191020 ขณะของอนาคามี5-พ่อท่าน-สันติอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
เมื่อเช้าวันที่ 20 ตุลาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปเพราะท่านพระโพธิรักษ์ได้นำบุตรพวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ได้นำได้แสดงถึงเกี่ยวกับเรื่องขณะของธนาคารมี 5 ดังที่จะได้รับฟังต่อไปนี้เรามาทำวัดกันต่อเป็นปกติถ้าเราจะเข้าใจแต่ว่าเราเองเราจะได้ประโยชน์จากแค่ทำวัตรในตอนที่เราได้ฟังด้วยได้สร้างปัญญาเกิด รักกันแค่ปัญญาเท่านั้นไม่พอนะเพราะว่ามันตื้นมันอาจจะลึกในบางครั้งเมื่อเหตุปัจจัยหรือว่าเด็กฟังซ้ำซากและพิจารณาตามแต่ยังคิดได้ใครควรฟาร์มแล้วเกิดผลึกเข้าไปถึงจุดซึ่งมีผลเข้าไปทีละนิดทีละนิดทีละนิดทีละนิดเติมไปเติมไปเป็นปัจจัยนานเท่านานเท่านานเข้ามันก็เต็มได้เกิดผลและที่นั่งที่ฟังณบัดนี้บรรลุแจ้งหรือว่าเข้าใจจนพ้นจากอิจฉาได้เป็นเรื่องเป็นคราวๆแต่ นอนตั้งแต่ละเรื่องแต่ละอันมันก็เป็นได้เหมือนกันแต่มันจะช้าเพราะเราเติมเงินแบบอาศัยผู้อื่นเติมคนเดียวอย่างเดียวพอจะฟังจากครูบาอาจารย์ฟังจากผู้อื่นเท่านั้นมันก็น้อยไปท่านจึงให้กินตามระยะปัญญาด้วยเอาไปคิดอีกใครควรไตร่ตรองไว้ยกขึ้นมาอีกเราจะคิดนั้นน่ะเราก็ต้องเอาสัญญาเอาความจำเก่านั่นแหละมันคิดเป็นเหตุปัจจัยเอาสิ่งที่ได้ฟังมาแล้วเคยรู้มาแล้วเคยมีอยู่ในตนแล้วเป็นสัญญาเก่าๆของเราแท้ๆ เอามาคิดเอามาใช้ตัวแทนใครใคร่ครวญเอามายังรู้อย่างแทงเข้าไปอีกไม่อยากรู้อย่างแทงซ้ำซากลงไปมันก็จะมีผลใหม่จากของเก่าที่เป็นสัญญาณนั่นแหละใครควรซ้ำซากเข้าไปยังถึงไม่คิดทางที่เราต้องการคืออย่างเข้าไปไม่ใช่ว่าเอามาปรุงใหม่มาสร้างเป็นแบบโลกขึ้นมาอย่างที่เคยไม่ใช่ตั้งทิศทางให้ดีการปรุงทำหรือการวิเคราะห์ธรรมเนียมอาจจะสร้างอธิปัญญาเป็นภาวนามยปัญญาหรือเป็นอธิษฐานให้ดีว่าเราใคร่ครวญเอาอดีตขึ้นมา เอามาคิดปรับปรุงรสหรือเอามาคิดเพื่อเพ่งแทงให้ทะลุพยายามพิจารณาให้
อ่านต่อ
ดีนะเราเอาอดีตขึ้นมาหรือว่าให้อดีตมันขึ้นมาอยู่ในความคิดของเราแล้วอดีตเหล่านั้นมันเกิดมาในห้องคิดกันเกิดปรุงแต่งเป็นรสชาติเป็นโลกียะทำให้เราเกิดสุขเกิดสบายเกิดอารมณ์เกิดราคะกิเลสตัณหาจะอีกสั่งสมความเคยชินเป็นภพชาติเติมเศรษฐกิจเข้าไปอีกหรือว่าเราเอาอดีตนั้นมาเพ่งแทงพิจารณาให้ทะลุให้ยังถึงให้เห็นจริงว่า มันน่าหน่ายหน้าคล้ายอดีตเหล่านี้สิ่งที่เราผ่านมาแล้วนี่เป็นของศูนย์เปล่าเป็นของซ้ำซากเป็นความหลงที่เราเป็นหลงไอ้ต่างๆที่เคยผ่านเคยพบมาเนี่ยมันทำให้เราสูญเปล่าหรือมันทำให้เราสร้างสรรค์สร้างสรรค์มาเพื่อตนนั้นแหละเราเรียกว่าการยังมีตนถ้าตนแล้วก็ไม่มีแต่รูปขันกับน้ำขันที่เป็นปัญญาแค่นั้นเองถ้าน้ำแข็งเป็นการสร้างมาให้เป็นภพที่เกาะ เช็คสภาพที่เราจะต้องยึดเอาไว้ตรงนี้ต้องเป็นต้องขาดไม่ได้จะต้องเสพสมถ้าได้เนื้อชื่นใจปิติดีใจภาคภูมิใจมีมานะเป็นที่อย่างตนสุดท้ายก็ไปขอลาภขอยศจะไปกอดสรรเสริญขอลาก่อนไปอีกอย่างนั้นยิ่งอยากขึ้นไปใหญ่เป็นอาวุธเพื่อที่จะไปเกาะลากขึ้นไปยิ่งใหญ่ไม่เอาเพราะมันแม้แต่จะเสพสมสุขสมหวังสุขภาพ แล้ววันหลังจะอธิบายเรื่องผิดๆต่างๆที่ 5 อย่างให้ฟังที่เขาอธิบายกันไว้เป็นแบบเชิงฤาษีกันมากแล้วเราจะอธิบายทั้งเชิงฤาษีและอธิบายทั้งเชิงของธรรมในธรรมสภาพอารมณ์ให้ฟังด้วยถ้าเราจะไม่หลงผิดหวังดีใจเราจะต้องเยี่ยมยอดปิติเข้ามาจนกระทั่งพิธีมันแปลว่าแค่รู้ดีได้รู้ว่าไอ้นี่ดีแท้ถูกแท้เจริญแท้เท่านั้นเองไม่ต้องยินดีที่ภาษาไทยเราหมายความว่าชอบใจ มันชื่นใจอะไรมันบันเทิงใจตื่นเต้นดีใจภาษาไทยเรามาอย่างนั้นไม่ใช่แต่มันก็ผ่องใสมันได้รู้ดีแล้วมันก็ผ่องใสมีสภาพสว่างเบิกบานอารมณ์มันก็เป็นแต่ไม่ใช่ปิติตื่นเต้นยินดีแล้วก็หลงยึดหลงมันไม่ใช่อย่างนั้นจะพยายามแบ่งจะให้คุณเศร้าหมองไม่ใช่สมองมันเลยไม่ตื่นเต้นไม่มีสัญญาณ คงเข้าไปไอ้นี่ว่าอ๋ออันนี้มันเป็นผลมันเป็นสิ่งใดเพิ่มมันเป็นอะไรที่มีเนื้อหาสาระขึ้นมาอีกแล้วก็รู้ดีเหมือนกับคนที่เคยได้สมบัติอะไรเพิ่มขึ้นมามีอยู่บ้างก็ไม่ว่าอะไรแต่ต้องรู้ขนาดว่าถ้ามันมากไปจนกระทั่งตื่นเต้นหอบพอได้รู้ดีนี่อดทนไม่ได้แบกขอบฟ้ามาจับจ่ายใหญ่เลยแต่ถ้าไม่รู้เวลาไม่รู้กาละเขาจะพูดแล้วก็จะพูดด้วยเขาจะแสดงเราจะแสดงด้วยเราก็มีถ้าท่านไม่ใช่โอกาสที่เราจะเปิดร้านโอกาสมีร้านนี้คนนี้เขากำลังเข้าร้านนี้หมายความสมมติว่างั้นทุกคนก็ฟังตั้งใจฟังคนนี้เขาศรัทธาคนนี้หาร้านนี้เขาต้องการ ซื้อของร้านนี้เท่านั้นเองแต่เราอีกร้านนึงยกร่างไปแซงเขาเลยไปสอนงานเข้าไปอีกทางด้านที่เขาไม่ได้อยากฟังเราแล้วเขาไม่ได้ซื้อของร้านเราแต่เราอยู่ร้านพวกเราก็ไปแซงร้านเขาเข้าตอนกลางของเขาระวังนะตำรวจจับนะเขากำลังค้าขายของอยู่ร้านนี้ลูกค้ากำลังเข้าไปในร้านเขาแล้วยกร้านของเราตั้งตอนกลางคืนตำรวจจับนะเจ้าของร้านก็ร้องเลยนะโบราณใหม่ไปทำร้านเขาเบอร์มนุษย์เป็นอย่างนั้นและโดยคนซื้อเขาก็จะโกรธด้วยเออฉันไม่ได้ต้องการซื้อของร้านแกแล้วพูดแทรกพูดแซงมาพูดสอนขึ้นทำไมอะไรจะฟังนะระวัง เพราะฉะนั้นการที่เปิดโอกาสอยู่แม้เรารู้เราจะรู้ว่าเธอไม่ต้องอยากอวดตัวหรอกเราเข้าใจเราก็เข้าใจอยู่เถิดไม่ต้องอดทนเช็คไปด้วยเช็คไปตรวจตราไปด้วยว่าตรงกันดีสำหรับคุณนี้เราก็รู้ว่าครูนี้เป็นผู้รู้ดีแล้วยิ่งเป็นผู้รู้ดีแล้วกำลังพูดอยู่เป็นผู้ใหญ่เป็นผู้ที่เราคิดว่าเขารู้แน่กว่าเราเขาเรายกย่องเรายิ่งไม่น่าจะไปพูดแทรกพูดแซวเลยยิ่งด่าเรายิ่งพยายามเช็คพยายามตรวจสอบว่าเรารู้ตรงกันกับท่านน้อยๆในการที่จะพูดใหญ่กว่าเราผู้รู้ดีกว่าเราเรายิ่งนั่งเช็คไปเลยแล้วก็เข้าใจแน่นอนมั่นคงกับพี่ยิ่งดีอย่าไปอวดแสดงว่าเราก็รู้เท่าทันเราก็รู้เหมือนท่านรู้นะมันเป็นการอวดตัวมันเป็นการยกตนขึ้น เพื่อจะตีเสมอหรือบางทีเป็นตัวเป็นตัวอวดดีอย่าไปแสดงฟ้าใสอย่างนั้นหรือว่าศัตรูการเป็นศัตรูการอวดโชว์ที่มันเป็นการแสดงออกแต่ถ้าแสดงออกที่มีจิตลามกผสมเข้าไปกันก็เรียกว่าเป็นกิเลสเป็นอุปกิเลสแล้วก็เกิดขึ้นแล้วแต่เราพยายามจับทุกคนกิเลสอย่างนั้นให้ได้เราจะต้องพยายามรู้เข้าไปในใจซึ่งก็ไปอย่างแท้จริงละเอียดละออเข้าไปจริงๆแล้วก็พยายามปรับปรุงตน พยายามจะทำให้แก่ตนและจุดต่างๆที่เราเองเราเป็นผู้ที่เป็นภาพเพียรเข้ามาหาในเพจกันเข้ามาไตร่ตรองกันเข้ามาจนกระทั่งรู้จนกระทั่งเห็นมันจะลึกซึ้งเข้าไปจริงแต่มันแทงลึกเข้าไปถึงจุดมันก็พ้นสงสัยบางคนสงสัยต้องเป็นภาวนาปัญญาตัวจิตมีจริงตัวที่เราเป็นไปได้จริงมันตรงตัวมันก็โอ้ยอย่างนี้เองอันใดที่เราแทงไปแล้วลึกเข้าไปลึกเข้าไปไม่รู้ไอ้นี่มันถึงขั้นนี้เป็นที่สุดแท้แต่เราเองสิยังเป็นไม่ได้ยังหลุดไม่ได้ยังเหลือส่วนอยู่เราก็จะรู้ว่านี่เป็นเพียงพิมพ์ตาม ปัญญาฟังมาแล้วรู้ถึงที่สุดได้รู้จุดสุดท้ายของมันได้แต่สภาพจิตของเราวางไม่ได้ปล่อยไม่ได้สภาพยึดถือที่เรายึดถืออยู่จริงในจิตแม้แต่จะเป็นสภาพของอารมณ์เป็นสภาพของภพชาติของตัวจิตเราก็ยังปล่อยมันไม่ได้วางมันไม่ได้มันยังมีการเอายอมไม่ได้ยอมหลุดไม่ได้ก็ให้รู้ว่าเรายังไม่พ้นแต่เรารู้ทางและเรารู้ความจริงแล้วก็จิตของเรายังยอมยังยึดอยู่ยังไม่ยอมปล่อยยังไม่กล้ายังเป็นอสุรกายอยู่ยังเป็นอสุรกายอยู่รู้แล้วเข้าใจแล้วแต่ไม่กล้าพอแข็งพอยังไม่เป็นสุรภารู้สึกร่างกายอยู่มันยังเป็นหมู่กลุ่มของจิตที่จะ แปลอยู่เรียกว่าอสุราหรืออสุระยังไม่กล้าพอรู้แล้วล่ะเพราะงั้นอบาย 4 อบายภูมิ 4 มีที่เคยอธิบายให้ฟังเพราะเราไม่รู้เลยว่าโง่เพราะเราทุกข์จริงไม่รู้ใหญ่เลยมันทุกข์อยู่ไม่รู้ทุกข์เลยนะเรายังไม่รู้อริยสัจจิตของเรามันมีชัยภูมิมันทุกข์ร้อนดิ้นรนเดือดร้อนอะไรอยู่ไม่รู้จนกระทั่งเราเองเราเคยรู้ขึ้นมันอันเดียวกันหมดแหละไอ้ที่มันทุกข์มันไม่รู้ใครที่มันโง่อยู่เป็นเดรัจฉานมันก็อันเดียวกันไอ้ที่มันยังอยากให้เราร้อนมันอยากให้มันจะแสวงหามันยังจะเอาจะเป็นจะมีอยู่มันก็อันเดียวกันนั่นแหละที่จริงถ้าเข้าใจผิดว่ามันเป็นอันเดียวกันได้ เพราะมันดิ้นรนอยู่เพราะมันเสาะแสวงอยู่เพราะมันเดือดร้อนกันอยู่ตั้งแต่วันนี้ระยะเพราะมันไม่รู้ว่าเราชอบแสวงเราเดือดร้อนเราดิ้นรนเราจึงเรียกว่าเดรัจฉานเพราะมันยังอยากได้ยังมีปรารถนาอยู่มันจึงเรียกว่าเปรตเพราะฉะนั้นถ้าไปเอาขั้นคำว่าอยากได้พุทธภูมิเป็นโพธิสัตว์เจ้าก็ยังเป็นเปรตอยู่นั่นแหละถ้าจะเรียนกันตรงๆแล้วก็ยังอยากได้พุทธภูมิยังอยากได้โพธิสัตว์ก็ยังเป็นขั้นสูงขั้นด้วยว่าท่านอนาคามีเพราะธนาคารมีจุดจบอรหันต์ได้ก็จะต้องแทงทะลุถึงโพธิสัตว์แทนทะลุถึงพุทธภูมิแล้วก็ไม่อยากได้แม่ก็จะพูดเป็น พอรู้กรรมเป็นกำเนิดกรรมเป็นเผ่าพันธุ์กรรมเป็นที่พึ่งอาศัยเกิดรู้ตัวการกระทำเมื่อเรากระทำโดยแยบคายในใจอยู่ทำให้ใจของเราเดินทางไปสู่ปัญญาอันยิ่งทำให้ใจของเราเป็นวิมุตอันยิ่งกายของเราแน่มีอนุรักษ์ปล่อยวางคลายเย็นเยือกเย็นสุขุมอยู่มีปิติอันเบาบางลงเบาบางลงหามีการเกิดอันน้อยลงน้อยลงแม้จะหยุดก็รู้หยุดแม้ตั้งใจจะให้เกิดจะให้ปรุงจะให้คิดก็ให้รู้ว่าเรากำลังคิดกำลังเพิ่มการเกิดและมีการเกิดจริงเกิดภูมิปัญญา จะหยุดวิมุตสนิทวางดับเป็นนิโรธสนิทเมื่อไหร่สว่างได้เฉยอยู่จะมีเอกัคคตารมณ์อยู่กับสภาพที่รับรู้ไม่ใช่อสัญญีก็รับรู้อยู่ทุกอย่างจากไม่รับรู้แล้วปล่อยเป็นอสัญญาก็รู้ว่าไม่มีรู้ดับรู้ดับกำหนดดับสัญญาถ้าไม่ดับกำหนดไม่ดับสัญญาก็ยังมีกำหนดรู้อย่างโน้นก็รู้อย่างนี้ก็รู้ผลงานศิลปะสัญญาไม่หลงเพ้ออัตราใดๆก็รู้อัตรานั้นชัดเจนเป็นอรหัตตาอันสว่างแจ๋วอัตราอันไม่ลงในอัตราและสภาพที่รู้นั้นก็เป็นที่รู้โดยที่เราไม่หลงสิ่งนั้นจะเป็นความ เจริญก็ดีจะเป็นความสุขที่สงบแสนสงบเป็นความสุขที่สบายแสนสบายเป็นความดีที่แสนดีที่กำลังก่อสร้างอยู่ก็ตามเราก็ไม่ได้หลงสิ่งนั้นไม่ได้เพ้อกับสิ่งนั้นว่าสิ่งนั้นจะต้องทำให้เราก็เกี่ยวเป็นตัวตนเป็นของของเราเราไม่ได้มีใจหลงว่าเป็นของของเราแม้มันจะเป็นของของเรามันก็เป็นโดยธรรมเราไม่ต้องยึดกับของเราไม่มีอะไรหรอกจะเอามาเป็นของของเราเพราะมันติดของเรามันเป็นหลงเป็นของของเราอยู่โดยเราเป็นหลงทำในใจของเราไปเกาะเป็นของของเราจิตก็ไม่แยกขายจิตก็ไม่ละเอียดเพราะแม้แต่เรา อะไรแล้วถ้าเป็นเราทำโดยสุจริตก่อเกิดทั้งกายก็เราทำอยู่เราทุบโต๊ะลงไปจะบอกว่าเราไม่ใช่ทำเราไม่รักเราไม่ใช่เราทำไอ้นี่ไม่ใช่กรรมของเราไม่ใช่ของของเราเราทุบโต๊ะเครื่องลงไปแล้วบอกว่าไม่ใช่ของของเรามันไม่จริงมันต้องเป็นของเราแต่ใจเราไม่ต้องนึกต้องคิดเลยว่าเป็นของของเราใจเราไม่ต้องมีของของเราไม่ต้องมีเราแต่เพียงว่ากรรมนั้นเราจะทำอะไรรู้หรือชั่วฟังดีๆนะการที่เราทำลงไปน่ะดีหรือชั่วคราวถ้าไม่ทุบแล้วไม่เกิดผลยับยั้งไม่เกิดอุปสรรค เกิดวันจันทร์ไม่เป็นผลของอีกภพเป็นโรคกรรมไม่เป็นผลของอุปถัมภกธรรมแล้วก็ทำเพราะทำเพื่อที่จะตัดรอนสิ่งหนึ่งทำเพื่อที่จะให้มันบีบคั้นให้มันเกิดผลไปอย่างนั้นทำเพื่อให้มันสนับสนุนให้เป็นผลอย่างนั้นขึ้นมาเพราะจึงต้องทำวันนี้จึงปรุงวันนี้ขอเกิดอันนี้ขึ้นเราก็พิจารณาให้ดีว่าสมแล้วควรแล้วเหมาะแล้วที่ต้องทำก็ทำลงไปทำให้เกิดผลขึ้นมาปัจจุบันนั้นแล้วก็เลิกกันเมื่อผลดีขึ้นมาเป็นผลสนับสนุนก่อนดีเป็นบุญเป็นผลที่บีบคั้นให้เกิดความดีขัดเราช่วยเหลือเฟือฝ่ายคนอื่นได้เป็นผลที่ตัดรอนความชั่วให้แก่คนอื่นได้แล้วก็ก่อกรรมนั้นขึ้นมาหรือจะก่อ เก็บต้นก็จะรู้ว่าเป็นกรรมที่ทำให้ตนดีขึ้นตัดกิเลสตัณหาตัดสิ่งที่เรายึดแล้วถือขึ้นเราก็ก่อกรรมนั้นขึ้นทำขึ้นถ้าอย่างนี้ก็เป็นสิ่งดีเราก็ทำกรรมดีนั้นแต่กรรมใดชั่วกรรมใดที่ทำให้เราเองเลวลงต่ำลงกรรมนั้นทำให้ผู้อื่นก็เลวลงต่ำลงด้วยจับใจอยากทำอยากขอและกรรมดีก็ตามกรรมชั่วก็ตามก็เป็นไปสักวันสักแต่ว่าการกระทำนั้นเคยอยู่ในโลกธาตุอาหารจะรู้กรรมที่เกิดเท่านั้นมีแต่กรรมเท่านั้นเกิดขึ้นกรรมจึงเป็นที่สุดมีแต่กรรมเท่านั้นเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปก็มีแต่กรรมเท่านั้นแหละ กรรมที่เป็นที่สุดในที่สุดไม่มีอื่นกลับไม่ต้องเป็นกรรมกรท่านสอนว่าอนัตตาไม่มีอะไรเป็นของของตนฟังดีๆนะฟังตอนนี้ฟังอันนี้ถ้าฟังไม่ดีก็ตีลังกาอีกย้อนแย้งเพราะธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นสันติธรรมมันเป็นธรรมะที่เราย้อนแย้งเป็นธรรมะที่ขัดเกลาอยู่มันดูเหมือนมันแย้งกันแต่มันไม่แย้งกันถ้าเกิดเข้าใจอย่างสุดที่รักถ้าสอนว่ากรรมมั่นคงไม่มีกรรมนั้นเป็นของตนแต่เสร็จแล้วก็จะสอนอะไรเป็นเราเป็นของของเราไม่มีไม่มีอัตนัยโยไม่มี ไม่มีเป็นของของเราไม่มีแต่ถ้าจะสอนว่ากรรมเป็นของของตนนะเราทำดีเป็นดีของตนเราทำชั่วเป็นชั่วของตนฟังให้ดีมันเป็นจริงๆเราอันนี้บอกว่ามันชั่วโลกเขาตีราคาโลกเขาสมมติโลกเขายอมรับเพราะฉะนั้นเราทำวันนี้โลกเขาก็ชั่วอันนี้ชั่วแล้วก็จะไปยัดให้คนอื่นไม่มียัดให้เราอันนี้เราทำดีเราก็รับว่าดีเขายัดให้เราแม้เราจะไม่รับเขาก็อยากให้เราและแน่นอนมันเกิดที่เราเกิดที่กายเราเกิดที่วจีเราหรือแม้ที่สุดเราต้องรู้เราว่าเกิดที่จิตที่เราเองเกิดที่กลายเกิดที่ประเทศจีนคนอื่นเขาอาจจะเรายอม การรับด้วยร่วมด้วยง่ายแต่เกิดที่จิตเข้าร่วมรับรู้กับเรายากและไม่ได้จิตของเราเราก็ต้องรู้ว่านี่เป็นกรรมดีหรือกรรมชั่วเป็นทุจริตหรือเป็นสุจริตมโนกรรมนี้เริ่มเกิดแล้วนะเราเป็นผู้รู้ว่าคุณนั้นสุจริตใจผู้นั้นมีความจริงใจแล้วจะก่อสิ่งนี้เกิดขึ้นมาเนี่ยจะต้องใส่ทองจึงเรียกว่าสังกัปปะต้องมีสังกัดปอต้องมีสิ่งที่จะเริ่มหยั่งลงที่จิตแล้วนะสังกัปปะประกอบขึ้นสังกัปปะสังแปลว่าประกอบขึ้นจากปากอย่างลงหยั่งลงและมีเนื้อมีตัวและจะเกิดสังขารและจะเกิดบทบาทในจิตและเจริญบทบาทในจิตนอกจากว่างๆเฉยๆ ไม่นึกไม่ปรุงไม่ต่างอะไรแล้วพอจะเริ่มคิดเริ่มนึกเริ่มปรุงเริ่มแต่งเรื่องสังข์กับปู่หรือเริ่มดนตรีเริ่มไกลขึ้นตรงขึ้นตึกขึ้นเริ่มกำลังจะปรุงขึ้นมาเพราะฉะนั้นจะปรุงขึ้นมาแล้วก็ต้องเริ่มรู้ว่าเรามีทิศทางจะไปตรงไหนมันจะต่อสืบไปยังไงมันจะเป็นอุปัชฌายะมันจะเกิดเธอเป็นการต่อยาวไปอุปัชฌาย์เนี่ยถ้าแปลว่าจริงๆมันก็ปลอมก็คืออย่างลงแล้วก็เป็นชีวิตต่างชาติชช้างนี่มันชีวิตมันจะเป็นชีวิตแล้วนะที่ได้มาแปลเป็นรูปนั้นแปลว่าทางหรือถนนมันยาวยืดออกไปมันสืบต่อไปก็เกิดแล้วมันก็ต้องค่อยๆมีเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นมันก็ยาวอยู่ต่อไป บทบาทมันเป็นบุคลิกฐานหรือว่าตัดช้านั้นแปลว่าทางหรือแปลว่าถนนคือจุดหนึ่งแล้วก็ยาวออกไปที่รูปแปลว่าความสืบต่อมันสืบออกไปต่อไปป่าช้ามันมีชีวิตเกิดขึ้นแล้วมันก็เป็นตัวเป็นตนชีวิตขึ้นมาเรียกว่าชักอุปัชฌาย์เวทนียกรรมประกาศกรรมปัจจุบันนี้ปุ๊บแล้วมันก็จะสื่อออกมามีชีวิตต่อมาเป็นอุปชาเวทนียกรรมเป็นกรรมที่ยาวขึ้นมานั่นคือเป็นเส้นสายขึ้นมาท่านก็เรียกว่าเป็นทางเลือกถนนเป็นเส้นเป็นสายยาอยู่เสมอมาเป็นตัวตนเป็นรูปร่างเป็นชีวิตถ้ามันเป็นสิ่งที่ดีสร้างให้คนมันก็เป็นของดีถ้ามันไม่เป็นของดีมันเป็นของเหลวมันก็เป็นของเหลว เกิดแต่เราเป็นผู้ก่อเพราะเราจะก่ออะไรเราก็ต้องพยายามก่อดีให้สังคมเขารับให้หมู่ชนเขารับได้เป็นดีไปแก่เขาแม้แต่กรรมที่เราจะเกิดที่จิตเราจึงดำริถึงป่านนี้ละเอียดตั้งต้นขอให้เป็นกุศลตั้งแต่จิตมโนปุพพังขมาธัมมาเมื่อจิตดีก็ดีกายจะทำก็ดีตามไปได้ง่ายๆเพราะมันยังไม่ดีเราก็ต้องพยายามห้ามแม้กระทั่งตายนี่มันหยาบมันเห็นได้ง่ายๆหยุดมือหยุดแขนปากเป็นเสียงก็เห็นได้ง่ายเข้าไปหาจิตตามก็เป็นสิทธิ์ห้ามไม่เอานะมันก็จะเก่งในการ ผูกจิตเท่ากับ 7 ระลึกรู้สำเนียงอย่างจิตถึงจิตเราก็จะเป็นนักปฏิบัติธรรมที่มีความแคล่วคล่องความชำนาญในการจับจิตไม่จับจิตได้มากๆเก่งๆก็เป็นนักวิปัสสนาที่แท้พอมีอะไรเกิดก็ยังเข้าไปจับถึงที่พักแล้วก็กำหนดหมายเบาลงให้ไม่ดีแล้วแล้วเราก็ห้ามกันเบาลงถึงเรียกว่าวิราคะอย่างไรจึงเรียกว่าบุญที่ถูกกำหนดการคลายอ่อนลงบางลงเบาลงลดลงจาคะก็ได้แต่สลากออกค่อยจางออกให้ออก ทางออกเหมือนกันมันเบาลงบางลงว่างลงว่างลงจนนิโรธจนดับสนิทจนวิมุตจนหมดเกลี้ยงจนไม่มีสิ่งที่เลวนั้นอาการนั้นที่จิตจิตนั้นไม่เอาอีกนาฬิกาแล้วแต่ละกาละเทศะมงคลแต่ละบุคคลมันจึงยากที่เราจะประมาณว่าอันนี้ดีแล้วเนาะพอดีพอเหมาะแล้วเนาะมันยากเท่ากับต้องพยายามเรียนรู้อย่างเราไปจับผิดถ้ายังจับผิดอย่างนี้ไม่ได้ยังไม่เป็นพระอริยเจ้าจัดถึง จ่ายเงินตั้งแต่วันนาคาแล้วก็พยายามไม่ให้มันออกมาข้างนอกไม่ออกมาพบนอกไม่ให้มันมาวุ่นอยู่ข้างนอกให้มันปรินิพพายีปรินิพพานในภพในมันจะปรินิพพานในระหว่างกำลังปัจจุบันเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรมกำลังเป็นปัจจุบันอยู่เดี๋ยวนี้แล้วมันก็ดับลงได้ในระหว่างนี้หรือมันไม่ดับลงในระหว่างนี้มันไปดับในระหว่างอื่นจากสภาวะปัจจุบันมีผลเสียแล้วจิตนี้ค่อยจางคลายหรือว่าค่อยเบาบางลงได้ก่อนลงได้ก็ตามแต่ก็เรียกว่าเป็นธนาคารแท้บางเบาหรือว่าดับได้ก็เก่งเพราะแม้จะเป็นอันตรายกรณีนิพพานเดี๋ยวนี้ พอสัมผัสอยู่เดี๋ยวนี้ก็เป็นพระอนาคามีที่เป็นพระอรหันต์เดี๋ยวนี้พอเราสัมผัสเนี่ยเรารู้สึกจิตที่เกิดแล้วเพราะจิตเกิดพระอาจารย์คลายลงได้เดี๋ยวนี้นิโรธได้เดี๋ยวนี้รู้เรื่องว่าผู้ที่เป็นพระอรหันต์ในระหว่างปัจจุบันฟังดูดีๆนะอธิบายอันนี้ไปเลยก็ได้ว่าจะอธิบายถึงเหตุผลก็เลยมาออกอนาคาริก ราคะหรือว่าเกิดอาการมีอุปกิเลสอะไรเป็นอะไรขึ้นมาแล้วก็พยายามเลยทีเดียวว่าไอ้นี่ไม่ดีเพราะจับจิตดูปั๊บข้างนอกไม่ออกมาหรอกพบนอกกายว่าดีไม่มีไอ้นี่ออกมาแต่อยู่ในจิตของเราเรารู้แล้วนี่ยังมีสภาวะที่มันยังดิ้นอยู่นะสภาวะที่มันยังมีตัวประมูลโลภะมูลอยู่นะเนี่ยไม่ได้เป็นปฏิฆะน้อยๆก็ยังไม่พอใจหรือว่ายังพอใจอยู่นะลูกจนเราปล่อยให้จางคลายความพอเพียงเฉยเฉยเออเป็นปกติได้ในระหว่างปัจจุบันนี้เลยไม่ออกไปไหนเมื่อวานอันตรายบางทีมันไม่ได้เดี๋ยวนี้มันก็ยังไม่ได้จนกระทั่งเลิกแล้วปัจจุบัน กำลังพูดกับคนนี้หรือว่ากำลังทำงานกับคนนี้กำลังร่วมปรุงร่วมกันร่วมแสดงจิตใจมันก็ยังมีชอบมันยังมีช่างมันยังไม่ได้อยู่จนออกไปแล้วเลิกไปแล้วแล้วก็ไปกลางคายเป็นรถเป็นละในโอกาสอื่นอีกทั้งคู่ใหญ่หรือตั้งนานบางทีต้องเป็นวันข้ามวันข้ามคืนบางทีไม่ข้ามวันข้ามคืนก็เป็นชั่วโมง 2 ชั่วโมงถึงจะค่อยจางคลายถึงค่อยนิพพานพระปรินิพพานถ้าอย่างนั้นก็เรียกว่าอุปทานและอุปกรณ์จักรยานเป็นปัจจุบันในระหว่างที่เป็นปัจจุบันนี้อยู่ไม่ ออกไปจากปัจจุบันนี้กำลังสัมผัสเป็นทิฏฐธรรมอยู่ที่เดียวแล้วเราก็ไปมุดได้หรือปรินิพพานได้ในขณะนี้จิตของเรานิพพานจิตของเราสิ้นรอบตายวางวางปล่อยได้ในขณะปฏิบัติธรรมที่เกิดเป็นพระอรหันต์หรือจิตเป็นอรหันต์ในปัจจุบันนี้ทีเดียวทันทีอันตรายแท้ถ้ามันไม่สำเร็จมันไปได้เวลาอื่นก็ไปถูกก็อาจจะปรินิพพานนี้เศรษฐกิจในตอนหลังผ่านไปแล้วไม่ใช่ไม่ใช่ตอนนั้นนี่เป็นลักษณะคู่หนึ่งลักษณะของ อนาคามีที่เป็นเกิดเป็นอรหัตผลและจิตพยายามดูปรมัตถ์ตัวนี้และอธิบายถึงจิตนะไม่ใช่อธิบายธนาคารมีแบบไปเกิดในไหนในไหนไปตายไปแล้วแล้วก็เป็นเหลือ 700 และล่องไปจ้างใครอยู่ในภพชาติอื่นไม่ใช่นะไม่เอาปรมาไปปฏิบัติแห่งนี้และอีก 2 2 อย่างอีก 2 ชื่อของพรรคอนาคตที่ให้ความหมายเรียกว่าสังขารพระปรินิพพานคือกับสังขารไปต่างประเทศไทยก็หมายความว่ามันมีมันมีการ ฐานมันมีการปรุงการแต่งการกระทำอย่างที่เรียกว่าต้องพยายามเป็นพ่อครัวแม่ครัวอย่างหนักเลยว่างั้นเถอะอสังขะก็คือไม่ต้องปรุงอะไรมากไม่ต้องวุ่นวายอะไรมากไม่ต้องทำมากหรอกอสังหาไม่ต้องปรุงต้องแต่งไม่ต้องไปทำอะไรมากมันเป็นไปเองสบายเบาเป็นพวกสุขาปฏิปทาถ้าจะสังขารแล้วก็เป็นพวกทุกขาปฏิปทาหมายความว่าเราต้องใช้กำลังปรุงหรือว่ากำลังกระทำบางอย่างกล้าแข็งมากกว่าสัตว์สังขารสังขารไม่ต้องยากเย็นอะไรแล้วมีความสามารถมีบารมีกล้าแข็งมีอินทรีย์พระเก่งพระอสังหาริมทรัพย์สังขาราอินทรีย์พระ ยังไม่เก่งมีความสามารถยังไม่มากมีเรี่ยวแรงหรือมีอะไรก็ตามแต่มีจะต้องทำด้วยกว่าจะปรินิพพานได้ก็จะต้องพากเพียรมากบากบั่นมากอุตสาหะมากหรือว่ากระทำอย่างหนักใช้พลังงานต่อสู้อย่างรุนแรงนี่เป็นสภาวะหรือเป็นลักษณะของการกระทำจริงเราต้องรู้ผู้ปฏิบัติธรรมเนี่ยพวกเราเนี่ยรู้เป้าหมายตอนนี้ต้องต่อสู้แรงเหลือเกินสภาพนี้พออีกครั้งไอ้นี่มันไม่แรงเท่าไหร่หรอกสังขารไม่ต้องปรุงต้องแต่งไม่ต้องยุ่งต้องยากเบาๆไม่ต้องไปใช้เรียกใช้แรงไม่ต้องไปใช้สมรรถภาพสมรรถนะหรือสมรรถภาพไม่ต้องใช้ความพากเพียรไม่ต้องใช้ อินทรีย์พละอะไรรุนแรงอะไรนักก็ได้อย่างนี้เขาเรียกว่าอสังหาฯ ยังเป็นมันยังไม่ผ่านมันยังไม่ว่างไม่เบาไม่สบายมันยังมีอะไรอยู่มันยังมีเศษเหลือราคะโทสะอะไรอยู่โลภมูลโทสะมูลอะไรรู้อยู่เรารู้แล้วจับได้แล้วเราก็พยายามทำอย่างแรงเลยสาสสังขารทำอย่างที่ว่ามีความสามารถในการที่จะปราบมาได้ลงใช้งานใช้ทวนอะไรจะข่มฆ่ามันลงไปเดี๋ยวนี้ทำอย่างเต็มเหนี่ยวแล้วมันก็ลงได้ก็เรียกว่านี่กำลังเราเป็นผู้ที่ทำนิพพานได้อย่างแข็งอยากเอาอินทรีย์พระข่มขู่หรือว่าทำกันอย่างรุนแรงกับตัวเองตัดสินใจการข่มจิตข่มใจแต่ข้างนอกไม่มีใครรู้หรอกในด้านนอกมีใครรู้ตัวเราเองเราต่อสู้อยู่ของเราได้ของเราและเราทำได้สำเร็จในระหว่างตอนนี้กำลังเป็นปัจจุบัน กำลังมีสภาพเหตุปัจจัยตรงๆอยู่เลยเดี๋ยวนี้เลยมีเหตุมีปัจจัยต่อหน้าต่อตานี่เลยแล้วเราก็เฉยได้จริงๆก็เป็นอันตรายปรินิพพายีเป็นผู้ที่นิพพานในระหว่างปัจจุบันนี้โดยการกระทํา ไม่ยากเลยอสังขะแล้วไม่ต้องปลงต้องแต่งก็ไม่ต้องเป็นพ่อครัวที่หนักหนาอะไรเลยสบายเบาง่ายปึ๊บเดี๋ยวเสร็จสุขาปฏิปทาง่ายมากลูกค้าเป็นปฏิปทาที่ง่ายเป็นบทบาทที่ทำได้ง่ายมากและเร็วด้วยที่เร็วเพราะอะไรก็อันตรายปรินิพพายีก็ดับได้แม้ในระหว่างปัจจุบันไม่เร็วยังไงล่ะไม่เป็นขี้ปลากินยาได้ไงนี่แหละกินปลากินยาเพราะเราอยากได้กินปลากินยาแล้วก็ทำแต่ทีนี้อันไหนที่มันบางครั้งบางคราวก็เป็นลูกค้าปฏิปทาอย่างลักษณะทุกขาปฏิปทาก็คือสังขารไอ้ตัวนี้มันอาจจะต้องรุนแรงหน่อยอะไรช่างมันเราต้องการอันตราย ก็ทำให้ได้ดีเสร็จแล้วระหว่างปัจจุบันนี่แหละก็เสร็จไปตอนหน้าอสังหาเป็นลักษณะหนึ่งสังขารสังขารสังขารเป็นลักษณะลักษณะหนึ่งที่ทำก็ติดดาวงานมีตัวมีสภาวะแท้อย่างนั้นทำได้ในระหว่างอันตรายเดี๋ยวนี้เราก็ยังทำไม่ได้แหมไม่บรรลุเดี๋ยวนี้มันก็ไม่นิพพานลงได้ผ่านปัจจุบันนี้ไปแล้วเหตุปัจจัยในการคลายไปแล้วไปพยายามทำต่อค้างอยู่นั่นแหละเป็นอดีตแล้วต้องบุพเพนิวาสานุสติญาณเพราะเหตุปัจจุบันมันมีเหตุปัจจัยมันหลุดผ่านไปแล้วแล้วเราก็ไม่ต้องไปพิจารณาไตร่ตรองทบทวนถึงหรือว่าจิตที่ไอ้นั่นมันยังค้างอยู่เราก็ยังพยายามเหตุปัจจัยหมดไปแล้วนะที่จริง มันยังเป็นภพชาติติดอยู่เราก็จะต้องจางคลายต้องหลุดต้องทำมันลงจนให้มันหมดออกไปได้ก็เป็นอุปสรรคที่ปรินิพพานไม่ใช่ว่าไม่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ไม่ใช่ระหว่างนี้มันไปนิพพานได้ก็ต่อเมื่อมันผ่านไปแล้วพ้นสภาพปัจจุบันไปแล้วจึงไปจ้างใครหลุดทนได้ถ้ามันไม่หลุดพ้นก็เรียกว่ามันไม่ปรินิพพานเขาเรียกว่ามันไม่เป็นอันตรายต่อผลได้มันก็ขายอยู่นั่นแหละจึงจะต้องให้หลุดพ้นไม่ได้ให้พ้นเหนือให้หลุดลอยให้ได้เป็นพุทธมามก็เป็นอุปสงค์คามี ต้องให้หลุดลอยต้องให้พ้นให้ได้ถึงจะเรียกว่าผู้ปรินิพพานถ้ามันยังไม่พ้นอยู่มันก็ค้างอยู่ก็เป็นอันนาคานอยู่นั่นแหละจิตก็ยังเหลือเศษเสี้ยวส่วนนั้นอยู่จับจิตเราได้อยู่เรารู้อยู่อย่างนี้เรียกว่าเป็นอนาคามีแล้วเราไม่ให้ออกมาข้างนอกกายนอกวจีแล้วไม่ออกมาในโลกนอกเรารู้อยู่แต่ในจิตของเราใครไม่รู้ด้วยเราปัดจัดตั้งของเราเราก็รู้ว่าเรามีธนาคารมีเราเป็นอนาคามีเราเป็นจิตจิตที่มันยังเป็นอยู่เพราะเหตุใดจึงต้องพ้นทางแปลว่าลอยเหนือขึ้นโซโตแปลว่ารู้แต่ว่ารู้อย่างรอยชัดแปลว่าไม่น้องไม่น้อยน้องหรือน้อยไม่น้อง ไอ้น้อยแม้แต่เศษน้องเศษน้อยก็ต้องรู้อย่างนี้เสร็จน้องเสร็จน้อยของอะไรของข้ามีของความเป็นบุคคลอย่างโลกๆแต่อย่างลูกโลกให้ถามว่าบุคคลจะต้องเป็นผู้ที่พ้นกระแสของอย่างคนก็เป็นถึงเรียกว่าลอยเหนือกระแสกูทำโตนี่ก็คือรู้ได้ดีนะว่ามันเป็นของเราร้อยนึงกระแสอย่างที่คนเป็นอย่างที่เราเคยเป็นข้ามีแล้วยังแต่ก่อนเคยเป็นอย่างนี้ถ้าอย่างนี้แล้วก็โอ๊ยลิงโลดใจดีใจแต่เดี๋ยวนี้เออเราก็รู้ว่าดีแต่ผิดๆแบบรู้ดีมีรสชาติอย่างนี้ดีลูกอย่างนี้ดีเก่งอย่างนี้ดีสภาพอย่างนี้ดีสัมผัสอย่างนี้ดีรู้ว่าดีก็นั่งๆครู แต่จิตของเราไม่ได้ติดตามจิตของเราไม่ได้ผูกพันว่าถ้าได้อย่างนี้ต่อไปอีกต่อไปอีกต่อไปอีกดีนะไม่มีคิดถึงไม่มีรู้ว่าปัจจุบันนี้ดีแล้วไปแล้วไม่เสพสมเดชปัจจุบันนั้นด้วยพอรู้ว่าดีก็ดีหรอกง่ายสบายคล่องขึ้นรถอย่างนี้ผมคืนปัจจุบันนี้แตะเข้าไปปั๊บก็รู้ว่าคืนทรมานเอาล่ะไม่ทรมานเรารู้ว่าผมจำเป็นต้องกินจำเป็นต้องแกะแค่นี้ก็เอาเท่านี้ไปผ่านไปเอาอย่างนี้อร่อยรสอย่างนี้เคยจำได้อยู่คล่องคอเคยชอบด้วยไม่เอาถ้าเธอชอบและทนพยายามฆ่าอย่างหนักทีนี้จนกระทั่งเคยชอบเราก็จำได้เดี๋ยวนี้เราก็รู้ว่าเออก็จำได้ว่าแต่ก่อนก็เคยชอบเดี๋ยวนี้ก็ดีง่ายคล่องคอ ฝากของเล่นแต่ว่าอย่าไปเอาจิตตามเขาไปอีกว่าดีนะอร่อยนะไม่มีพิธีตามรู้ดีแล้วไม่ดีตามต่อไปรู้วันนี้ลำบากแล้วไม่เอาลำบา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive