220725-318 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ019.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพุธที่ 25 กรกฎาคมพุทธศักราช 2522 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกเปิดที่จะพิจารณาเป็นปัจจุบันเป็นความสำคัญมากอันหนึ่งซึ่งเป็นหลักของสติปัฏฐานเป็นหลักของวิปัสสนาโดยตรงและเราจะทำได้ทุกอิริยาบถและต้องทำคือว่าต้องทำนี่ก็คือเราจะต้องรู้แล้วเราก็จะต้องเป็นจริงก็คือการพยายามรู้ตนเองว่าเราเป็นลูกพุทธะรูปพุทธะนั้นจะต้องเป็นผู้ที่เบิกบานแจ่มใสมีเป็นหลัก รักแรกเพราะฉะนั้นหลักแรกแค่นี้แหละยังไม่ต้องไปถึงกับปัญญายังไม่ต้องไปถึงจะเป็นผู้ตื่นหลักแรกของพุทธเป็นผู้เบิกบานแจ่มใสเป็นผู้รู้รักแรกก็เบิกบานแจ่มใสนี่เราเองเราเศร้าหมองอะไรเราเองเราหดหู่อะไรเราเองเราทุกข์ร้อนอะไรเราเองเราไม่เบิกบานอะไรเมื่อเรารู้อารมณ์ของเราไม่เบิกบานแจ่มใสมันต้องมีที่มามันต้องมีเหตุก่อนที่เราจะได้รู้ก่อนที่เราจะไปตามหาเหตุหาอะไรแปลกๆต่างๆนานาเราจะต้องรู้อันนี้เป็นข้อแรกนี่เป็นความทุกข์ความไม่เบิกบานแจ่มใสนี่เป็นความทุกข์ความทุกข์มันจะเกิดมาไม่มีเหตุไม่ได้ความไม่เบิกบานแจ่มใสจะเกิดมาไม่มีเหตุผลได้ผู้ บ้านแจ่มใสผู้ที่อยู่เป็นปกติก็ต้องเบิกบานแจ่มใสมันไม่มีอะไรอึดอัดขัดเคืองอะไรมันโปร่งโล่งสบายยิ้มง่ายเห็นไม่ตายๆๆๆก็ยังอยู่กันอย่างสดชื่นเหมือนเมื่อเราไม่สดชื่นอย่างนั้นเป็นปกติเรามีอารมณ์อะไรที่มันยังมีจิตอาสาอยู่เราจะต้องเข้าใจตนเองไม่ได้ต้องมีอะไรขึ้นมันแน่เพราะฉะนั้นเมื่อมันมีอะไรขึ้นมาแล้วเราก็จะต้องพยายามปรับปรุงทันทีเรียนรู้ไม่ได้ว่ายังตามหาเหตุไม่ได้กรรมวิธีแรกก็คือจะต้องพยายามเบิกบานแจ่มใสให้ได้สลัดทิ้งดื้อๆโดยวิธีสมถะคือยังไม่มีรู้พุทธะยังไม่รู้เป็นปัจจัยอะไรทิ้งไปดื้อๆก่อน พยายามให้เบิกบานแจ่มใสโปร่งขึ้นมาก่อนมีวิธีธรรมดาวิธีที่ศาสนาอื่นๆใดๆหรือมากมายหลายศาสนาเขาใช้วิธีปั
อ่านต่อ
ดเป่าและวิธีลืมหรือวิธีหักหักโค่นไปเรื่อยๆไม่ได้ตามหาเหตุอย่างนึงเป็นวิปัสสนาหรือว่าเป็นอริยสัจ 4 ไม่งั้นศาสนาพุทธพระธรรมไม่ได้ชั่วคราวเขาก็เป็นผลสำเร็จและการเป็นผลสำเร็จนั้นไม่ได้หมายความว่ามันถอนรากเหง้าหรือว่ามันเป็นการปรับปรุงตนให้เบิกบานแจ่มใสให้พ้นทุกข์โดยถูกต้องอย่างชัดแจ่มแล้วมันไม่ใช่เลยเพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นเกย์โตวิมุตติวิธีผลักดันหรือวิธีจะมาถามวิธีฉลาดออกเฉยๆนี้จึงเป็นเพียงฐานขั้นต้นที่รู้ง่ายที่จะทำกันอยู่ทุกศาสนา แบบศาสนาพุทธก็ทำด้วยที่กำลังจะพูดอยู่เดี๋ยวนี้ก็เพื่อที่จะแนะจุดนี้คือก่อนอื่นเราเองหม่นหมองเราเองทุกข์ร้อนอึดอัดขัดเคืองอะไรก็ต้องสลัดสิ่งนั้นออกซะก่อนสลัดก่อนเพื่อเราจะได้พ้นทุกข์ในปัจจุบันพ้นทุกข์พ้นทุกข์ในทันทีไม่มีสิ่งที่เป็นอย่างนั้นไม่จึงมีสิ่งที่มันอึดอัดหรือไม่มีอารมณ์ที่มันทุกข์นั้นในปัจจุบันอย่างนี้จนมันจะมีอะไรฝังยังมีเหตุมีอะไรอยู่คนเดียวเราก็ค่อยๆพยายามสร้างบทต่อไปคือพยายามตามอย่างรู้เพื่อพิจารณาที่มุมมองในขณะที่จุดเราทุกข์ทุกข์แล้วมันก็ไม่มีแรงด้วยไม่มีแรงคิดไม่มีแรงวิปัสสนาทำอะไรยิ่ง ให้มันเข้าครอบงำอารมณ์นั้นมันก็ยิ่งจะหนักยิ่งหนักก็ยิ่งไปกันใหญ่เลยยิ่งทำอะไรตรงกันข้ามยิ่งทำอะไรต่ออะไรที่มันผิดเพี้ยนไปมากจะเสียหายยิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นถ้าผู้ใดรู้ตนรู้ตัวแม้ปัจจุบันใดๆก่อนอื่นเราก็จะต้องทำให้เราเป็นคนอื่นว่างหรือว่าเบิกบานแจ่มใสวิธีนี้เป็นวิธีทำทานฤาษีลืมตาเนี่ยแต่บางทีมันเป็นพุทธแล้วก็เป็นพันฤาษีซ้อนคือการสมถะโดยตรงหรือสีนี้มีแต่บทกรรมฐานตัวเดียวบทวิปัสสนาจริงๆนั้นไม่มีเราเรียกฤาษีส่วนผู้ใดได้ทำทั้งฤๅษีด้วยทำอย่างครุฑด้วยคือสลัดออกไปแล้วก็มีปัญญาให้ได้ตามรู้ตามเรียนเพื่อที่จะเกิดตัวรู้ เราจึงจะเป็นผู้หญิงตื่นมีสติที่รู้ทั้งสลัดออกได้ทั้งปัญญาที่เข้าไปรู้อีกตัวหนึ่งซ้อนเมื่อเราได้พยายามพิจารณาเข้าไปวิปัสสนาซ้อนลงไปอีกทีจนกระทั่งทุกเหตุและหาคนละอุบายดับเหตุได้อีกอย่างแท้จริงหรือแม้แต่ยังไม่ถึงดับเหตุได้ไปทีเดียวรู้เหตุแล้วเท่านั้นเราก็จะรู้สึกว่าเราสดชื่นขึ้นได้หรือปิติหรือเบิกบานแม้มันจะมีจิตซึ่งเจโตที่เรายังล้างไม่สนิทก็ตามเราจะมีทีเดียวยิ่งล้างสนิทเป็นเจโตวิมุตติสอนลงไปอีกเป็นสุดท้ายที่นี้แล้วก็เป็นผู้อื่นแน่ๆเป็นคนอื่นทั้งหมดอาการอย่างนั้นด้วยสิ่งอย่างนั้นที่เป็นกิเลสอกุศลนั้นเราได้ทำลายเกลี้ยง เดี่ยวนี้เป็นหลักง่ายๆคราวๆที่อยากจะขอเอามาพูดซ้ำอีกแต่ว่าก็แนะขึ้นมาในเชิงความรู้ที่จะให้พูดยังไงทำในใจยังไงทำพระพุทธยังไงเพราะเราต้องทำใจอย่างนี้ต้องพยายามอย่าเป็นคนเศร้าหมองอย่าเป็นคนที่มีทุกข์อันทับถมตนอยู่แล้วก็วิ่งทำทุกอย่างครับผมส่วนอีกอย่างนั้นท่านก็จะตัดอย่างที่เราเคยพูดเคยผ่านแล้วมันไม่สมควรเมื่อก่อนอื่นเราก็เอาเอาให้ได้ก่อนหมายความว่าเราอย่าให้มีทุกข์ในปัจจุบันเรียกว่าคิดจะทำสิ่งของวิหารผู้ใดทำได้ทันทีเป็นทานก่อนแต่ทางของพุทธนั้นไม่ใช่ว่าเอาอารมณ์หมองนั้นออกได้อย่างเดียวชายของคุณนั้นจะต้องมีปัญญาหรือมี วิจารณ์ไม่มีธรรมะวิจัยมีมีการพิจารณาซ้อนอยู่ในตัวขณะที่พิจารณาซ้อนอยู่นั้นก็เป็นสวิตช์จะวิจารณ์แท้หรือเป็นทางการไอ้ที่เราสลัดออกและอารมณ์ที่มันเศร้าหมองและอารมณ์ที่มันทุกข์ที่มันขาดพอผมเราอยู่ที่มันจะพยายามครอบครองเราถ้าเราออกได้นั่นแหละคือการนั่นแหละคือตัวจริงนั่นแหละคือตัวที่เราทำได้เป็นปัจจุบันนั้นเพียงแต่ไม่ได้หมายความว่าเรามีกิเลสหมดหรือว่าเราล้างอารมณ์ใส่อาสวะหรือว่าเรารู้อริยสัจทุกอย่างยังเป็นแต่เพียงทานเป็นแต่เพียงคิดจะทำสุขกับวิหารเป็น 10 ตัวที่เป็นปัจจุบันนั้นสิ่งเดียวเห็นอยู่รู้อยู่เรากำลังมีปัญหารับทำมีเครื่องอยู่อันเป็นสุขเป็นธรรมชาติเพราะทุกคนต้องพยายาม ไปในเชิงชั้นที่มันละเอียดละออซับซ้อนอย่างนี้มีปัจจุบันอะไรจะทำตนอย่างไรจึงจะเข้าแนวสติปัฏฐานเข้าแนวทางเองเข้าแนวของพระพุทธเจ้าอย่างเต็มที่เราจึงจะได้กำไรแล้วก็ขอให้ดูพวกเรานี่หลายคนบางทีไม่ได้แน่ไม่ได้พาทำอันนู้นอันนี้เราไม่ชอบใจเราก็ผ่านคุณแล้วก็เอาอารมณ์นั้นไว้ที่ตัวเองทำให้เราเองถูกบ่มด้วยอารมณ์เหล่านั้นและเราก็เลยยิ่งช้ายิ่งลำบากลำบนก็ยิ่งกลุ่มก็ยิ่งบ่นยิ่งบอมก็ยิ่งจนมันก็ยิ่งไปกันใหญ่แล้วเราก็เลยแม้แต่จะรับฟังธรรมต่อไปมันก็ไม่มีเรี่ยวมีแรงจะฟังก็ปรับใช้หนักเท่าเกลียดขี้หน้าผู้ที่มีภูมิรู้ที่เราไม่ชอบใจนั้นเลย การเกลียดขี้หน้าหรือว่าช้างที่หน้าผมมีภูมิรู้ผู้ที่จะช่วยเหลือเราแล้วก็หมายความว่านั่นแหละตกออกไปนอกหรือออกไปไกลแล้วมันจวนจะหลุดไม่หลุดแลแล้วผู้ที่ได้ถึงขนาดนั้นแล้วเนี่ยตนก็ทุกข์อยู่จนก็ไม่มีภาวะช่วยตัวเพราะตนก็ยังทุกข์ยังร้อนยังไม่มีแม้แต่องค์ธรรมที่จะพยายามปรับตนก็ไม่มีนอกจากไม่มีแล้วยังผ่านผลักไสตนเองออกห่างจากยาหรือออกห่างจากครูหรือออกห่างจากกัลยาณมิตรออกจากห่างจากบัณฑิตออกห่างจากตนที่จะต้องเป็นผู้ช่วยมันก็ยิ่งทำให้เยื่อใยของเราจางออกจางออกจนตกออกไปนอกรอบกำลังจะตกอยู่แล้วขาดถึงอันนี้ก็ไปเลยมันก็ เหลือเชื่ออะไรเลยผู้ใดมีภาวะอย่างนี้ให้ระวังอย่างยิ่งจงปรับเปลี่ยนใจเป็นทันทีทีเดียวอย่ากลับแหนงหน่ายยาอย่าตับเน้นนายครูอาจารย์อย่าจับแน่นนายเพื่อนสั่งทำที่เป็นผู้ช่วยเหลือจริงและกิเลสมันบอกว่ามันไม่ชอบใจใครที่มาขัดใจกิเลสเมื่อตัวกิเลสมันจะทำอย่างนี้มันไม่ได้ทำอย่างนี้ครูบาอาจารย์หรือว่าผู้ที่ช่วยเหลือตัวไปสอนเขาก็จะต้องพยายามให้โกรธกิเลสมันตรงกันข้ามกันอย่างนั้นน่ะให้ผลัดใสใครทำแล้วเราก็ขัดใจเราเพราะเราเป็นเพื่อนของกิเลสอย่างแน่อย่างแท้มากเพราะฉะนั้นเราจึงจะต้องไปปฏิบัติด้วยเราจะเข้าหมู่เข้าพวกไปอยู่กับกิเลสเพราะกิเลสมันไม่ชอบครูอาจารย์ที่จะฆ่ากิเลสกันแน่นอนและเราก็เลยจะไปตกเป็นหมู่ของพวกชาวกิเลสนั่นแหละ เรากำลังจะตกไปเป็นหมู่ผีกำลังจะขาดกำลังจะสิ้นหวังกำลังจะตกรอบออกไปอย่างแท้จริงเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากสำหรับนักปฏิบัติธรรมเป็นภาวะที่จะต้องระมัดระวังเป็นภาวะที่จะต้องเร็วไวทีเดียวที่จะต้องลุกรู้สึกตัวและปรับตัวให้เร็วด่วนถ้ากลับตัวไม่เร็วด่วนไปผ่านเส้นที่มีตัวอย่างแล้วผู้ที่ตกออกไปแม่เดี๋ยวนี้ก็กำลังบางคนก็วนเวียนวนเวียนหาทางจะเข้ามาเสร็จแล้วกิเลสซ้อนกิเลสคือมานะเรายังไม่ใช่พระอรหันต์มานะนี่เป็นสังโยชน์อันสุดท้ายอันสูงแม้เยื่อใยขนาดขั้นสูงสุดก็จะต้องตัดทีหลังเขาอีกเพราะมีรายละเอียดมากแล้วก็ไม่ได้หมายความว่ารายละเอียดมานะอย่าไปหมดแล้วไม่หมดด้วยเพราะฉะนั้นอย่าไปหวังแม้ เปิด LINE เข้ามานะไม่มันไม่ได้มันจะเล่นงานเราอยู่ด้วยจริงๆตอนนั้นพูดที่หลุดออกไปแล้วกลับเข้ามากินหญ้าภาวะขณะนี้ที่ผู้หลุดออกไปแล้วกลับเข้ามาไม่ได้แต่แปลเป็นรูปอื่นแปลเป็นรูปอื่นฉันจะเข้ามาในกลวิธีเนตรๆหลายๆอย่างเป็นออกเป็นหมวดในระบบอื่นออกไปทำในระบบอื่นผู้ชายก็ดีผู้หญิงก็ดีในขณะนี้กำลังมีลูกไม่เห็นแล้วกำลังมีรอยเห็นแล้วต่อไปถ้าเราออกไปเราก็จะเป็นอย่างนั้นเพราะว่าเมื่อคุณเข้าใจธรรมะไปยังไงคุณก็ต้องมาหาธรรมะถ้าคุณเข้าใจธรรมะคุณแน่ใจในธรรมะคุณถามตัวเองว่าคุณเห็นธรรมะที่ถูกไหมจริงไหมเชื่อไหมแล้วก็คุณแน่ใจว่ามันเป็นเรื่องของชีวิตเป็นเรื่องสำคัญต่อไปผมก็จะไปสู้กับทุกข์และคุณก็จะต้องระลึกถึงธรรมะอีกคุณจะมาอีกแล้วมา ราชินียากที่สุดเลยเวลาก็เสียแทนที่จะได้เป็นไปก็ไม่เป็นไปมันซ้อนมันถูกสมน้ำหน้าเข้าไปอีกตรงที่แทนที่เราจะอยู่อย่างสูงกลับไปยิ่งทำให้ตัวเองต่ำตามแล้วกลับมาก็ไม่ได้เพราะมานะมันขวางอีกก็จึงต้องแสดงไปตะแบงไปอย่างที่มันเป็นขณะนี้จะเห็นรูปเห็นรอยได้ธาราก็สั่งกันอยู่ก็เห็นกำลังเป็นไปได้บทบาทอะไรกำลังเห็นมีชี้ให้ดูธรรมะแต่ไม่ใช่หมายความว่าให้โกรธกันให้เกียรติกันให้ฟังกันผู้ใดเป็นแล้วก็น่าสงสารแต่มันก็เป็นวิบากให้เห็นอยู่อย่างนี้เราจะทำอย่างไรเราจะช่วยกันได้ด้วยดีที่สุดแต่พร้อมกันทั้งคู่นั้นก็จะต้องมีโทษหรือมีรับโทษรับภัยของตัวเองสงขลาของเขาไปตามกรรมเพราะกรรมใครกรรมมันมีบาปใครวิบากมันแม้เราจะช่วย มันก็ช่วยยากประโยชน์จากพระโมคคัลลานะที่ท่านเองมีวิบากของท่านเป็นพุทธสาวกเบื้องซ้ายยิ่งใหญ่และถือว่ายิ่งใหญ่ยิ่งยอดแล้วขนาดนั้นยังไม่มีใครจะช่วยฉันได้ฉันต้องรับกรรมมาวิบากนั้นเองในที่สุดต้องถูกโจมฆ่าตายก็ต้องยอมสุดท้ายให้โจรฆ่าตายเพราะว่าสุดที่จะแก้ไขจุดที่จะมีใครช่วยได้ไม่มีใครช่วยได้แม้พระพุทธเจ้าท่านก็ช่วยไม่ได้เพราะว่าผมกำลังตายนะเพราะว่าพระพุทธเจ้าก็ยังมีประชาชนอยู่คนจ่ายยังไม่พอพระพุทธเจ้าปรินิพพานหลังอัครสาวกทั้งคู่กรณีเรื่องเหล่านี้มันเป็นเรื่องสัจจะที่เราจะต้องพยายามอย่าเผลอใช้ยาธาตุเสียชีวิตเดือนสิ้นเดือนนี้สัจจะอ้างเหตุผลเอาไปพิจารณา อย่าวู่วามอย่าเป็นบริวารของผีง่ายๆบริวารของผีนี่แหละมันจะผ่าหรือว่าเราเองจะไปตกรอบก็ไปหาทีมันจะพยายามชักจูงและพยายามที่จะทำให้ยิ่งซ้ำซ้อนซ้ำซ้อนแยกแยะอธิบายไปแล้วแล้วเราจะยิ่งจะไกลออกห่างเพราะแทนที่จะเป็นอย่างนั้นระลึกที่ดีของการคิดเราจึงต้องพยายามปรับตัวไม่ใช่น่าจะถูกผีหลอกไปเรื่อยไปมันก็จะอวดเก่งเหมือนกันอวดใหญ่กว่าพระเหมือนเสมอแหละดีมันจะมาเล็กกว่าพระไม่ได้หรอกมันก็จะต้องทำตัวเหมือนกันเช่นนั้นมันจะต้องพยายามมอมเมาเพื่อให้เราเห็นดีกับผีนั่นแหละก็ขอให้พิจารณาคดีมากในช่วงนี้แต่เราถึงจะได้ช่วยเหลือตัวเราเองได้เจริญยิ่งขึ้น ประเด็นที่มันเป็นตัวสำคัญๆไปได้ตั้งแต่บางเบื้องต้นเบื้องต้นสิ่งที่จะส่งรูปรามเป็นแผลใหญ่มันก็จะไม่เกิดแต่ถ้าตัดแม้แต่เบื้องต้นก็ตัดไม่ได้ก็จะลุกลามเป็นแผลใหญ่แล้วก็ยากเกินแก้หรือว่ากว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้วอย่าให้เกิดเหตุการณ์นั้นอาตมาไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นอย่างยิ่งเพราะว่าเห็นอยู่รู้อยู่ว่าน่าสงสารแต่ก็จะไปมีสิทธิ์สงสารแต่จนกระทั่งมากเกินไปก็ไม่ไหวเพราะจะช่วยผู้ที่ช่วยก็มีอยู่ผู้อื่นจะมาให้ช่วยอีกก็มีอยู่เพราะฉะนั้นบางทีมันก็จะต้องเหมือนคนใจดำแต่แท้จริงไม่ได้ใจดำกับใครเลยแม้แต่คนเดียวแต่สงสารอยู่แต่คนภาวะที่จะช่วยได้ขออย่าให้ ไม่อยากให้เป็นไม่อยากให้เป็นอยากให้ไปกันด้วยดีที่สุดให้ได้จึงขอเตือนมากในจุดนี้ขอให้พิจารณาให้จริงๆฟังกันหลายๆเที่ยวหลายๆทีเรื่องนี้เรื่องนี้แล้วเราก็จะได้ดีขึ้นจะได้แก้อาการจะได้ไม่สายเกินแก้