โสดาบันเสมอโสดาบัน อรหันต์เสมออรหันต์คือเช่นไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
โสดาบันเสมอโสดาบัน อรหันต์เสมออรหันต์คือเช่นไร _สู่แดนธรรม... ทำไมสังคมที่มีคนเสียสละทำไมดีกว่าสังคมที่เอาแต่เสมอภาค พ่อครูว่า... การเอาเปรียบหรือได้เปรียบนี้เลวแล้ว เสมอภาคก็ยังเป็นไปไม่ได้ พ่อครูว่า... อาตมา อธิบายว่าสภาวะเกิด 2 ชิ้นแม้แต่ปรมาณูที่เล็กที่สุดที่เกิดขึ้นมาก็ไม่มีอะไรเท่ากัน ไม่มีอะไรเท่ากันเสมอกันไม่มี มีแต่เสมอสมาน เสมอแล้วก็ร่วมกัน ถ้าเข้าใจพระพุทธเจ้าใช้คำว่า โสดาบันเสมอกับโสดาบัน สกิทาเสมอสกิทา อนาคาเสมออนาคา อรหันต์เสมออรหันต์ หมายความว่า โสดาบันก็ไม่ได้เท่ากันเลย สกิทาคามีก็ไม่เคยเท่ากันเลย 2 คน อนาคามี 2 คนก็ไม่เคยเท่ากันเลยอรหันต์ 2 คนก็ไม่เคยเท่ากัน แต่มีที่เท่ากันตรงกันอยู่อีก 1 อีกอันหนึ่งถ้ามี 2 ไม่มีอะไรเท่ากัน เพราะฉะนั้นถ้ามี 2 ของใครของใครก็คือของคนนั้น แต่ของที่จะเท่ากันคือศูนย์คือนิพพาน พระอรหันต์ทุกองค์มีศูนย์หรือนิพพานเท่ากันและมี 1 เท่ากันหมด เพราะฉะนั้นเริ่มต้น 2 นี่แหละ จะเริ่มต้นเป็น เทวะ ต่างกันหมด _สู่แดนธรรม... อรหันต์มีความไม่เหมือนกัน อย่างนี้ พระทั่วไปเข้าใจยากครับ พ่อครูว่า... พระอรหันต์ 0 เท่ากัน สิ่งที่ไม่เท่ากันคือของส่วนตัวของแต่ละคน บารมีวาสนาแต่ละคนไม่เท่ากัน วิบากกรรมต่างๆ กรรมต่างๆ ก็ไม่เท่ากัน กรรมของใครของมันไม่เท่ากัน _สู่แดนธรรม... พ่อท่านเคยบอกว่า พระอรหันต์บางรูปก็ไม่เหมาะจะเป็นผู้บริหาร เพราะความสามารถทางโลก เก่งสู้ฆราวาสไม่ได้ บางทีต้องยกให้ฆราวาส เป็นผู้บริหารเรื่องนี้ไป และพระอรหันต์ท่านก็ยอม พ่อครูว่า... ก็ได้ อย่างนั้นมันก็ยากอยู่นะ จริงๆแล้ว คนนี่นะ ที่เป็นโพธิสัตว์ ไม่ได้หมายความว่า พระโพธิสัตว์จะมีแต่ธรรมะ พระโพธิสัตว์จะไปบริหารด้วย อย่างอาตมาบอกว่า อย่าว่าแต่โพธิสัตว์ไปบริหารเลย ไปคิดค้น
อ่านต่อ
เหมือนอย่างไอสไตน์ ไม่ได้บริหารอะไรนี่ ไอสไตน์หรืออาตมาว่า คานธีเป็นโพธิสัตว์ คานธี ก็ไม่บริหาร คานธีเป็นนักธรรมะ เป็น ที่ปรึกษาของเนห์รู เป็นที่ปรึกษาของนักการเมืองทั้งหลาย ไม่ได้ไปบริหาร ไม่ได้ไปรับผิดชอบ แต่เป็นผู้ที่บอกความรู้ แล้วก็เพราะความรู้นั่นแหละ ทางการเมืองนั้นแหละ เอาท่านไปติดคุกตั้งหลายเที่ยว ท่านก็ไม่ว่าอะไร เพราะว่าท่านเป็นนักธรรมะ เป็นโพธิสัตว์ ยิ่งบอกว่า ไอน์สไตน์เป็นโพธิสัตว์ ยิ่งเข้าใจยากใหญ่เลย เพราะหน้าที่ของไอน์สไตน์ แยกแยะให้รู้สภาวะ 2 สุดท้ายจะเรียกว่า ตรัสรู้ก็ได้ ของโพธิสัตว์ เรียกว่า แจ่มแจ้งของไอน์สไตน์ก็คือ Space and Time of Continuum คือ 3 เส้าของรูปนาม แต่เป็นทางวัตถุ สสาร ได้เป็นสเปซ คือ ความว่างกับกาลเวลา คือแรงเคลื่อนกับสภาวะ Static กับ Dynamic คือ continuum คือการปฏิสัมพันธ์เกี่ยวข้องสังเคราะห์สังขารกันกับ 2 สิ่งนี้ _สู่แดนธรรม... พระโพธิสัตว์บางทีก็ไม่ได้อธิบายธรรมะ ไปบริหารก็ได้ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... เหมือนกับอาตมาบอกว่า นายกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นโพธิสัตว์ ก็พูดไปแล้วก็บอกไปแล้ว เคยพูดไปแล้ว _สู่แดนธรรม... คนเราส่วนมากจะเข้าใจว่า โพธิสัตว์ต้องพูดธรรมะเท่านั้น พ่อครูว่า... ธรรมะไม่ใช่มีแค่คำพูดภาษาที่เอามาจากตำราธรรมะของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ไม่ใช่ ธรรมะคือสิ่งที่ดีงามทางโลกีย์ทั้งหมดก็เป็นธรรมะ การไม่ให้ไปติดในสุข ก็อย่าไปทรมานทนทุกข์ตัวเองทั้งนั้นก็เป็นธรรมะ เป็นแต่เพียงว่า อาตมาก็แยกไว้ชัดว่า ดีชั่วเป็นโลกีย์เท่านั้น แต่สุขทุกข์เป็นเรื่องของปรมัตถ์ เป็นเรื่องของจิตใจ เป็นเรื่องละเอียดที่สุดต้องเรียนรู้ให้เกิดไม่สุขไม่ทุกข์ เรื่องดีชั่วเป็นเบื้องต้นของโลกียะ ต้องศึกษาและทำก่อน มันไม่ยากเท่าโลกุตระที่จะต้องละความสุขความทุกข์หรอก หรือจะมีความรู้เรื่องสุขเรื่องทุกข์จนเราสามารถละความสุขความทุกข์ได้ จนเป็นพระอรหันต์ มันไม่ใช่ธรรมดา โลกุตรสุขทุกข์นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นเรื่องครอบงำโลกเลย ไม่ใช่ครอบงำโลกเท่านั้นนะ ครอบงำโลกียะ ยิ่งใหญ่ ครอบงำโลกียะทั้งหมด หรือชัดเจนคือ พระเจ้า ลัทธิศาสนาพระเจ้าทั้งหมด เพราะศาสนาพระเจ้าคือสุขนิยม ไม่ได้เรียนรู้เรื่องสุขทุกข์ ไม่ได้เรียนรู้เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นแต่เพียงพยายามอย่าให้มีความทุกข์ มีแต่สุข แต่เขาเข้าใจไม่ได้ว่า ความสุขความทุกข์เป็นเรื่องมายาไม่ใช่ของจริง นี่ยิ่งลึกใหญ่เลย เพราะฉะนั้นต้องมาเรียนศาสนาพุทธ ชาวพุทธเองในยุคนี้มันเสื่อมมาก จนกระทั่งพูดกันยาก พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาจะต้องมีบารมี ตรัสนิดหน่อยก็สามารถบรรลุธรรมได้เดี๋ยวเป็นพระอรหันต์กัน 50 60 รูป เดี๋ยวเป็นอรหันต์กันพันรูป แต่ละวันๆ สามารถสร้างพระอรหันต์เพราะเหตุปัจจัยบารมีของผู้จะมาเป็นบริวารของพระพุทธเจ้าพร้อมแล้วที่จะสร้างศาสนา ท่านจะใช้เวลาแค่ 45 ปี พระพุทธเจ้าสมณโคดม ทุกอย่างจึงต้องเร็วๆๆ อาตมาทำงานมา 50 ปีแล้ว ก็ได้ไปตามลำดับขนาดนี้ มันคนละยุคกับของพระพุทธเจ้า 650930 ตอบปัญหาไม่ดับสัญญาแต่ดับกิเลส พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ