230815 การอยู่กับหมู่อย่างเจริญ-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ023.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระพิทักษ์อบรมทำวัตรเย็นที่พุทธสถานปฐมอโศกถ้าเราก็มาทำวัตรเย็นกันถ้าทำวัตรเย็นนี้ก็จะใช้เวลาพยายามจะใช้เวลาตอนท้ายสักประมาณชั่วโมงหนึ่งหรือไม่ถึงชั่วโมงในตอนปลายในตอนท้ายๆเพื่อที่จะนั่งบำเพ็ญเขตต่อมาภายในช่วงต้นเนี่ยเราจะฟังเทปกันที่อึดอัดยายมา พูดสดก็ว่ากันไปแต่ตอนนี้ก็จะพูดสดกันซะก่อนถ้าเราได้มาบำเพ็ญแม้อยู่ที่นี่กันนี่มีคนประมาณเรามาเริ่มต้นกันในราวสัก 20 คนโดยเฉลี่ยจะมีมากกว่านั้นบ้างบางครั้งบางคราวก็แล้วแต่แต่ว่าได้เนื้อในการที่เราได้มาอาศัยเป็นที่ใหม่ที่จะเพิ่มที่จะพยายามที่จะปลูกผักทั้งรากอะไรลงไปที่จะสร้างศีลธรรมสร้างแต่สิ่งที่เป็นศาสนาลงไปให้แก่มนุษยชาติเราก็ได้เริ่มต้นกันในจำนวนของคนที่มีมากัน โดยหน่วยถึง 20 ไม่น้อยที่ปลูกฝังกันลงในหน่วยถึง 20 นี้ไม่น้อยโดยเฉพาะถ้าเราจะคำนึงถึงเหล็กเลข 22 และจะถึงทีเดียวนะเรามีประมาณนั้นถึง 22 คนที่มาช่วยกันแผ้วถางเข้าแต่ละคนแต่ละคนก็รวนแล้วแต่เป็นผู้ที่ได้เข้าใจในการที่จะดำเนินชีวิตในการที่จะทำตนให้ไปสู่ชัยหลักชัยที่เราได้เข้าใจว่าเราจะมาทำอะไรกันชีวิตที่เราได้บำเพ็ญเราได้ศึกษาได้ฝึกปรือมาโดยใช้หลักการและสติปัฏฐานคดีหลักการอะไรอะไร ฟาร์มจระเข้ศรีสมาธิปัญญาใช้อะไรต่างๆนานาที่มาบำเพ็ญกันจริงๆจังๆทำแท้คือเป็นหลักที่ปฏิบัติแล้วไม่ผิดมีการได้รู้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เป็นกุศลอกุศลและเราก็ได้วางหลักใจให้แก่ตัวเองเรียกว่าศีลเป็นขั้นเป็นระดับเมื่อได้หลักเกณฑ์ที่เราจะปฏิบัติเป็นขั้นเป็นระดับแล้วเราก็ได้มาประพฤติมีสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 มีการระมัดระวังต่อการสัมผัสตาทางตาทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายทางใจและมีการ บิ๊กซีทั้ง 6 พร้อมกันนั้นเราก็ได้มาจัดการเรื่องเครื่องอุปโภคบริโภคมีโภชนาหมดอายุตามีการได้ประมาณเ
อ่านต่อ
ครื่องกินเครื่องใช้ประมาณกันกันอย่างที่เรียกว่าเราประมาณกันอย่างนักชกนักบำเพ็ญไม่ว่าจะเป็นคฤหัสถ์ไม่ว่าจะเป็นนักบวชเราได้ฝึกหายใจจริงๆและกระทำมีพอใช้ในมัสยิดตามีชาคริยาพระในการฝึกเพื่อจะให้ตนเกิดการเป็นผู้ตื่นผู้รู้ผู้มีสติสัมปชัญญะมีสติสัมปชัญญะจะก่อให้เกิด ปัญญาอธิปัญญารู้ในหลักธรรมรู้ในสิ่งที่เป็นปรมัตถ์ต่างๆเกี่ยวกับการอย่างรู้ไปจนกระทั่งถึงในจิตในใจจิตใจเป็นสิ่งที่ทำให้เราอ่านออกรู้กิเลสรู้อารมณ์ของจิตรู้กรรมรู้อารมณ์รู้จิตรู้กรรมรู้จักอารมณ์รู้กรรมรู้การกระทำรู้จิตไปกระทั่งถึงอารมณ์ในจิตสาธุรู้สภาพที่มันมีการร้อนการเย็นมีน้ำหนักละเอียดมีน้ำหนักหยาบมีน้ำ หนักน้ำหนักแน่นน้ำหนักเบาอะไรต่างๆพวกนี้เป็นเรื่องของอุตุทั้งสิ้นในความหมายของคำว่าอุตุมีอาหารเรารู้ว่าเราได้สร้างอาหารอันไปให้กิเลสอาหารต่างๆหล่อเลี้ยงกิเลสหรือว่าอาหารนั้นเป็นอาหารที่ตัดกิเลสถ้าเราทำอาหารที่ตัดกิเลสมันก็เป็นอาหารที่ดีเป็นอาหารที่ทำให้กิเลสของเราตายเราได้สร้างอาหารให้กิเลสตายหรือไม่เราได้ฝึกฝนเราได้กระทำกันอยู่แล้ววางแล้วก็ปฏิบัติประพฤติในหลักของตำรวจอินทรีย์ทั้ง 6 ด้วยเพราะฉะนั้นยึดตาประมาณในอาหารต่างๆประมาณในเครื่องใช้ต่างๆ ประมาณในอะไรก็ได้ที่มันจะเป็นองค์ประกอบกกให้เราเป็นผู้ผลิตของอาหารที่จะใช้เรารับเข้าไปทางกายจะดีไม่ดีก็ดีมโนเข้าไปถึงมโนก็ดีมันจะเป็นอาหารที่ทำให้เรากิเลสและแห้งเหี่ยวหรือเปล่าหรือว่าให้กิเลสและอ้วนพีเราก็จะรู้เข้าใจคำว่าอาหารสูงขึ้นไม่ใช่หมายความว่าอาหารโดยเฉพาะอาหารที่มีก้อนข้าวที่ท่านเรียกว่าข้าวสุกขนมสดจากภาษาของพระพุทธเจ้าเราจะเข้าใจคำว่าอาหารเพราะว่าเราได้พูดกับมาม่าโดยเฉพาะอภิชาสูตรและอธิบายกลับมามากว่าอาหารที่มันเป็นสิ่งที่เกื้อกูลหรือเป็นสิ่งที่ร่วมเลี้ยงมันเป็นร่วมสิ่งที่ร่วมเลี้ยง เป็นเหตุปัจจัยที่เลี้ยงอย่างนิวรณ์เป็นอาหารของอวิชชาอย่างนี้เป็นต้นซึ่งเราเข้าใจดีแม้แต่ทุจริต 3 เป็นอาหารของนิวรณ์นี้เป็นต้นหรือไม่สำรวมอินทรีย์เราไม่สำรวมอินทรีย์เป็นอาหารของทุจริต 3 มีเป็นต้นเราได้เข้าใจคำว่าอาหารลึกซึ้งขึ้นมาเกินกว่าเราที่จะมาเข้าใจอาหารได้เป็นภาษาโลโก้ภาษาคนง่ายๆและได้เข้าใจถึงอาหารที่มีเป็นภาษาธรรมะสูงขึ้นไปอีกเป็นภาษาที่เกี่ยวกับลักษณะธรรมะต่างๆเอาเข้าใจและเราก็ได้ได้กระทำเพราะว่ากรรมสิทธิ์อาหารต่างๆเรารู้แม้แต่กรรมที่เป็น ทำพฤติกรรมมโนกรรมนั่นแหละที่จริงมันก็ไปเป็นอาหารได้เหมือนกันเหมือนกับกายกรรมกรรม 3 กายกรรมวจีกรรมมโนกรรมอย่างนี้เป็นต้นก็เป็นอาหารให้นิวรณ์ 5 เป็นต้นกรรมก็เป็นอาหารได้อาทิตย์แล้วก็รู้ว่าจิตของเรานี่ถูกรีดหรือว่าถูกทำให้อ้วนรีบเอาพิษออกหรือรีดเอากิเลสออกหรือว่าทำให้กิเลสมันอ้วนขึ้นเราก็จะรู้จิตอุตุแล้วเราก็จะรู้บรรยากาศของอารมณ์อุตนี้ที่จริงเขาเรียกอุตุเขาเรียกบรรยากาศของดินน้ำไฟลมก็เรียกว่าโต๊ะนี้จะมีฝนมาจากอากาศร้อนจะอากาศหนาวจะฝนตกลมพายุพัดอะไรก็แล้วแต่เขาก็ว่าไปถึงบรรยากาศอันนั้นเป็นของหยาบๆ ของข้างนอกแต่เข้ามาอุตุที่เป็นปรมัตถ์อุตุที่หมายถึงทางฝ่ายใดในกายในกายเวทนาในเวทนาจิตในจิตธรรมในธรรมมันเป็นเรื่องของอุตุก็มีลักษณะเหมือนกับอาหารนั่นแหละอาหารของทางฝ่ายธรรมะมันก็เป็นอาหารอย่างนั้นอาหารของฝ่ายโลกมันก็เป็นแบบลูกโลกทีนี้อุตุแบบโล่งๆก็ยังโล่งๆเพราะอุตุทั้งด้านฝ่ายในใจมันก็คือบรรยากาศของอารมณ์อุตุนิบรรยากาศของอารมณ์จิตของเราอารมณ์จิตของเรามันโปร่งใสอย่างนี้มันก็เหมือนธุระฟังดูดีๆนี่เป็นอุตุนิยมเราต้องเป็นนักตรวจอุตุนิยมนักตรวจจิตของเรามันบิน เป็นไงอารมณ์ของเราอารมณ์เราโปร่งใสอย่างนี้ก็เรียกว่าไม้บรรยากาศกำลังดีบรรยากาศดีโปร่งใสไม่มีเมฆไม่มีหมอกไม่มีฟ้าไม่มีฝนไม่มีลมร้อนไม่มีอาการร้อนมีอาการเย็นสบายอยู่ไม่หนาวจนจับขั้วหัวใจอะไรเมื่อเย็นชื่นจนเกินไปมันก็สบายๆโปร่งนี่อธิบายคำว่าอุตุให้ฟังง่ายๆซึ่งเราฟังนี้เป็นภาษาธรรมะเราก็จะเข้าใจไปถึงว่าเออจิตของเราที่จะมีความหมายอย่างนั้นน่ะมันเป็นยังไงจิตของเราจะบอกว่าจิตตรงสบายมันเบิกบานแจ่มใสมันก็เหมือนท้องฟ้าแจ่มใสเหมือนอากาศมันแจ่มใสในอุตุอะไรก็เข้าใจภาษา คำภาษาคนนี้ชัดขึ้นแล้วเราก็จะต้องมีภาษาธรรมะและมีอาการมีสภาวะมีอาการมีสภาวะภายในจิตใจของเราในเมื่อเราปฏิบัติธรรมแล้วถูกเรื่องถูกราวถูกหลักถูกการขึ้นมาจะทำให้เราได้รับสิ่งเหล่านี้เกิดจึงเป็นจริงสอดคล้องทำให้เราอ่านออกรู้จริงยืนยันได้เพราะปฏิบัติไปแล้วเราได้ลดละกิเลสความเบาความง่ายความสบายจิตใจของเราไม่เหมือนจิตใจของคนก่อนๆโน้นตั้งแต่เมื่อเรายังไม่รู้ธรรมะเอาซะเลยก็ไม่รู้อารมณ์โลกมันเป็นยังไงอารมณ์โกรธมันเป็นยังไงมองหามันเป็นยังไงกิเลสมันเป็นยังไงทุกข์ร้อนเพราะกิเลสมันเข้าครอบครอง บอลสีจ๋าโกรธเราอยู่เราก็ไม่รู้ตัวเราก็ไม่เข้าใจว่าอย่างนี้เป็นทุกข์เป็นเรื่องไม่ดีเป็นเรื่องอกุศลเราก็ไม่รู้นึกว่ากุศลก็ยังมีหลงเข้าใจผิดว่าเราเองเราทำอย่างนี้มันๆดีสบายใจดีถ้าได้ด่าเขาแล้วก็มันดีถ้าได้ทำจิตใจร้อนๆกับเราอะไรอย่างนี้แล้วก็โกรธขึ้นมาอย่างนี้อร่อยดีมันโง่มันไม่รู้มันโง่แต่ก่อนนี้เราโง่เดี๋ยวนี้เรารู้แล้วว่าถ้าเราทำอุตุทำการจิตใจของเราให้เราให้ร้อนโปรดหวือหวาฟู่ฟาดขึ้นมางั้นมันโง่มันทำตัวเองให้โง่ไอ้ทุกข์เรารู้แล้วว่าโทรศัพท์เป็นทุกข์ความโลภโลภจัดๆอยากได้ไอ้โน่นไอ้นี่ยิ่งโรคไม่รู้จักพอมากมายแล้วก็ยังไปเอาขี้โกง เอาขี้โรคเขามาเขามาเขาไหมทุจริตอย่างงู้นอย่างงี้ก็จะเอามันก็ยิ่งทุกข์ใหญ่ทั้งๆที่ไม่ทุจริตนี่แหละเราโลภอยากได้ไอ้โน่นไอ้นี่อยู่มาทั้งๆที่เรามีพอกินพอใช้พอพออาศัยแล้วเราก็ยังไปมีแรงๆมากๆจะเอามากๆหนักๆจนกลายเป็นทุจริตแล้วก็ยิ่งไม่เข้าเรื่องหรือแม้แต่เรามีอารมณ์อยากจะได้มาให้แก่ตนจะจัดจ้านๆนะมันก็เป็นการเร่งรัดเป็นการทำให้เราเองเนี่ยเดือดร้อนในใจถ้าเราขยันหมั่นเพียรสรรค์สร้างสร้างไปขยันไปอันนี้ควรทำก็ทำขยันขวนขวายอยู่อ่าไม่เห็นแกจะเหนื่อยนักไม่ออเซาะไม่อ่อนแอนักมันก็สร้างมันก็เกิดมันก็มีมันก็ได้ได้มา แล้วก็อาศัยกินอาศัยอยู่ไปไม่ลบ Moto ชั้นแจกจ่ายเจือจางเอื้อเฟื้อแล้วก็จะเห็นว่ามันสบายมันก็ไม่เดือดไม่ร้อนอะไรดีมัวแต่จะไปเอาของเขาอาจจะเป็นโรคเบอร์โทรศาลแย่งชิงเขาหนักๆเข้าขี้โกงขี้โกงมีเรื่องบุญเรื่องว่าเรื่องทำลำบากใจเป็นทุกข์แต่ก่อนเราไม่เคยรู้เรามีแต่ความคิดโลกเป็นเจ้าเรือนมีความขี้โรคมันบังคับบงการตัวเราเราไม่รู้หรอกจนเราไม่ได้ปฏิบัติธรรมแล้วเรามาอ่านอารมณ์มาอ่านจิตและเราก็จะรู้ว่าเออถ้าเรามัวแต่ป้อนกรรมป้อนอาหารมีแต่กรรมกิริยาเนี่ยเร่งร้อนเร่งเราและก็ทำอะไรโลภมองให้กิริยาจิตมันเป็นมโนกรรมที่โลก โปรแกรมที่เป็นโทสะทำอย่างนี้ป้อนให้ตัวเองอยู่เป็นอาหารให้แก่จิตเราก็ยิ่งจะหนักหน้าหนักหน้าเราเข้าใจเมื่อเราได้มาเรียนเรามารู้แล้วเราเข้าใจแล้วเราลองรถเราล่าสุดคือมาเรื่อยๆๆใครฝึกปรือมาได้ดีจริงๆเลยเห็นอานิสงส์จริงๆก็เชื่อมั่นเกิดศรัทธาเลื่อมใสเห็นจริงแล้วก็เชื่อตามทำตามฝึกฝนดีขึ้นเรื่อยๆเก่งขึ้นเรื่อยๆสูงขึ้นเรื่อยๆละเอียดละเมียดละมัยวันเวลาของเราเราจะเห็นได้ว่าวันหนึ่งวันหนึ่งของเรานี่พอนานๆเข้าไอ้อารมณ์แต่ก่อนโน้นเราเคยโกรธบ่อยๆมีหลายครั้งหลายคราวเราก็ไม่อยากกอดแล้วก็โกรธน้อยลงเราก็จะเห็นว่าเราเบากายเบาใจสบายใจสบายใจขึ้นมาเยอะดีขึ้น เราก็ไม่รู้จักแต่ก่อนนี้เดี๋ยวนี้เราชักรู้จักแล้วชักเข้าใจแล้วในเรื่องของธรรมะให้ความรู้เราอย่างนี้ให้เป็นอย่างนี้เราขยันหมั่นเพียรไม่โลภไม่โกรธอะไรขึ้นสร้างฉันก็รู้ความขยันหมั่นเพียรก็รู้จักแจงชีวิตทำชีวิตให้มีค่าขึ้นมาไม่ต้องไปแย่งไปกินไม่ต้องไปก่อบาปขอเวรไม่ต้องไปเกาะไผ่แล้วก็เป็นคนมีค่าแต่ก่อนขี้เกียจขี้คร้านเอาแต่เผาผลาญเวล่ำเวลาทำเล่นๆทำเลอะเลอะเทอะๆทำไม่เป็นโล้เป็นพายไม่เป็นกิจจะลักษณะบางทีก็ลอยชายแดนหลบเลี่ยงนี้เล่นอะไรต่างๆนานาไม่ได้เรื่องได้ราวเราก็รู้เราเข้าใจเพราะฉะนั้นวันเวลาของเราวันนึง 24 ชั่วโมงแล้วก็ เวลาดีขึ้นเรี่ยวแรงของเรามีเราก็ใช้เรี่ยวแรงของเราดีขึ้นเป็นโล้เป็นพายเป็นกิจจะลักษณะเป็นประโยชน์ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องแลกลาภไม่จำเป็นที่จะต้องแลกยศไม่จำเป็นที่จะทำเพื่อเอาหน้าเอาตาหวังได้สรรเสริญไม่ใช่ว่าเราทำเพราะว่าเราหลงว่ามันมันดีสุขดีเป็นโลกียสุขก็เปล่าแล้วก็รู้ว่าทำก็คืองานมันก็ไม่น่ารังเกียจอะไรก็มีการขนขวายให้มีการพากเพียรมันก็ดีนี่เราจะเข้าใจชีวิตนี้เราทบทวนนะที่ผู้ที่พูดในทบทวนผู้ที่ต้องตรวจสอบดูซิชีวิตของเรานี่กระทำขึ้นมาเรื่อยๆเรื่อยๆจนดีขึ้นแค่ไหนอย่างไรเมื่อเราทำได้เราก็จะได้เห็นว่าชีวิตที่เราสั่งสมหรือว่าพระพุทธธรรม มาปฏิบัติธรรมแล้วเราได้อย่างนี้แหละเราเป็นอย่างนี้แหละเราได้อย่างนี้เป็นอย่างนี้แน่ใจไหมว่าเราดีขึ้นแน่ใจไหมว่านี่เป็นทิศทางของพระพุทธเจ้าพาเป็นพระพุทธเจ้าไม่ต้องโลภไม่ต้องโกรธไม่ต้องกักทุนสะสมเอาเปรียบเอาเปรียบเอารัดมีแต่เสียสละเอื้อเฟื้อเผื่อฟายใจดีใจเย็นมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขามีไรคำพูดหรือว่าภาษาพระอะไรก็ได้ต่างๆออกมาให้คุณเทียบคิดตรวจสอบที่ว่าเออแต่ก่อนนี้ระลึกเปรียบไปแต่ก่อนนี้เราไม่ได้ศึกษาธรรมะกับเดี๋ยวนี้วันหนึ่งคืนหนึ่งผ่านมานึกถึงเมื่อวันหนึ่งคืนหนึ่งแต่ก่อนนี้เหมือนเดือนที่แล้วปีที่แล้ว 2 ที่แล้วถ้าใครไม่ได้ปฏิบัติตั้ง 2 ปีไปแล้ว 3 ปีไปแล้วก็ตามมันเป็นอย่างนี้ไหมมันได้เปรียบพฤติกรรมของเราขึ้นไหมแม้แต่พฤติกรรมของกายพฤติกรรมของวาจาโดยเฉพาะพฤติกรรมของจิตจิตเราได้ถูกปรับปรุงจิตเราได้เปลี่ยนจากมันเคยเป็นเคยมีมาก่อนไหมแล้วเราเข้าใจไหมว่าเราได้เป็นอย่างนี้แล้วนี่ท่านบอกว่าเป็นผู้สโมสรเป็นสุขที่มันระงับมันสงบมันสบายมันไม่เร่งรัดมันไม่เร่งร้อนมันไม่ทำให้เรากลายเป็นผู้ถูกบังคับขู่เข็ญกันแบบรอบๆหรือถูกล่อถูกหลอกถูกจูงถูกนำให้เสาะแสวงหาให้เราเราร้อนๆให้เดือดเดือดร้อนๆให้ดิ้นให้ร้อน ลำบากลำบนอยู่อย่างนั้นมันเหมือนกันไม่รู้ว่ามันต่างกันเราก็ตรวจสอบดูถ้ายิ่งตรวจสอบนะอาตมาแน่ใจว่าเราจะได้รู้ความจริงของแต่ละบุคคลนั่นแหละของใครของมันเราจะรู้ว่าเอออารมณ์เป็นอย่างนี้กิเลสแล้วก็เข้าใจมากขึ้นแต่ก่อนถ้าเรากิเลสกิเลสเออแต่ก่อนเราก็มีนะเดี๋ยวนี้มันลดลงแล้วมันก็เป็นความสงบสบายไม่ใช่ว่าเสพสมสุขสมอย่างที่เป็นโลกียสุขแต่กลายเป็นงูสวัดเป็นสุขที่สงบระงับลงไม่ใช่สุขด้วยเสพสมอย่างรกโลกที่เคยเป็นอ่านดูดีๆตรวจสอบไปพูดให้ทบทวนเราก็จะมั่นใจเราก็จะเกิดความ แน่นอนเรียกว่ามั่นคงลงตัวผีเปรตมั่นคงลงตัวมันมั่นคงมาลงตัวมันเออมันมีจริงภาษาท่านว่าอย่างนี้เราก็เป็นไปได้อย่างนี้นะเมื่อเป็นอย่างนี้มันก็เกิดการยิ่งมั่นยิ่งมั่นยิ่งหยั่งลงเป็นอันเณรชอบปัจจัยเป็นแข็งกล้าองอาจองอาจพอตัวแล้วจริงในเมื่อเวลามันครบมันก็จะแล้วแต่มันเป็นจริงๆนะไม่ใช่มันเป็นเล่นๆมันเป็นจริงๆใครไม่จริงก็ไม่รู้เลยนะนั่งอยู่เนี่ยใครไม่จริงก็ไม่รู้อ่ะของใครของมันจริงที่ว่านี่คือผู้ที่มีจริงเป็นจริงเห็นจริงเข้าใจจริงๆและมีตัวสภาวะลงตัวก็คือมันเป็นสภาวะลงตัวของเราเราได้มาก น้อยเท่าไรของเราเราได้มากบ้างน้อยบ้างก็ของเราใครมากจริงๆก็ยิ่งพูดนี่เป็นการพูดทบทวนอายุของเราผ่านมาแม้จะไหวน้อยเราก็ผ่านอย่างโลกๆมาเพราะมาปฏิบัติธรรมแล้วมันก็จะมีเนื้อหาสาระที่เราได้เทียบกับโลกที่เราผ่านมามันเหมือนกันคุณจะผ่านมาอีกอายุ 30 อายุ 40 50 60 แล้วเพิ่งโผล่มาเพิ่งจะมารู้อันนี้มันก็ไม่เหมือนกันมันก็คือไอ้ตัวโลภะโทสะโมหะเหมือนกันเพราะฉะนั้นเมื่อผู้ใดได้รถของบุคคลได้รถของการละความโลภและความโกรธแล้วเมื่อวันที่เราจับความหมายเนื้อหาแก่นสารนี้ออกแล้ว มันก็ดีกว่าดีกว่าที่จะไปไล่วิ่งเสร็จโลกียสุขแย่งชิงเน็ตด้วยนักหนามันจะยืนหยัดมันจะเข้าใจมันพูดที่มีใจโน้มเอ็นเห็นชัดในทุกเรื่องนี้แล้วจริงมันจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะเราจึงเห็นได้ว่าคนมาได้อย่างนี้มาเป็นอย่างนี้มันถึงอยู่ได้นะถ้าเราเป็นคนโลกๆเรามองมาเนี่ยเราจะเห็นว่าไอ้คนพวกนี้อยู่ได้ยังไงอะไรกันเนี่ยมันบ้าหรือเปล่าเงินทองก็เลิกไม่เอาเงินไม่เอาทองกินอยู่มันก็กินน้อยๆใช้น้อยๆคงสวยเขางามเขาเต้นเขาดีเขาเป็นน้องโน้นเป็นอย่างนี้พวกนี้เป็นยังไงไม่ไปเป็นอย่างนั้นมันอยู่ได้ยังไงล่ะคนพวกนี้เนี่ยมันแกล้งฝืนแกล้งคนเมื่อ จะเลิกแกล้งได้เมื่อไหร่มันจะเลิกฝืนได้เมื่อไหร่มันจะเลิกฝืนได้สักวันคงอดทนไม่ได้มันกดๆๆกันไว้นี่สักวันหนึ่งมันก็คงต้องหยุดแล้วจะต้องวิ่งกลับไปนั่นแหละไปไล่แสบไปของสวยของงามรสอร่อยอะไรอีกไปไล่แย่งเงินแย่งทองเขาอีกถ้าเขาไม่มีปัญญาทางธรรมจริงๆเขาจะไม่เชื่อเขาจะมองอย่างที่พูดจริงๆเขาจะบอกว่าพวกนี้มันมาแกล้งเล่นแกล้งหรือว่าเธอสักวันนึงอดทนไปแกล้งอดทนไปสักวันหนึ่งก็จะกลับไปเป็นอย่างเก่าเขาจะมองอย่างนี้เขาจะอ่านอย่างนี้แต่ถ้าผู้ที่มีปัญญาทางธรรมบ้างเขาก็จะมองเห็นว่าเออคนพวกนี้น่าบูชานะน่าเคารพนะแล้วก็มีความคิดเขามีความคิด ความเป็นจริงๆเลยนะถ้าเผื่อว่าคนมันมาเลิกมันแล้วไม่ต้องแย่งต้องชิงไม่ต้องไล่จับไม่ต้องไล่วิ่งดีดดิ้นอะไรอยู่เป็นภาระพวกนี้ได้นี่มันก็ดีสิมันก็เบาสิพวกนี้ทำได้คนเหล่านี้มาทำได้ปฏิบัติได้โอ้ดีจริงหนอมาทำเขาจะอนุโมทนาสาธุแม้แต่เขาจะทำไม่ได้ตามแม้แต่เขาทำไม่ได้ตังค์เขาก็จะอนุโมทนาจริงๆนะยิ่งถ้าเผื่อว่าพวกคุณแล้วพวกคุณมาทำได้ด้วยแล้วทีนี้คุณก็จะมั่นใจคุณจะรู้ของคุณเองอ๋อมันเป็นอย่างนี้เลยเหรอมิน่าพระพุทธเจ้าถึงมาพระพุทธเจ้าท่านได้อย่างแน่นแฟ้นอย่างแน่วแน่กลับไปเลย รู้แล้วอยู่ทางนี้ตลอดไปจน 45 พรรษาตายมันอยู่ทางนี้เลยไม่ต้องไปเป็นไปมีอีกแล้วแบบโล่งๆไม่ต้องไปแย่งไปทิ้งไม่ต้องไปไล่มีโรคมีโกรธอะไรกับเขาอยู่แล้วมันมั่นใจนะไม่มีความโลกไม่มีความโกรธ Small กูไปสโมสรภาษาบาลีว่างั้นกูไปสมัครหรืออุปสรรคอุปสโมสุขสุขสุขสุขสุขแบบนี้มันถึงได้เป็นอ้อมันเป็นวิมุตติที่รถมันเป็นรถแห่งนี้มดแห่งนิพพานมันเป็นรถแห่งความไม่มีไม่ต้องเป็นเดือดเป็นร้อนเป็นลำบากเป็นลำบนอะไรมันเออมันเบามันว่างมันง่ายมันโล่งโปร่งสบายขยันหมั่นเพียรไปตามควรเหนื่อยก็พักหายเหนื่อยแล้วก็เพี้ยน ร้อนก็เป็นธรรมดาเรื่องหนาวก็เป็นธรรมดาเรื่องสัมผัสทางตาทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายก็เป็นอย่างนี้อย่างนี้เราจะรู้เราจะเข้าใจว่าเออแต่ก่อนนี้เราถูกยั่วถูกโจรถูกเร่งในจิตอดไม่ได้ดิ้นรนเดี๋ยวนี้ชักไม่ต้องดินไม่ต้องรดขนาดรู้รู้แสนรู้นี่มันยังมีเหลือเชื้อนั้นเชื้อนี้เราก็มาล้างค่อยๆพิจารณาค่อยฟังไปทุกวี่ทุกวันฟังไปแล้วก็ประพฤติไปฝึกถัดไปทำไปทำไปมันก็ยิ่งจะเห็นว่าเออมันจางได้พรายได้ขนาดที่ว่าฝึกอยู่ด้วยมันก็บางคนอาจจะบอกแม่จ้างญาติทายาทจริงหนอบางคนก็จ้างได้ค่าได้เหมือนกันแต่ก็ต้องทำจริงๆเอาจริงๆนาโนกว่าจะหมดเกลี้ยงยาก วัยบางคนก็ง่ายๆคนง่ายๆไวๆก็เป็นบารมีของเขาคนที่ไม่ง่ายไม่ไหวก็จงรู้ว่าเราบารมีน้อยยิ่งต้องขวนขวายนะยิ่งต้องอุตสาหะพากเพียรนะถ้าเราเองเราแน่ใจเราเห็นจริงว่าเออเราทำมันก็ได้จริงๆแล้วเราก็แน่ใจว่าทางนี้แหละดีทีนี้แหละดีคุณภาพเปลี่ยนไปมันก็จะจางคลายไปบารมีของเราไม่สูงเราก็ต้องทำไปนานๆทำไปอย่างนี้แหละมันก็จะเห็นเองพอนานๆก็ส่งนานเพียงพอมีเหตุมีปัจจัยได้เพียงพอมันก็จะเป็นปริวัตรชนามันจะครบรอบคราวนี้ลงรอบแล้วโอ๊ยชีวิตครบรอบทีนึงนี่แสดงว่าน้ำหนักมันเข้ารอบใหม่เนี่ยมันจะบอกเราเองก็ใช้ภาษาพูดอย่างนี้ใช้ภาษาว่าเข้ารอบ หรือว่ามันครบรอบได้มันจะมีรู้สึกโอ้โหมันมันแน่ใจมันมั่นใจมันเด็ดขาดมันเห็นจริงมันสว่างหรือว่ามันน้ำหนักของจิตของเราก็เบาบางแล้วว่ามันแทบจะถ้าเข้ารอบที่เป็นรอบสูงเป็นรอบวิ่งโฆษณาบรรเทาเป็นรอบภาวนามันก็ซ้อนเป็นรอบภาวนาไปทีเดียวโอ้นี่มันรู้ถึงผลแล้วมันจะรู้เองแหมไม่ถึงผลแม้แต่แค่ว่าตัดรอบได้เออนี่เรารู้สึกว่าเราแน่ใจเป็นทีมแต่ทีแรกมันก็ยังไม่มันก็ยังต้องทำซ้ำซากไปอีกมันก็ยังรู้สึกว่าเวียนวนถูกหลอกหลอกล่อๆอีกหน่อยลับๆล่อๆอยู่บ้างประเดี๋ยวทำได้ไปอีกถึงรอบใหม่มากรอบขึ้นวิโรจน์ธนาบรรเทาเบาบางจะรู้เลยว่าโอ๊ยเราง่ายแล้วมันทำเบาบางแต่อย่าประมาทนะ อย่าประมาทในสิ่งที่เราได้อย่าบรรเทาเบาบางและบอกหนูแล้วเราไม่ต้องห่วงแล้วแน่ใจมั่นใจก็เบาบางคุณจะมีหลายเรื่องหลายอันเหตุปัจจัยต่างๆเรื่องพวกนี้คุณจะมีปฏิบัติไปเถอะเอาเรื่องนี้เราเบาใจได้แล้วเดี๋ยวบอกยุโรปจะมาเบาใจได้แล้วท่านแปลโดยทางด้านบาลีพระบาลีตั้งแต่วิโรจนะว่าบรรเทาเป็นความบรรเทาเบาบางทีก็อยากจะแปลให้ฟังว่ามันเป็นเรื่องเบาใจได้แล้วมันไว้ใจขึ้นมาแต่มันยังไม่สิ้นเชื่อเราจะรู้ของเราเองว่ายังมีอารมณ์มันอ่อนยังมีบางครั้งบางคราวมันยังเป็นยังมียังมีอะไรอยู่บ้างนะแม้มันจะบรรเทาเบาบางอย่างเรายังไงเราก็ไว้ใจเราได้ไม่มีเรามี Siri มีโอสปาบเพียงพอ แน่ใจแต่ว่าเราก็รู้ว่าเราไม่หมดเชื้อยังไม่ดับอาสวะยังไม่ดับอนุสัยยังไม่ดับสนิทยังไม่วางเฉยจริงๆยังเป็นไปอย่างโน้นอย่างนี้อยู่เราก็จะรู้ของเราแต่จุดนี้ระหว่างให้ดีจุดที่บอกว่าเฉยหรือว่ามันไม่เกิดรถไม่ใช่ไม่เกิดรถรถร้อนรถเย็นรสเปรี้ยวรสหวานรสเค็มรสอะไรก็แล้วแต่เย็นร้อนอ่อนแข็งหรือว่ากลิ่นเหม็นกลิ่นหอมไม่ว่าเสียงดังเสียงไม่ดังเสียงนิ่มเสียงนวลเสียงแรงเสียงตะคอกอะไรก็ตามแต่มันก็มีของมันจริงๆก็เป็นอย่างนั้นแหละแต่ใจเราไม่ตื่นเต้นฉันควรจะมาพูดด้วยเสียงด่าเสียงตะคอกเสียงอะไร แต่เรารู้ว่าเสียงนี้ด่าเสียงนี้ตะคอกเสียงนี้แรงแล้วก็รู้เสียงนี่แรงทีนี้ก็พูดหวานพูดเพราะๆรวมแล้วก็รู้ว่าก็เพราะอย่างโรคๆก็เพราะๆๆพูดสุภาพเรียบร้อยดีแต่เราก็ไม่ได้ไปติดใจไม่ได้รักใคร่หรือแม้แต่เสียงที่แรงเนี่ยเสียงที่บางทีเสียงด่าเราก็ไม่ได้เกิดอารมณ์โกรธไม่ได้เกิดอารมณ์เคืองเกิดทางไม่เราเฉยอยู่หรือว่าออกคนนี้พูดอย่างนี้ช่วงนี้เราก็รับฟังเข้ามาว่าเราด้วยภาษาปะละประโลมว่าอย่างโน้นอย่างนี้ชมอย่างงู้นอย่างงี้เราจริงหรือเปล่าเราจะตัดสินหรือว่าเราจะพิจารณาไปหาความจริงคำว่าปลาร้าประโลมมาพูดอย่างโน้นอย่างนี้ถ้าเผื่อว่าเราเองลำเอียงเข้าข้างตัวเชิงชอบแล้วประเด็นก็ฟังเพราะๆไปไม่จริงก็รับเอาไม่จริงก็รับเอา ที่เราไม่เป็นระวังหรือเข้ามาว่าคำว่าด่าเข้ามาตะคอกเข้ามารุนแรงอะไรด้วยน้ำเสียงอย่างโน้นอย่างนี้เราฟังแล้วเราก็จะเกิดไม่ชอบเราทั้งๆที่เราเป็นอย่างนั้นแต่เขาว่าถูกแล้วนะเขาด่าเขาว่าให้บ้างเนี่ยเป็นความผิดของเราเราเองเราใช้ไม่ได้ตามที่เขาว่าจริงๆเราเลวหรือว่าเรามีความผิดอย่างนั้นจริงๆเราก็ไม่ชอบใจอย่างนี้ไม่ถูกเราไม่ชอบใจไม่ถูกเราต้องพิจารณาหาความจริงถ้าเป็นผู้ที่เข้าใจทางธรรมแล้วเราเขียนโอ้นี่ก็พูดก็ถูกนี่เราเฉยเมยเราจะผิดแม้เราจะไม่ผิดก็ตามเขามาว่าเรานี่แม้ไม่ผิด เฉยได้เออคนนี้เราเขาว่าเราไม่ผิดเราพิจารณาตรวจสอบเราทีเดียวเราไม่ผิดเขาว่าเรายังหยาบๆแรงๆด้วยอย่างนู้นอย่างนี้ด้วยแล้วก็รู้เสียงแรงนั่นนี่ยกตัวอย่างอันนี้จะเข้าใจได้ดีพอสมควรทีนี้แม้แต่รูปต่างๆเข้ามาทำอย่างโน้นอย่างนี้ท่าทางเยอะย้ำๆๆอย่างโน้นอย่างนี้ผมขี่เราทั้งๆที่เขาไม่ใหญ่กว่าเราเลยเขาได้ไม่ได้เป็นคนดิบคนดีเรามาทำเบ่งทำอย่างโน้นอย่างนี้แล้วก็รู้ด้วยรูปอย่างนั้นลักษณะอย่างนั้นแต่ใจของเราก็ไม่เกิดไม่ใช่อภัยไม่โกรธไม่เคืองไม่ถือสาหรือก็มาทำท่าแหมยกยอปอปั้นทำท่าทำทางเชิดชูอ่อนน้อมอะไรเราก็ไม่หลงเหลิงไม่ใหญ่โตไม่ทั้งๆที่เราเองไม่ได้ใหญ่เลยจริงๆเข้ามาทำท่าประคบประหงมมาทำภาพมนุษย์มาทำท่ายกย่องชูเชิดเรา หางกระดกเลยทำเป็นระเริงเริงลอยทั้งๆที่เราไม่จริงซะหน่อยถ้าเราจะหลงผิดอย่างนั้นนะไม่เข้าใจอย่างนั้นเพราะเราจะต้องระมัดระวังตัวตรวจสอบเสมอไม่ว่าจะได้ยินเสียงพูดไม่ว่าจะเห็นรูปลักษณะไม่ว่าจะได้กลิ่นก็กลิ่นอย่างโน้นกลิ่นอย่างนี้เราก็รู้กลิ่นธรรมชาติกลิ่นเหม็นกลิ่นหอมกลิ่นอย่างโน้นอย่างนี้เรียกไปตามเสียงเราก็ไม่ได้เดือดร้อนเนื้อร้อนใจโดยสิกลิ่นเหม็นนักแล้วก็ไม่ได้ติดใจใครอยากอยากได้กลิ่นหอมกลิ่นที่มันชอบใจพอใจอะไรนักแล้วก็รู้ว่าตามธรรมมันเป็นอย่างนั้นแม้อากาศถูกสัมผัสหรือแม้แต่จะสัมผัสต่อวัตถุแข็งก็ดีอ่อนก็ดีร้อนก็ดีเย็นก็ดีอย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้ไปถือสาเราก็ไม่ได้ไปติดใจอันนั้นไม่ชอบอันนี้ทางอันนั้นซะจนเกินการแล้วก็รู้ตามน้ำหนักของมันนี่เป็นความรู้ที่เรารู้แล้วเราจะเฉยเฉยคำนี้อันนี้ชอบปัจจัยหรือว่าวางปล่อยอันนี้หรือว่าอุเบกขาคำนี้มันไม่ได้หมายความว่าเราตั้งมั่นเราไม่หวั่นไหวแล้วก็เราเฉยนี่ไม่ใช่เฉยเด๋อๆนะไม่ใช่วางเฉยเลยโง่ๆมันเฉยเพราะเราไม่เกิดผู้ความเกิดกิเลสโลกเกิดกิเลสโกรธนี่มันจิตใจของเรามันเฉยวางมันไม่เกิดโรคมันไม่เกิดโกรธมันรู้ไม่โมหะเข้าใจถูกต้องทิศทางเลยไม่หลงผิดไม่เข้าใจผิดเป็นถูกไม่เข้าใจถูกเป็นผิดแต่เข้าใจถูกเป็นถูกเข้าใจผิดเป็นผิดถูกต้องเลย อยากพูดไปอย่างนี้ด้วยภาษาโดยอะไรทบทวนให้พวกคุณก็จะได้มาตรวจสอบสภาวะจิตของเราโลกเป็นยังไงโกรธเป็นไงโมหะเป็นยังไงเราจะได้ปฏิบัติมาจับได้ทดสอบได้เป็นไปได้มันเข้าร่องขอร้องอย่างนี้บ้างไหมถ้าเข้าแล้วเราก็รู้ว่าเออเราก็เป็นพระเราก็เป็นผู้ที่ได้บำเพ็ญได้ประโยชน์เป็นอริยกุลเป็นอริยทรัพย์ทรัพย์ทรัพย์อย่างนี้เรามาแสวงหาเรารู้แล้วว่าเราจะมาปฏิบัติบำเพ็ญถึงขั้นที่บอกว่ามันจะไม่ติดไม่ยึดนะเรื่องเงินเรื่องทองเรื่องลาบเรื่องยศอะไรแล้วล่ะก็คุณมาอย่างนี้คุณก็จะรู้ว่าคุณเองคุณพอใจที่จะอยู่จะเป็นจะมีคนในรูปเรื่องลักษณะอย่างนี้คนประเภทนี้คนอย่างนี้มีได้อาตมายืนยันคนหนึ่ง พระต่างๆที่ท่านบวชมาแล้วที่ท่านเห็นดีเห็นชอบแล้วยืนยันได้นานปีเข้าก็ยิ่งชัดเด่นนานปีเข้าก็ยิ่งยิ่งจังขึ้นเรื่อยๆมีมากขึ้นเรื่อยๆนับจำนวนเข้าไปสิแต่ละคนแต่ละคนไม่ใช่ว่าขี้เกียจขี้คร้านหนีงานหนักมาสมัครกันงานสบายหลบๆเร่งๆอะไรไม่ใช่ทุกคนมีทิศทางพอเป็นพอไปอยู่ทั้งโลกแต่เรามาเห็นว่าเออการเป็นคนอย่างนี้ทำอย่างนี้อยู่อย่างนี้แล้วก็สร้างจิตสร้างใจให้เป็นอารมณ์ที่เป็นไปในทิศทางนี้อย่างนี้มันมันสบายกว่าแล้วมันก็มีคุณค่าในโลกมันไม่อยู่กันอย่างเบียดเบียนโลกมันไม่เป็นตัวร้ายของโลกมาอยู่อย่างนี้เป็นตัวเป็นตัวคุณเป็นตัวบุญของโลกมันเป็นจริงๆไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย เห็นเป็นน้ำหนักจิตใจมันก็สบายมันก็ไม่ดิ้นรนไปหาไปเอาโลกก็เป็นยังไงกับเราก็รู้ยิ่งเราอยู่ไปโลกทุกวันนี้มันยิ่งกระเบียดกระเสียนยิ่งแย่งยิ่งชิงยิ่งโอ้โหเรามาบวกกันนี่ถ้ามาบวชกี่ปีแล้วนี่ 7-8 ปีแล้วแต่ก่อนนี้ก่อนมาบวช 7-8 ปีโลกเนี่ยถ้าคุณเข้าไปเนี่ยคุณว่าจะสบายกว่าโลกขณะนี้ไหม 7 8 ปีเมื่อก่อนถ้าคุณเข้าไปในโลกไปอยู่กับโลกเขาเนี่ยแล้วก็มากินแย่งชิงกับเขาอยู่ก็เดี๋ยวนี้ออกไปเดี๋ยวนี้จะไปแย่งชิงกับโลกเขาเดี๋ยวนี้ดูซิว่าเขาไปยังไงมาไกลแล้วเขาย่างกันขนาดไหนเขาทั้งเงินทอง ค่าใช้จ่ายทั้งเขาทั้งของหายากหาเย็นทั้งสิ่งที่เขาไม่รู้นะเจี๊ยวจ๊าวกันอยู่นะเนี่ยที่พวกนี้เข้าใจใช่ไหมเป็นยังไงเดี๋ยวนี้ก็ไอ้เมื่อ 7-8 ปีที่แล้วถ้าท่านจะออกไปบวชมาบวชใหม่ๆแล้วออกไปก็เดี๋ยวนี้ออกไปมีน้ำหนักว่าเดี๋
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive