230824 คุณสมบัติแห่งสัตบุรุษ-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ023.txt
เนื้อหาในไฟล์
การทําญาติโยมทั้งหลายเอาวันอันเป็นวันธรรมะสวนะที่เราจะมาพบกันมาฟังธรรมกันซึ่งเราได้นัดแนะกันไว้โดยอาตมาได้เปลี่ยนมาเป็นวันเสาร์วันอาทิตย์นี้แหละวันเสาร์เป็นวันโกนวันอาทิตย์เป็นวันพระเราก็เลยใช้กันอย่างนี้มันช่วยไม่ได้เพราะว่าเราจะไปแก้ไขโรคไม่แก้ไขสังคมเขาให้มานับวันพระแล้วก็มาหยุดวันพระตามวันเวลาที่เขาหยุดกันอยู่เนี่ยไม่ได้เราก็ต้องตามเขาไปเขาหยุดวันเสาร์วันอาทิตย์เราก็เอาวันเสาร์วันอาทิตย์นี่แหละพวกคุณพักงานก็มาวัดกันจะได้มาพบกับพระ วันนี้งานก็ไม่ว่าอะไรก็ไปทำงานวันเสาร์วันพระวันหยุดก็มาวัดมาว่านี่ก็จะไปสนามม้าโรงหนังหรือว่าไปที่ไหนก็ไม่รู้ชวนกันนี่ลูกต้องแต่งไปแล้วเร็วๆเถอะๆอะไรก็ไม่รู้ดีไม่ดีก็วันเสาร์วันอาทิตย์มาชงเหล้ากันหนักกว่านั้นมีอีกก็ไม่ต้องพูดถึงแล้ววันนี้เป็นวันธรรมะสวนะโดยที่เรากำหนดแต่ก่อนวันหยุดเขากำหนดตามจันทรคติตามวันแรมวันค่ำขึ้นแรมอะไรนั่นตอนนี้เราก็เอาอย่างนี้ก็เอาน่าจะเป็นที่รู้กันก็พูดซ้ำซากสำหรับผู้มาใหม่คือเก่าก็ฟังซ้ำไปหน่อยแล้วอย่าเบื่อในความซ้ำซากเพราะถ้าคุณเบื่อในความซ้ำซากนั่นคือคุณไม่เข้าใจสัจธรรม สัจธรรมนี้สุดท้ายมันคือความซ้ำซากและเราจะทำความซ้ำซากได้โดยเฉพาะความซ้ำซากนั้นจะต้องเป็นกุศลสิ่งใดที่เป็นกุศลแล้วเรายืนหยัดกุศลนั้นเราก็ซ้ำซากซ้ำซากอยู่ซ้ำซากอยู่อยู่อย่างนี้แหละเป็นอย่างนี้อยู่เสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอท่านเรียกว่าเที่ยงหรือเรียกว่านิรันดร์เรียกว่าเป็นอยู่เป็นอยู่เป็นอยู่เป็นอยู่ต่อเนื่องกันอยู่แล้วถ้าเราทำดีหรือทำส่วนที่เป็นกุศลทำส่วนที่ฉลาดแล้วให้ซ้ำซากอยู่มันไม่เป็นไรถ้าเรายังเป็นผู้ที่มีบทบาทยังมีชีวะยังมีภูตะยังมีปานะยังมีจิตวิญญาณยังมีความเป็นไปยังมีธาตุรู้ที่คอยควบคุมกำหนดชีวิต เรามีธาตุรู้หรือมีเขาเรียกทั้งโลกเขาก็เรียกมันสมองเ
อ่านต่อ
รียกทางธรรมเขาเรียกจิตวิญญาณเรายังมีจิตวิญญาณยังมีทาสรู้เป็นตัวควบคุมและเราก็เป็นไปตามจิตวิญญาณที่ได้ดูแลควบคุมเพราะจิตวิญญาณเป็นประธานชีวิตพระพุทธเจ้าตรัสลาบานูนผุพังขมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาจิตวิญญาณนี้เป็นประธานของสิ่งทั้งปวงจิตวิญญาณจะพาเราเจริญเรียกว่าเสฏโฐหรือจะไปเป็นตัวเป็นตนอย่างไรก็ตามก็จิตวิญญาณเป็นตัวนำไปทั้งสิ้นถ้าเราจะเป็นตัวเป็นตนก็เป็นตัวเป็นตนที่ดีเราจะไปทำอะไรสร้างสรรค์อะไรเป็นตัวเป็นตนเป็นรูปเป็นร่างเป็นชิ้นเป็นอันเป็น ผลผลิตก็เป็นผลผลิตที่ดีเพราะเรามีแรงงานเรามีพฤติกรรมเรามีความสามารถมีสมรรถภาพมีการปรุงการสร้างเรามีชีวิตอยู่ก็อยู่ด้วยกันปรุงการสร้างหรือการงานหรือการกระทำการกระทำภาษาบาลีท่านเรียกว่ากรรมหรือการการงานเขาก็เรียกว่ากรรมผู้ที่บรรลุธรรมสูงสุดแล้วที่ยังมีชีวะท่านเรียกว่ามีอาชีพอาชีวะนี้ประกอบไปด้วยสิ่งที่ทำนะผู้ที่มีอาชีพหรืออาชีพประกอบไปด้วยสิ่งที่ทำสิ่งที่ทำนั้นต้องดีสุดเป็นกรรมมันโตเป็นสัมมากัมมันตะ มีสัมมาอาชีวะเรามีสิ่งที่ได้เลือกแล้วได้ทำประจำแล้วได้มีสิ่งนี้อยู่แสดงถึงความเป็นชีวะของเราไม่ใช่ได้แสดงว่าเราเองเราเป็นคนตายง่ายๆแห้งๆแข็งๆอยู่ไม่ใช่แต่เรามีชีวิตว่าบารมีชีวะเราต้องมีพฤติกรรมแสดงชีวะพฤติกรรมหรือการงานนั้นแหละมันจะเป็นสิ่งแสดงคุณค่าของบุคคลบุคคลที่จะมีคุณค่าจะมีเราไม่ต้องไปจำเป็นจะต้องตีค่าตีราคากันแบบโรคเข้าวัดกันก็ได้ขอให้มีความจริงขอให้มีความจริงว่าเราได้มีกรรมมันดีกุศล สร้างสิ่งที่เป็นกุศลอยู่เสมอๆคำว่ากุศลนี่มันแปลได้ 2 ความหมายความหมายคำว่าดีก็ได้เข้ามาอีกความหมายหนึ่งเรียกว่าฉลาดนี่แปลอย่างไทยๆกุศลแปลว่าฉลาดทีนี้ก็มาแปลฉลาดต่อฉลาดภาษาไทยคำนี้มาจากคำว่าคำภาษาธรรมะแต่เดิมภาษาธรรมะแต่เดิมหมายความว่าเป็นผู้รู้รอบในเชียงรายเป็นผู้รู้รอบตัวในเชียงรายเรียกว่าเป็นผู้ที่มีปัญญามีสติสัมปชัญญะปัญญาที่รู้เท่าทันทวารทั้ง 6 เดือนแปลว่า 6 ชราแปลว่าอายตนะทั้ง 6 อายตนะ คือสิ่งที่ถ่ายทอดต่อทอดเข้าไปถึงข้างในรู้ในเพราะฉะนั้นจะมาจากทวาร 6 แล้วก็โยงใยต่อไปจนถึงอายตนะภายในถึง 6 ส่วนเป็นรูปเป็นรถเป็นกลิ่นเป็นเสียงเป็นสัมผัสกายและสัมผัสของใจผู้นั้นก็สามารถควบคุมดูแลรู้เท่าทันสามารถที่จะวิเคราะห์วิจัยมีธรรมะวิจัยรูปเกิดรู้เท่าทันรูปรูปไหนควรสร้างสรรค์ต่อรูปไหนควรตัดทิ้งเสียงไหนเกิดเสียงไหนควรสร้างสรรค์ต่อเสียงไม่ควรตัดทิ้งอย่างคุณกำลังฟังเสียงอาตมากล่าวนี้เสียงนี้ควรรับควรเกิดควรปรุงควร ดูด้วยหรือไม่ควรรู้ด้วยคุณรับไว้ปรุงเกิดต่อรู้ศึกษาและก็เอาไปทำความเข้าใจแล้วเอาไปปฏิบัติตามถ้าเห็นว่าดีแต่เสียงบางเสียงฟังแล้วไม่ควรรับไว้ตัดทิ้งดังนี้เป็นต้นตั้งแต่อย่าไปจนกระทั่งถึงในใจรูปก็ดีเสียงก็ดีกลิ่นก็ดีรถก็ดีสัมผัสก็ดีสัมผัสนอกหรือสัมผัสในคุณรู้เท่าทันมีธรรมะวิจัยมีสติสัมปชัญญะรู้แล้วก็ธรรมะวิจัยวิจัยได้เลือกได้ฉลาดมีปัญญารู้เท่าทันเลือกวิจัยเสร็จๆไปในตัวความรู้รอบรู้ยิ่งถึงพร้อมในชราจะนะทั้ง 6 เนี่ยที่จริงไม่ต้องใช้คำว่าทั้ง 6 ถ้าใช้ภาษาบาลีวัชรแล้วมันมีคำว่า 6 คือชนะมันแปลว่า 6 บวกกับอายตนะก็เป็นฉลาดนะ รูปพร้อมเท่าทันเด็ดขาดไม่ต้องยุ่งยากมีความแววไวมีจิตปัญญาอันปราดเปรียวแววไวคล่องแคล่วรู้ชัดเจนและตัดสินตัดสินตัดสินตัดสินแล้วก็ลงมือทำผู้ที่มีความฉลาดอย่างนี้แหละเขาเรียกว่าเป็นผู้ที่มีกุศลมีสมาธิกุศลมีสมาธิกุศลฉลาดรู้ในสมาธิฉลาดมีสมาธิเรียกว่าสมาธิกุศลสมาธิกุศลเดี๋ยวจะอธิบายต่อให้ฟังสมาธิกุศลยังแบ่งไปด้วยองค์ประกอบอีก 6 เรียกว่าสมาธิจะทำยังไงถึงจะสร้างสมาชิกจะต้องมีหัวข้อทำอีก 6 ชนิดเดี๋ยวจะอธิบายสู่ฟัง วันพุธที่ 7 ฉลาดเรียกว่ากุศลนี้ก็คือผู้ที่จะต้องมีสภาวะธรรมอย่างที่รู้เท่าทันฉลาดรอบรู้ยิ่งในชรายตนะพอมาเป็นภาษาไทยก็เลยกลั่นข้าวก่อนเข้าเชียงรายเลยไม่ต้องฉลาดไม่ต้องฉลาดเป็นภาษามาจากภาษาธรรมะมันมาจากบาลีนะมาจากธรรมะธรรมะนำเข้ามาจนมาเป็นไทยตีกินเลยฉลาดหรือฉลาดเหมือนกันฉลาดก็ได้สละนี่ก็แปลว่า 6 ภาษาบาลีสเสือลลิงเนี่ยแปลว่า 6 เหมือนกันฉันละฉฉิ่งฬจุฬาก็เหมือนกันแปลว่า 6 ฉลาดหรือฉลาด มาจากคำดังนี้นิดนึงทีนี้แปลเอาความเลยคำว่ากุศลก็แปลว่าดีอ้าวฉลาดรู้ยิ่งรู้เท่าทันตัดสินได้แล้วมันก็ดีได้ตัวยอดมาหัวยอดมาได้ดีเป็นผู้รู้ดีเป็นผู้มีดีเป็นผู้ได้ดีรู้ดีมีดีได้ดีเป็นดีแล้วผู้นั้นก็คือคนที่มีกุศลคนที่เป็นกุศลคำว่ากุศลนี่เป็นความหมายของนัยของคำว่ากุศลแปลว่าฉลาดหรือแปลว่าดีก็ขยายสู่ฟังมันพูดที่มีปัญญาแล้วมีการได้ฝึกฝนแล้วกระทำได้แล้วรู้เท่าทันอายตนะทั้ง 6 ได้ฝึกตน แต่มีจริงตัดสินได้เต็มไปด้วยดีเลือกแล้วเป็นแล้วแล้วเราก็ทรงอยู่เป็นอยู่แต่เฉพาะส่วนที่เป็นกุศลส่วนที่เป็นกุศลเรามีชีวิตเรามีชีวะเราแสดงกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมสร้างสรรค์อะไรอยู่ล้วนเป็นสิ่งที่ตัดสินออกมาจากอายตนะ 6 ที่ดีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสสัมผัสนอกสัมผัสในเป็นสิ่งดีทั้งสิ้นก็เรียกว่าคนกุศลยังกุศลให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทอยู่แม้จะยังกุศลอย่างนั้นเรายังจะต้องไม่ประมาทผู้รู้แล้วถ้าไม่ประมาทท่านจะคอยปรับปรุงเพราะมันไม่ค่อยเที่ยงแม่กุศลก็ไม่เที่ยงนะกุศลนี้เป็นสังขารธรรมนะเป็นสังฆทานเป็นธรรมะที่มีนิพพานเท่านั้นเป็นอักษร อสังขตธรรมคือธรรมะที่ไม่ได้ปรุงเลยศูนย์นิ่งหยุดอยู่อสังขตธรรมมินิผ่านเท่านั้นนอกนั้นไม่ว่าดีไม่ว่าชั่วเรียกมันว่าเป็นของดีกรรมดีก็เป็นสังกัดเป็นธรรมะที่ปรุงสร้างไว้สังขารทั้งหลายทั้งปวงไม่เที่ยงสังขารทั้งหลายทั้งปวงเสื่อมไปเป็นธรรมดาความดีก็เสื่อมได้ถ้าไม่บูรณะไว้ไม่สร้างสรรค์ไว้ไม่พยายามต่อต่อยอดไปเรื่อยๆถ้าเราไม่พยายามต่อยอดไว้เรื่อยๆศูนย์เสื่อมความดีก็เป็นสังฆกรรมความชั่วก็เป็นสังฆธรรมส่วนความชั่วนั้นเราไม่ต่อยอดเราให้มันเสื่อมเลยเสื่อมไปกับตัวเราไม่ต้องเอาไป ที่ไหนอ่ะความชั่วให้มันหายไปนี่มันหายไปที่ไหนก็ไม่รู้ให้มันหายไปเลยเรายังไม่มีมาออกมาอย่าไปก่อออกมาไม่ให้เกิดไม่เห็นมีอิริยาบถไม่มีออกมาทางใดเลยความชั่วให้มัน 000 ดับสิ้นไปเลยช่างมันเสื่อมช่างมันความชั่วแต่ความดีเป็นฐานอาศัยของมนุษยชาติเป็นสิ่งอาศัยในฐานะแห่งความมีความเป็นเพราะฉะนั้นเราเป็นมนุษย์เราเป็นคนเราต้องมีความดีเรามีสังคมส่วนดีส่วนสำคัญที่เป็นนิพพานนั้นมันอยู่ที่จิตของเราเป็นปัจจัตตังเรารู้เองเข้าใจเองนิพพานคือเราหนึ่งเรารู้ดีแล้ว 2 จิตใจเราก็ไม่ได้ติดแม้แต่ดี นี่เรียกว่าจิตที่ผ่านวางปล่อยสร้างไม่หลงไหลมายึดมั่นเป็นของของตนแม้แต่ดีนี่ก็ไม่ยึดมั่นเป็นของของตน 2 ชั่วเรามีปัญญารู้จริงๆและเราดับสนิทซึ่งชั่วดับสนิทซึ่งชั่วเราไม่มีชั่วสุญญตาในชั่วนี่ก็ลักษณะของนิพพานลักษณะของนิพพานมีอยู่ในส่วนมีส่วนที่ยังมีโดยอุปธิโดยอุปธิท่านเรียกว่าทรัพย์เศรษฐศาสตร์ไม่ใช่อุปสรรคอุปสรรคยังเหลืออุปธิยังเหลือส่วนเหลือสิ่งที่ยังเหลืออยู่ยังไม่ดับหมดยังไม่สลาย จากกันหมดยังมีรูปนามขันธ์ 5 ยังมีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมยังมีพฤติกรรมเราก็มีพฤติกรรมที่เป็นกุศลมีพฤติกรรมที่ดีส่วนสิ่งที่ไม่ดีต้องวิเคราะห์ให้ชัดอย่าพูดกันปนๆเปๆบอกว่าสูญญตาอะไรล่ะสูญญตาสูญญตาคือสิ่งที่เมื่อจะดับรูปนามขันธ์ 5 ไปหมดเลยชีวิตร่างกายจะสลายหมดแล้วแยกธาตุแยกน้ำขันรูปขันหมดจบเป็นพระอรหันต์สูงตายหมดลมหายใจถึงกาละศูนย์ศูนย์หมดไม่มีอะไรหรอกตอนนี้วิญญาณก็ไม่เหลือไม่มีเหลือวิญญาณอะไรก็สูญสลายแต่ถ้ายังมีเป็นๆอยู่ในวิญญาณยังมีในตัวเราวิญญาณยังมีในตัวเราจิตวิญญาณยังเหลืออยู่ จิตวิญญาณอันนี้เป็นมโนมโนปุพพังคมาธัมมามโนนี้แหละเป็นประธานและประธานที่จะควบคุมกายกรรมวจีกรรมแม้แต่มโนกรรมเองเป็นประธานควบคุมมโนเสฏฐาเป็นผู้ที่มีเศษโถเศรษฐาเป็นผู้พี่เป็นผู้ใหญ่เป็นผู้เจริญเศรษฐาเศรษฐีมาจากเดี๋ยวนี้เดี๋ยวนี้เขาใช้อยู่เป็นเศษเศรษฐกิจหรือเป็นเศรษฐีเนี่ยเศรษฐีแต่เราใช้เขียนในภาษาไทยเราใช้ภาษาสันสกฤตส.คส่วนบาลีนั้นสเสือภาษาบาลีไม่มีส.คภาษาบาลีมีแต่สเสือเศษทองก็ใช้สเสือเขียนใช้ต่อปกติโถเชษฐาเศรษฐีเหมือนกันนะก็พันไปตามพยากรณ์เขาบ้าง เอาความหมายอาตมาก็ไม่ได้เก่งไวยากรณ์แล้วก็ไม่ได้เรียนบาลีตามไวยากรณ์บาลีด้วยแต่ก็ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ใช่ว่าจะผิดเพี้ยนไปทีเดียวรับรองว่าถูกอยู่เพราะเราจะทำตนเป็นผู้ที่เป็นเศรษฐาเป็นผู้เจริญเป็นผู้ร่ำรวยแต่ไม่ใช่ร่ำรวยเป็นหลงเงินหลงทองหลงทรัพย์สมิงพรานลุงยศลงสักเรามียศเหมือนกันโดยทำอาตมามียศนะมียศเป็นหัวหน้าหมู่เนี่ยมัวอโศกเนี่ยเขาเคารพนับถือกราบไหว้แต่เขาเคารพนับถือกราบไหว้โดยธรรมโดยเขาเห็นว่าอาตมาเป็นผู้ที่มีมีประโยชน์มีบุญคุณมีคุณธรรมที่จะมากราบไหว้แล้วก็มาขอมาขอเอาอะไรจากอาตมาให้อาตมาบรรยายให้อาตมาสอนอาตมา อบรมเขียนปีอาตมาก็อบรมเขียนดีแต่ไม่เคยถือไม้ถือตีไม่ตีแม้แต่ใช้มือตีก็ไม่ตีเลิกตีแล้วถ้าตีอาตมาถือว่าแรงรุนแรงสำหรับอาตมาแล้วไม่ตีวางศาสตราวางอาวุธวางทันตกรรมคือแม่จะตีไม่พอวางปีเปลี่ยนตัววางแล้วไม่ตีไม่รุนแรงถ้ายังตียังใช้ไม้ใช้พลองใช้อะไรอยู่ถือว่ายังวัยรุ่นถือว่ายังยังยังแรงเราไม่เอาแล้วลักษณะนั้นเราจะแรงอยู่แต่เพียงภาษาภาษานี่พูดรุนแรงยังมีรุนแรงอยู่บ้างเขาเรียกว่าปากคลอง ภาษานี่เขาเรียกว่าปากหอบรุนแรงอันนี้อาตมารับรองได้อาตมาเช็คพระไตรปิฎกแล้วเช็คพระพุทธเจ้าแล้วพระพุทธเจ้าเนี่ยพูดยุทธศาสตร์รุนแรงหรือเปล่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสฉันกลับรุนแรงมีคนไปช่วยหรือเปล่าตราดเรายังตัดรุนแรงตัดรุนแรงคืออะไรสัตว์รุนแรงคือเราจะต้องกล่าวทั้งทุจริตและสุจริตถ้าเราไม่กล่าวถึงทุจริตอะไรในโลกเลยนะมันไม่รุนแรงหรอกพูดแต่ส่วนดีส่วนดีส่วนดีส่วนดีไปเลยนะอันนั้นไม่รุนแรงอันนั้นจงเข้าใจให้ได้เถิดว่าอันนั้นไม่ใช่ลักษณะศาสนาพุทธศาสนาพุทธไม่ได้พูดแต่ด้าน สุจริตหรือด้านดีด้านเดียวศาสนาพุทธพูดทั้ง 2 ส่วนพูดทั้งทุจริตและสุจริตเมื่อกล่าวทุจริตเมื่อใดรุนแรงเมื่อนั้นรุนแรงเพราะฉะนั้นเราจะเลือกวาระเลือกกาละกล่าวรุนแรงในโพธิราชกุมารสูตรโพธิราชกุมารทูลถามพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าก็ยืนยันว่าท่านตัดท่านตรัสรุนแรงหรือว่าตัดสิ่งที่ไม่พอใจไม่พอไม่พอหูไม่พอใจผู้ฟังไม่ถูกหูผู้ฟังสัตว์เราต้องจัดเราท่านยกภูเขาไปเลยว่าเราเหมือนกับพี่เลี้ยงเด็กที่เด็กเลี้ยงเด็กอ่อนเราจะเมื่อเราเห็น เด็กเนี่ยกลืนกระเบื้องอยู่พื้นกระเบื้องแตกเข้าไปในปากอยู่เราจะต้องช่วยเด็กโดยการเอามือกันไว้ที่คอในสำนวนก็แปลว่างั้นนะอาตมาแปลอย่างสำนวนชัดเจนเลยว่าพระพุทธเจ้าบีบคอเด็กก่อนมีอาตมาแปลอย่างอาตมานะแต่เขาแปลในภาษาบาลีในพระไตรปิฎกก็แปลว่าเอามือกั้นไว้ที่คอแหมมันไม่กั้นไม่จัดระเบียบคอและดักไว้ก่อนเลยอย่าให้กระเบื้องหลุดเข้าไปในคอกลั้นไว้ก่อนบีบไว้แล้วเอามือล้วงเข้าไปในปากดึงเอากระเบื้องออกมาแม่เลือดจะติดออกมาในกระเบื้องด้วยก็ตามมาก็มาที่เอาออกแม้ว่าจะกระชากออกหรือว่าแรงหน่อยจนกระทั่งกระเบื้องนี่มันบาดปากมีเลือดติดออกมาก็จำยอม ช่วยชีวิตเด็กไว้เด็กไม่รู้ว่ากระเบื้องนี่เป็นของมีพิษมีภัยชั้นเดียวกันกับคนปุถุชนคนรอบโลกไม่รู้หรอกว่าเขากลืนกามเขาเคี้ยวเหมือนกระเบื้องแตกที่เป็นพิษไม่รู้ไม่รู้จริงๆร้อยไม่รู้พันไม่รู้หมื่นไม่รู้แสนไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ตัวหลงอบายมุขนั้นก็ไม่ต้องกล่าวเลยกลืนกินสบายอย่ามกคลุกคลีระบายมุกลงว่ามันให้ความสุขหรือมันหลงมันเป็นที่พึ่งพึ่งอบายมุขกันอยู่ดีเต็มโลกเต็มโลกเลยเดี๋ยวนี้แม้แต่เมืองไทยก็เอาไปทุกเดือนจนเราต้องมาช่วยปราบอบายมุขเป็นโรคต่ำโรคอบายโรคนรกแล้วมาช่วยปราบปราม โลกธรรมที่ไปเป็นทาสลาภยศสรรเสริญโลกิยะหรือโลกียสุขที่มันหลอกปรุงเข้ามาไอ้นี่อร่อยไอ้นี่เพลิดเพลินไอ้นี่สนุกสนานไอ้นี่มันไอ้นี่ยอดดิ้นโอ้โหทุกอย่างแล้วก็ปรุงขึ้นมาเขาก็ใส่เชื้อใส่ไฟขึ้นมาเพื่อที่จะยั่วมอมเมาผู้ที่ไม่ศึกษาธรรมเป็นทาสเขาอยู่ตลอดไปเราต้องมาช่วยเด็กที่อมกระเบื้องแตกเหล่านี้ช่วยช่วยอย่างรีบเร่งเพราะมันมากเหลือเกินอาตมานี่วันแต่ละวันแต่ละวันแหมรีบจ้วงฟักๆๆเลือดเต็มมือเลยอาตมาเลือดเต็มมือต้องควักด้วยเพราะงั้นใครบอกว่าคนที่รักรุนแรงเพราะว่าเขาไปว่าเข้าไปอาตมาเองอาตมารู้ในเจต อาตมาไม่ได้ใจร้ายเลยแล้วอาตมาที่จริงก็ประมาณไม่ใช่ว่าจะมาจะบีบคอล้วงกระเบื้องเลื่อนศพๆๆอยู่อย่างเดียวบางทีก็หวานไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะเอาบางทีก็มีลูกๆๆตีระนาดแต่ว่าตีไม้แข็งมากหน่อยแหมหวดดังตรงตรงเป๊ะๆๆตีระนาดไม้แข็งมากหน่อยไม้รวมก็ดีแต่ว่าคนต้องใกล้ชิดหน่อยนะจะได้ฟังไม้นวมต้องติดตามมากๆก็จะได้ยินได้ฟังขนาดที่เล่นไม้นวมบ้างในมุมเป็นยังไงกวีการคนนึงเหมือนกันกวีกรคนนึงเหมือนกัน Honda แม้จะไม่ได้รับรางวัลได้รับฐานะเป็นนักกวีเอก ก็พูดพอได้แต่ในช่วงที่พูดปากหอกนั้นมีอยู่เยอะอาตมาขอรับเพราะอาตมาจะชี้ทุจริตทุจริตเกินมันอยู่กับชีวิตของเราเยอะเหลือเกินเยอะจนมีการปกปิดอำพรางกันโดยไปมีแนวโน้มแห่งความเชื่อว่าเราต้องกราบแต่สุจริตกว่าจะสุจริตพระพุทธเจ้าไม่เคยสอนไว้อย่างนั้นพระพุทธเจ้าท่านสอนว่าติคนที่ควรติชมคนที่ควรชมหรือข่มคนที่ควรข่มยกคนที่ควรยกบุคคลใดควรยกย่องบุคคลใดควรคมๆอาตมาทำอย่างนั้นลิขสิทธิ์แหมมีชาวอินเดียนั่งอยู่ตรงนี้เป็นสำเนียงมันจะ ใช่หรือเปล่าไม่รู้ถ้ามันไม่ขายก็อย่าถือสาเลยภาษาบาลีว่างั้นแปลว่าคนคนที่ควรข่มขืนฆ่าแปลว่าชมหรือแปลว่ายกยกคนที่ควรยกถ้าไม่ได้บอกว่ายกลูกเดียวนะชมลูกเดียวอย่าตีกันอย่าข่มกันนะถ้าไม่มีพุทธภาษิตไม่ได้สอนไว้อย่างนั้นพุทธภาษิตนี่สอนไว้ 2 ส่วนแต่ต้องดูกาละดูหมู่กลุ่มดูบุคคลตายลูกเดียวเหมือนกันรับรองชีวิตสั้นๆรับรองหัวจะทุจริตไม่มีดีบ้างเลยรับรองอายุไม่ยืนหรอกตายถ้าใครไม่รู้ระวัง ไปมัวแต่ข่มเขาขี่เขาว่าแต่เรื่องหอกปากว่าแต่เรื่องรุนแรงจี้ในทุจริตก็ยันเตปะเดี๋ยวเถอะเดี๋ยวเดียวตายไม่ได้มันต้องฉลาดต้องรู้กาลเทศะต้องมีสัตบุรุษเจ็บต้องรู้สารัตถะของมันแท้ต้องรู้ชั้นเชิงแม่นี่ไม่รู้ชั้นระดับกลางละเอียดขนาดไหนรู้จักสาระแห่งธรรมคือชั้นเชิงเองทำเลยว่ามีอัตถะอันที่ 1 เรียกว่ามีอัตลักษณ์ตาอันที่ 2 มีธรรมะคือมีทำมันยึดตาต้องประมาณรู้รู้แก่นสารเรียกว่าอัตถะรู้ธรรมะเรียกว่ารู้ชั้นเชิงท่านแปลคำว่ารู้เหตุรู้ผลก็ตามใจจะแปลอรรถว่าเหตุจะแปลธรรมะว่าผลก็ตามใจเหมือนกันแต่ถ้าเข้าใจความหมายให้รู้เหตุรู้ผล รู้ตนรู้จักกตัญญุตาประมาณตนเราแค่ไหนเรามีฤทธิ์ไม่มีฤทธิ์ถ้าไม่มีฤทธิ์แสดงประเดี๋ยวจะเจอของแข็งหวดตะพึดตะพือไปเดี๋ยวแหลมไประวังบู้กลับมานะเพราะงั้นเราก่อนจะแหลมเราต้องรู้ว่านี่เราแหลมไปแล้วนี่เราดีไหมได้ได้ผลไม่ดีหรือว่าไปแตกราวทิ่มแทงเกินการอะไรจนกระทั่งเขาทนไม่ได้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งเราก็อยู่ยากไม่เป็นสุขไม่เป็นอยู่ผาสุขลำบากลำบนจะต้องรู้ตัวอัตตัญญุตาประมาณตนอยู่ตามประมาณประมาณสิ่งที่เราสังเคราะห์สิ่งที่เราแสดงออกสิ่งที่เราประดิษฐ์สิ่งที่เรากระทำขึ้นณวันหยุดตามประมาณสิ่งที่เป็นสิ่งนั้นเราพูดกับประมาณพูดเราแสดงกายกรรม แสดงประมาณกายกรรมเราทำวัตถุงบประมาณวัตถุเราคิดประมาณคิดว่ามัดจำยึดตาประมาณทุกสิ่งอย่างที่เราลงมือทำหรือกรรมเกิดกรรมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมประมาณกรรมมติตากาลัญญุตาประมาณเวลาให้รับให้ระมัดระวังกาละอย่างนี้ไม่สมควรกาละอย่างนี้ได้น้อยๆภาระอย่างนี้ทำอย่างอ่อนๆกาลเวลาอย่างนี้ทำแข็งๆได้สาระอย่างนี้ทำอย่างจะจัดได้สาระอย่างนี้ทำจากไม่ได้รู้กาลเวลาการันตีตาแล้วก็ประหารยุทธตาปฏิสันยุทธตาก็ก็ดูหมู่กลุ่มดูบริษัทบริษัทสัญญาดูบริษัท ดูคณะความประชุมหมู่ประชุมนี้หมู่ประชุมนี้เราจะพูดได้แค่ไหนเราจะแสดงกายกรรมได้แค่ไหนเราจะทำวจีกรรมทำมะโนกัมมังประมาณดูที่นี่วัดจิตวัดใจเขาดูครับตรวจดูนี่คนนี้มีฐานะอย่างไรขนาดไหนมีปัญญาขนาดใดและเขามีกรรมขนาดไหนเขามีฐานะอะไรเขามีอาชีพอะไรเราจะพูดอะไรเรื่องอะไรแค่ไหนได้เรียกว่าประมาณประมาณดูความประชุมหมู่คนเรียกว่าประวัติศาสตร์อยุธยาและก็ประมาณบุคคลที่นี้ประมาณแต่ละบุคคลเลยบุคลิกตาเอ่อระบบยุทธตา โปรปริญญาว่าชาวบ้านกันเต็มๆปลุกพลังยุทธตาว่ากันสั้นๆประมาณบุคคลแต่ละบุคคลแต่ละบุคคลให้ละเอียดไปด้วยเราใช้การประมาณอย่างนี้ท่านพูดกันคล่องๆปากว่าต้องรู้เหตุรู้ผลรู้ตนรู้ประมาณรู้การรู้บริษัทและบุคคลหมายพร่องปิดเลยคุณจะจำไม่ทันก็ฟังฟังมีเหตุมีผลมีตนมีประมาณแล้วก็มีกาละและก็มีบริษัทแล้วก็บุคคลเป็น 7 นี่เรียกว่าสัตบุรุษ 7 เรารู้ภาษาและรู้ความหมายและเรามาใช้เราต้องใช้เราต้องคอยระลึกเสมอต้องเป็นสัตบุรุษต้องเป็นผู้ดูเหตุดูผลหรือว่าดูเนื้อหาสาระดูชั้นเชิงของธรรม แล้วก็ต้องเริ่มต้นด้วยตัวเองด้วยแล้วก็ประมาณประมาณไปประมาณกาลเวลาประมาณบริษัทประมาณบุคคลสมัครให้ดีแล้วมันก็จะงามมันจะเป็นไปได้ด้วยดีเจริญน่ะนี่เป็นเรื่องของสิ่งที่เราจะสร้างกุศลต้องใช้สัตบุรุษ 7 เป็นการประกอบเป็นสิ่งประกอบใครมีมากใครรู้มากใครทำได้มากทำได้จริงๆอยากจะปรุงเท่าไหร่รู้ความปรุงจึงเรียกว่ารู้สังขารจะปรุงภาษาจะปรุงคารมจะปรุงปรุงลีลาปรุงกายกรรมวจีกรรมปรุงมโนกรรมปรุงแค่ไหนสังขารแค่ไหนต่อแถวนี้แหละได้ผลดีที่สุดเราก็สร้างสรรค์ไปมันจะกอบกู้กอบก่อพาให้ทุกๆคนได้รับส่วนที่เราแสดง ส่วนที่เราสร้างส่วนที่เราทำให้เกิดขึ้นแล้วก็รับไปส่วนตัวเราเองเราก็ทำของเราแสดงอย่างไรหรือว่าทำอะไรออกไปอย่างไรเราจึงจะเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ตนคือลดละกิเลสรู้ว่าอย่างนี้เราลดละนายคลายได้รู้ว่าอย่างนี้เราทำแล้วเราไม่ก่อความฮึกเหิมเป็นไปเพื่อความสั่งสมกองกิเลสหรือไม่เราทำอย่างนี้ไม่สั่งสมกองกิเลสเช่นว่าเราพูดเนี่ยเราพูดอย่างนี้แหมหมั่นเขี้ยวพูดเขาได้เลยสมใจแค้นแหมได้ว่าเขานี่มันๆๆกิเลสก็กินตัวอย่างนี้ฟังดูดีๆนี่สังขารภาษาปรุงภาษาพูดไม่ได้พูดอย่างนี้ได้ว่าเขาสนใจได้ในน้ำใจดีด้วยว่าเขาได้เขียนด้วยสีเขาหรือว่าได้ด่าเขาอย่างนี้แหมมันดีสมใจดีอย่างนี้แหละ ตัวไปหมดไม่เอาปรุงอย่างนี้เป็นไปเพื่อการสั่งสมกองกิเลสถ้าพูดด้วยใจกลางพูดด้วยใจว่าเออพูดอย่างนี้แม่จะกล่าวทุจริตของเขาว่าเขาไปก็ว่าโดยเมตตากรุณามุทิตาเขาควรรู้นะถ้ารู้อย่างนี้พูดอย่างนี้ก็จะรู้ชัดปรุงเป็นโวหารปรุงเป็นสำนวนปรุงเป็นสำเนียงปรุงเป็นภาษาขนาดนี้ออกไปแล้วเขาฟังแล้วเข้าใจชัดซึ่งแหมหัวก็ไปถึงข้างในเลยนิ่งเลยไม่กล้าโต้ตอบชัดเอาอะไรก็หยุดอยู่อย่าให้เขาด่าพวกสวนออกมาเขาก็ด่าพวกสวนออกมาระวังนะเออออกมานี้ไปออกสวนกลับมาระวังแต่เดี๋ยวจะเกิดการรบ วันนี้จะเกิดการรบระวังเวลาที่หอกสวนออกไปแล้วหอกเขาสวนเข้ามาจะเกิดการครับเพราะฉะนั้นระวังเวลาเราจะพูดออกไปถ้าเขาสวนมานี่เขาก็หมายดีเป็นการโต้ตอบท่านเรียกว่าสากัจฉาเป็นการโต้ตอบกันถ้อยทีถ้อยโทษต่อเพื่อที่จะขัดการรู้เทียบเคียงเพื่อที่จะซักแทรกซัดงานสักครั้งเพื่อจะได้เข้าใจถ้าอย่างนั้นไม่มีปัญหาขากับขาไม่มีปัญหาเรียกว่าถอกแปลภาษาไทยเรียกว่าถ้าขั้นตกไม่เป็นไรถกกันไปตกกันมาถ้าขั้นเถียงแล้วระวังระวังให้มากเพราะเดี๋ยวอันตรายต่อตาอาตมาใช้สำรวจว่าตลาดปาดตาลนี่มันเป็นของโบราณโบราณโบราณโบราณโบราณโบราณในหนังใบ้เวลา พระเอกกับผู้ร้ายเจอกันรบกันนี่มันหนังใบ้เขาใช้ดนตรีตราตาตาตาตาตาตาตาตาตาตาตาตาเขาเรียกว่าเชิดแม่รบกันรบกันเขาใช้ดนตรีแทนโชติมาฆ่าฟันกันใหญ่เลยในหนังมันหนังใบ้เขาก็เลยใช้ดนตรีประกอบเพลงเราประกอบให้มันเคลิ้มให้เหมือนเราใจคนคนจะได้ติดๆแหมพอจะลาตาเราเฮๆๆเลยคนดูสมัยก่อนเค้าเฮเก่งด้วยเดี๋ยวนี้ก็ยังเอาเฮียเก่งตามกันอยู่ดูกันก็ชอบเพราะเราวางอยากให้เกิดตลาดตาอย่าให้เกินรู้อย่าให้เกิดโรคกันต้องระมัดระวังอาตมาพูดเนี่ยอาตมาว่าอาตมาได้ทำอาตมาแสดงธรรมอาตมาทำงานศาสนา เขาหาว่าอาตมานี่เป็นพวกปากจัดปากขวานผ่าเขาว่าขวานมันผ่าแรงเกินไปเขาเลยให้ฉายาว่าพ่อควันจากตอกตอกมันชิบหายหมดเลยแล้วมันก็ไม่ได้ตอบกันดีเขาว่างั้นนะตามประสาของเขาเขาตั้งฉายาให้อาตมาขวัญจากตอกแต่อาตมาว่าอาตมาจากด้วยมีดจักตอกอย่างดีนะอาตมาว่าอาตมาทำอย่างนั้นแต่ก็มองเองเขาไม่รู้หรอกเขาไม่ต้องการให้อาตมาพูดความไม่ดีคนที่มีความไม่ดีจะไม่ต้องการให้อาตมาพูดความไม่ดีนั้นเป็นของแน่เป็นสัจธรรมใช่ไหมคนที่มีความไม่ดีนี่ไม่อยากให้อาตมาพูดความไม่ดีเพราะมันบาปเสียเขามันผ่าเขาแน่นอน คนที่ไม่มีความไม่ดีมีแต่ความดีอยู่อาตมาพูดความไม่ดีเขาก็จะรู้เขาก็ไม่บาดเจ็บอะไรไม่บาดเจ็บตัวแต่บางทีคนที่เขามีความดีนี่แหละแต่ตัวเองเป็นคนอ่อนแอไม่กล้ากลัวกลัวจะทะเลาะกันเดี๋ยวจะเกิดสงครามแล้วพูดอย่างนี้เดี๋ยวคนก็ไม่ชอบเดี๋ยวเขาจะแล้วคนผู้นั้นไม่กล้าพูดหรอกแม้จะเป็นคนดีแล้วเฉยไม่กล้าพูดไม่กล้าอะไรคนที่ไม่ดีข่มไปหมดอะไรต่ออะไรทับถมไปหมดแล้วก็มีชีวิตอยู่ช่วงนึงตายไปอะไรก็ไม่กล้าพูดอะไรก็ไม่กล้าออกตายไปเท่านั้นมีดีแต่ไม่ได้มีดีเป็นประโยชน์อะไรกับโลกเลยมีได้นะบางคนมีดีแต่ไม่ได้ประโยชน์อะไรอย่างนี้ไม่ใช่รักสะสมไม่ใช่ลักษณะศาสนา ลักษณะรู้ดีเอาดีแต่ตัวเป็นอัตราชนิดหนึ่งศาสนาพระพุทธเจ้ามีนัยยะอีกมากไม่ได้ประโยชน์อะไรไม่กล้าหาญชาญชัยไม่มีประโยชน์ต่อคนอื่นไม่กล้าพูดไม่กล้ากล่าวอะไรก็กลัวพรุ่งนี้ตกอยู่ในอาณาจักรแห่งความกลัวเป็นพระยาคติลำเอียงเพราะกลัวเอียงกระเท่เร่ไม่เข้าสมดุลไม่เข้ากลางไม่เข้ามัชฌิมาไม่เป็นประโยชน์ให้แก่โลกหรือสังคมน่ะเพราะว่าเป็นพวกที่คิดกลัวแม้จะมีดีคนอย่างนี้ก็มีอยู่ประเภทนี้ส่วนผู้ที่สามารถองอาจกล้าและสามารถที่จะมีสัตว์ตำรวจมีคุณธรรม 7 สามารถปรุงสามารถคำนวณประมาณและก็สร้างสร้าง สร้างสร้างมีผลต่อมนุษย์มนุษย์รับไปรู้เรื่องและเอาไปกระทำได้บอกทุจริตบอกสุจริตชัดเจนไม่กลัวนินทาบางทีทุจริตแรงหน่อยก็ยังทำได้โดยไม่เกิดแตกร้าวประมาณได้พอดีไม่เกิดรุนแรงตัวเองก็เป็นอยู่ผาสุขไม่ต้องวิ่งซอกๆๆไม่ต้องหลบต้องเลี่ยงไม่ต้องหนีอะไรแม้แต่พวกทุจริตที่เขารู้อยู่รู้อยู่เขาก็รู้และยอมรับและเขาก็ยังไม่กล้าที่จะทำอะไรรุนแรงขึ้นมาได้เพราะเขาก็มีสำนึกเขามีสำนึกก็ตระหนักเหมือนกันว่าสิ่งนี้เขาพูดถูกเราอย่าไปทำบ้าๆบอๆคนรู้มันมีประเดี๋ยวจะยุ่งเขาไม่กล้ามันเป็นอำนาจของธรรมอำนาจของสัจธรรมที่ถูกที่ดีที่เป็นธรรมเป็นสัจธรรมมันช่วยไว้มันกฎของเขาไว้มันทำให้เขาไม่กล้า ไม่กล้าบ้าไม่กล้าบ้าดีเดือดมันอยู่ในจังหวะพอดีเพราะการแสดงธรรมที่ได้จังหวะสูงสุดได้จังหวะพอดีที่สุดที่จะจุดให้คนรู้ได้ก็ต้องชี้ทุจริตให้ชัดอธิบายประกอบให้ละเอียดดีมันจะไปเสียบมันจะไปผ่านคนที่เป็นทุจริตนี้บ้างก็ต้องมีบ้างล่ะแต่ก็ไม่ทำให้จนเขาเลือดขึ้นหน้าไม่ทำให้เขาจะเดือดร้อนจนเกินการอันนี้ยากในการประมาณแต่ต้องทำทำให้ชัดที่สุดอธิบายแล้วก็ชี้แจงแตกแยกแบ่งชั่วแบ่งดีแบ่งถูกแบ่งผิดแบ่งลักษณะแบ่งสัญลักษณ์แบ่งความเป็นความมีของมันออกให้ชัดแบ่งดำแบ่งขาวแบ่งสูงแบ่ง ทำให้ยินดีพูดทำได้ต้องทำให้ชัดการทำให้ชัดนี้อาตมาเปรียบเทียบอุทาหรณ์เหมือนว่าอาตมาในจุดจุดไฟตะเกียงเจ้าพายุอาตมาจะต้องสูบลมไม่แรงถึงขีดขีดนึงลมก็แรงแสงก็สว่างได้ประโยชน์เป็นเจ้าพายุที่มีแสงสว่างดีแรงขนาดนึงเลยแรงเกินนั้นไปมีเป็นเกลือฉีดแดงสูบเลยขีด
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive