231024 หลักการให้และการรับที่เหมาะควร-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ024.txt

โฟลเดอร์2523 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์158 KB
วันที่แก้ไข11 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพุทธทาสได้อบรมทำวัตรเย็นเนื่องในวันมหาปวารณาออกพรรษาที่พุทธสถานปฐมอโศกจะมีการเทศน์ใน 6 โมงนี้ไปถึงทุ่มนึงจากทุ่มนึงไปจะฉายทำมาฉายอีก 3-4 เรื่องถ้าพูดได้ได้ยินเสียงนี้เพื่อนฝูงชาวบ้านทั้งหลายที่ประสงค์จะมาชมธรรมชาติก็เตรียมตัวมาชมมาชมไม่ทันหรือไม่ทันก็ทันใจมีฉายไปเรื่อยๆแต่ทุ่มนึงใช้ไปเรื่อยๆหลายเรื่อง ตั้งแต่ทุ่มนึงอ่ะเขาบอกข่าวบอกข่าวกล่าวจังหวัดข่าวดีดียิ่งกว่าเขามาโฆษณาฉายหนังเอาเงินคุณด้วยเพราะนี่ฟรีๆและเป็นธรรมะเป็นสิ่งที่จะมีประโยชน์เป็นสิ่งที่จะทำให้เราได้เป็นคนดีเป็นคนมีความสุขเป็นคนมีความเจริญก้าวหน้าถ้าผู้ใดได้ยินเสียงนี้แล้วก็มาดูฟรีด้วยของดีๆนี่มันฟรีไอ้ของชิบหายชิบหายแล้วมันทำให้ชิบหายทั้งนั้นแหละเออฉิบหายเงินด้วยแล้วก็เสียเวลาด้วยเสียงและมีกิเลสด้วยแต่ของดีๆไม่ค่อยจะมาดูกันหรอกก็มาดูเอาใครเห็นว่าดีอยากจะได้ของดีก็เชิญเชิญมาดูฟรี มาเอาตามที่เห็นควรเราก็จะทำตามเลิกตามยามนี่ก็ยังไม่มากนักต่อไปจะทำให้มากขึ้นกว่านี้ทำเป็นกิจจะลักษณะกว่านี้เรายังมาใหม่ๆมันยังไม่พรากพร้อมสถานที่บ้างอะไรก็ได้บ้างยังไม่พร้อมก็แต่ถ้าเกิดว่าใครไม่ถือสาก็มาเราทำการไม่ใช่ว่าคนทำคนรวยแล้วทำกันอย่างเล็กๆน้อยๆก็ได้เท่านี้แหละก็มาเอาเราเอาสาระน่ะเราเอาประโยชน์ดีกว่าผู้ใดจะมาก็พากันมาไม่ว่าเด็กเล็กเด็กใหญ่ดูได้ทั้งนั้นเพราะว่าเรื่องที่เราให้ดูทำให้ดูนี่เป็นเรื่องที่ดูได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีคุณภาพมีสิ่งที่จะให้ประโยชน์แก่ชีวิตจริงๆก็เชิญเชิญเสียงนี้ก็คิดว่าคงจะได้ยินไปถ้วนทั่วในรอบๆนี้ไม่ไกลนักเพราะเสียมันก็ไม่ขยายไกลนัก ก็ใครได้ยินก็มากันและกันครับสนใจเชิญยินดีต้อนรับทุกคนถ้าวันนี้ก็เป็นวันสำคัญที่ผู้เห็นความสำคัญก็เอาชีวิตเอาเวลาเอาอะไรก็ตามแต่ทั้งตัวข

อ่านต่อ

องเรานี่แหละมาให้มากๆมาคลุกคลีเกี่ยวข้องให้มีการซึมดูดให้มีการถ่ายทอดให้มีการมีทางได้มันจะได้โดยวิธีอะไรก็แล้วแต่คนจะฉลาดคนจะพยายามตั้งใจคิดอาจหาเอา เราก็จะช่วยกันแล้วก็จะเกื้อกันเอื้อเฟื้อกันไม่เท่าที่จะเป็นไปได้สถานที่ที่เป็นรูปแบบที่เราเรียกว่าอารามตั้งแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้วางวางรูปแบบสร้างศิลปะสร้างสิ่งประกอบของชีวิตอารามไม่ใช่บ้านเรือนอารามเป็นสถานที่สถาน 1 อาทิตย์จะให้เป็นจุดศูนย์เป็นจุดศูนย์ที่จะเปิดโอกาสทางให้ผู้ที่จะบำเพ็ญประพฤติอบรมที่เรียกว่าเป็น วิธีอบรมยางถอนตัวถอนตนออกมาจากโลกแล้วเรียกว่านักบวชเป็นอนาคาริกะเป็นผู้ที่ทิ้งบ้านช่องเดือนชาญของผู้ที่เป็นนักบวชแล้วนี่คือผู้ที่ทิ้งบ้านช่องเรือนชาญของตนเป็นผู้ที่เด็ดปลงภาระมาได้ในส่วนหนึ่งแล้วจริงของชีวิตและภาระที่เด็กลงมาแล้วก็เป็นความเบาและก็มาบำเพ็ญตนต่อในอารามคือในสถานที่ที่กำลังกล่าวถึงนี้ก็มาอยู่บำเพ็ญเพื่อที่จะพบกับธรรมิกพบกับเพื่อนดีสหายดีมิตรดีซึ่งเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรม จริงซึ่งมีอีกหลายจริตหลายรูปแบบหลายอย่างหลายอันทั้งจะมีผู้ที่สูงส่งที่จะนำพาเราขึ้นไปสู่จุดสูงๆและถึงสุดท้ายได้ด้วยเราก็มาเมื่อมารวมกันอยู่แล้วก็จะต่างก็ถ้อยทีถ้อยจะช่วยกันโดยตรงบ้างโดยเจตนาบ้างไม่เจตนาบ้างช่วยกันไปแล้วมันก็จะได้ดีขึ้นจริงๆคำว่ามีมิตรดีมีเพื่อนดีมีสหายดีนี้เป็นเรื่องที่เราเอามาพูดกันมากขึ้นในขณะนี้ที่นำมาพูดมากขึ้นเนี่ยกับเพื่อที่จะเน้นให้เห็นความสำคัญ ว่ามันไม่ใช่เรื่องเหลวไหลมันเป็นเรื่องสำคัญมันเป็นเรื่องที่เราจะต้องเข้าใจเข้าใจให้มากๆแต่เน้นจุดสำคัญทั้งความหมายสำคัญทั้งลักษณะที่สำคัญให้ฟังแล้วตั้งแต่จุดแรกที่ว่าพระสารีบุตรซึ่งเป็นเสนาบดีในกองทัพธรรมของพุทธศาสนาของเราซึ่งถือว่าเป็นรองพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เป็นผู้ที่ทราบซึ่งจุดนี้ได้อุทานต่อพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้าอุทานขึ้นว่าแหมการมีเพื่อนดีมีมิตรดี ขายดีมันเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ทีเดียวนะพระเจ้าค่ะซึ่งลักษณะการอุทานอย่างนี้ไม่ใช่เรื่องที่เป็นของธรรมดาเพราะอีกหลายคนก็คงจะคิดว่าไอ้แค่นี้เรื่องแค่นี้มีมิตรดีมีเพื่อนดีมีเสียหายดีนี่เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ทุกคนก็ยังคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาธรรมดาแต่เปล่าความจริงมันมีสิ่งที่จริงเป็นสัจธรรมที่ลึกซึ้งที่ประทับใจที่ยิ่งใหญ่แฝงอยู่ในนั้นมันมีแฟนอยู่ในนั้นจริงๆจนพระสารีบุตรพบจุดสำคัญทำไมคนฉลาดอย่างพระสารีบุตรจะไม่มี เข้าใจเหมือนคุณเข้าใจว่ามีเพื่อนดีมีมิตรดีมีสหายดีมันก็ดีน่ะสิใครก็รู้ดีเด็กเป็นเพลงดีธรรมดาดีง่ายๆใครก็รู้ว่ามันดีก็มีเพื่อนดีมันก็ดีแต่เนื้อกว่าคำว่ามีเพื่อนดีมันก็ดีที่เป็นธรรมดาธรรมดานี่ขึ้นไปอีกมีความจริงหรือเป็นสัจธรรมที่สูงกว่านี้อีกที่กำลังพูดสู่ฟังมันมีอีกไม่ได้ความหมายอันนั้นความหมายนั้นคิดเลยว่าพระสารีบุตรจะไม่รู้เหมือนคุณรู้ถ้าคุณรู้ประการมีเพื่อนดีมีมิตรดีสหายดีมันก็ดีคุณก็รู้ก็พูดอย่างนี้ก็ถูกถ้าจะทำให้ใครก็เข้าใจและภาษาในบุคคลก็จะไม่อุทานด้วยถ้าเผื่อ อย่างนี้เขาก็ท่านก็เข้าใจเหมือนกับใครๆเขาก็จะเข้าใจเธออุทานทำไมแต่ที่พระสารีบุตรอุทานต่อพระพักตร์พระพุทธเจ้านั้นมันไม่ใช่ความรู้ที่รู้กันเหมือนๆกันใกล้ๆคล้ายๆกันอันนี้มันเป็นความรู้ที่เป็นความรู้อย่างลึกซึ้งเป็นสัจธรรมชั้นสูงเป็นสัจธรรมชั้นสูงและพระพุทธเจ้าท่านก็ขยายความและพระสารีบุตรก็ขยายความไว้ในตัวแล้วว่าการมีเพื่อนดีมิตรดีสหายดีนี้มันหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างหรือทั้งหมดของพรหมจรรย์ทีเดียวนะพระเจ้าข้าเราจะต้องมาเข้าใจคำว่าทั้งหมดของพรหมจรรย์ คำว่าทั้งหมดของพรหมจรรย์เป็นตัวไขเป็นกุญแจที่บอกถึงความยิ่งของสัจธรรมมันไม่ได้หมายความว่ามีเพื่อนดีมิตรดีสหายดีมันก็คือความดีๆธรรมดามันก็ไอ้เท่านั้นเท่านั้นมันก็ดีอยู่ก็สบายๆดีแต่มันไม่ใช่มันหมายถึงความประเสริฐเลิศยอดหมายถึงพรหมจรรย์นี่แปลว่าศาสนาทั้งศาสนาธรรมวินัยทั้งธรรมวินัยด้วยความรู้สึกยอดพูดอยู่จบพรหมจรรย์หรือผู้หมวดได้หมดทั้งพรหมจรรย์ก็คือผู้บรรลุธรรมพูดถึงที่สุดแห่งศาสนาเพราะฉะนั้นการมีเพื่อนดีมิตรดีสหายดีมันหมายถึงทั้งหมดจริงๆหมายถึงทั้งหมดจริงๆ มึงไม่ใช่หมายความตื้นๆดังที่เด็กวิเคราะห์วิจัยแยกให้คุณฟังแล้วเมื่อกี้นี้เพราะถ้าผู้ใดฟังธรรมไม่ลึกซึ้งฟังธรรมไม่มีปัญญาฟังธรรมไม่ดีก็ฟังเผินๆเพราะเรื่องนี้คุณได้ยินแล้วภาษาอย่างนี้ง่ายๆคุณก็เข้าใจแล้วแล้วคุณก็จะคิดว่าคุณเข้าใจเปล่าหรอกนะคุณยังไม่ได้เข้าใจง่ายๆหรอกนะถ้าคุณเข้าใจแล้วคุณจะอุทานคุณจะพูดขึ้นมาอย่างแปลกอย่างเหมือนกับมันแปลกใจมันซาบซึ้งใจดังที่พระสารีบุตรได้อุทานอย่างนี้ตอบรับพระผู้มีพระภาคเจ้านั่นแหละมันเป็นอย่างนั้นจริงๆที่อาตมาเอาขึ้นมาพูดเอาขึ้นมากล่าวในวันสำคัญนี้แล้วก็จะได้สาธยายจะได้ชี้แนะให้ฟังนี้ก็เพราะว่า มันมีความหมายมากและมันสำคัญแล้วมันจำเป็นที่พวกเราจะได้ทำให้มันถูกตรงเพียงรู้เพียงเข้าใจก็ดีแล้วเป็นสมาธิแล้วเราก็จะได้ไปประพฤติปฏิบัติให้มันเป็นตามที่เรารู้ว่าอ๋ออันนี้ดีเราต้องทำให้มันดีอย่างนี้ให้ได้เราจึงจะได้ดีตามที่เรารู้เรารู้ว่าอย่างนี้ดีเราเข้าใจว่าอย่างนี้ดีแต่ถ้าเราไม่สำนึกไม่พยายามใช้สติสัมปชัญญะจัดแจงตัวเองตั้งแต่เริ่มนึกคิดเรียกว่าสังกัปปะให้เป็นสัมมาสังกัปปะตรงกับสัมมาทิฏฐิ ตรงกับความเห็นที่เราเห็นเราเข้าใจแล้วว่าอ๋ออย่างนี้แหละดีเป็นอย่างนี้แล้วเราก็พยายามทำให้ตรงตามหลักการนั้นหลักเกณฑ์นั้นหรือจะตั้งการบังคับตั้งกฎที่จะกราบตัวเองต่ำกว่าที่จะตีช่องตีขนาดให้ตัวเองว่าเราจะต้องทำอย่างนี้มันจึงจะมาสู่จุดนี้ได้เราก็ทำด้วยถ้าผู้ใดพอใจจะทำมันจะทำให้เราเองมีสิ่งที่เป็นเครื่องมือนำพาเราเข้ามาสู่จุดที่คิดเราเห็นดีนี่ได้จริงๆจังๆได้ง่ายที่สุดถ้าคำอุทานนี้พระพุทธเจ้าขานรับทันทีทรงปรับรับรองทันทีก็ถูกแล้วถูกแล้วนี่ ไตรปิฎกเราจำได้แม่อาตมาก็อ่านอ่านก็อ่านดูมันจะอ่านก็อาจจะผ่านเขาก่อนนี้แต่ว่ามาอ่านทีหลังนี่ก็อ่านทีเดียวแต่จำได้ดีจำได้ดีเพราะว่ามันซาบซึ้งอ่ะบริจาคกันตราดรับรองถูกแล้วถูกแล้วทั้ง 2 ครั้งเลยแล้วก็ทวนคำพระสารีบุตรก็การมีมิตรดีสหายดีเพื่อนดีดูมันจะเรียงลำดับอย่างนี้มิตรดีเพื่อนดีสหายดีหรือไม่ใช่เพื่อนอยู่ก็อันตรายสวัสดีสหายดีเพื่อนมิตรดีสหายดีเพื่อนนี่การมีนี้อย่างนี้เป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์อินเดีย ความหมายความว่าไฉนการที่มีเพื่อนการที่มีมิตรดีสหายดีเพื่อนดีหมายถึงว่ามันหมายถึงพรหมจรรย์ทั้งหมดทั้งหมดคือเช่นไหนเธอก็สาธยายต่อไปว่าเพราะมันหมายถึงว่าเราจะได้ปฏิบัติสัมมาอะระหังกันหมดเลยมันหมายถึงว่าเพราะในมิตรดีเพื่อนดีสหายดีนี้ก็จะเป็นผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิอยู่ในเพื่อนดีเพราะว่าคำว่าเพื่อนดีคือผู้ที่มีความดียิ่งเป็นศัตรูด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นผู้ที่มีสัมมาทิฏฐิแน่ๆนอกจากจะมีสมาธิแล้วจะไม่สมาธิอย่างเดียวด้วยจะมีทั้งสัมมาอะระหังองค์ 8 ครบเลยมีนะไม่ใช่ว่าหมายความว่าจะแค่รู้ กำลังเพียรทำมีแล้วเป็นแล้วมีความเห็นถูกต้องมีความพยายามและพยายามให้แก่ตนมีสติสัมปชัญญะได้ฝึกให้แก่ตนฝึกจนกระทั่งริเริ่มคิดก็คิดได้ถูกต้องพูดก็พูดได้ถูกต้องทำก็ทำได้ถูกต้องและมีอาชีวะคือมีสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำชีวิตมีอาชีพมีสิ่งที่ทำอยู่มากในชีวิตก็ทำอย่างที่ถูกต้องนี้แหละได้แล้วอย่างเป็นปกติเป็นสัมมาสมาธิคือเป็นอย่างแข็งแรงจิตตั้งมั่นเป็นได้โดยอัตโนมัติเป็นปกติเป็นจิตที่ไม่คลอนแคลนไม่หวั่นไหวเป็นจิตที่เป็นแล้วอย่างถ้าเป็นสัมมาสมาธิอันสูงสุดถึงขั้นวิมุตก็เป็น บริสุทธิ์บริบูรณ์ทีเดียวเป็นแล้วอย่างที่ได้เห็นดีรู้ดีเข้าใจดีแล้วก็ได้ประพฤติปฏิบัติดีนี้จนสำเร็จลงตัวเรียบร้อยแล้วทีเดียวนั่นเป็นของสัปบุรุษผู้ที่ถึงขั้นพระอรหันต์หรือผู้ที่บรรลุสุดยอดก็มีสัมมารีมรรคองค์ 8 มีอันเป็นอริยสัจข้อที่ 4 อยู่พร้อมและเป็นความมีเป็นที่ครบเต็มด้วยไม่ใช่หมายความว่าพึ่งเริ่มต้นรู้เห็นแล้วเพิ่งเริ่มต้นปฏิบัติไปพลางเราจะเรียกว่ามรรคในแปลว่าการเดินตามเพิ่งเดินตามทางซึ่งกำลังเดินก้าวไปตามระยะทางที่เข้าทางเข้าช่องเข้าช่องเข้ารอยแล้วก็เดินเข้าไปจนกว่าจะถึงที่สุดไม่ได้หมายถึงแค่นั้นด้วยแต่ในการเริ่มต้น ช่องเห็นทางเขาเรียกว่าเริ่มต้นมีมรรคก็ได้เขาแปลว่ามรรคประธานมักแปลว่าทางโดยพยัญชนะมักแปลว่าจิตอันเต็มจิตอันยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำมรรคคำนี้หรือว่าอริยสัจองค์ที่ 4 คำนี้นี่ทุกข์สมุทัยนิโรธมรรคสัมมารีมรรคองค์ 8 มีที่จริงเป็นตั้งแต่เริ่มต้นมีมรรคเริ่มต้นเห็นทางจนกระทั่งเริ่มต้นทำไปเรื่อยๆทำไปเรื่อยๆแล้วก็จะเต็มขึ้นเต็มขึ้นสูงขึ้นจนกระทั่งเติมบริบูรณ์เขาเรียกว่าบรรลุถึงผลสำเร็จเรียกว่าบรรลุธรรมใครคนบรรลุธรรมจึงมีสัมมาคารวะองค์ 8 อย่างสัมมา คลิปเต็มไม่ได้อยู่กลางทางไม่ได้กำลังเดินทางอยู่ด้วยผู้ที่ได้ผู้ที่ถึงองค์ 8 เต็มแล้วนี่ผู้บรรลุธรรมแล้วมีมรรคนะมีสมาชิก 8 และมีไม่ใช่มีอย่างเช่นเดินกำลังเดินฟังดีๆนะฟังธรรมะนี่มันซ้อนมันซ้อนและมันก็มีที่ที่เลื่อนไปที่หาที่สุดด้วยมันซ้อแล้วมันเริ่มจะหาที่สุดก็ฟังดีๆถ้าผู้ใดได้ปฏิบัติจนเต็มแล้วเป็นพระอริยะขั้นสุดเรียกว่าอรหันต์ตัดผลผู้นั้นมีมักอันเป็นมรรคธรรมดาเป็นผลรู้แจ้งในทางเดินรู้ทั้งทางเดิน เดินได้ไปถึงที่รู้แจ้งทั้งทางเดินและเดินได้ไปถึงที่ด้วยได้ครบบริบูรณ์เป็นแล้วเรียบร้อยแล้วละเอียดลออแล้วสมเด็จแล้วอันนี้คือมักอันเรียกว่าอริยสัจองค์ที่ 4 ที่เต็มส่วนมากความหมายต้นๆก็หมายความว่าเริ่มเริ่มต้นมีสัมมาทิฏฐิเริ่มต้นมีสัมมาทิฏฐิเริ่มต้นเห็นคุณขณะนี้นั่งฟังดีๆและพยายามนั่งฟังดีๆแล้วคุณก็เห็นแจ้งเข้าใจมีความเห็นเข้าทางถูกทางเลยมั่นใจนี่ก็เริ่มต้น บ่ายแล้วเห็นจริงๆไม่สงสัยระบบวิจิกิจฉาหมดสงสัยบอกโอ้โหถูกต้องแน่ๆคุณได้แต่ได้แค่เห็นแค่รู้นะแค่เห็นและเข้าใจแล้วก็แค่เห็นแค่รู้แต่ยังไม่ได้เดินยังไม่ได้เดินยังไม่ได้ก้าวยังไม่ได้ประพฤติยังไม่ได้กระทำมันก็ได้แค่รู้และคนรู้ๆเรียนเพื่อรู้แบบนี้มีมากเสียด้วยคนที่เรียนแค่รู้ๆอย่างเงี้ยดีมากบ่รู้แล้วก็เอาไปคุยโม้เอาไปอวดโอ้บางทีเอาไปแลกเงินแลกทอง ด้วยเขียนขายโอ้โหเขียนกันเยอะแยะบางคนเรียนดีมีปัญญาละเอียดละออดีรู้ถูกจริงๆซะด้วยแล้วก็เขียนออกมาดีเขียนออกมาถูกบางคนรู้แต่ก็เอาความคิดเห็นของตัวเองมีกิเลสอยากจะอวดจะออกเกินเลยอะไรจะได้ก็มีความคิดผิดๆเพี้ยนๆแต่รู้จริงๆรู้ยังไม่ทะลุรอบเป็นการรู้แต่เพียงระดับรู้มันยังไม่ลึกซึ้งมันยังไม่ปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอนลึกเข้าไปลึกเข้าไปสูงขึ้นไปก็มาเขียนแล้วๆถ้าเธอออกไปก็มีเลอะน้อยก็มีเยอะมากๆจนตีลังกากลับก็มีอันนี้ก็บอกผสมไม่เป็นให้รู้ว่าเป็นภัยทีนี้สำหรับผู้ที่ได้รู้แล้วจึงขอ ขอเตือนว่าอย่าหลงว่าโอ้เราได้รู้แล้วเข้าใจแล้วธรรมะเท่านั้นเป็นการได้เป็นการสำเร็จอย่ามีมากเหลือเกินที่เราเข้าใจแล้วรู้แล้วแล้วก็ประมาทไม่ลงมือทำผู้ใดมีสัมมาทิฏฐิเรียกว่าเห็นถูกต้องรู้ถูกต้องแล้วมันทวนกระแสกันกับทางโลกนะทวนกันนะที่พูดแล้วพูดเล่าพูดซ้ำพูดซากยกตัวอย่างเดิมๆซ้ำๆซ้ำๆๆแล้วซ้ำอีกบางคนก็บอกกูรู้แล้วรู้แล้วแต่ผู้นั้นไม่ทำผู้ใดทำแล้วผู้ใดได้ผู้ใดซาบซึ้งนะแม้จะพูดเรื่องเก่านี้อีกเท่าไหร่เท่าไหร่ผู้นั้นก็จะไม่เบื่อผู้ที่เบื่อคือผู้ที่ยังไม่ได้ ผู้ที่มีกิเลสซ้อนพอได้แล้วก็อวดดีใครพูดเรื่องนี้ขึ้นมาฉันเบื่อฟังแต่ถ้าฉันพูดคุณต้องฟังนี่เรียกว่ามานะกิเลสเดียวกับกิเลสของตนเองนะพอฟังเค้าคนอื่นฟังไม่ได้ใครคนอื่นพูดฟังไม่ได้เพราะว่าตัวเองก็ถือว่าตัวเองรู้แล้วตัวเองหยิ่งผยองคุณไม่ต้องพูดอะไรฉันรู้แล้วฉันไม่ฟังของคุณก็ได้ฉันก็มีก็ทำเป๊ะท่าไม่ฟังฉันรู้ฉันเข้าใจแล้วเอออันนี้เป็นจริงคือกิเลสจริงมีในคนผู้ใดเกิดอาการเกิดจริงเป็นจริงในผู้นั้นเลยเห็นได้รู้ได้เห็นได้รู้ได้ยิ่งมีมากยิ่งเห็นชัดยิ่งมีอย่างไม่รู้ตัวยิ่งเห็นง่าย ถ้าผู้ใดไม่มีกิเลสมานะแล้วฟังใครจะพูดถึงเรื่องดีสิ่งเดียวนี้มันยิ่งน่าฟังเพราะมันพอใจมันซาบซึ้งมันรู้ว่าโอโลกนี้ควรจะหลั่งทำควรจะหลั่งโดยธรรมควรจะสาดธรรมดาไปให้แก่โลกให้มากๆใครจะสาธยายก็สาธุใครจะแจกแจงใครจะเผยแพร่ธรรมใครจะกระจายธรรมะนี้ก็สาธุคนที่ไม่มีมานานแล้วอนุโมทนาตลอดเวลาเพราะฉะนั้นบางคนได้แต่รู้แต่ตัวเองไม่มีปัญญาที่จะเผยแพร่ธรรมเห็นคนที่เผยแพร่ธรรมอันนี้ซาบซึ้งสาธุถ้าไม่มีมานะถ้าคนมีมานะแล้วก็ต้อง เผยแพร่แทนที่จะเป็นใหญ่ฉันถึงจะโกหกคนอื่นเผยแพร่ไม่ฟังแสดงเหตุฉันทั้งๆที่อันเดียวกันกับที่ตัวรู้อันเดียวกันกับที่ตัวเองซาบซึ้งอันดับอันเดียวกันกับที่ตัวเองมีและพอใจนั่นแหละแต่ถ้าคนอื่นแสดงและไม่เพราะมันยังมีอัตราส่วนหนึ่งเรียกว่ามานะตัวตนถือดีแล้วก็ยังมีริษยายังมีอะไรอีกเรื่องของมานะนี่มีมากมันก็เลยไม่ค่อยชอบใจดีไม่ดีจะไปนั่งเพ่งผิดเหลี่ยมละเอียดของผู้นั้นนั้นซะอีกสาธยายธรรมก็ไปคอยจับจ้องเหลี่ยมที่ผิดเหลี่ยมที่มันยังไม่สูงเพื่อที่จะจับจุดสูงมาโชว์สูงของตัวให้เด็กก็จะฟังเพื่อจับผิดแล้วก็จะโต้ตีโต้ต่อต้าน ค้านแย้งอะไรกันไปเพื่อชูตัวโชว์ตัวฟังด้วยความสงบไม่ได้อนุโมทนาไม่ได้แม้บางทีไม่ใช่โอกาสที่จะมาค้านมาแย่งมาหักล้างมาล้มล้างอะไรกันก็ต้องล้มล้างอวดดีอวดเด่นก็ทับถมนี่เป็นเรื่องของตัวมานะมีได้แต่ถ้าผู้ใดไม่มีมานานแล้วฟังธรรมนี่เบิกบานร่าเริงตลอดเวลาพระพุทธเจ้าตรัสไว้เสมอว่าพระอรหันต์เป็นผู้ที่ไม่ไม่เบื่อหน่ายทำไม่รู้จะอิ่มจะพอในธรรมพระอรหันต์นี่เป็นผู้ที่มีอารมณ์อย่างนั้นมีความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆฟังได้ฟังอย่างสงบเสงี่ยมผู้น้อยแสดงธรรมก็ฟังอย่างสบาย สงบเสงี่ยมถ้าไม่สมเหมาะกาละเทศะที่เขาจะเสนอให้เราแสดงตัวแสดงตนหรือว่าพระอะไรเพิ่มเติมก็ฟังอยากทราบซึ้งอนุโมทนาสาธุตามสิ่งที่เรารู้นั่นแหละแล้วก็จะรู้มุมดีว่าดีได้ฟังซ้ำๆก็คือมันก็จำได้แม่นมันก็สะสมไว้อยู่สะสมทำไม่เป็นไรบางทีก็มีแง่มีเงินเล็กๆน้อยๆเชิงละเอียดมีมุมมีเหลี่ยมที่มุมเหลี่ยมคนนี้เขาทามุมเดียวคนนี้เข้าที่มีอันนั้นอันนี้ผสมเปอร์เซียละเอียดลงมาตรงนั้นตรงนี้มันก็ยิ่งลึกซึ้งได้ประโยชน์มันจะได้เสมอถ้าเผื่อว่าเราเองไม่มีกิเลสมีโยนิโสมนสิการฟังธรรมด้วยดีตั้งใจฟังไม่มีกิเลสอะไรไม่ฟุ้งซ่าน คิดไปอื่นไม่วุ่นไม่วายอะไรจิตใสผ่องแผ้วฟังแล้วมันละเอียดละออใครจะอะไรเอามารับได้หมดมันก็เทเข้าไปในที่นี้มันก็รับได้หมดเพราะมันไม่ได้ออกไปอื่นเปิดคนนี้เทคนนี้ก็เปิดรับแต่ไม่เกษียณก็สายไม่ฟุ้งซ่านใหม่มีกิเลสอื่นมากวนมาหลอกออกไปมันก็เทรับส่งนอกจากว่าเครื่องรับของเราจะมีความรับเต็มแล้วมีปัญญาเข้าใจกรองเอาได้หมดไหมเท่านั้นนอกจากว่าบางอย่างรับรองไม่ได้หมดแม้จะเคลมให้เต็มแต่กลองไว้ในบทมันรอดไปเพราะปัญญาของเราน้อยหน่อยก็ได้ตามคุณภาพของปัญญาของผู้นั้นผู้นั้นถ้าผู้ใดมีปัญญาดียิ่งเป็นพระอริยเจ้าชั้นสูงฟังผู้น้อยพูดรับไม่หมดเศรษฐีกลองได้หมดสักทีมันจะไปเหลืออะไรเพราะฉะนั้นจะเห็นความละเอียด ระบบความเล็กความน้อยของผู้น้อยที่แสดงธรรมมีมุมเหลี่ยมเล็กๆน้อยๆพวกนี้ดีนะละเอียดลออสุขุมประณีตเข้าใจดีเพิ่มเติมบางทีท่านก็ไม่ได้คิดปฏิภาณของท่านก็ไม่ได้เคยรู้อันนี้แต่กระทั่งก็ได้เพราะฉะนั้นปราบจริงๆหรือว่าพระอริยเจ้าชั้นสูงจริงๆจะได้ประโยชน์จากทุกๆคนทั้งคนที่ดีจริงเก่งจริงทั้งคนที่โง่ที่หลงตัวว่าฉลาดศาสตร์ก็จะได้ประโยชน์จากผู้นั้นยิ่งปราบผู้ยิ่งกว่าคือปราชญ์ระดับหนึ่งแล้วก็ไปพบกับปราชญ์ระดับที่สูงยิ่งกว่าและปราบที่สูงยิ่งกว่านั้นถ่ายทอดวิชาการหรือความรู้ให้ก็จะได้แน่นอนอันนี้ผู้นี้ปราศจากชั้นรองก็ต้องได้ความรู้จะฝากชั้น ก็แน่นอนหรือแม้แต่คนโง่ที่นึกว่าตัวเองฉลาดปราดก็จะได้รับประโยชน์จากผู้นั้นเช่นเดียวกันเป็นอย่างนี้จริงๆมันพูดได้ไม่มีมานะแล้วมีแต่กำไรทุกช่วงตัวอาทิตย์นี้ก็จะขอเข้าเรื่องว่าเมื่อผู้ใดรู้เห็นเป็นสมาธิแล้วถ้าไม่ทำไม่ลงมือมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติฟังดีๆเนี่ยอาตมาพูดพูดถึงเรื่องสัมมนาองค์ 7 อธิบายอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านอธิบายในมหาจัตตารีสกคือเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะคือเป็นเรื่องที่ทำสมาธิให้เกิดของพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าเป็นสัมมาสมาธิ แล้วยังถามคำว่าของพระอริยะด้วยเพราะว่าคำว่าสมาธินี้มีมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิดฤาษีไพรเรียนสมาธิหลายแบบหลายอย่างมากมายแต่อันนี้ของพระพุทธเจ้าเพราะท่านเรียกพบมาม่าเราจะแสดงสัมมาสมาธิของพระอริยะให้ฟังและทักษะทยอยให้ฟังว่าสัมมาสมาธินี่คือองค์หนึ่งในแปดของสัมมาองค์ 8 คำว่าสัมมาสมาธิแต่อันนี้เป็นสัมมาสมาธิที่กำกับสัมมาก็เพราะว่าไม่ใช่มิจฉาสมาธิไม่ใช่สมาชิกที่ผิดไปจากที่ของพระพุทธเจ้าหมายถ้าเป็นสมาชิกที่ผิดไปจากของพระพุทธเจ้าหมายก็เรียกว่าผิดเรียกว่ามิจฉาสมาธิเรียกว่าสมาธิกันคนละอย่างแต่ของพระพุทธเจ้าหมายเรียกว่าสัมมาสมาธิ เป็นอย่างนี้เป็นอย่างไรก็คือเป็นเรื่องที่จะต้องเห็นทางซะก่อนเป็นสัมมาทิฏฐิเข้าใจเสียก่อนเดี๋ยวจะตีท้ายอีกนิดนึงว่าความเข้าใจหรือถ้าสัมมาทิฏฐิในเชิงของโลกุตระในเชิงของที่จะเข้ามาเป็นพระอริยะมันสวนทางมันปฏิเสธมันไม่ได้อย่างไรทวนอีกแล้วจะบอกแล้วก็จะแนะให้ประกอบกันเข้ากับเรื่องที่ต้นเรื่องที่ตั้งไว้แล้วว่าเราจะมาพูดกันถึงเรื่องว่าการมีมิตรดีมีสหายดีมีเพื่อนดีมีมันเข้ากับทุกสิ่งมีทุกสิ่งทุกอย่างของพรหมจรรย์ทีเดียวมันหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างของศาสนาทั้งหมดหรือธรรมะวินัยทั้งหมดเลยทีเดียวซึ่งเป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากบอกแล้วว่า ความรู้ที่เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาธรรมดาที่บอกว่ามีเพื่อนดีมิตรดีสหายดีมันก็ดีสิใครจะไม่รู้อ่ะแต่มันไม่ใช่เท่านั้นน่ะถ้าเท่านั้นแล้วพระสารีบุตรและพระพุทธเจ้าท่านจะมาเอามาอุทานหรอกโอ้โหมันหมายถึงอย่างนี้เชียวหรือมันหมายถึงศาสนาทั้งศาสนาเชียวหรือการมีมิตรดีเพื่อนดีสหายดีด้วยการมีมิตรดีสหายดีเพื่อนดีดังนั้นเฉลี่ยมันอย่างนั้นจริงๆอาจทีนี้ก็มาต่ออริยมรรคองค์ 8 ให้เข้าใจดีๆเพิ่มขึ้นพูดซ้ำซากพูดได้เข้าใจยังไม่ดีตั้งใจฟังดีๆอย่าประมาทว่าเราเคยได้ยินมาแล้วตั้งใจฟังให้เข้าใจแม่นด้วยแล้วให้เข้าใจจำได้แม่นๆและจะมีเหลี่ยมมุมอะไรต่างๆที่ เพิ่มเติมขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆพอเริ่มต้นผู้ใดเข้าใจหรือเห็นแล้วเห็นช่องทางถูกต้องและเป็นสัมมานี่หมายความว่าถูกต้องไม่สงสัยเลยไม่มีเถียงได้แล้วเห็นชัดแจ้งเถียงไม่ออกเลยเห็นแล้วก็เห็นอย่างที่เรียกว่าเห็นอย่างจริงๆเลยชัดมั่นใจไม่ใช่ว่าเห็นได้แค่เห็นแล้วก็เฉยๆไม่ประทับใจอะไรไม่ทราบชื่ออะไรไม่ใช่เห็นอย่างประทับใจยังทราบถึงอย่างจริงๆแหมเห็นแล้วเห็นต่างกันที่แต่ก่อนเราเคยเห็นอย่างหนึ่งแต่เดี๋ยวนี้เห็นอีกอย่างนี้โอ้โหเห็นแล้วแหมไม่เข้าใจมาซะตั้งนานเพิ่งเข้าใจเพิ่งเข้าใจเห็นชัดแล้วอาการอุทานอย่างนี้เป็นการอุทานที่ หน้าหน้าน่าดีใจอาตมาอธิบายธรรมะเสร็จแล้วผ่านโอ้โหเพิ่งเข้าใจพี่โมกวันนี้เองว่างั้นนะการอุทานอย่างนี้อาตมาเองอาตมาหายเหนื่อยเลยอาตมาหายเหนื่อยทั้งจิตใจทั้งไอ้ตัวที่เกิดมันไม่ใช่เรื่องเล่นอาตมาที่นิยมถามโอโห้ฟังธรรมมากี่ปีเรียนมากี่ปีแล้วบวชมากี่ปีแล้วท่านก็บอก 7 8 ปีเพิ่งมาอุทานก็บรรยายมานานแล้วเพิ่งเข้าใจพี่บอกวันนี้เองมีหมวกหมายความว่าจุดทางที่บรรลุความบรรลุเป็นอย่างนี้เริ่มต้นตั้งแต่รีโมทมันมีตั้ง 8 ระดับก็อธิบายไปถึง 3 ระดับ อธิบายซ้อนอธิบายทั้ง 8 และหลักที่จริงอธิบายทั้ง 8 แล้วแต่ว่าไอ้ที่หลังๆ 45678 ยังอธิบายน้อยแต่ก็พอเข้าใจส่วน 1 2 3 เน้นเน้นย้ำอยู่ขณะนี้เงินย้ำให้ละเอียดละออให้ชัดเจนเพราะอธิบายไปแล้วก็ถึงซาบซึ้งอุทานมันเห็นโอ้โหเพิ่งใสเพิ่งเห็นคำว่าเห็นคำนี้ไม่ได้ใช้ลูกกะตาเห็นนะเห็นคำนี้มันเห็นข้างในภาษาบาลีท่านเรียกว่าปกติหรือทิฐิเกิดความเห็นความเข้าใจทิฐิตั้งแต่พวกเขาเข้าใจก็แปลแปลว่าความเห็นก็แปลความเห็นความเข้าใจมันอยู่ข้างในชี้ไปตรงนี้ก็ไม่ใช่ตรงที่หลอดคอด้วยนะที่อย่างนี้ ไอ้นัยคือตรงนี้นะไม่ใช่คือในตัวร่างกายเรานี่มีจิตวิญญาณที่เข้าใจอยู่ในนี้มีใจที่มันรับเข้าใจมันสว่างพอมันซาบซึ้งอ๋อเมื่อคุณซาบซึ้งอย่างนั้นแล้วอย่าช้าต้องเดินเข้ามาอารีมรรคองค์อื่นอีกพระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่าสัมมาทิฏฐินี้เป็นประธานไม่เข้าใจถูกทางแล้วทีนี้คุณจะทำยังไงก็ทำอย่างที่คุณเข้าใจนั่นแหละถ้าบอกว่าองค์ประกอบถ้าผู้อธิบายว่าจะต้องมีศีลมีหลักเกณฑ์ประกอบคุณก็เอาเลยตามหลักเกณฑ์ที่ท่านบอกประกอบไปด้วยปฏิบัติตามนั้นอย่างนั้นวิธีนั้นแหละแล้วให้มีเมื่อมีสัมมาทิฏฐิเป็นประธานและให้มีสัมมาวายามะหมายความว่าให้พยายามให้เป็นน่ะให้เป็นอย่างนี้ให้ได้นะทีนี้มีความ เช้าแล้วมีองค์ประกอบอะไรอีกมีสติมีสัมมาสติเป็นสิ่งที่ห้อมล้อมอธิบายว่างั้นคือห้อมล้อมกับประธานอยู่ประธานไม่ไปเดี่ยวเห็นเฉยๆไม่มีอะไรห้อมล้อมเลยโดยที่ Lonely ดุเดียวมีแต่เห็นรู้เข้าใจเฉยๆแล้วก็ไม่มีอะไรมาช่วยแรงไม่ได้ก็มีความพยายามก็ช่วยแรงมีตัวสติเข้าช่วยแรงอีกแหมมีขบวนเป็นกำลังงานเป็นเพื่อนกันคำว่าเพื่อนคำนี้ไม่ใช่ตัวบุคคลแล้วตอนนี้เป็นตัวธรรมะคุณจะต้องทำให้ตัวเองมีนะคุณจะต้องใช้คำว่าความพยายามเป็นอย่างไรคุณต้องมีความพยายามอันนั้นเกิดที่ตัวเราถ้าคุณไม่มีคุณก็ไม่มีคุณไม่ทำ เกิดความพยายามคุณไม่พยายามคุณก็ไม่มีพยายามนั้นถ้าคุณพยายามจริงเข้าใจเราจะเลิกกันเนี่ยแหมท่านบอกว่าเลิกกันนี่ดีนะจะสบายเห็นชัดแจ้งเลยแล้วคุณก็ต้องพยายามเลิกต้องมีพยายามนะแล้วก็มีสติเข้าไปร่วมด้วยเป็น 3 นี่แหละองค์ 3 สำคัญถ้ามีองศานี้เดินเครื่องอยู่ตลอดเวลามีประธานก็คือความเห็นที่ถูกต้องความเข้าใจที่ถูกต้องนี่เป็นประธานแล้วก็มีความพยายามกับมีสติสตินี้มันจะรู้ตัวอยู่เสมอสติคือความรู้ตัวรู้ตัวว่าเราได้ทำหรือเปล่าไม่ได้ทำหรือเปล่าถ้าเรายังไม่ได้ทำก็รู้ตัวว่าเราไม่ได้ทำไม่มีไม่เกิดถ้าไม่ได้ทำต้องมีต้องให้เกิดอย่างน้อยให้มีแม้แต่ดำริ จะเริ่มจะคิดจะเกิดที่จิตถ้าคุณรู้ซ้อนไปที่จิตมันผิดแล้วนี่มันคิดผิดไปจากไอ้ที่เราเข้าใจแล้วนี่มันคิดออกนอกทางนอกครูแล้วนี่นอกหมักแล้วนี่ต้องมีสติรู้ต้องรู้ตัวนะออกนอกเพราะเราเห็นแล้วนี่ว่าแจ้งแล้วว่ามันเป็นทางนี้แต่คุณโดนไปอีกทางนึงอ่ะมันผิดแล้วนี่ต้องมีตำหนิที่ถูกต้องตรงกับประธานที่จะนำพาไปชมเพราะฉะนั้นเริ่มแม้แต่คิดก็ตรงกันให้พอเหมาะพอดีให้ได้ตรงเหมือนกันให้ลงตัวแม่คิดแม้คำพูดก็จะต้องรู้คำพูดเออเราพูดเนี่ยพูดเนี่ยมันพูดมันไปๆๆออกนอกทางแล้วนี่ออก เรื่องออกผิดแล้วนี่ก็จะต้องระวังมีสติพยายามดูพยายามจัดแจกให้ถูกคือเดินนั่นเองคือเดินคือเดินทางนั้นเองนี่ก็คือการฝึกเขียนเพราะฉะนั้นเมื่อคุณทำอยู่จริงมีความพยายามจริงมีสติจริงแล้วก็พยายามจัดแจงแม้แต่ความคิดแม้แต่คำพูดแม้แต่การกระทำทั้งหมดคุณจะทำทางกายหรือกระทำการแบบไหนก็แล้วแต่มีสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะกระทำอยู่จริงมันก็จะได้ดีขึ้นด้วยสั่งสมลงเรื่อยๆๆๆแม้แต่สัมมนาชีวะก็ถึงสมัยอาชีวะหรือว่าอาชีพบอกแล้วว่าอาชีพคือสิ่งที่ทำอยู่ประจำหรือทำอยู่เป็นพม่าอันนี้เราต้องทำอย่างนี้เป็น เครื่องยังชีพหรือมีชีวิตอยู่ก็ทำอย่างนี้แหละมากไม่ใช่ว่าจะทำอันนี้เลี้ยงอ่ะชีวิตเท่านั้นถ้าเรารู้แล้วว

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน