220809-324 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ019.txt
เนื้อหาในไฟล์
อาการปัจจะเวกด้วยให้ผู้อื่นเห็นไหมอยากจะทำการพูดการชี้ขึ้นมาให้ฟังเห็นแต่รู้สึกไม่เข้าใจเพื่อเราจะได้เอาไปประกอบตามอย่างนั้นเราก็ได้แนะกันมามากและพยายามพูดพยายามชี้กระจายความไม่สนใจกันเยอะแล้วถ้าเกิดว่าเราจะแนบกันมากเกินไปมันก็จะทำให้ตนเองเนี่ยเกิดการเป็นเป็นอีกอย่างนึงคือว่าเราจะแนะนำตัวเองไม่เป็นเราจะปฏิเวธจะต้องมีคนมาคุยกันเรียกว่าอะไรจะทำเป็นถ้าไม่มีใครมาคุยกันแล้วมันจะกลายเป็นว่ามันก็ไม่เกิดผลเกิดประโยชน์หรือไม่เกิดการ ไม่เกิดการกระทำขึ้นมามันจะเกิดอย่างนี้ได้ในอนาคตว่าเราต้องพยายามบ้างในการที่จะหัดระลึกเสมอปัจจะเวกหมายความว่าจะต้องพิจารณาไตร่ตรองพิจารณาไตร่ตรองต่อกิจกรรมต่ออิริยาบถทุกอิริยาบถที่เราจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์อยู่กับความเป็นมนุษย์ของเรากายกรรมคนดีก็ดีกรรมก็ดีมโนกรรมก็ดีเราจะต้องพยายามบันทึกให้รู้เท่าทันใจดีทีนี้คำว่า งานด้วยคำว่าประณีตคำว่าเป็นกลางหรือเปล่าพอดีมันจะต้องทำให้ฉันคันเพราะบางทีเราไม่เข้าใจเลยเถิดบางทีเราต้องทำแรงอย่างนี้พอดีถ้ามันไม่แรงอย่างนี้มันไม่ได้ผลอะไรนี้เป็นต้นมันจะเป็นความเป็นความเหมาะสมและเป็นสัดส่วนที่เกินค่าเกิดคุณถ้าผู้ใดเข้าใจประโยชน์สูงประหยัดสุดได้ลึกซึ้งเพียงพอพวกนั้นจะเข้าใจว่าจะมาหรือว่าปานกลางได้อย่างสำเร็จไม่ดูในสภาพเป็นกลายเป็นน้อยไปพม่าไปเราก็เข้าใจในโลกง่ายที่จะรู้แต่ถ้าน้อยไปแล้วเราไม่ค่อยเข้าใจกลายเป็นเงินสดต่อที่มันน้อยไปจนกลายเป็น สงบก็สงบก็เลยเถิดน้อยก็น้อยเลยเถิดพอดีวิเวกก็ได้แต่ที่จริงมันเป็นกายกายวิเวกหรือว่าก็จีบสงบเอาไว้จีบสงบดีกว่าเมื่อกี้สงบทำงานก็กลายเป็นว่าหยุดพูดเลยใบมันซะเลยอะไรเนี่ยมันก็เลยย้อนแย้งมันไม่มีพูดแล้วมันจะไปไว้ที่สงบได้ยังไงเขาบอกว่าจีนสงบต้นไม้คำว่าได้สัดส่วนที่สงบเราพูดประมาณนึงมันจะต้องดังขนาดน
อ่านต่อ
ึงบางทีต้องดังมากแต่ก็พูดเรียบร้อยพูดเป็นไปเพื่อความดีงามพูดไปเพราะความที่จะเกิดผลสงบระงับก็อาจจะทำให้สมองรองรับโดยการเจาะอย่างแรงเพื่อที่จะให้สิ่งนี้สงบระงับและคำนี้ก็เกินที่จะอธิบายซะ อากาศมันก็มีสภาวะที่อธิบายได้เขาพูดอย่างนั้นเพื่อให้เกิดความเรียบร้อยความสงบระงับและไม่เช่นนั้นรุนแรงและไม่เช่นนั้นไม่ทำตามก็ต้องรีบพูดซะก่อนแรงแล้วก็ดังอะไรอย่างนี้แล้วมันก็เกิดฝนสงบจงรักเป็นเนื้อหาสาระที่แท้แล้วจะไปบอกการพูดดังพูดแรงอย่างนั้นเป็นการพูดไม่สงบไม่ระงับมันก็ผิดความจริงเป็นต้นยกตัวอย่างชัดๆเพราะการที่จะเข้าใจในเรื่องของความพอดีความปานกลางหรือว่าอรหันต์มันจึงยากที่จะกำหนดลงไปตายตัวเพราะไม่มีสิทธิ์ตรงทางฝั่งน้อยเกินไปกับความคิดมากเกินไปมันจะอธิบายแล้วว่าถ้ามากเกินไปเขาเข้าใจง่าย น้อยเกินไปบางทีเข้าใจไม่ได้เพราะงั้นเราก็จะต้องเรียนรู้พิจารณาไปทุกอริยาบทกายก็ดีไม่ดีพอดีมโนกุลสุจริตจึงแพ้นั้นไม่ต้องประมาณทุกโอกาสทุกเวลาแล้วที่จะเป็นผู้ที่เกิดจากตำรวจแต่เกิดรู้ส่วนสัตว์สาระเกี่ยวกับชั้นเชิงชั้นตอนธรรมะเกิดรู้ตนที่เราจะเป็นองค์ประกอบสำคัญของเราแล้วก็จะรู้การประมาณการศึกษาบุคคลต่อบุคคลหรือว่าสิ่งอื่นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ใช่เราไม่ต้องร่วมประกอบอยู่เราก็จะต้องรู้ เพื่อที่จะผสมส่วนทุกอย่างให้มันเกิดสมดุลให้เกิดรากเรียกให้เกิดเป็นไปได้ดีก่อความเจริญจริงซึ่งเราจะต้องมีปัญญาอีกทีนึงว่าไอ้ความเจริญจริงคืออะไรจงเรียนรู้จริงๆแล้วกุศลก็ได้ฉลาดก็ได้เรียกว่าดีงามก็ได้เราก็จะยังอยู่ในชีวิตก็มีสร้างสรรค์ที่ดีเสร็จแล้วเราก็หยุดสิ่งที่ควรหยุดที่สุดเราก็จะเป็นผู้บรรลุยอดได้มันก็เข้ามาที่การพิจารณาขอให้เด็กปฏิบัติจริงขอให้เข้าใจว่าจะพิจารณาทุกข์กายทุกข์ไม่ดีพยายามพิจารณาทุกสำนัก