ความเป็นประชาธิปไตยโลกุตระ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข30 เมษายน 2565

เนื้อหาในไฟล์

ความเป็นประชาธิปไตยโลกุตระ ชาวอโศกรวมตัวกันมีพฤติการ มีพฤติกรรมของความเป็นโลกุตระธรรม ใช้ภาษาหยาบๆและสิ่งยืนยันกันว่า ลาภที่ได้โดยธรรม สิ่งที่ได้มาโดยสุจริตของเราด้วยการใช้เรี่ยวแรงสร้างสรร หรือมีสิทธิ์ในสิ่งนั้น เราก็มีได้มา อาจจะไม่ได้สร้างแต่ว่าคนอื่นเอามาให้ เป็นสิทธิ์ของเราอย่างบริสุทธิ์ เราก็เอามารวม เป็นลาภโดยธรรม มารวมเป็นศูนย์กลาง แล้วแต่ละคนก็ร่วมกันใช้กันกิน แล้วแต่ละคนล้วนปฏิบัติตามหลักวรรณะ 9 เป็นคนง่ายๆ เลี้ยงง่าย อยู่ง่าย เป็นไปง่าย ไม่เรื่องมาก พัฒนาให้เจริญได้ง่าย สุโปสะ มักน้อย ศูนย์นั่นแหละน้อยที่สุด แล้วสูญได้เป็นดี ถ้าจะต้องอาศัยก็ .0001 หรือ .00001 ไม่พยายามให้มาก จะมากก็ต้องสร้างด้วยพลังงานของเรา ด้วยแรงของเราพฤติกรรมของเรา มันเป็นสิทธิ์ของเรา สร้างแล้วเราก็ใช้สิ่งที่เราสร้างนั่นแหละ เหลือจากที่เรากินเราใช้ด้วย แจกจ่ายผู้อื่นมันก็คุ้มตัวเรารอดตัวแล้ว ไม่เป็นหนี้ เพราะเราสร้างเองคุ้มตัวเรา เหลือคนอื่นด้วย ถ้าจะว่าแล้วเป็นเจ้าหนี้ได้เลย แต่เราไม่คิดไม่ยึดว่าเราเป็นเจ้าหนี้ สัจจะมันเป็นสัจจะเองไม่ต้องไปคิด คนที่มีความรู้อย่างนี้แล้วก็ปฏิบัติได้อย่างนี้จริง จึงเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ร่ำรวย เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ให้คนอื่นพึ่งได้ นอกนั้นมีแต่นักเศรษฐศาสตร์ ที่เรียนอยู่ในโลกียะ มีแต่เศรษฐศาสตร์ขี้โกง เศรษฐศาสตร์ที่จริงก็ต้องเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ผู้อื่นได้รับ ประโยชน์จากเรา แล้วเราก็ไม่ยึดถือว่าเป็นเราเป็นของเรา ไม่นับประเมินประมาณมา เป็นของเรา เราเป็นผู้ที่ได้ให้ เป็นผู้มีประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นอาตมาสรุปประชาธิปไตยลงไปในคำสอนพระพุทธเจ้าคือ อายะ 3 พหุชนหิตายะ พหุชนสุขายะ โลกานุกัมปายะ อายะคือรายได้ ประโยชน์หรือกำไร หรือ Gain อายะ 1

อ่านต่อ

. ประโยชน์ หิตะประโยชน์ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชน เป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) สุขอย่างไม่ใช่โลกียะด้วย แต่เป็นการอนุโลมตามลำดับ เพราะว่าคนจะให้มาเป็นสุขโลกุตระเป็นปรมังสุขังเลยทันทีไม่ได้ มันต้องอาศัยจนกระทั่ง จางแล้ว ถึงค่อยมาเป็นโลกุตระ มันจึงจะหมดเนื้อหมดตัวจริง สัจจะที่เป็นประชาธิปไตยที่ 1.ไม่มีตัวตน 2. เป็นคนซื่อสัตย์ 3. รับใช้มนุษยชาติ นี่คือความหมายถึงประชาธิปไตยแท้ๆ ความหมายเป็นอย่างไร แล้วทำจริงได้ไหม ดังว่า ถ้าทำได้ดังว่าจริง ประชาธิปไตยก็มีจริง เมืองไทยนี่แหละเป็นเมืองที่มีอันนี้ ขอยืนยันว่ามากกว่าทุกประเทศด้วย นี่ไม่ใช่พูดเล่นแต่พูดจริง แต่คนไม่เชื่อเพราะเขาไม่รู้เขาไม่เข้าใจ จบด็อกเตอร์ประชาธิปไตยทางรัฐศาสตร์มากี่ใบก็แล้วแต่ เขาเรียนรู้แต่เทวนิยม ทั้งนั้น แต่มหาวิทยาลัยโลกุตระที่เป็นพุทธ อยู่ที่นี่ เขาไม่ได้มาเรียนหรอก เขาไม่ถือว่าเป็น มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยต้องอยู่ทางโน้น ก็ต้องเรียนแบบทางเทวนิยม ตำราก็ไป เอาทางเทวนิยม มาเป็นหลัก เป็นดอกเตอร์ทางรัฐศาสตร์ เปรียญ 9 แล้วก็มีความเป็น ประชาธิปไตยแบบเปรียญ 9 ก็ตาม ก็ยังเป็นเทวนิยมเพราะว่าโลกุตระ มันเสื่อม มันมีจริงอยู่ที่นี่ ขออภัยที่พูดนี้เป็นความจริง ไม่ได้ยกตัวอย่างตน ไม่ได้หลงใหลได้ปลื้มตัวเอง แต่พูดความจริง แล้วความจริงมันไปข่มผู้อื่น มันไปยืนยันของผู้อื่น ว่าผู้อื่นไม่ได้เป็นอย่างที่เราเป็นนี้ ก็ยืนยันอันนี้ไป แต่ละคนพวกคุณนี้มีสัจจะพวกนี้ ก็จะมีความจริงพวกนี้ไปเรื่อยๆ วันแล้ววันเล่า ซึ่งมันไม่ได้รู้กันง่ายๆ เราก็รู้ดีว่ามันไม่ง่ายที่จะรู้ จนกว่าคนตาบอดเห็นได้ ก็ใช้สำนวนมันอย่างนี้แหละ คนตาบอดชี้ให้คนตาบอดดูด้วยกัน ว่าท้องฟ้าสวยจัง เห็นไหมท้องฟ้าสวยจังเลย จนกระทั่งคนตาบอดอีกคนเห็นด้วยว่า ใช่ๆๆ นั่นแหละ เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เป็นการใช้โวหาร ใช้วาทกรรม สู่แดนธรรม... พ่อท่านคงหมายถึง คนมีดวงตาปัญญาเปิด พ่อครูว่า... ต้องเป็นตาปัญญา ปัญญาก็เอาของพระพุทธเจ้ามาขยายเลยคือปัญญา 8 ตอนนี้ที่เขียนหนังสือเล่มนี้คงจะเป็น 3 เล่ม อาตมาทำเล่ม 2 เล่ม 3 อยู่ ตอนนี้อาตมาว่า คงใหญ่เกินเล่ม 2 ซึ่งปาเข้าไป 700 กว่าหน้าแล้ว ก็น่าจะแบ่งเป็น 3 เล่ม สู่แดนธรรม... คนตาบอดเห็นได้ ผมก็แปลของผมว่า เครื่องบดบังปัญญา ทำให้ปัญญาเศร้าหมอง พ่อครูว่า...ความเสื่อมของความรู้ที่เป็นโลกุตระของพุทธเจ้ามันเสื่อมตั้งแต่คำแรกคือคำว่า กาย กายนี่คือ ก.ไก่ สระ อา แล้วเอาตัวเศษวรรตัวต้น ย ร ล ว ส ห ฬ อ กายคือสภาพสอง กะ คือ 1 พอ กา ขึ้นมาก็ 2 กา เป็นบวกก็ได้ เป็นคูณก็ได้ แล้วจากบวก จากคูณก็มาเป็นหาร คือ ขีดกลาง มีจุด 2 จุด อยู่บนล่าง กา ของทางพุทธ มันจะไขว้กัน เป็นบวกก็แปลว่าสมดุล เป็นคูณก็คือ มีความแตกต่างระหว่างองศาเล็กองศาใหญ่ บวกก็รู้ได้ยาก แต่เป็นคูณรู้ได้ง่ายกว่า กระทั่งเป็น 1 สนิท ถ้า 1 สนิท เทวนิยม แยกออกมาจะเป็นคู่ แต่ของพุทธแยกออกมาเป็นหาร คือจุดล่างจุดบน ระหว่างขีด พอเริ่ม 3 จะมีตัวตนรู้เรียกว่าประธาน 2 คือ S กับ H คือ บวกกับลบ คือ He กับ She เสร็จแล้วมันก็มีประธานขึ้นมาอีกตัวนึง เป็นตัวที่รู้ ความต่างของ 2 ตัว และกำหนด 2 ตัวนี้ ควบคุม 2 ตัวนี้ ก็กลายเป็นตัวประธาน มีสามเส้าจัดการกันได้ จากสามเส้าจะออกมาเป็น 4 ก็ต้องที่แรงจะออกมานอก วงวน cyclic order ออกนอกวงที่มีแรงมากเหนือจากจุดกลางออกมาได้ ต้องเป็นแรงที่ 4 ที่สำคัญมากที่เขาเอามาใช้เป็นพลังงานออกไปนอกโลกอะไรต่ออะไรพวกนี้ สู่แดนธรรม... ทางสันติอโศกส่งข่าว เป็นกาละพิเศษที่ทางสันติอโศก รวมตัวกัน มีงานกินข้าวสวน รวมตัวกันเกี่ยวข้าว มีทั้งศิษย์เก่าศิษย์ปัจจุบันรวมตัวกันเกี่ยวข้าวจำนวนกว่า 50 ชีวิต โดยมีศิษย์เก่ามารวมกันถึง 9 คน ก็มี ออย ละไม เจียม ต้า เบนซ์ จาจ้า มิตร กอล์ฟ โด้ ศิษย์ปัจจุบันที่ไม่ได้กลับบ้าน แม้ปิดเทอมก็ไม่กลับ ประมาณ 10 คนก็มี มีชาวชุมชนด้วย ทุกคนรวมตัวกันเกี่ยวข้าวน่าประทับใจอย่างยิ่ง คนเหล่านี้ได้จ้างเขามาไหม พ่อครูว่า... ไม่ได้จ้างมา คนเหล่านี้มาทำงานฟรีมีจิตใจเห็นว่าควรมาร่วมกันทำ สู่แดนธรรม... แต่ละคนก็มีงานส่วนตัว พ่อครูว่า... เขาเห็นใจส่วนรวม สู่แดนธรรม.. ขอกลับมาสู่สังคม สาธารณโภคี ทำไมต้องมาสุข อยู่กับความจน พ่อครูว่า... นี่แหละคือสภาพทวนกระแส ในโลกสามัญ จะต้องเป็นสุขในความรวย แต่ในโลกของโลกุตระจะเป็นสุขในความจน เป็นภัยต่อการไปแย่งกันรวย แต่ถ้าไม่แย่งกันรวย แจกไปเลย มันก็ลดสงคราม ลดคู่ต่อสู้ ลดภัย ลดการเบียดเบียน กลายเป็นการแจกจ่ายเจือจานเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งแจกกัน ซึ่ง มันก็ใช้ภาษาอธิบายสภาวะอย่างนี้ ใครฟังแล้วเข้าใจซาบซึ้งก็ดี ใครเข้าใจแล้วเท่าไหร่ก็เท่านั้น หรือ ไม่เข้าใจไม่ซาบซึ้งเลยก็บังคับกันไม่ได้ แต่ละคน สัจจะที่พิสูจน์ทนต่อการพิสูจน์หรือเจริญในการพิสูจน์ มันจะบ่งชี้ตัวมันเอง ไปเรื่อยๆ ทำไปเถอะ สัจจะจริง ใครก็แล้วแต่ จะแกล้งมาทำสิ่งที่ดีก็เอา คุณแกล้งทำสิ่งที่ดีนี้ให้ได้ เถอะ ทำให้ทนทำจนกระทั่งคนไม่ต้องกลับไปทำไม่ดีอีกแล้ว ทำอย่างนี้จนติดเลยจนได้ เลยมันก็ดีไหมล่ะ มาเถอะมาแกล้งดีก็ไม่ว่ากัน อย่าไปแกล้งชั่วเลย ไม่ต้องแกล้ง แต่ดีเอง เลยดีจริงเลย สำเร็จ มันต้องอย่างนี้ แสดงว่า ลึกซึ้งมากในการมาเป็นคนจน การเป็นคนรวยนั้นตื้นมาก ใครก็รู้ใครก็อยากเป็น แต่มาเป็นคนจนนี่แหละมันสุดประเสริฐ ไม่ใช่รู้ง่าย แล้ว ก็มาเป็นไม่ได้ง่ายๆ จะรู้แล้ว เปลี่ยนได้แล้วก็ยิ่งดีๆๆๆ และผู้ที่มาจน มันจะไม่ขาดหมู่ ถ้ามาเป็นคนจนขาดหมู่ ตาย ไม่มีประโยชน์ มีแต่เดินทางไปสู่ความตายอย่าง ไร้ประโยชน์ ไร้คุณค่า เหมือนพวกเชน หมดไม่เอา จนไม่เอาอะไรเลย อยู่ป่าเขาถ้ำแต่ตัวเอง ยังเปลืองลมหายใจอากาศ ยังเปลืองอาหาร เปลืองที่ให้คนยืนคนนั่งไม่มีประโยชน์อะไรเลย 650425 จิตวิญญาณแห่งสาธารณโภคีที่มีในชาวอโศก รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 35

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน