มายา กับ สิริมหามายา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์7.88 KB
วันที่แก้ไข10 ตุลาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

มายา กับ สิริมหามายา _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกขอกราบเรียนถามว่า หากให้พระพุทธเจ้าเป็นพระเจ้า พวกเราก็เป็นพระบุตรแบบพุทธ คือ นำคำสอนของพระเจ้า(พระพุทธเจ้า)มาปฏิบัติแล้ว บรรลุธรรม และธรรมะที่ได้จากการบรรลุธรรมนั้น เป็นของพระบุตรแต่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมะของพระเจ้า(พระพุทธเจ้า)จะได้ไหมคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า...ได้ แสดงว่าเข้าใจพยัญชนะและสภาวะ ลงตัวกันได้ อันนี้เข้าใจดี ดีมากเลย อาตมาอธิบายธรรมะให้พวกเราฟัง ซึ่งลักษณะเทฺว ลักษณะ2 และลักษณะ 2 ที่เป็น 1 เป็นเทฺวที่เป็นสิริมหามายา มันไม่ใช่อธิบายได้ง่ายๆ แต่มันเป็นสัจจะที่ต้องเป็นเช่นนั้น ในโลกนี้ มันจะบอกไม่เป็นเช่นนั้นไม่ได้ มันไม่ได้ อาตมาเห็นใจพวกทางตะวันตกหรือว่าทางยุโรป ทางภาษาอังกฤษเขามีคำว่า dialectic แต่เขาไม่สามารถที่จะแยกแยะ dialectic ไม่สามารถรู้ทั้งสภาวะและบัญญัติ ตัดสินลงไปได้เลยว่า มันจะจบอย่างไร เขายังไม่ได้ เพราะเขาเป็นเทวนิยม แต่ของพระพุทธเจ้านั้น รู้ชัดเจน จบได้ จะให้มี แล้วก็อยู่ มีอิทธิพลเหนือสภาวะ 2 นี้ได้ แล้วก็ทำเป็น 1 ได้ ด้วยสัจจะด้วย สิริมหามายา มีคำว่ามายา เพราะฉะนั้นก็เหมือนกับเป็นมายาชนิดหนึ่ง ในเรื่องของเทวนิยม หรือในเรื่องของอวิชชา แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่มายา แต่เป็นสิ่งที่ดีที่ประเสริฐสุด สิริมหา ยิ่งใหญ่มากแล้ว จบ สิริมหามายา เพราะฉะนั้นความหมายและสภาวะจริงของสิ่งนี้ จริงๆแล้ว มันหมายถึง จิตเจตสิก ต่างๆ แต่มันเป็นตัวตนบุคคลก็ลงตัวกัน ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระมารดาก็จะเป็นสิริมหามายาทุกองค์ พระพุทธเจ้าก็จะเป็นสิทธัตถะทุกองค์ โดยพยัญชนะมันบอกอย่างนั้นเลย แต่สภาวะของแต่ละอัตภาพ แต่ละยุค แต่ละสมัย แต่ละอ

อ่านต่อ

ะไร มันก็คนละอัน ไม่ใช่พระพุทธเจ้าองค์นี้ไปเกิดแล้วเกิดอีก เกิดแล้วเกิดอีกตลอด ไม่ใช่ ก็คนใหม่นั่นแหละ แต่มาอยู่ในบัญญัติเก่า อยู่ในพยัญชนะเก่า อยู่ในคำสอนเก่าของพระพุทธเจ้า ทุกพระองค์ตรงกันหมด อาตมาก็เดินเป็นสิทธัตถะมาเรื่อยๆ และพยายามสอนให้พวกเรารู้จักสิริมหามายา และสร้างสิริมหามายาของตัวเอง เป็นแม่ผู้ให้กำเนิดสิทธัตถะ สิทธัตถะคือ มีตัณหา หรือมีความอยาก อันสำเร็จแล้ว สิทธัตถะ ท่านแปลไว้กระชับดี สิทธัตถะคือ มีตัณหาหรือมีความอยาก ผู้มีความอยากอันสำเร็จแล้ว มีความอยากเป็นกิริยา มีความอยากอันสำเร็จแล้ว และก็ทำความอยากอันนี้ให้สำเร็จเรียบร้อยแล้วด้วย คำแปลนี้กระชับดีมาก 650930 ตอบปัญหาไม่ดับสัญญาแต่ดับกิเลส พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน