปภาพรูปเทียนเป็นผู้ที่ขยันหมั่นเพียรอยู่ธรรมดาเป็นผู้ที่รู้พรรคไม่ติดพรรคและเพียรก็ไม่ติดเพียรเป็นผู้ที่รู้เหตุรู้ปัจจัยไม่เก่งไม่ขาดอะไรมีเยอะมากมายเพราะเราจะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าท่านสอนมวลสอนก็อ้าวสอนก็ถามคนว่าเอาออกสู่ป่าไปพิจารณาไม่ต้องไปพิจารณาหยาบอะไรมากมายเพราะคนเหล่านี้พร้อมสร้างที่เข้ามาตัดสินสุดท้ายแล้วมันอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้าพิจารณาทบทวนอีกทีนึงให้รู้ว่ากูเปลี่ยนมาติดพักนั่นแหละถึงไอ้พรรคมาติดนั่งหลับจึงให้มานั่งหลับมันเป็นตัวปลานะเป็นตัวแก้เคล็ด มันติดนั่งหลับจึงให้มานั่งหลับอย่างที่เราสอนเจโตสมถะเพื่อที่จะแก้ทีนะมีพระเสร็จแล้วก็ต้องแก้ได้เราหลับแต่เราไม่หลับเราหลับตาแต่เราไม่หลับใจจึงจะเรียกว่าไม่กินนะมีพระแล้วตื่นตามตรงๆอยู่แล้วไม่มีทางมันก็ง่ายสิลืมตาตรงๆแล้วไม่ดีถ้ามันง่ายกว่าเดินยืนนั่งนอนทำงานทำการอยู่มันไม่หลับมันก็ง่ายกว่าพอหลับตาลงแล้วมันก็จะชินมามันก็บอกเลยตัวกิเลสเพราะเป็นช่องเป็นเชิงมันนี่มันเป็นตัวทิศทางของมันเป็นเป็นองค์ประกอบของมันแล้วหลับตาเขาก็จะหลับมันองค์ประกอบแท้ๆของมันแล้วมันก็จะหลับ เราต้องแน่กว่าเหนือกว่าจึงจะเรียกว่าเหนือโลกหลับหลับตาแต่ไม่หลับใจใจเรายังมีสติตื่นพร้อมแล้วจะเรียกว่าโลกุตระเพราะฉะนั้นถ้ามานั่งหลับตาตัดสินว่านั่งหลับตาทำใจโตสมถะเพื่อจะให้สงบระงับสงบระงับจริงๆจิตว่างจิตโปร่งจะเอาจิตขนาดไหนสมาธิสักการะขนาดไหนเราทำได้เลยเป็นสมาธิสักโคจรอย่างเก่งอย่างสมาธิสั้นอภินิหารเมียอภินิหารในการทำใจเพราะจะทำให้ขั้นต้นใดคุณก็หักเป็นสมาชิกสมาบัติไปให้มันตั้งมั่นให้มันได้ขนาดนั้นขนาดนั้นเป็นสมาชิกติดพอได้แล้วก็ค่อยเพิกถอนไปเป็นอันใหม่เป็นทหารใหม่เป็นรูปใหม่เป็นสมาธิ เพิกพักหรือหยุดหรือพอหรือดับไม่ได้อันเก่าไม่ติดเพราะมันจะตั้งอะไรมันจะติดมันอยู่อะไรมันหยุดอะไรมันจะหยุดมันจะอยู่มันจะแสบมันจะติดตรงนั้นสะท้อนใหม่ไปใหม่กลับไปกลับมาทบทวนไปมาแล้วก็ขยายออกขยายเข้าทำเล็บทำใหญ่ทำขนาดนี้เป็นภาษาพูดทำตามอารมณ์ที่เราจะรู้ว่าจะเอาอารมณ์ของจิตขนาดไหนเป็นสมาธิสั้นกันหรือเปล่าได้ทุกข์ขนาดจนเราจะให้เป็นไปอย่างไรก็ได้สมาธิสักคนจะรักจะให้โคจรไปอยู่ออกอันไหนเราจะโคจรไปโลกพระจันทร์จะโคจรเป็นโลกพระอังคารเป็นพระพุทธพระอาทิตย์ได้ทุกจักรวาลทุกโลกจะโคจรไปอย่างไรก็ได้จะสลับสับเปลี่ยนอย่างไรเส้นทาง ยังสลับสับเปลี่ยนได้เลยไม่จำเป็นจะต้องเรียงเป็นซีรีย์เรียงเป็นระดับเป็นอนุกรมเป็นขั้นตอนก็ได้สลับสับเปลี่ยนเรายังได้เลยเรียกว่าสมาธิสักโคจรเป็นไปได้อย่างเก่งถ้าทำได้หมดทุกระดับก็เป็นสมาธิสาวอภินิหารเป็นผู้เก่งในสมาธิเป็นผู้เก่งในจิตนั่นเองจิตเราเก่งเราจะกำหนดจิตไปอย่างไรก็ได้เดี๋ยวเรามาฝึกหัดทั้งสิ้นเพราะเราแม้แต่เราเรียนรู้ของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าท่านจะสอนท่านสอนคนบริวารของท่านท่านก็อย่างที่ว่าเป็นผู้ที่ไอ้เรื่องโล่งๆใครก็เรียนรู้ศาสนาอื่นๆเรียนรู้มาเยอะศาสนาไหนเขาก็เข้าใจเรื่องจริงวัตถุทิ้งกามคุณทิ้งโลกกระทำศาสนาไหน ใจเรื่องรูปหยาบแม้แต่รูปสัญญาเนี่ยเขาก็เข้าใจแล้วเขาก็ทิ้งดูไปสัญญาไปหาอรูปสัญญาเหมือนกันบางศาสนาที่เขาละเอียดเสร็จแล้วในขั้นอรูปสัญญานี้สิมันละเอียดซ้อมไปอีกไม่ค่อยรู้ตอนนั้นพระพุทธเจ้าสอนจึงมีขั้นตอนละเอียดขึ้นไปคนที่จะมาเรียนของพระพุทธเจ้าก็คือเรียนกับฤาษีอื่นมาก็ไม่มีทางจะไปต่อแล้วมาหาพระพุทธเจ้าจึงเรียกว่าเป็นผู้มีภูมิมามันเป็นบริวารเพราะสมัยพระพุทธเจ้าสอนพระพุทธเจ้าจึงสอนในขั้นที่จะเห็นได้ง่ายคำสอนมีเยอะท่านอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำไม่ใช่เจ้าต้องเป็นนั่งรีดกามแบบภาคไม้ที่ชมหรือยางออกจากน้ำไม่ต้องรีบต้องเลิกอะไรมากมายหรอกเพราะว่าเป็นผู้ที่มีบารมีอยู่แล้ว จะได้เห็นว่าไปนั่งประเดี๋ยวเดียว 3 วัน 7 วัน 8 วันบรรลุแล้ว 7 วันมันรู้แล้ว 15 วันไม่รู้แล้วเดือนนึงมันรู้แล้วบางองค์ไม่กี่วันวันเดียวก็ไม่รู้แล้วยังพยัคฆ์นี้นั่งฟังซ้ำเลยพระพาหิยะฟังมันประโยค 4 ประโยคจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ตรัสรู้เร็วพันก็พายายพาลูกจริยะฟัง 4 ประโยคบรรลุมันเลยเป็นพระอรหันต์เลยอย่างเงี้ยมันเทียบเคียงพวกเราไม่ได้พวกเรานี่มันพวกเข็นครกเห็นเขาขึ้นครกเข็นครกเห็นเขาขึ้นครกไม่ใช่เข็นครกขึ้นเขาพวกที่เข็นเขาขึ้น คือขยับแต่เขานี่มันก็ขยับยากแล้วให้มันไปปีนเคราะห์อีกทีนึงเลยให้เขานี่มันพลิกไปขึ้นปีนเขาเนี่ยมันแสนหนักแสนหนาฉันหนักฉันหนาเหมือนกับสภาพที่มันมีตอไม้ขอนไม้กับเข็นรถให้ดันข้ามขอนไม้เอาไปชนกับขอนไม้แล้วก็เข็นรถข้ามสะพานไม้ยากกว่ายกขอนไม้ขึ้นรถยากก็ยกขอนไม้ข้ามรถเข็นรถขึ้นขอนไม้นี่ขนาดรถมีล้อนะก็ยากกว่าเพราะมันหนักกว่าถ้ายกขอนไม้นี่ข้ามรถไปขอนไม้ขนาดใดขนาดไหนก็แล้วแต่ เข็นรถขึ้นข้ามขอนไม้นี่ยากนักยกขอนไม้ใส่รถไปเลยหรือเข็นรถข้ามรถไปเลยง่ายกว่าชั้นใดคล้ายๆกันรถเข็นเขาขึ้นครกนี่ไม่หนักกว่าเข็นครกขึ้นเขาลักษณะของเขานี่ติดด้วยนะติดตั้งด้วยยึดด้วยนะไม่ใช่เรื่องน้อยๆพวกเราเป็นเนยยะบุคคลส่วนใหญ่เพราะฉะนั้นก็ต้องสอนแล้วสอนอีกเห็นแล้วเห็นอีกเที่ยวแล้วเคี้ยวอีกเพราะเงินกรรมฐานหรือหลักการปฏิบัติเบื้องต้นทำกลางบั้นปลายอะไรต่างๆจึงไม่ค่อยตรงกับสมัยพระพุทธเจ้าหรือบริวารของพระพุทธเจ้านั้นบางคนนี่ติดยึดภาษาปริยัติ ยึดความรู้ทางตำราแล้วก็สนใจศึกษาตำราเมื่อสนใจศึกษาตำราแล้วก็หลงทิฏฐิของตนแม้แต่ผมเองอาตมาเองเนี่ยนำพาไม่ค่อยเชื่อภูมิเชื่ออยู่ส่วนหนึ่งศรัทธาธรรมได้แม้มีอะไรที่โดดๆเด่นๆเห็นชัดอยู่เชื่อว่าทำได้แต่ไม่เชื่อเท่าทิฐิของตนนี่เรียกว่ายังมีทิฐิมานะหรือมานะทิฏฐิไม่เชื่อเท่าความเห็นของตนยึดความเห็นของตนยิ่งกว่ายึดความเห็นของตนยิ่งกว่าเพราะฉะนั้นก็ถึงแม้จะอยู่กับหมู่หมู่พาไปจริงๆได้ประโยชน์ที่มาอยู่กับหมู่ส่วนถ้าภาวะติดความเห็นของตนก็จะยากช้าเพราะความ ดีไม่ดีตะแบงเราด้วยตาแดงไปแล้วหนักๆเข้าก็ทะเลาะเบาะแว้งแตกร้าวแล้วก็ตกหล่นลงไปอย่างที่เป็นตัวอย่างที่มีผู้ที่ตกหล่นออกไปแล้วน่าเสียดายถ้าเรายังสงสัยว่าภูมินี้หมู่นี้คนกลุ่มนี้มันไม่ดีจริงก็ไปเสาะแสวงหาคนหมู่อื่นที่ดีจริงถ้าคนหมู่อื่นไม่มีอีกแล้วคนหมู่นี้มีก็นี่แหละเป็นสังฆัสสะที่นี่เป็นสังฆัสสะเป็นสังฆมณฑลผ้านอกจากคุณจะไม่ได้อยู่ในระบบของศาสนาเป็นระบบอย่างนี้แล้วที่มีสังกัดศาลหรือสังฆมณฑลแล้วคุณก็จงไปคนเดียวเลยปัจเจกกะเลยจะไม่ต้องไปหาสังกัดไปหาสังฆมณฑล ก็ไปปัจจัยกับพุทธะหนีไปตัวเดียวเลยเดี๋ยวเดียวเลยไม่ต้องไปแสวงหาหมู่เอามันมารู้คนเดียวแล้วมันมีทิฐิคนเดียวไม่ต้องกลัวหรอกที่ติดของเราต้องแน่ถ้ามันคนเดียวเลยแต่ถ้าทำไม่ได้ไม่ใช่ปัจเจกยังไงคุณก็รู้ตัวเองว่าไม่ใช่ประแจกับพุทธหน้าเรายังไงไม่มีฤทธิ์มีแรงเท่ากันแน่ก็จงหาสังฆัสสะหรือหาสังฆมณฑลเนื้อหาสังฆมณฑลพบแล้วหมู่กลุ่มที่เป็นมณฑลที่เป็นสังฆัสสะแน่และแน่ๆแล้วว่าเป็นอริยสงฆ์อริยสัจเมื่อเป็นหมู่อริยสงฆ์อารยะสังฆะแท้จงอยู่กับหมู่และจงรู้จักประธานยาที่ถือทิฐิมานะเหนือกว่า ถ้าเหนือกว่าประธานก็เสร็จสิเพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นสาวกสังโฆที่ไม่ได้เป็นผู้นำเป็นประธานจริงแล้วก็เป็นเป็นผู้มีบารมีบริวารจริงๆไม่ได้เป็นปัจจัยกะถึงแม้จะได้บรรลุอรหันต์อยู่ในหมู่กลุ่มที่ประธานไม่เก่งไม่เอกอะไรนะก็อนุโลมกลมๆอยู่ในหมู่อาศัยหมู่ผู้ที่ถูกแล้วก็ใช้ปัญญาทิฐิของตัวเองไปอย่างนั้นน่ะนำนำไปมีปัญญาของตัวเองนำนำไปเพราะประธานไม่เก่งจริงก็ได้ช่วยตอนไม่มีมานะทิฐิฟังซ้อนแต่ไม่มีมานะทิฐิไม่โด่งไม่เด่นไม่ตีรันตีแรงอะไรใครหรอก อนุโลมไปตามพยอมไปยอมไปอยู่ผสมผเสกับหมู่ไปอาศัยหมู่เป็นเรือเป็นแพแล้วก็ข้ามฟากไปอาศัยไปนั้นกลมกล่อมแจ่มๆไปที่เป็นมาของในกาลยุคหรือในช่วงใดที่ไม่มีประธานที่เป็นประธานแท้ภูมิของผู้ที่เป็นเนื้อเป็นหมู่เนี่ยเหนือกว่าภูมิหมายความว่าเป็นภูมิที่จะเหนือกว่าหมู่เป็นอภิชาติทั้งหมดเหนือกว่าประธานก็จะอาศัยแสงหมู่ไปอย่างนั้นแต่ถ้าหมู่ที่เป็นอริยะสังฆัสสะเป็นอริยสัจแท้เป็นสังฆมณฑลแท้มีประธานผู้เป็นประธานมีภันเตผู้เป็นภันเตมีระดับที่สูงที่เห็น เด่นชัดเป็นส่วนใหญ่เห็นชัดๆอยู่มีอยู่แล้วเราจงพิจารณาให้ออกอ่านให้ออกว่าโอ้หมู่นี้ถูกหนอหมู่นี้เป็นของจริงหนอมีประธานผู้เป็นประธานมีภูมิสมภูมิประธานมีภันเตเป็นภันเตมีภูมิเหนือกว่าเรามีกระจัดกระจ่างกว่าเราชัดเจนกว่ามีบางองค์อาจจะอ่อนกว่าบ้างหรือเสมอกันบ้างอ่านให้ละเอียดในมานะกล้ามาณที่นี้มานะกล้ามานะมิจฉาทิฐิมานะที่เป็นมิจฉาทิฐิที่ 9 ยึดมั่นถือมั่นในมานะแต่ละจริยะตัวอย่างแม้แต่ยึดมั่นถือมั่นว่าเราเสมอเราเสมอกันขณะนั้นพระพุทธเจ้ายังให้ยึดก็ยังให้พิจารณาหรือไม่เอาถึงแม้เสมอกันก็ไม่ตีตัวเสมอกันเราอาจจะสูงขึ้นกว่าเขาได้ภายในวินาทีหรือภายในขณะ จะต่ำกว่าเขาได้ภายในวินาทีหรือวินาทีหรือในแม้แต่ขณะอย่ายึดมั่นอย่างนั้นคิดว่าอ๋อนี่เราเสมอกันเพราะฉะนั้นจะเสมอกันต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อไปไม่ได้ด้วยนี่ถึงขั้นปรมาที่ละเอียดเราอาจจะไม่สะอาดเราจะต้องพยายามดีขึ้นเสมอเพราะฉะนั้นถ้าใครประมาทคนนั้นก็อยู่ที่เก่าพรรคเมื่อผู้นั้นพรรคพวกนั้นก็เสมออยู่ที่เก่าแต่เราไม่พักเราควรเพียงเราแค่ขึ้นขณะนี้เราเจริญขึ้นกว่าอาวุธที่พระสงฆ์ขึ้นไปได้เราก็ขึ้นไปได้โดยจริงแล้วต้องรู้ความจริงว่าสูงก็สูงจริงนะอย่าหลงอีกร้องอีกเป็นมาอีกไม่สูงกว่าและหลงก็สูงเสมออยู่ก็รู้เสมออยู่แต่ไม่ยึดมั่นถือมั่นว่าต้องจะเสมอกันหรือว่าเสมอกันก็ยึดว่าถือว่าเสมอ เสมอกันเมื่อไหร่ก็ถือว่าเสมอกันไม่ได้อีกนี่มันละเอียดลออถึงอย่างนี้นะสังโยชน์ชั้นสูงหรือว่าจิตในจิตฉันละเอียดว่าแม้แต่การติดการยึดการพักการเพียรก็มีอีกมากกว่ามากนักที่เราจะต้องเข้าใจด้วยความเป็นจริงพวกเรานี่ยังช้าเพราะหลายๆอย่างที่ยังไม่ละเอียดหรอกเราเป็นเนยยะบุคคลต้องพูดแล้วพูดอีกคนแล้ววนอีกซ้ำแล้วซ้ำอีกกว่าจะตีแตกแต่ละเป้าแต่ละจุดแต่ละอันว่าพูดผ่านแล้วนะว่าจะเน้นแล้วนะอ้าวไม่ได้อีกเอาตอนใหม่ก็มาหาโอกาสเน้นใหม่ด้วยคารมใหม่โดยโวหารใหม่ด้วยปฏิภาณใหม่แก้กันไปได้เข้าใจไปเรื่อยๆเข้าใจเพิ่มเติมไปถ้ายิ่งไม่ใส่ใจฟังผ่านละเอียด มันก็ยิ่งไม่ได้เรื่องมันเลอะเทอะไปแล้วมันก็อยากรู้ด้วยเพราะว่ามันละเอียดเผลอนิดเผลอหน่อยก็ความหมายก็หลุดแล้วก็ตกไปเป็นความหมายเก่าหรือความหมายหยาบอันเก่าซึ่งเราก็เคยรู้แล้วว่ามีความละเอียดในหญ้าละเอียดมีความหมายเชิงชั้นที่ทำให้สื่อให้ฟังให้ละเอียดเราตกหล่นในความหมายนี้ในศิลปะมีศิลปะในการที่จะทำสื่อให้รู้อย่างนั้นอย่างนี้แล้วเราเองไม่ติดตามรายละเอียดดีมันก็รู้เท่าเก่าเพราะว่ามันภาษามันก็เก่าๆภาษามันก็เอาเป็นแต่เพียงว่าสับหน้าสับหลังนี่ก็เป็นความหมายต่างกันแล้วอย่างนี้เป็นต้นถ้าเราไม่มีไหวพริบเราไม่มีปัญญาที่จะรู้สิ่งเหล่านี้เราไม่เจริญได้หรอกเราก็ซื่อๆก็คือโมเมๆ ท่านพูดเอาหน้าเป็นหลังเอาหลังเป็นหน้าเช่นพูดว่าดีงามหน้ากับหน้างามอย่างนี้เป็นต้นในความหมายของไทยแล้วก็รู้แล้วว่าเออถ้าพูดว่างามหน้าตาหมายความว่าแย่แล้วนี่งามหน้าไหมล่ะแต่หน้างานไหมเดินหน้างานดีเป็นความหมายเชิงดีถ้างามหน้าแล้วก็เป็นความหมายเชิงร้ายอย่างนี้สลับทำกันอย่างนี้ก็เป็นความหมายไม่เหมือนกันแล้วหลายคำภาษาไทยมากคำที่เอาสลับขึ้นหน้าขึ้นหลังกันเท่านั้นก็เป็นความหมายที่ต่างกันอย่างนี้ก็เป็นศิลปะเป็นสื่อความหมายภาษาที่พูดกับประโยคเอาประโยคเอาความขยายเอาคำขยายสับเปลี่ยนกันอธิบายอันนู้นอันนี้ก็ต่างกันเป็น ถ้าเราไม่ละเอียดเราออกไปทิ้งของเราก็ไม่รู้แล้วเราก็ไม่เข้าใจได้ว่าท่านได้ไปละเอียดแต่แท้จริงภาษามันก็ซ้ำภาษาเดิมก็เหมือนของเก่าแล้วก็ตีความหลวมๆเอาเข้าใจเปิดเผยเราก็เลยนึกง่ายๆก็ฟังง่ายๆฟังไปเถอะถ้าฟังหยาบๆเอาใจความมาเอาแต่ปัญญาหยาบๆมารับฟังจิตไม่แยบคายไม่เกิดปฏิภาณไม่เกิดปัญญาไม่เกิดญาณทัศนะที่ละเอียดลึกซึ้งสุขุมประณีตมันก็ไม่ฉลาดขึ้นสักทีมันจะไปบัญญัติภาษาใหม่ขึ้นมาไหวยังไงกันไม่ไหวหรอกไปนั่งจะบัญญัติภาษาแล้วก็มาอธิบายภาษาแล้วก็สื่อสิ่งไม่รู้อีกมันก็ไม่ได้เพราะฉะนั้นก็อาศัยภาษากล่าวสิ่งเก่านี่เหลือเฟือแล้วก็พยายามที่จะมาเรียกเรียนเอามาขยายรีดเข้าเข็นเข้าเข็นเข้าคั้นข้าวเพื่อ ได้รู้สื่อไม่รู้ยกทั้งอุทาหรณ์มาเป็นองค์ประกอบยกทั้งเรื่องราวยกทั้งนิพพานนั้นทั้งเหตุยกทั้งสมุทัยยกทั้งปัจจัยเข้ามาอธิบายให้เข็นให้รู้ถึงส่วนที่ลึกซึ้งละเอียดละออขึ้นไปจะทำจริงๆมันต้องพยายามตั้งใจฟังดีๆอาทิตย์นี้ก็ต่อว่าเมื่อเราได้ย้ำกันถึงการพักการเพียรแล้วก็รู้ว่าเราไม่ติดพรรคเราได้แป้นแล้วจะเป็นฤาษีระดับไหนก็ได้ระดับที่ไม่ต้องละเอียดถึงขนาดนี้หรอกพวกเรานี่เคยพูดบอกตั้งแต่ต้นแล้วตั้งแต่ตั้งแดนนู้นบอกพวกคุณนี่ปล่อยเสือเข้าป่าไม่ยากหรอกปล่อยเดือนละทีให้เป็นเดือนละทีไม่ยากเลยเพราะคนที่รับแทนที่จะสบายแต่พระพุทธก็ไม่ได้ใจดำถึงปานนั้นจะทำเล่นอย่างนั้นไม่ได้ พระโพธิรักษ์เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าต้องประกอบคู่ศาสนาพุทธขึ้นเหนือกว่าศาสนาเดียรถีย์ต้องมาทำให้ขึ้นจึงได้พยายามโมเสสตีมาจนกระทั่งป่านนี้เนี่ยคนเก่าก็ยังแช่อิ่มอยู่เลยมันไม่บวมแล้วเหรอแค่ซะจนจะบวมอยู่แล้วมันเป็นฐานอาศัยจริงๆมันเหมือนคนไม่เคยพบไม่เคยเห็นภาษาอีสานเขาเรียกคนสร้างพบภาษาอีสานเขาเรียกคนซ่าพบภาษาภาคกลางก็คนจะเรียกอะไรอ่ะไม่เคยพบเคยเห็นผีที่ไม่เคยพบเคยเห็นผีกระสือผีจะกลับมันไม่เคยพบเคยเห็นเหมือนกับคนหรือใครเห็นอาหารโอ้โหมัน มันกินมันแสบมันติดมันกินไม่ปล่อยไม่ว่างไม่คลายข้าวหม้อข้าวให้มันกินหมดหม้อหมดหายตามันแสบมันติดอยู่น่ะมันจะกินมากกินนานกินมากกินนานไม่มีเวลาอิ่มไม่มีเวลาพอเนี่ยมันมันมันมันเป็นอย่างนั้นจริงๆคนอยากจะเป็นบริวารของพระพุทธเจ้านี่เคยเรียนรู้ถึงเรื่องพรรคแล้วเคยได้เคยเสพแล้วเคยได้รู้กันจากชัยนาทสนังเคยรู้ว่ารถของความสงบนี้เรายินดีเราชอบกว่าเหนือกว่ารถของโลกแล้วก็ได้มายิ้มแล้วได้บำเพ็ญบารมีมาแล้วมาเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าบริวารพระพุทธเจ้าเพราะฉะนั้นก็เลยไม่ค่อยติดพรรคไม่ค่อยติดจุดไม่เคยติดฐานเดียวแต่ผีมากนักท่านก็สอนหลุดวัยพวกคุณน่ะมาจาก พี่ก็ซื้อใหม่ๆกันก็เยอะกว่าจะมาพบผมเนี่ยกว่าจะมาพบอาตมาเนี่ยผีกระสือนี่มันไม่เคยได้มาเห็นนางไม่เคยได้มารับรู้รสแห่งความพักความหยุดไม่เคยรู้รสแห่งการหนีออกมาจากโลกโลกียะมันเป็นผีใหม่แหมมาได้แค่นี้แล้วมันเหมือนจอมตะกละมันเหมือนไอ้คนหรือใครจริงๆอ่ะมันหิวโหยกินไม่รู้พักกินไม่รู้หยุดกินไม่รู้พอกินหม้อไหแตกจริงๆนะคนที่เคยเห็นเคยเจอแล้วยิ่งเป็นเองอาตมานี่เคยเป็นเองเคยเป็นคนหรือใครโอ๊ยหายจากใครคอยค่าข้าวต้มมาเป็นหม้อแล้วคนเขาร้องโอ๊ยๆเรามาเอามาเยอะนักที่ไหนได้ มีอีกไหมหายเงียบเลยกินเปรี้ยวยังไม่ได้นึกว่าจะอิ่มเลยอีกสมองนี่ก็ได้มันไม่รู้จะอิ่มจะพอจริงๆแหมมันกินมโหฬารมันกินผลาญพรากเนี่ยเอารองเท้าหอนประกอบให้ฉันใดฉันนั้นพวกเรานี่มาจากผีกระสือเยอะแต่ไม่ติดถ้าเรายังเผลอบอกว่าเรายังจะติดอยู่กับเราคนเป็นผีใหม่นี่อนุโลมให้เราหน่อยสิคุณก็ใช้อยู่นี่แหละถ้าคุณไปถือตัวอย่างนั้นไม่ถือให้รู้ว่ามันก็ดีกว่าคุณแน่ใจสิว่ามันดีกว่าโลกียะรถแน่ใจสิว่ามันเหนือกว่ากามมารถคุณทำความแน่ใจให้หมดมีกี่ขาให้ได้สิถ้าเขายังวิจิกิจฉาอยู่คุณก็ไม่เสพติดตามคุณไปเอาเชื้อถ้ามันดีถ้ามันไม่ดีคุณมาเอานี่แล้วแล้วก็มาได้ไอ้นี่แล้วได้ ติดตามอยู่มารับชาติมันก็วนอยู่ตรงนั้นมันก็วนอยู่ตรงนี้อยู่เหมือนกันก็โลกนี้แม้จะเป็นโรคที่ละเอียดขึ้นก็ตามมันก็เป็นโรควนประเดี๋ยวคุณก็ตื่นตอนนี้คุณก็หลับวันนี้คุณก็พักผ่อนมากพอเพียงด้วยมันก็เอียงไปข้างนึงมันก็ไม่มาเพราะงั้นเราก็รู้ว่านัยยะของธรรมดาธรรมชาติของโลกนี้มันมีพรรคมีน้อยกว่าเพียงเพราะคนเราเกิดมานี่มันเป็นตัวเกิดเป็นตัวชีวิตเพราะชีวิตก็ต้องแสดงชีวิตแสดงบทบาทแสดงการงานเพราะพระพุทธเจ้าถึงสอนไว้ในภาษาซ่อนไว้ว่ากรรมมันตัดการงานหรือกรรมในการกระทำนี่เป็นปลายเป็นที่สุดก็จะต้องเห็นเนื้อสดเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าสอนแม้กระทั่งว่าถ้าสมรรถนะที่เป็นสมณะแท้สมณะแปลว่าผู้ห่างไกลกิเลสและเป็นผู้ถึงความสงบ ผู้ที่สงบแท้แล้วเนี่ยอายุถ้าแสดงว่ายังมีอายุยังมีชีวิตยังมีอายุห่างคือยังมีชีวิตหรือยังมีอายุอยู่เอาอะไรมาช่วยแสดงเอาอิทธิบาทอิทธิบาทก็เห็นแล้วอ๋อเป็นคนมีความยินดีไม่ใช่คนเฉยเมยเป็นความมีความเพียรไม่ใช่คนเกียจคร้านมีฉันทะมีวิริยะเป็นคนมีจิตมีใจไม่ใช่คนมีจิตดับไม่ใช่คนมีจิตตายเป็นจิตตะเป็นคนมีการพัฒนาไม่ใช่คนถอยหลังไม่ใช่คนด้อยพัฒนาเป็นคนวิมังสาเอาลักษณะอิทธิบาท 4 นี้เป็นเครื่องแสดงว่าอ๋อสมณะย่อมเป็นอย่างนี้สมรรถนะของพุทธศาสนาของพุทธชื่อว่าผู้มีอายุผู้มียังไม่ตายดินยังไม่เน่าถ้ายังไม่เน่าตายแล้วเมื่อไหร่แล้วก็จะเห็นสภาพ กี่บาทเจ๊สภาพเป็นผู้ที่มีความยินดีไม่ใช่เป็นคนเฉยเมยเป็นคนแหนงหน่ายเป็นคนมีความยินดีเป็นคนมีวิริยะเป็นความเพียรไม่ใช่เป็นคนถอยขี้เกียจหลบเลี่ยงเป็นคนมีจิตใจไม่ใช่คนไร้จิตใจเหมือนกับท่อนหินท่อนไม้ไม่ใช่เป็นคนมีจิตใจอันนี้หยาบๆแปลอยากถ้ายิ่งแปลละเอียดเป็นคนมีกะจิตกะใจในภาษาไทยเติมกะจิตกะใจแค่นั้นก็เข้าใจแล้วเป็นคนมีกะจิตกะใจเอ้เป็นคนมีน้ำใจเป็นคนมีกะจิตกะใจมันเปลี่ยนเอาใจใส่พยายามมันเปลี่ยนเอาใจใส่ช่วยเหลือเฟือควายเอื้อเฟื้อเมตตาเกื้อกูลกลุ่มโชว์ไม่ใช่ปีกเล่นลีกหรือใครจะทำอะไรใครยังไงยังไงช่างใครมันมีความหมายลึกๆไอ้เราก็พูดไม่หมดสักทีมันเยอะๆที่จะพูดไม่รู้จะพูด พูดละเอียดลออไม่หวานไม่ไว้ที่รู้รู้อยู่ในใจตัวเองนี่รู้กระจ่างกระจ่างคำว่าจิตตะของอิทธิบาทนี้มันมีกะจิตกะใจยิ่งเห็นคนมีจิตใจเห็นคนมีจิตวิญญาณคนนี้เป็นคนกระตือรือร้นเป็นคนกะปิกับปลาเป็นคนเอาใจใส่ลักษณะขนาดนี้ยกยกให้ลักษณะขนาดนี้นี่นะพอเป็นพอไปเป็นตัวอย่างของบุคคลนี่นะขอยกตัวอย่างอย่างท่านอนุตตโรอย่างท่านวิมุตติวรรณโณถ้าวิมุตติวรรณโณเข้าไปรับอาสาในงานอยู่กับที่แต่งานของท่านก็มาแต่ท่านมีการกระจายใครจะมาใครจะไปงานนั้นท่านว่าอยู่เท่านั้นไม่ค่อยมีกะจิตกะใจท่านไม่ได้ไปเดินกว้างระยะยาวถ้าอนุกรมที่ท่านเดินกว้างงานแบบงานคนงานโน่นงานนี่งานอะไรท่านเป็นคนมีกะจิตกะใจขอให้บอกให้บอก ตกตามที่บอกขอให้เห็นขอให้รู้เข้าไปช่วยมีกระจิตกระใจไม่ใช่คนเฉยๆใหม่ๆไม่ดูไม่ดูไม่แลแม่เห็นก็ปล่อยๆเฉยๆเรียงๆไปอะไรมันละเอียดละอ่อนนะมันแสดงถึงลักษณะของคนขยันแสดงถึงลักษณะของอุฏฐานสัมปทาเป็นพูดถึงซึ่งประโยชน์ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์เป็นผู้ถึงซึ่งอุฏฐานสัมปทาเป็นตัวต้นและเป็นตัวปลายปลายที่เรียกว่าปฏิโลมแล้วเสร็จก็หมดจนยอดอยู่ที่อุฏฐานสัมปทาเป็นคนขยันเป็นคนมีฐานะให้อุปทานเป็นฐานกลายเป็นฐานเกิดเป็นฐานตั้งเป็นฐานเป็นอุปทาน ประทับเดียวกันปะทะทัศนะอัตโนมัติฐานตัวนี้แปลว่าความเกิดเป็นน่ะยังอุบัติอยู่เป็นมันเป็นสภาพที่ยังไม่รู้ว่าตัวเป็นตัวชีวิตชีวาหรือตัวเกิดอยู่เป็นฐานให้ผู้เกิดผู้มีชีวิตชีวาเป็นผู้ขยันเป็นผู้ที่มีประโยชน์เป็นผู้มีคุณค่าเป็นผู้ที่มีบทบาทพลังงานกำลังงานเป็นตัวงานอุทานนะเป็นตัวงานไปที่จะทำให้เกิดประโยชน์อธิบายประโยชน์ปรมาให้ฟังประโยชน์ก็คือประโยชน์ที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับสัมปรายิกัตถประโยชน์ เอามาซ้อนกันอยู่เต็มไปด้วยศรัทธาเต็มไปด้วยศีลเต็มไปด้วยจาคะเจ๊เต็มไปด้วยปัญญาไม่มีแล้วจะต้องไปสั่งสมให้เกิดศรัทธาเต็มท่านเต็มแล้วศรัทธาท่านมีไม่ต้องไปรอเอาในวินาทีข้างหน้าเกิดเต็มศรัทธาแล้วเพราะฉะนั้นพบหน้าที่จะไปทำสิ่งนี้ให้ตัวเองอีกไม่ถึงพร้อมแล้วท่านถึงพร้อมแล้วไม่สัมปรายิกัตถะไม่ใช่เป็นอนาคตข้างหน้าเดี๋ยวนี้ท่านมีจึงย่อมๆมาอยู่ที่คิดจะทำอยู่ปัจจุบันไม่ต้องมีอนาคตจึงมาอยู่ที่ปัจจุบันของท่านศรัทธาท่านเต็มท่านเข้าใจเชื่อถือเชื่อเห็นความจริงด้วยเชื่อเพราะสิ่งนั้นเรามี Garden อนุญาตอธิบายสัตว์ร้ายฟังแล้วตั้งแต่ศรัทธาอารมณ์ ตั้งแต่ได้ยินฟังนี่คุณฟังไปนี่เป็นศรัทธาลงฟังไปแล้วคุณก็ไปทำให้มันทรงเป็นให้มันส่งให้มันเกิดขึ้นที่ตนเกิดอะไรเกิดความขยันเกิดอุฏฐานสัมปทาคุณทำคุณทำคุณก็เกิดสัพพะขึ้นสักพระขึ้นคุณฟังมันเป็นสัตว์พระธรรมคุณฟังนี่คุณเข้าใจดีเห็นจริงไหมเถียงเลยหมดวิจิตรอิจฉาเลยเกิดญาณทัศนะเกิดทัศนะและไม่สังวรไปปฏิเสธว่านาไปทำแสบคุณจนตั้งมั่นจนไม่ต้องฝืนต้องทนอะไรนี่ขยันไม่ต้องฝืนนี่มันไม่ต้องฝืนนี่ขยันมันหมดเรี่ยวหมดแรงเอาอยู่เฉยๆนะอย่างอาตมานี่ขอยกตัวยกตนให้ฟังหน่อยมันหมดเรี่ยวหมดแรงเองมันเมื่อยพยายามเข็นตัวเองแล้วนะโอ้โหหมดพลังแล้วพี่อะไรนะมันยังต้องการให้เสร็จตรงนี้แล้วก็ทำก็ทำไปจนบางทีก็ฟุบไป รัสเซียไปเปรียบไปมันไม่ใช่มันขี้เกียจน่ะมันไม่ขี้เกียจเลยข
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive