251124-610 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ033.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2525 อภิณหปัจจเวกขณ์ (86 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์21 KB
วันที่แก้ไข11 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำปฏิสังขาโยโสภิตาตังที่พุทธสถานสันติอโศกเงินในขณะนี้ที่เราทำการศึกษาในระดับที่แยกขายขึ้นพยายามที่จะเน้นพยายามที่จะชี้เจาะเข้าไปที่ความลึกซึ้งเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นเพราะฉะนั้นผู้ที่ยังไม่ได้มีความลึกซึ้งอะไรนักก็อาจจะยากไม่ยากเราก็จะต้องเข้าหามิตรดีสหายดีข้อหา ผู้รู้ที่เป็นรุ่นพี่รุ่นผู้รู้อื่นๆที่ท่านใดทราบมาก่อนเพราะผู้รู้ที่รู้ยิ่งไปกว่าท่านก็จะสอนผู้ที่สูงและระดับสูงเป็นชั้นๆๆไปอีกเพราะฉะนั้นการค้นคว้าหาความรู้หรือพยายามที่จะศึกษาเราก็จะต้องมีระดับมากขึ้นการที่รู้ระดับรู้ฐานะแห่งบุคคลชั้นตอนที่ซับซ้อนร้อยเรียงมากขึ้นมากขึ้นเป็นการรู้อันวิจิตรเป็นการรู้โลกหรือโลกะวิทูที่ยิ่งๆขึ้นเพราะในระดับความสืบเนื่องปฏิกิริยาลูกโซ่ในโลกนี้มันหมุนรอบเชิงซ้อนหลากหลายจนขนาดนั้นไม่สามารถที่จะพูดหมดได้เพราะฉะนั้นจึงพูดเป็น ช่วงตอนเป็นช่วงตอนเท่านั้นผู้มีปฏิภาณสูงจึงจะนำมาร้อยเรียงด้วยความเข้าใจของตนแต่ขนาดนั้นก็ยังจะจับมาเรียงให้คนอื่นรู้โดยภาษาโดยแม้ช่วงใดก็ตามเอามาเรียให้คนรู้ในช่วงหนึ่งจะเขียนเป็นตำราทั้งเล่มก็ยังหมดไม่ได้จะมาเลี้ยงยังไงก็ไม่หมดได้มันมากเกินกว่าที่จะขนาดนับสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ยากแก่การศึกษาของมนุษย์ทุกวันนี้คนที่มองเผินๆตื้นๆจะทำลายสิ่งที่ลึกซึ้งเพราะเมื่อเวลาบันทึกเสียงแล้วมันย้อนแย้งกันในตัวมันเป็นสภาพที่ซับซ้อนเป็นสภาพมีการแย้งอยู่ในที่อยู่ในตัวเป็นคัมภีร์เราก็พา So และมีสภาพทรัพย์ วกไปวนมาอยู่ในที่เป็น directed ในการคัดแยกสับสนอยู่ถ้าเผื่อว่าผู้นั้นเรียงเป็นสภาพที่มันได้ระเบียบได้ระบบด้วยความรู้อันชัดแจ้งไม่ได้ก็จะเรียงไม่เป็นและสับสนวุ่นวายเพราะคนใดที่รู้สึกวนรู้สึกวุ่นวายแล้วก็ต้องตั้งใจศึกษาให้ชัดๆเราจึงจะเรี

อ่านต่อ

ยบเรียงหรือว่าจะทำให้มันสูงขึ้นไปได้เป็นลำดับๆขั้นตอนการศึกษาทั้งภาคปฏิบัติที่เรามีปฏิบัติโดยเฉพาะปฏิบัติเป็นไปเพื่อศาสนาพุทธโดยตรงคือจุดปลายมันจะเป็นพหูชนะให้ตายยากโภชนะหรือโรคกรรมตามอนุกรรมปลายักษ์ในการอนุเคราะห์โลก และเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นประโยชน์ทุกส่วนต้นเป็นสุดท้ายแม้เราปฏิบัติผลเพื่อประโยชน์ตนนั้นก็เพื่อการละตัวละตนเพื่อการเสียสละไม่ใช่เพื่อเอามาให้ตนไม่ใช่เพื่อนโลกไม่ใช่เพื่อมาสนองตัณหามาบำเรอตนนั่นคือประโยชน์ตนอันสอดคล้องกันกับประโยชน์ท่านไม่ค้านแย้งกันเราบอกว่าเป็นประโยชน์ตนเรามองเห็นตื้นๆแบบเถรวาทก็เราก็คือจะทำจากตนจากตนและก็หลีกเลี่ยงโดยไม่สัมพันธ์กับผู้อื่นเห็นโดยความเห็นตื้นๆระดับง่ายๆเรียกว่าเดินหมากรุกชั้นเดียวมันก็ แค่นั้นบอกว่าประโยชน์ตนและมองดูก็เหมือนรำคาญเพราะเอาแต่ตนที่จริงไม่ใช่ถ้าใครเข้าใจมักองค์ 8 แล้วไม่ใช่เลยทำประโยชน์ตนนั่นแหละเป็นประโยชน์ท่านเพราะเจาะโดยความหมายภาษาให้ฟังแล้วว่าประโยชน์ตนนั้นคือการละความเห็นแก่ตนและความโลภและความบันเทิงตนต้องอดต้องทนต้องเสียสละต้องฝึกฝนไม่ใช่เซฟไม่ใช่ทำตามชอบใจตนแต่ทำให้เป็นไปเพื่อผู้อื่นธาตุแท้จริงแล้วคือทำตามใจชอบผู้อื่นด้วยซ้ำตอนนั้นไม่ใช่หลักแต่ตนมีรู้จะรู้ว่าถ้าตามใจเขามากเกินไปเขาจะเสียหายถ้าขัดแย้งเขาบ้างจะขัดเกลาเขาได้แต่ถ้าเผื่อว่าจะขัดเกลาเขาแรงเกินไป จะเกิดการทะเลาะเบาะแว้งหรือแตกร้าวแม้แต่เรากับเขาเท่านั้นก็จะแตกร้าวไปแล้วเพราะถ้าเผื่อว่าเราจะช่วยกันอยู่ยังไม่ตัดขาดยังไม่ให้แตกออกไปเพราะว่าคนนี้ยังพอช่วยกันได้เราก็จะประสานกันพอสมควรแต่ถ้าเห็นว่ามันไม่ควรจะต่อกันอยู่แล้วควรจะแตกออกไปก่อนควรจะอยู่กันคนละแห่งคนละที่คนละอันคนละสิ่งซะก่อนเพราะว่าแม้อยู่ด้วยกันก็ไม่มีคุณค่าอะไรกันนอกจากจะมีแต่ทำร้ายทำลายเพราะมันคนละเรื่องจริงๆเราก็ต้องตัดอย่างนี้ต้องเป็นผู้รู้หรือเป็นคนรู้เพราะในการทำจึงไม่ได้ทำเอาแต่อำเภอใจจนแต่เราทำเพื่อประสานประโยชน์เพื่อทำให้มันเรียบร้อยให้มันเป็นไปได้ดีให้มันเจริญงอกงามเพราะในความหมายลึกซึ้งแล้ว อดทนนั่นคือประโยชน์ท่าน 100% แต่ความหมายลึกซึ้งสูงสุดแล้วเป็นพหูชนะหินตายะเพราะผู้ชนะสุขายะเพราะคนที่บรรลุเป็นเอกบุรุษแล้วหรือเป็นมหาบุรุษแล้วจึงไม่มีตัวตนงานการหรือว่ากิจกรรมหรือว่าอะไรใครเป็นสื่ออื่นๆจึงมีแต่ผู้อื่นเท่านั้นมองผู้อื่นเป็นหลักตนเองนั้นไม่กังวลไม่วุ่นวายไม่ลำบากไม่อะไรเลยมันจะอยู่อย่างไรก็ไม่ประหลาดแต่มันก็มีตัวรู้ว่ารู้ว่าเราไม่ได้ทรมานตนให้สุขภาพร่างกายแกล้งให้ตนเองตายแกล้งตัวเองทรุดโทรมแกล้งให้ตัวเองเสื่อมต่ำอะไรไม่ได้แกล้งตนเองก็รักษาดูแลตนอยู่ว่าไม่ให้เสื่อมไม่ผิดไม่ให้ร้ายไม่ทุจริตและก็ไม่ให้ทรุดโทรมอะไรจนเกิน แม้มันจะเหนื่อยมันจะเพลียมันจะอุตสาหะวิริยะบ้างก็ยังพยายามขวนขวายอุตสาหะวิริยะจะเหนื่อยบ้างก็ตามมันยิ่งเป็นตัวจริงมันยิ่งเป็นตัวชัดว่าเราเสียสละแม้จะเหนื่อยอยู่เราก็ยังทำนั้นเป็นตัวไม่เห็นแก่ตนหรือเป็นตัวเสียสละเรื่องไม่มีตัวตนที่แท้สอดคล้องลงตัวที่สุดเพราะเศษเสี้ยวของอัตราของมนุษย์นั้นแม้แต่ตัวเองยังเอาอะไรเสพของตนเองอยู่ต้องรู้ในอารมณ์เป็นที่สุดเลยทีเดียวมันเป็นของสูงและเป็นเรื่องที่จะรู้ยากแม้พระอนาคามีก็ยังจะต้องมีเศษอรูปราคะอะไรพวกนี้อยู่แม้แต่รูปราคะยาวกว่านี้ก็ยังมีอยู่ซึ่งมันเสพติดตัวเสพความพอใจของตนเป็นทิฏฐิของตนเป็นทิฐิราคะหรือเป็นมาณ เป็นเรื่องของจิตที่ยังมีทิฐิแล้วเราก็ยึดเป็นราคะได้ด้วยหรือเป็นรูปราคะอรูปราคะซึ่งซ้อนละเอียดบางเบาแต่เป็นเรื่องที่จะต้องเรียนรู้อย่างสูงสุดด้วยเหตุผลง่ายๆตื่นๆเราก็จะเข้าใจแล้วว่าการปฏิบัติของพระพุทธเจ้านั้นไปสู่ความละตัวตนหมดตัวหมดตนด้วยภาษาง่ายๆอย่างนี้เราก็รู้อยู่แล้วว่าเมื่อหมดตัวหมดตนถึงขั้นอัตภาพท่านอารมณ์จิตในสูงสุดแล้วตนมันไม่เสพอะไรเลยจนมีแต่รู้แล้วก็ทำงานมีพรรคแล้วก็มีเพียงหรือมีผีนั่นเองสมควรจะพักที่สุดเราก็พักถ้าไม่สมควรแก่การจากเราก็ต้องถามตนอยู่เสมอว่าเวลาล่วงไปล่วงไปบัดนี้เราทำอะไรอยู่ใครคำว่ากิจกรรมที่ดีกว่านี้ยังมีอีก ผู้บริสุทธิ์จิตแล้วก็ถามเรื่องกายกรรมวจีกรรมเท่านั้นแต่ผู้ยังไม่บริสุทธิ์จิตก็ต้องถามจิตของเราเสพอยู่หรือเปล่าขณะนี้กายกรรมวจีกรรมดีกว่านี้ยังมีอีกและจิตที่ดีกว่านี้ของตนก็ยังมีอีกหรือเปล่าเรายังเหลือเศษเสี้ยวธุลีอะไรที่เรายังติดจึงเสกเป็นอัตภาพยังไม่สมบูรณ์แท้จึงต้องถามทั้งจิตด้วยแต่ถ้าเกิดว่าผู้สมบูรณ์แล้วเหลือกายกรรมกับพิธีกรรมและผู้ที่จะอบรมตนจริงนั่นแหละยังไม่รู้จริงก็ต้องดูที่กายแล้วว่าจีก่อนเราทำกายเราทำวจีที่ดีกว่านี้ขึ้นไปเรื่อยๆนั้นเราได้อบรมตนแน่นอนและกายกรรมวจีกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นนั่นแหละคือการสำรอกตัวตนที่เหลืออยู่ ฉะนั้นสรุปทั้งหมดแล้วต้องพิจารณาให้ซับซ้อนลึกซึ้งให้ดีว่าเราจะล้างตัวตนในขั้นสูงขึ้นสูงขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องตื้นเขินเลยกว่าจะสิ้นความเสพหรือกว่าจะหมดสภาพอารามชะตาแม้ทำงานแม้พูดแม้นนอนเรายังเหลือเศษอาหารยินดีเล็กๆน้อยๆอารามปานนี้มันเป็นความยินดีที่เล็กน้อยยิ่งกว่าฉันทะยิ่งกว่าสภาพที่มันทำให้คนละเอียดละออได้ที่จะละเอียดสูงสุดได้เพราะในตัวตนที่เหลือเศษที่เราเรียกว่าอาราม มันเป็นจุดอาศัยเท่านั้นเพราะถ้าผู้ใดเข้าใจความว่าอาศัยได้ผู้นั้นก็จะมีอารามหรือไม่มีที่อาศัยเอาว่าหรืออารามเป็นที่อาศัยที่อาศัยสร้างสรรค์เท่านั้นมันไม่ใช่ความอาศัยเพื่อเสพมันเป็นเพียงที่อาศัยเพื่อสร้างสรรค์การงานเพราะฉะนั้นอารามทุกอารามจึงเป็นที่อาศัยเพื่อสร้างการงานการงานและเป็นการสร้างให้โลกไม่ใช่ที่อาศัยเพื่อจะยึดครองถ้าอาศัยอย่างยึดครองแล้วเราก็อารามนั้นมันก็ยังมีส่วนกิเลสหรือตัวตนสิงสถิตหรือผูกพันอยู่แน่นอนเพราะผู้ที่จะยินดีที่จะเข้าใจความยินดีนี้จึงจะต้องมีปัญญาอย่างแยกขายลึกซึ้ง และจะต้องจำแลงความยินดีออกไปให้หมดเศษส่วนของกิเลสอารามคำว่าเป็นอารามถ้าเข้าใจยังไม่ได้สิ่งนั้นเป็นการอาศัยหรือสิ่งหรือเศษอย่างมีกิเลสอยู่ถ้าผู้ใดอาศัยหรือศีลหรือเศษผู้นั้นก็ยังไม่หมดแต่เมื่อรู้ว่าอาศัยเพียงอาศัยใช้คำว่าเสพก็ไม่ใช่เสพผมหรือตนแต่เป็นการอาศัยเพื่อมีแรงเพิ่มมีพลังหรือเพิ่มมีถิ่นที่จะสร้างสรรค์เพื่อมีองค์ประกอบที่จะรังสรรค์ให้แก่มนุษย์โลกได้เท่านั้นอันนี้เป็นความหมายที่เราพยายามจะศึกษาเพิ่มเติมมันขึ้นไปเรามีฐานอาศัยพอสมควรเราลดโลกกระทำที่มันเป็นโลกธรรมตั้งแต่ระดับอยากมาจนกระทั่งกลางไล่เลื่อยขึ้นมาได้ แท้จริงแล้วเราก็ยังจะสูงขึ้นไปสูงขึ้นไปเพื่อจะเป็นคนที่มีประสิทธิภาพสูงสุดมีสมรรถภาพสูงสุดเกิดการสร้างสรรค์เกิดสามัคคีธรรมและเกิดมนุษย์เจริญสูงมนุษย์ตัวอย่างของโลกขอให้พวกเราศึกษาและพยายามอุตสาหกรรมวิริยะในการอบรมตนความแยบคายก็ขอให้ใช้อย่างแท้จริงเป็นผู้ที่เบิกบานสุขุมอ่อนโยนและคล่องแคล่วได้เป็นที่สุด

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน