สร้างอาหารให้กับโลก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข8 พฤศจิกายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

สร้างอาหารให้กับโลก พ่อครูว่า... เทศน์หัวข้อเรื่อง “สร้างอาหารให้กับโลก” อาตมาก็สรุปลงไปที่ว่า “คนฉลาดสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ” ทุบหัวพวกสร้างอาวุธนี้ ทุบหัวพวกนี้บ้าง คนฉลาดสร้างอาหารจริงๆ คนโง่เง่าชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธมาฆ่าแกงกัน แล้วเขาก็ไม่สำนึกหรอก ไม่เข้าใจว่ากรรมวิบากเป็นอย่างไร เขาสร้างพวกนี้มันเป็นกรรมวิบากอย่างเลวร้าย คนคิดวิธีการสร้างอาวุธ ตั้งแต่สร้างหนังสติ๊ก วิบากแล้ว คนคิดสร้างหนังสติ๊กไปยิงสัตว์ เขาไม่สร้างหนังสติ๊กไว้ยิงผลไม้หรอก สร้างหนังสติ๊กเพื่อไปยิงสัตว์ก็บาปแล้วคนนี้ สร้างลูกดอกเอาไว้เป่าไปยิงสัตว์ สร้างอาวุธมาฆ่าคนเลย สร้างอาวุธไม่ได้เจตนาจะฆ่าสัตว์นะ หลักๆที่เขาสร้างอาวุธเจตนาจะเอามาฆ่าคน เป็นจิตที่ต่ำช้ามาก จิตที่เลวร้ายมาก ยิ่งสร้างให้มันมีอำนาจมีประสิทธิภาพ วิเศษเก่งเท่าไรก็บาปกินหัวมากเท่านั้น อย่างเช่น คิม จองอึน ไม่รู้จะทำอย่างไร คิดอ่านจะสร้างอาวุธไปตามวิถีชีวิตเขา มันเป็นความจำเป็นของเขาอย่างที่เขาจะต้องป้องกันตัวเองเขาเพราะเขาเหลือหมู่น้อยแล้ว ประเทศเดียว ที่เป็นคอมมิวนิสต์จริงๆ ก็เหลือเกาหลีเหนือประเทศเดียว นอกนั้นประเทศอื่นเขาก็คลายตัวหมดแล้ว เข้าใจแล้วว่ามันไปไม่รอดหรอก มันซับซ้อนสุด ชาวอโศกเป็นคอมมิวนิสต์มั้ย .. เป็น.. ยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นคอมมิวนิสต์ 100% เป็นพ่อของคอมมิวนิสต์ทั้งหลาย ชาวอโศกนี่ รวมกลุ่มกันเป็นหนึ่งเดียวไง แล้วก็เอาทรัพย์หรือรายได้เป็นตัววัดค่า ถ้าเอารายได้เข้ามากองกลางได้มากเท่าไหร่คือคอมมิวนิสต์ ตั้งกลุ่มออกกฎหมายสร้างวิธีการให้เสียภาษี ให้เข้ากองกลางให้มากที่สุด นั่นเป็นประเด็นหลัก เขาจะได้เงินเข้ากองกลางมาบริหารมากขึ้น สะดวกขึ้น ดีขึ้น มันเป็นวิธีแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่เขาไปแก้ปัญหาด้วยวิธีกา

อ่านต่อ

รบังคับ กดข่มกันด้วยกฎหมาย มันไม่จบ อย่างพวกเรา ไม่ได้ถูกบังคับด้วยกฎหมาย แต่เรียนรู้ด้วยปัญญา แล้วรู้ว่าไปหวงแหนทำไม คุณกินใช้ตัวเองเท่าไหร่กันเชียว เราทำงานเหลือกินเหลือใช้ เกินกินเกินใช้ก็เอามารวมกันแบ่งปัน จะได้เผื่อแผ่คนที่ตกยาก คนแก่ เด็ก ที่ช่วยตัวเองไม่ได้ คนป่วย คนพิการ คนประสาทเสีย ก็ได้ช่วยกัน มันมีอีกสำหรับคนขี้เกียจและขี้โกง มันก็กินอยู่ในนี้ ก็ต้องทำขึ้นมา จะได้กินได้ใช้กัน ในชีวิตคนนี่นะ เอาพลังงานที่จะไปสร้างอาวุธยุทธภัณฑ์ มาสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารกัน ให้มันมีเยอะและมีคุณภาพดีมากขึ้น สังคมก็มีกิน ชีวิตก็อยู่รอด ก็แจกไปเรื่อยๆ เกื้อกว้างไป ทุกวันนี้คมนาคมง่ายขึ้น อีกหน่อยเอาใส่โดรนไปแจกให้เขา ใส่รหัสให้มันสั่งการเข้าไปแจกจ่ายตามย่านต่างๆ ทั่วโลก นี่ก็พูดเพ้อๆฝันๆไป ถ้าทำได้อย่างนั้นโลกนั้นแสนสุขขเลย คนมันมีข้อจำกัดเหมือนกัน บางภูมิประเทศสร้างอะไรไม่ได้ เช่น ขั้วโลกเหนือ เอาโดรนใส่พืชพันธุ์ธัญญาหารไปแจก เขามีแต่เนื้อสัตว์ให้กิน เราก็เอาพืชผักไปให้กิน อายุเขาก็สั้นอายุแค่ 40 กว่าปีก็ตาย แล้ว 25 ปีนี้คือโดยเฉลี่ย คนขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ แล้วคนที่จะไปเกิดตกอยู่ในพื้นที่นั้นก็มีวิบากหนัก กับพวกที่เกิดในทะเลทรายอยู่ในแอฟริกา อยู่ในแดนร้อนๆ มันก็เป็นวิบากของเขา ก็ต้องไปเกิดต้องไปตกอยู่ในถิ่นนั้น ไปไหนก็ไม่ได้ อย่างพวกเราเกิดอยู่ในถิ่นนี้ ไปไหนได้ก็ไม่ไป มันรู้แล้วว่ามันดีกว่า บางคนไปเหมือนกัน ท่องเที่ยวไป เสร็จแล้วก็สู้เมืองไทยไม่ได้ อีกหลายประเทศก็มีภูมิประเทศคล้ายๆกันนี้ เป็นดินแดนที่น่าอยู่ สรุปแล้วชีวิตของเราเกิดมา กิน ใช้ จนกระทั่งมีเครื่องใช้ เครื่องประกอบ เป็นคอมพิวเตอร์ อะไรต่างๆ ซึ่งมากเกินไปแล้ว คอมพิวเตอร์เทคโนโลยีเหล่านี้ยิ่งสร้างให้มากอีกเท่าไหร่ก็ยิ่งการเกิดการแก่งแย่งให้ได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะฉะนั้นสร้างเก่งในทางอุตสาหกรรม ไม่ช่วยให้สังคมสงบได้ ให้มาเก่งทางสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารให้มาก แล้วอย่าหวงแหน อย่าขี้เหนียว เผื่อแผ่แจกจ่ายออกไป โลกจะอยู่เย็นเป็นสุขและสงบอบอุ่นกันมากกว่า สร้างเทคโนโลยี ทุกวันนี้ยิ่งแข่งกัน ต่อไปจะเห็นชัด เทคโนโลยีทางอุตสาหกรรม มันไม่ได้ช่วยให้ความสงบในแนวลึก ไม่ได้สงบเท่า มันดูเหมือนสงบนะ สร้างอาวุธมาขู่กัน สร้างเครื่องไม้เครื่องมือ จนกระทั่งสงบคืออะไร ทุกคนก็จดจ้องอยู่ตรงนี้ วันๆก็อยู่แต่ตรงนี้ เสียแรงงาน เสียกายกิริยา วจีกิริยา ที่จะเอาไปทำประโยชน์แก่มวลชน ก็ได้แต่กดอยู่ตรงนี้ มีแต่ชิบหายกับชิบหาย เสียเวลาให้มันไปตรงนี้ เอาละ อาจจะใช้ประโยชน์จากการกดนี้บ้าง แต่ถ้าเอาพลังงานเอาแต่กดๆๆๆ ส่งสื่อสารกันเท่านั้น กับการมาสร้างผลหมากรากไม้พืชพันธุ์ธัญญาหารให้มันเยอะแล้วก็ไล่แจกกัน อันไหนมันจะทำให้มนุษยชาติเป็นอยู่ได้ดีกว่ากัน เด็กๆตอบได้ไหม .... สร้างอันไหนจะมีประโยชน์คุณค่ามากกว่ากัน สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารกับสร้างเทคโนโลยีเครื่องอุตสาหกรรม...เด็กตอบว่าสร้างอาหารให้กับโลกเนี่ย เจริญกว่า มันไม่ยากหรอกง่ายๆชัดๆ แต่เขาไม่เข้าใจกันไม่มีปัญญา ไปหลงเทคโนโลยี รู้สึกว่าเราได้ใช้ความเฉลียวฉลาดมาสร้าง ไอ้นี่มันทำปลูกแล้วมันก็เกิดขึ้นมา ไม่เห็นจะต้องฉลาดอะไรมากมายเลย เห็นไหมคนเรามันหลง ที่จริงมันไม่ฉลาดหรอก มันโง่ลง จริงๆแล้วมันโง่ลง ซับซ้อน สู่แดนธรรม... วิสัยทัศน์พวกนี้ต่างประเทศเขาก็คิดขึ้นมา ในหนังเรื่องหนึ่งชื่อ มหาชี เป็นมหาเศรษฐีระดับ CEO พันล้านมากถ้าชาวบ้านทำงาน แต่หนังยาว ตั้ง 3 ชั่วโมง พ่อครูว่า... คนก็เข้าใจกันไป สร้างหนังอะไรมาจากความเข้าใจโลก แต่มันก็ได้เป็นปลีกย่อย ไม่ได้มารวมลงที่จุดสำคัญ ว่าชีวิตจริงๆมันจะไปมีเรื่องมากอะไรนัก มันก็เลยเป็นเรื่องใหญ่ ที่จริงแล้วชีวิตเป็นเรื่องน้อยเป็นเรื่องง่ายๆ ยิ่งกว่ายอดหญ้า สบาย ไม่มีอะไรมากหรอก อย่างพวกเราเข้าใจไม่มีอะไร วันๆ... ข้าวมีกิน ดินมีเดิน ตะวันมีส่อง พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน สบาย ถามจริงๆเถอะ ใครคิดอยากจะออกไปจากหมู่กลุ่มวัฒนธรรมแบบนี้บ้างยกมือ...ไม่กล้าสิ อาย บางคนอาจจะอยากออกจนใจจะขาด แต่มาอาย เด็กๆเขายัง innocent ยังไม่เข้าใจก็เอาเถอะ แต่คนผ่านชีวิตอายุ 40 50 60 ปีขึ้น เท่านั้นแหละ ไอ้ชีวิตไปดิ้นรนน่ะ เป็นแต่เพียงว่าวาสนาบารมีของโลกุตรธรรม ที่อาตมาพาทำ มันยังไม่อยู่ในระดับสูง มันยังอาภัพพะอยู่ ก็ได้ขนาดนี้แหละ เพราะฉะนั้นคนที่พอรู้ ที่จริงมันสลับซับซ้อน คนที่รู้จักทุกข์แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องไปรวยมากแล้วถึงจะทุกข์ ไม่ต้องมียศศักดิ์มากถึงจะทุกข์ มีแค่นี้ แค่รวยอย่างพวกคุณได้ขนาดนี้เห็นทุกข์แล้ว ก็แย่งชิงกัน มียศศักดิ์ฐานะระดับสังคม ขนาดพวกคุณนี่แหละ เห็นทุกข์แล้ว มา เพราะฉะนั้นยิ่งกลับกัน พวกคุณนี้เห็นทุกข์ไว แสดงถึงการมีบารมีชั้นสูง พวกที่มีทุกข์อยู่ทาง ลาภก็เยอะ แบกไว้ภาระตำแหน่งยศศักดิ์ไว้เยอะสูง แบกภาระ ไม่รู้ตัว นั่นแหละพวกนั้นยังหยาบหนา พวกคุณนี้บางเบา เพราะฉะนั้นสรุปจริงๆโดยสัจจะ ผู้ที่มาอโศกนี้มีบารมีทั้งนั้น ไม่ต้องไป โอ้โห ต้องทรมานอยู่ทางโน้นเยอะแยะ หนักหนามากมาย จึงจะรู้ตัว แค่นั้น บอกว่า ไม่เอาแล้วมา เพราะฉะนั้นคนมีบารมีจึงมีจำนวนน้อย เป็นธรรมดาธรรมชาติ มีจำนวนน้อย ก็ได้ขนาดนี้ ตีหัวเข้าบ้าน เหลืออีก 10 นาทีก็คือ คนฉลาดสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ นี่เป็นเรื่องทุบหัวของสัจธรรม พูดออกไป ให้เขาได้ยินได้ฟัง แม้เป็นภาษาไทย คนต่างชาติไม่ค่อยรู้ เพราะไม่ค่อยมีคนแปลภาษาโพธิรักษ์ออกไปเท่าไหร่ เขาก็เลยไม่เห็นความสำคัญ ก็ไม่เป็นไร อาตมาก็พูดอยู่ในวง ผู้ใดแสวงหาพากเพียร มีบารมีได้มารับฟังรับรู้ก็ดี แล้วก็พยายามเรียนรู้ตาม ค้นคว้าตาม ก็จะเห็นจริงเห็นจังว่าชีวิต ถ้าคนไทยเท่านี้แหละ คนไทยประเทศไทยเท่านี้แหละ ประชากรของคนไทย เข้าใจว่าอาชีพมาสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดในชีวิต ชีวิตของกสิกร มาสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารนี้ เป็นชีวิตประเสริฐเลิศยอด ชีวิตที่ไปคิดสร้างอาวุธยุทธภัณฑ์ได้เก่งกาจขนาดไหน เลวยอด นี่แยกดำแยกขาวให้ฟังอย่างชัดที่สุดแล้ว โลกยุคนี้ถึง 2500 ปีกว่าของศาสนาพุทธ โลกข้างนอกเขายังไม่เข้าใจ แม้แต่คนไทยที่เป็นชาวพุทธก็ยังเข้าใจได้ยาก เพราะฉะนั้นยิ่งเป็นคนไทยศาสนาอื่นไม่ต้องห่วงหรอก เขายังยาก เขายังรุนแรงกันอยู่อย่างนั้น มาเป็นชาวพุทธแล้วถึงจะเบาบางลงจริงๆ แล้วก็หมดตัวหมดตน แม้ที่สุดคนทำร้ายเราเราก็ไม่ตอบ คนทำร้ายเราเราก็ไม่โกรธเคือง ไม่ตอบโต้ คิดเสียว่ามันเป็นวิบากของเรา เราก็หลีกเลี่ยงเอา อย่าให้ใครมาทำร้ายเรามัน ก็ไม่ดี ใครมาทำร้ายเรามันก็ไม่ดี ยิ่งเราไม่ทำร้ายใครแล้วใครมาทำร้ายเรายิ่งเป็นความซับซ้อน ยิ่งเป็นความไม่ดีมาก คนที่ไปทำร้ายพระอรหันต์ พระอรหันต์ท่านไม่ทำร้ายใคร มันก็ต้องบาปมากเป็นธรรมดา คนไปทำร้ายโจร โจรไปทำร้ายโจรด้วยกันมันก็บาปไม่เท่าไหร่ แต่คนไปทำร้ายพระอรหันต์ก็บาปมากกว่าไปทำร้ายโจรด้วยกัน เป็นธรรมดา ก็พูดแล้วก็คงไม่ยากอะไร เข้าใจได้ ถ้าประชาชนหรือมนุษยชาติ หันมาเข้าใจความจริงอันนี้ให้ชัดเจนเลยว่า ชีวิตผู้สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารเลี้ยงมนุษย์โลก เป็นอาชีพสุดยอดแล้ว แล้วก็มาผันชีวิตมา ผันมาเป็นชาวไร่ชาวนาชาวสวน สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารกัน เราดูรายการของ เปี๊ยก_ตายแน่ สัมภาษณ์คนที่หันเหจากชีวิตที่เคยเป็นข้าราชการ เคยเป็นนักธุรกิจ เคยเป็นลูกจ้างนายทุน ที่หลงลาภยศสรรเสริญโลกียสุข หันเหมา สุดท้ายก็มาทำอย่างนี้ มาทำกสิกรรม มันก็มีความสุขกว่า สัมภาษณ์ออกมาแต่ละคนๆ บางคนไปใช้เวลาอยู่ทางโลกนานจนปลดเกษียณจึงรู้สึก (พ่อครูไอตัดออกด้วย) บางคนรู้ทันก่อน สู่แดนธรรม... เด็กรู้จักไหมเขาชื่ออาเปี๊ยก ชื่อตายแน่ นามสกุล มุ่งมาจน เป็นพิธีกรรายการถึงสื่อถึงคน รายการก้าวตามพ่อ เขาคนเดียวทำงานเป็นทีมงาน พ่อครูว่า... หลายคนเขาไม่ได้ฟังธรรมะอาตมาหรอก หลายคน แต่มีบ้างฟังตามรายการของเปี๊ยกนี่แหละ เขาก็เปลี่ยนผันชีวิตมาได้ ไม่เอาแล้วเป็นข้าราชการ เป็นนักธุรกิจทางโลก ก็มาสร้างป่าสร้างพืชผัก มีที่ดินของพ่อของแม่เท่านี้ก็มาทำ มันเป็นสุขมันสบาย ตามดูสิ เป็นสัจจะที่มีคนกลุ่มหนึ่งที่รู้สึกตื่นตัว (ดีง่ายว่า จากมนุษย์เงินเดือน มาเป็นมนุษย์ไส้เดือน ทำให้ดินดีขึ้น) พ่อครูว่า... จริงนะ คนจะได้คิดแบบนี้ มีปฏิภาณปัญญารู้แบบนี้ มันเป็นโลกุตระจริงๆ มันเป็นเรื่องเหนือชั้น เหนือชั้นกว่าคนสามัญธรรมดาทั่วไปที่เป็นเทวนิยมโลกียะ ไม่รู้ได้ง่ายๆไม่สำนึกได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นคนที่สำนึกมาทางนี้ มันคือธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เป็นโลกุตระ มันเป็นทางออกที่สงบ มีประโยชน์ หมดโทษหมดภัย เป็นชีวิตที่ประเสริฐจริงๆ อาตมาก็ไม่รู้จะสรุปอย่างไร มันก็น่าสงสารคนไปหลับตาไปเป็นเดียรถีย์ออกนอกทางพระพุทธเจ้า แสวงบุญออกนอกขอบเขต เลยไม่เกิดบุญในจิตเลย บุญคือ พลังงานธาตุรู้ ที่กำจัด เผากิเลสได้จริง พวกนี้แสวงบุญไม่ได้บุญ เพราะแสวงบุญนอกขอบเขตพุทธ ไม่เจอบุญหรอก ไปเจอแต่ของปลอม ไม่ได้บุญ อย่างดีก็ได้แต่กุศล ได้กุศลเท่านั้นไม่ได้บุญ ไม่ได้พลังงานที่จะมา สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ นี่คือคำแปลของคำว่า ปุญญะ หมายความว่า เป็นพลังงานที่กำจัดกิเลส ให้สะอาดบริสุทธิ์ ออกไปจากสันดาน ให้สันดานหมดจด สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ วิโสเทติ แปลว่าสะอาดบริสุทธิ์ ทุกวันนี้เขาเข้าใจคำว่าบุญก็ไม่ได้ ไปเข้าใจเป็นกุศลงวงไปหมดแล้ว จริงๆนะไม่ใช่อาตมาใส่ความ เขาเข้าใจบุญไม่ถูกเนื้อแท้สาระแท้ของคำว่าบุญ 641108_พ่อครูเทศน์งานมหาปวารณาครั้งที่ 39 สร้างอาหารให้กับโลก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน