เปรียบเทียบนายกฯ พลเอกประยุทธ์กับคุณทักษิณ(ตอน 1) ตัดรวม (ตอน 2).docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข10 ตุลาคม 2565

เนื้อหาในไฟล์

เปรียบเทียบนายกฯ พลเอกประยุทธ์กับคุณทักษิณ(ตอน 1) ตัดรวม (ตอน 2) พ่อครูว่า... ทักษิณเขามีเงินบินไปบินมามีเครื่องบินส่วนตัวไปตรงมาตรงนั้นตรงนี้ได้ แล้วประเทศไทยก็ใจดีมาก ที่จริงจับมาลงโทษเมื่อไหร่ เอาจริงๆจังๆทำก็ได้ แต่ก็ใจดี นี่คือเมตตาจริงๆเลยทักษิณไม่เคยรู้เรื่องเลยไม่เคยสำนึกไม่เคยสำเนียง ไม่เคยที่จะฉุกคิดเลยว่า ประเทศไทยนี้เมตตาเขาเท่าไหร่ เท่ากับลูกหลานประเทศไทยย่ำยีประเทศไทยยกตัวอย่างต้นคงประเทศไทยทั้งประเทศ ถ้าเขาไม่โกง คำนี้คำเดียว ชีวิตทักษิณจะสบายมากเลย ถ้าเขาไม่โกงอย่างเดียว ทั้งชีวิตไปเขาก็อยู่ในแผ่นดิน อย่างน้อยก็ได้อยู่ในประเทศไทย ไม่ต้องบอกว่าอยากกลับประเทศไทย ใครห้ามเอ็งไม่ให้กลับทักษิณ อะไรห้ามคุณ เดี๋ยวจะหาว่าพูดหยาบ ใครห้ามคุณไม่ให้กลับมา กลับมาได้ แต่เพราะคุณโกง มีคดีที่พิพากษาแล้วต้องติดคุก คุณก็ต้องมาติดคุก นี่ต่างหากล่ะ คุณเข้ามาแล้วต้องติดคุกต่างหาก คุณทำเป็นพูดหลอกเด็กอมมือว่า ไม่กลับ กีดกันเขา ปัดโธ่เอ๊ย ไม่เคยมีใครกีดกันคุณเลย ไม่มีใครไม่ให้กลับเลยทักษิณเอ๋ย หลอกเด็กไปวันๆ หลอกคนโง่ไปวันๆ แล้วก็มีจำนวนคนโง่ไปหลงคารมทักษิณอยู่ได้ นี่ก็เหลือเกินจริงๆ เมื่อไหร่จะหายโง่สักทีคนพวกนั้นเอ๋ย เอาแต่แค่ข้อ ถ้าทักษิณไม่โกงชีวิตจะเป็นอย่างนี้หรือ ถ้าไม่โกงก็จะไม่ถูกพิพากษาลงโทษ ถ้าไม่โกงก็จะไม่เป็นมนุษย์เร่ร่อน ไม่มีแผ่นดินจะอยู่ ถ้าไม่โกงก็ไม่ต้องโอดครวญ อยู่อย่างที่เป็น เพราะฉะนั้นก็เกิดจากคำว่า “โกง” คำเดียว ที่มันเป็นทุจริตกรรมที่ส่งผลให้เห็นชัดเจนที่สุดเลย ชัดเจนมาก คุณมีเงินคุณ มีเครื่องบินส่วนตัว มีปราสาทที่มาซื้อไว้หลายหลัง ไปพักบ้านไหน แบบโลกๆ ประโลม รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแบบโลกๆได้หมดแต่จิตของคุณมันนรกกินหัวร้อนรุ่ม ไม่ได้เป็นอยู่สุขเลย มันไ

อ่านต่อ

ม่ได้เป็นคนที่อยู่อย่างสงบสบาย ไปได้เลยทักษิณ นี่แหละคือผลวิบากกรรมที่ทักษิณทำและออกผลให้เห็น ถ้าคนมีปัญญา มีดวงตาทางธรรม จะเห็นว่าทักษิณทำตัวเองที่เป็นเช่นนี้ แล้วแยก โลกีย์ โลกธรรมที่เขาอาศัยประโลมตนเองอยู่ กับ โลกุตระหรือปรมัตถสัจจะแท้ในจิตลึกของเขาว่าเขาอยู่เป็นสุขหรือไม่ เอาแต่แค่สุขทุกข์มันเป็นโลกียะเท่านั้น เขาไม่ได้สุขเลยเขามีความทุกข์ ที่ภาษาธรรมะเรียกว่า นรกอเวจี นี่แหละคือนรกอเวจีแท้ๆ ของมนุษยชาติ เข้าใจให้ได้ แล้วก็มีอะไรเป็นองค์ประกอบสังขารธรรมปรุงแต่งอย่างนู้นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนั้น เอานอมินีมา เพื่อให้ดึงตัวเองกลับได้ โดยมีประเด็นเดียว ต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้จงได้ ประเด็นเดียวแท้ๆเลย ออกกฎหมายให้ได้ ยังไงๆก็ต้องให้ได้ สส.มีอำนาจในสภา แล้วก็ชนะ มีอำนาจในการออกกฎหมาย แล้วกฎหมายที่ออกนั้นต้องนิรโทษกรรมให้เขากลับบ้านได้อย่างเท่ห์ๆ นี่คือเป้าประเด็นหลักที่เขาจะต้องทำให้ได้ เดี๋ยวนี้เขาก็ยังคิดว่าเขาจะต้องทำให้ได้ แต่เขาทำไม่ได้ ด้วยสัจธรรมที่เขาโกงก็ต้องมีวิบากออกไป ถ้าอยู่ก็ต้องติดคุก ถ้าติดคุกเสีย แรกๆเลยนะ เชื่อว่าคนไทยอาตมาเชื่อ ถ้าคุณทักษิณทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตน ประชาธิปไตยจึงเป็นคนรับใช้ประชาชนแล้วเชื่อในกฎหมาย ไม่หนี รับโทษทัณฑ์ไป คดีต่างๆในคดี จะถูกยกเลิกโดยปริยาย รับผิดเสียบ้างแล้วก็ออกมา ติดคุก จริงๆไม่กี่ปีหรอก ออกมาก็ยังฟื้นทำอะไรต่ออะไรได้ ก็จะได้อยู่กับลูกหลาน อย่างที่บอกว่าอยากจะมาเลี้ยงหลาน จริงๆเป็นเรื่องจริงในชีวิตของเขาแต่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ ก็เลยต้องดิ้นอยู่ในนรกอเวจีอย่างนั้น มันอยากเป็น อยากได้ อยากมี อย่างนั้น แต่มันไม่ได้ นี่แหละนรก นี่แหละนรก อ่านสภาวะจริงของนรกของมนุษยชาติให้ได้ คือไม่ปล่อยวาง ยึดเป็นเราเป็นของเราไปหมด ในเรื่องที่เขาบอกเขาเสียดายอันนั้น เสียดายอันนี้ อวดเก่ง ฝีมือเขา ถ้าเขาอยู่เขาจะทำให้ดีหมดทั้งนั้นเลย อ้างมาอย่างน้อย 10 ข้อ ให้เขาคิดอ้างอีกก็ได้มากกว่า 10 ข้อ แต่ 10 ข้อนี้มันก็โอ้โห เห็นขี้ฟัน โม้มาไม่รู้กี่ปี๊บแล้ว เพราะฉะนั้นการคุยโวกับการปฏิบัติ เทียบดู คุณทักษิณกับพลเอกประยุทธ์ เทียบการปฏิบัติประพฤติ พลเอกประยุทธ์ปฏิบัติเป็นนายก ปฏิบัติงาน เป็นนายกนานกว่าทักษิณ เลยไปหลายปีแล้ว ทักษิณเป็นนายกก็ดูเหมือนประมาณ 5 ปีกว่าๆ อาตมาจำเวลาไม่ได้ เอาประเด็นเดียว ขี้โกงกับซื่อสัตย์ ล้มล้างกันคนละขั้วโลกเลยประยุทธ์กับทักษิณ เอาคำว่าขี้โกงกับซื่อสัตย์ ถ้ายิ่งไปเอารายละเอียดจริงๆ การปฏิบัติบริหารประเทศของทักษิณ เท่าที่อาตมามีความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ น้อย อาตมาเข้าใจแต่ละวิชาโลกุตระที่เป็นหลักของเศรษฐกิจ แต่การปฏิบัติเศรษฐกิจของโลกที่เขาซับซ้อน เศรษฐกิจแบบโลกๆที่ซับซ้อน ก็คือ จะต้องรวย จะต้องได้เปรียบ ไม่ว่าใครทั้งนั้นเลยเศรษฐกิจโลกีย์ จะต้องได้เปรียบ ต้องรวย ซึ่งคนละขั้วกันกับเศรษฐกิจโลกุตระที่จะต้องเสียสละ คือเสียเปรียบและจะต้องจน เห็นไหม อาตมา พูดถึงเรื่องเศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจแบบคนจน อาตมาไม่ได้พูดปากเปล่า อาตมาพาชาวอโศก ระบุกลุ่มหมู่เลย ให้เข้าใจและจริงใจ มาจน มาลดตัวลดตน จนจริงๆไม่ได้พูดปากเปล่า ยถาวาที ตถาการี ยถาการี ตถาวาที พูดยังไงทำอย่างนั้นจริง ว่ามาจน จนคืออะไร จนคือไม่สะสมเงินมาก ไม่สะสมทรัพย์สมบัติมาก ทำงานขยันหมั่นเพียร สร้างสรรสิ่งที่ควรสร้างสรรด้วยความขยันหมั่นเพียร แล้วก็ทำให้เศรษฐกิจ ขายถูก โดยมีหลักการ คือ 1. ขายต่ำกว่าราคาตลาด ราคาตลาดเฉลี่ยเท่าไหร่ ขายต่ำกว่าเขาให้ได้ 2. เท่าทุน 3. ต่ำกว่าทุน 4.แจก ฟรี หลักการเหล่านี้ไม่ได้พูดปากเปล่า ชาวอโศกปฏิบัติจริง ปฏิบัติได้จริง ทุกวันนี้ ไม่ได้รื้อฟื้นเพื่อเอาดีเข้าตัวเลยหรือเพื่อยกตัวดีนะ บ้านราช ตอนนี้น้ำท่วมไม่ได้แจก แต่ก่อนนี้ทุกวันพฤหัสบดีเราก็แจก ที่เรียกว่าโรงบุญปันสุข ก็มาเข้าแถวเข้าคิวมารับกันอย่างน่าเอ็นดู ชาวบ้าน ต้นไม้สองข้างทางก็ปลูกให้เก็บกินได้มีเป็นต้น ที่เราทำมาไม่ได้อวดอ้างทำโชว์ ไม่ใช่ ไม่ได้เป็นดรามาติก แต่เป็น truth เป็นเรื่องจริงที่เราทำอย่างจริงใจเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้แหละ ชาวอโศกทำได้เพราะอะไร เพราะปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติสำเร็จ ปฏิบัติมีมรรคผล คิดไม่มีตัวตน ลดตัวลดตน ไม่ยึดเป็นของเราเป็นตัวเรา ซึ่งมันเป็นจริงเป็นความสำเร็จของการศึกษาธรรมะพุทธเจ้าและปฏิบัติมีผลสำเร็จจึงมีพฤติกรรมจริงปรากฏการณ์จริง แล้วมันก็ไม่ได้ทำด้วยจิตใจทุกข์ร้อนอะไร มาจนก็ไม่ได้ทุกข์ร้อน จนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจอีกต่างหาก ที่พูดไปจนหมดแล้ว ประเทศไทยอาตมาภาคภูมิใจที่มีคนไทยและมีชาวอโศกที่ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าได้อย่างนี้ แปลว่าทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ก็ตาม ปฏิบัติแล้วมันเป็นโลกุตระหมด เป็นสาธารณโภคีด้วย ซึ่งเปรียบเทียบให้เห็นได้เลย กับโลกียะธรรมดา แม้จะเป็นโลกียะแบบดี เศรษฐกิจโลกียแบบดี ซื่อสัตย์สุจริต ใช้น้ำพักน้ำแรง ใช้ความรู้ความเฉลียวฉลาดได้เปรียบเขา แต่มันก็ได้เปรียบเขาและมันก็ไม่รู้จักพอ ไม่มีสันโดษ ไม่รู้จักพอ ไม่มักน้อย เพราะเขายังต้องเอามากๆ โลกุตรธรรม ถ้าชาวอโศกไม่เกิดมาในยุคปัจจุบันนี้จะไม่มีตัวอย่าง คนจะนึกไม่ออก และแม้ว่าเรามายืนยัน ปฏิบัติให้เห็นจริงๆ เขาก็ยังเข้าใจไม่ได้ มี คนเข้าใจได้ แต่เขารู้ว่า เขาปฏิบัติตามไม่ได้ มี แต่เขาปฏิบัติธรรมไม่ได้เขาก็ไม่เอา และก็ไม่พยายามมาศึกษาเพื่อจะเจริญแบบนี้ด้วย เพราะว่าเชื้อกิเลสในจิตของเขามันสูงกว่าที่เขาจะยอมลดละ ก็มีคนเห็นว่า ถ้าเกิดมาเป็นคนปฏิบัติเดินทางตามพระพุทธเจ้า พามาจน พามาเป็นคนหมดเนื้อหมดตัว มาเป็นคนโลกุตระ มาเป็นอรหันต์ โอ้โห คนอย่างนี้เป็นผู้บรรลุธรรมสูงสุด เกิดมาเป็นคน ไม่เสียชาติเกิดแล้ว คนที่เข้าใจได้อย่างนี้จริงๆ จึงจะมา ไม่มีปัญญาเข้าใจอย่างนี้ได้จริงๆ ไม่มาหรอก ต่อให้พอเข้าใจด้วยตรรกะ ด้วยเหตุผลบ้าง เขาเข้าใจได้ แต่ไม่มีทางที่เขาจะมาปฏิบัติ ไม่ใช่ไม่มีทาง แต่เขาไม่กล้าจะมาปฏิบัติ ทางน่ะมี

เปรียบเทียบนายกฯ พลเอกประยุทธ์กับคุณทักษิณ (ตอน 2) พ่อครูว่า... เอาอย่างนี้ เอาปัจจุบันธรรม ไม่ต้องไปเอาใคร เอาทักษิณกับพลเอกประยุทธ์ ทักษิณก็ทำงานมาพอๆกัน พลเอกประยุทธ์ก็ทำมาแล้ว มากกว่า ก็ยืนยันความซื่อสัตย์ มากกว่าเลย ทักษิณเริ่มต้นเข้ามาก็ประกาศว่าตัวเองไม่โกง ไม่ผิด ไม่ทรยศ ไม่ทุจริต รวยพอแล้ว พอเข้ามาไม่ทันไร ลายออกเลย ลายชั่วออก เสียจน โอ้โห ออกมาเต็มเนื้อเต็มตัว เป็นขี้กลากขี้เกลื้อนจนเลอะเทอะ จนทุกวันนี้เขาก็ยังสร้างขี้กลากขี้เกลื้อนใส่ตัวเองอยู่ ยังไม่หยุด ตั้งแต่ประเด็นแรก ซื่อสัตย์กับทุจริต แค่นี้ก็เห็นแล้วว่ามันคนละขั้ว ดำกับขาว พลเอกประยุทธ์กับทักษิณ 2. ถ้าเทียบการทำงานแล้ว ผลงานของทักษิณที่เขาพูด เทียบไม่ได้เลย เนื้อแท้เลย เนื้อแท้ของการทำงานกับประเทศ ที่จะเกิดผลเกิดประโยชน์แก่มนุษยชาติ แก่ประเทศชาติ ทั้งของในประเทศ ทั้งของเชื่อมโยงไปต่างประเทศ ผลงานของพลเอกประยุทธ์ ที่เชื่อมโยงติดต่อกับตะวันออกกลางเขาได้

ซาอุดิอาระเบีย เขาเป็นประเทศที่รวยถาวร เขาไม่ง้อใครด้วย แต่เราเชื่อมโยงกับเขาไม่ใช่ไปอยากได้อะไรของเขา แต่ว่าก็ควรจะต้องเชื่อมโยงกัน เป็นประโยชน์ต่อกัน เราก็ให้ประโยชน์เขา เขาก็ให้ประโยชน์เรา ถึงแม้เขาจะรวย เราก็ไม่ไปเอาเปรียบเขาหรอก เพราะว่าศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้คนเอาเปรียบใคร แม้ในฐานะที่จะมีเปรียบได้ ก็ไม่ไปเอาเปรียบเขา พยายามทำเท่าที่ควร ตามกำหนดสมมุติโลกกำหนดกัน แล้วเราก็ทำให้ต่ำกว่าตรงที่ว่า เราทำให้น้อยกว่าที่โลกเขากำหนดจะเอา หลักธรรมพวกนี้อาตมาพาชาวอโศกทำ จนกระทั่งถึงระดับสาธารณโภคี เป็นคนเสียสละ เป็นคนที่มักน้อยสันโดษ เป็นคนให้แก่คนอื่นมากกว่าที่จะเอาจากเขา แต่เราเองชาวอโศก แม้แต่ชาวไทยเอง ก็ยังรับช่วง คุณธรรม รับช่วงคุณวิเศษที่ พระพุทธเจ้าท่านพาทำเหมือนชาวอโศกพาทำได้นั้น ทำยาก คนไทยชาวพุทธด้วยก็ยังยาก ก็เลยไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องต่างประเทศ ที่เขาเป็นศาสนาประโยชน์ท่านก็มาก มันเป็นสัจจะง่ายๆ แต่คนทำได้ยากเท่านั้นเอง ขยันเหมือนกัน เท่า แต่คนที่ไม่เอาประโยชน์ตนเอง แล้วก็มีประโยชน์แก่คนอื่นได้มาก คนที่ยังเอาประโยชน์แก่ตัวเองได้มากก็ให้คนอื่นได้น้อย ดีไม่ดีซ้อน เอาจากของคนอื่นมาเป็นของตนเองโดยที่เรียกว่า สุจริต ที่เอาเปรียบมาให้แก่ตัวเองเกินนั้น มันเป็นทุจริตทั้งนั้น _สู่แดนธรรม... ทุจริตในทางสัจธรรม ทางกฎหมายอาจจะให้ทำได้ แต่ในทางสัจธรรมแล้ว คนมี 1 เสมอตัวกับทุจริต พระอรหันต์หรือพระอาริยะเท่านั้นที่จะเสมอตัวกับสุจริต มีแต่จะเสียสละๆๆ แต่คน มีที่จะเอาน้อยก็ได้ แต่ถ้าจะได้มากก็จะเอา ไม่มีหยุด (พ่อครูไอ..ตัดออกด้วย) _สู่แดนธรรม...กัณฑ์พิเศษวันนี้ พ่อท่านได้พยายามเอาทั้งสัจธรรมที่มีตัวตนจริง ยืนยันให้ดู ทั้งคนที่ทำในเชิงกุศลอย่างดีแล้วก็ มีตัวอย่างของคนที่ไม่ซื่อสัตย์ พอดีช่วงที่พ่อท่านพูดถึงบุคคลที่เก่งคนนั้น ผมพยายามเดาใจว่า เขาเป็นคนที่ดูถูกความซื่อสัตย์ ถ้าเขาเห็นว่า ความซื่อสัตย์ไม่มีความสำคัญ เขาก็จะไม่ปฏิบัติ ใจความสำคัญของวันนี้ พ่อท่านคง ให้เห็นโทษภัยของความไม่ซื่อสัตย์ ผมไม่แปลกใจว่า ทำไมพ่อท่านต้องบัญญัติ 4ข้อนี้ไว้ในบุคคลที่มีโลกุตระ ไม่มีตัวตน ซื่อสัตย์ มีสมรรถนะ มีปัญญาที่รับใช้ผู้อื่น ลูกๆอโศกหลายคนก็ให้ความสำคัญ 4 ข้อนี้อยู่ อยากให้พ่อท่านพูดถึงอีกครั้ง พ่อครูว่า... ความเป็นจริงของประเทศไทย มีคนที่รับใช้ประชาชนอยู่ ความไม่เห็นแก่ได้ ไม่มีตัวตน เหมือนอย่างคุณลุงจำลองบอกว่า รับแต่สิ่งที่ ควรได้ ควรมี ควรเป็น ไม่เอาเกินนั้น แล้วรู้จักขอบเขตของความพอ คุณจำลองทำงาน ขนาดมาเป็นผู้ว่า กทม. ก็เอาแต่เงินเดือนของทหาร บำนาญของทหารใช้ เงินของตำแหน่งผู้ว่า เอาไปแจกคนอื่น อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็คิดว่าพอกินพอใช้ก็ใช้มาอย่างนั้นตลอด อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมันเป็นคนจริง เป็นความจริง อย่างเช่น พลเอกประยุทธ์ ก็ซื่อสัตย์ อันนี้แหละเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ อันนี้อันเดียวเท่านั้นก็ ไปเถอะ ทำงานให้แก่สังคมประเทศชาติไป มันไม่มีความเห็นแก่ได้เล็กๆน้อยๆ พลเอกประยุทธ์ไม่มี คนเขาโทษแต่ว่าพลเอกประยุทธ์ปล่อยให้มีการทุจริต จะไปห้ามคนอื่นไม่ทุจริตนั้น คนมีตั้งเท่าไรเป็นล้านๆ ทำให้ตาย มันทำไม่ได้หมดหรอก มันเกินไป ใครจะไปอยากให้มันเกิดมันมี แต่มันก็สุดวิสัย ในขณะนี้ประเด็นที่มันเด่น ต้องใช้ แล้วเขาก็ทำอยู่ พยายามอยู่ ก็ได้ผล ได้ประโยชน์ ขณะนี้ประเทศไทยว่ากันจริงๆแล้ว อาตมาอธิบายไปถึงว่า เป็นประเทศประชาธิปไตย ประชาธิปไตยในความหมายของอาตมานะ 1. ผู้บริหารต้องไม่มีตัวตน 2. ผู้บริหารต้องทำงานเพื่อประชาชน หรือรับใช้ประชาชน หรืออีกสำนวนหนึ่งว่า รับใช้ประชาชน จริงๆ นี่เป็นเรื่องของหลักประชาธิปไตยที่แท้จริงเลยนะ 3. ต้องมีปัญญา มีความรู้ความฉลาด เฉลียวฉลาด ปัญญานี้เป็นภาษาของศาสนาพุทธ ที่ประกอบไปด้วย 1) ข้อหนึ่งที่ไม่มีตัวตน ไม่เห็นแก่ตัว 2) ทำงานเพื่อผู้อื่นหรือรับใช้ประชาชน ก็คือมีปัญญา 3) มีปัญญาคือรู้แล้ว 4) มีความเป็นไปได้เป็นจริง เป็นปรากฏการณ์จริง เป็นสมรรถนะจริง ที่ทำแล้วปรากฏจริง ยืนยันจริง เป็นการทำยืนยันจริงด้วย 5) ปรากฏการณ์เป็นที่ยืนยันขึ้นมา เป็นที่อ้างอิง ได้แท้ๆ จริงๆ เลย นี่คือสิ่งที่ปรากฏ ในประเทศไทยขณะนี้ ขอท้าวความไปถึงความเป็นประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่เรียกว่า รัฐประหาร หรือปฏิวัติ ก็ตามใจ ความหมายของมันก็เป็นซินโนนีม ก็หมายความว่าเปลี่ยนแปลง เอาสิ่งที่ไม่ดีออกและเอาสิ่งที่ดีเข้าไปแทน ด้วยความเห็นผลทันที ส่วนปฏิรูปคือทำอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆไป เปลี่ยนแปลงทีละน้อย ประเทศไทยมีประชาชนปฏิวัติหรือประชาชนทำรัฐประหารรัฐบาล ฟังให้ดีนะ รัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ในขณะนั้น รัฐบาลทักษิณ ทำอยู่ขณะนั้น เป็นต้น สุดท้ายก็มีประชาชน มาปฏิวัติ พยายามประท้วง แต่มันก็ยังแรงยังแข็ง ยังทำอะไรไม่ได้ ต้องอาศัยทหาร พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ก็ออกมาช่วยประหาร แต่ไม่ได้ทำอะไร เอาเครื่องมือ รถถัง ออกมา ก็ไม่ได้ยิง เด็กๆ ก็ไปขี่เล่น เอาดอกไม้ไปเสียบปากกระบอกปืน เท่านั้นเอง เป็นรูปธรรม แต่ก็ทำสำเร็จ ประหารรัฐบาลทักษิณได้สำเร็จ ทักษิณก็เอาโนมินี สมัคร ขึ้นมา ประชาชนก็ไปไล่อีก ไล่ไปไล่มาไล่มาไล่ไป สมัครก็หลุดไปอีก แต่ไม่ใช่ทหารมาปฏิวัติ ไม่ใช่ทหารมาประหาร แต่เป็นตุลาการประหาร เป็นตุลาการภิวัฒน์ ตุลาการตัดสินให้แพ้ออกไป ก็หลุดออกไปโดยที่เรียกว่า คุณไม่ต้องบริหารก็แล้วกัน ตัวแทนตัวนี้ ทักษิณก็ยังมีน้ำยาอีก ไปดึงเอาสมชายมา เราก็ประท้วงอีก นี่คือประชาชนทำรัฐประหารทั้งสิ้น สลายอำนาจ เอาความจริงไม่ได้เอาอำนาจบาตรใหญ่ ไม่ได้เอาอำนาจแบบทหาร แต่เป็นอำนาจรัฐประหารโดยประชาชน เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็นอำนาจรัฐบาลของประชาชน จนสมชายเข้าทำเนียบไม่ได้ ประชาชนไปล้อมทำเนียบอยู่แท้ๆเลย หลักฐานมียืนยันแท้ๆเลย แล้วก็ได้เป็นนายก เป็นรัฐบาลอยู่ไม่นาน ก็ต้องหลุดออกไปอีกด้วยอำนาจของ อาตมาจำไม่ได้แล้ว มีการยุบสภา มีการเลือกตั้งใหม่ ต่อจากนั้น อภิสิทธิ์ก็ได้ขึ้นมา จากนั้นมีการเลือกตั้งใหม่ เขาก็เก่ง ถึงขนาดเอาเสาไฟฟ้าลงเลือกตั้งก็ได้ แล้วเขาได้จริงๆ ไปขุดมาจากไหนก็ไม่รู้ ผู้หญิงคนแรกด้วย ได้รับเลือกตั้งขึ้นมาเป็นนายกหญิงคนแรกของประเทศไทย เก่งจริงๆ สำเร็จอีก เราก็ไปปฏิวัติอีกรัฐประหารอีก _สู่แดนธรรม... ประชาชนนี่แหละทำ พ่อครูว่า... ประชาชนนี่แหละทำด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ได้ด้วยอำนาจบาตรใหญ่ เอาความจริงไปชี้ เขาไม่เหมาะควรที่จะเป็นผู้บริหารให้เปลี่ยนแปลง เอาความจริงยืนยัน เอาความจริงเป็นอาวุธ เป็นธรรมาวุธ ไม่ได้เอาอำนาจบาตรใหญ่ ไม่ได้เอาปืน ไม่ได้เอาลูกระเบิดไปประท้วงเลย จนกระทั่งสำเร็จ จนกระทั่งหมดแล้ว ในขณะที่ปฏิวัติตอนแรกจบ ยิ่งลักษณ์หนีไปทางช่องทางธรรมชาติ ไปแล้ว ไม่อยู่แล้ว สรุปแล้วก็คือ เป็นไปตามสัจธรรมของมัน นายกทักษิณ แล้วก็นายกยิ่งลักษณ์คนสุดท้าย ก็ถูกประชาชนมาปฏิวัตินั่นแหละ ซึ่งปฏิเสธปรากฏการณ์จริง สภาพจริงไม่ได้ จนกระทั่งหลุดออกไป จะมีใครมาแทน มารักษาการ นิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล ก็มีพลเอกประยุทธ์รักษาตำแหน่งหัวหน้า คสช.. มาขอยึดอำนาจ เพราะประชาชนมายึดอำนาจเต็มหมดแล้ว รัฐบาลหมดอำนาจแล้วที่จะบริหาร พลเอกประยุทธ์จึงเข้ามา ผมขอยึดอำนาจ อาตมาถือว่านี่เป็นการรับไม้ต่อจากประชาชน เพราะแต่ละคน แต่ละคน ที่มา รวมถึง ยิ่งลักษณ์ ประชาชนก็ยังไล่อยู่ แต่พอประยุทธ์มาขอรับไม้ต่อมาเขายึดอำนาจ ประชาชนก็ไม่ได้มาไล่ประยุทธ์ ประชาชนก็กลับบ้านสบายเห็นด้วยแล้วก็ดูไป แล้วก็ยังบอกว่าอยู่เลยว่า ถ้าพลเอกประยุทธ์เป็นอย่างพวกนี้ก็จะออกมาไล่อีก อาตมานี่แหละ เป็นคนพูด เขาก็ทำมาอย่างดี เช่นกันตั้ง 4 ปีแรก จนได้รับบรมราชโองการให้บริหาร เขาก็ยังไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย เพราะไม่ได้เลือกตั้ง จนหมด 4 ปี เลือกตั้ง เขาก็โหวตให้พลเอกประยุทธ์เป็นนายก ตอนนี้ก็เป็นนายกประชาธิปไตยแท้ๆ จะมาเรียกว่าเผด็จการอยู่ได้อย่างไร เป็นนายกที่ได้รับเลือกชนิดที่ ไม่ได้ไปอยู่ในพรรคไหนด้วย ไม่ได้ไปเป็น ส.ส บัญชีรายชื่อ ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น เป็นคนนอก แต่เขาก็โหวตเข้าไปให้ไปเป็นนายก จึงเป็นนายกประชาธิปไตยที่บริสุทธิ์สมบูรณ์แบบ ทั้งกฎหมาย ทั้งพฤตินัย ของประชาชน คือนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา นี่ยังไม่หมด 4 ปี แล้วพวกนี้ก็โวยวาย เอากฎหมายมาเล่นเหลี่ยมเล่นช่องอะไรเท่านั้นเอง นี่แหละคือนายกประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบที่สุด จนกระทั่งเป็นนายกคนที่ 30 ซึ่งสภาเลือกแข่งกับธนาธรมา เลือกให้พลเอกประยุทธ์มาเป็นนายก แล้วก็เป็นนายกที่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ ทั้งทางกฎหมายและพฤตินัยของประชาชน ในปรากฏการณ์จริง เป็นประชาธิปไตยแท้ๆ ที่เขาไม่อยากยกย่องเท่านั้นเอง ในโลกทั้งหลายแหล่นี้ 1. เขาไม่รู้รายละเอียด จริงๆ รายละเอียดจริงๆ คือประชาชนไทยเข้ามาปฏิวัติหรือมาทำรัฐประหารรัฐบาล จนกระทั่งถึงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ข้างนอกเขาก็ไม่เคยได้ยิน ไม่รู้ ไม่เคยเห็นว่า ประชาชนที่มาปฏิบัติด้วยมือเปล่าจริงๆเลย แล้วก็เอาหน้าความจริง ยาวให้เป็น เย็นเรื่อยไป ไขความจริงออกมาให้มากๆหมดๆ โดยใช้เวทีประกาศความจริง จนกระทั่งประชาชนรู้กันทั่ว แล้วประชาชนก็เห็นด้วย ก็มีพลังของประชาชนที่ยอมรับ พฤตินัย ของความเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนสร้างขึ้น โดยประชาชน ส่วนรวมของประเทศ ยอมรับขึ้นมา จึงไม่เกิดอะไรขึ้น แล้วพลเอกประยุทธ์ก็ยืนยงอยู่ทุกวันนี้ ก็มีพวกที่เห่าบ๊องๆ อยู่เป็นธรรมดาธรรมชาติ กระแสมันเป็นอย่างไร โพลออกมาอย่างไรก็เห็น ขนาดของเขามีพวกสีแสด สีแดง ส้มๆ ออกมาให้เห็น ก็ยังเป็นอย่างที่เห็น 650929 เปรียบเทียบนายกฯ พลเอกประยุทธ์กับคุณทักษิณ พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน