อนุปคัมมะผู้ไม่เข้าใกล้ทั้งความมีและความไม่มี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข12 พฤศจิกายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

อนุปคัมมะผู้ไม่เข้าใกล้ทั้งความมีและความไม่มี พ่อครูว่า... ที่จริงความรู้ของพระศาสดาแต่ละองค์ เป็นความรู้ของตัวเองที่ได้ศึกษามาแต่ละชาติแต่ละชาติ แต่เขาไม่รู้ตัวเองไม่รู้อัตตา ไม่รู้ว่าตัวเองสั่งสมมาได้ขนาดนี้ มาประกาศให้คนอื่นยอมรับ คนอื่นเขาก็รับ ว่าจริงเป็นความรู้ขนาดนี้ เป็นโลกียะที่เข้าท่า คนที่มีฐานะขนาดนั้นก็รับขนาดนั้น เป็นบริวารของศาสดานั้นไป ศาสดาของเทวนิยมจึงมีหลากหลายมากมาย ทุกวันนี้ก็ไม่รู้มีกี่ศาสนา ศาสดาองค์สุดท้ายที่พยายามสร้างศาสนาก็คือ ศาสนาที่ชื่อว่าบาไฮ มีพระบาฮาอูลา พยายามจะรวมศาสนา เอาศาสนาพุทธไปรวมด้วย แต่ท่านเป็นเทวนิยมเป็นโลกียะะ ซึ่งเขาไม่รู้มันรวมไม่ได้ มันทำไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นศาสนาของท่านจึงไม่เจริญจึงไม่ขึ้น ท่านหลงว่าท่านใหญ่กว่าศาสนาพุทธ จะเอาศาสนาพุทธไปรวมด้วย มันก็เลยฟ่ามๆ เป็นความรู้ไม่เป็นก้อนหนึ่งที่จะดิ่งไปในทางเทวนิยมก็ไม่ดิ่ง มันก็เลยเพ้อๆฝันๆ คนก็เลยไม่ยอมรับนับถือเท่าไหร่ ศาสนาบาไฮจึงไม่เจริญ ได้แค่นั้น ไม่เจริญ นี่ก็เป็นความรู้ที่อาตมาเข้าใจ ไม่ได้ไปวิจัยวิจารณ์ผิดอะไร แต่เป็นเรื่องจริง ก็ได้แค่นั้น จนกว่าศาสนาเทวนิยมหรือผู้ที่ไปยึดติดเทวนิยม จะค่อยๆซึมซับ เกิดมาอีกหลายชาติ ก็จะซึมซับว่า พุทธเขามีอะไรดีก็เข้ามาศึกษา เหมือนกับศาสดาทางศาสนาคริสต์ อิสลาม แต่อิสลามนั้นช้าหรือยากนานกว่าศาสนาคริสต์ ศาสนาคริสต์หลายท่าน แม้แต่เป็นคนไทยก็หลายท่าน ศึกษาศาสนาพุทธ จนกระทั่ง ค่อนข้างจะอิน ไปในศาสนาพุทธเยอะ จนวันใดวันหนึ่งก็มาเกิดเป็นพุทธ ก็เริ่มจะไต่เต้าของศาสนาพุทธขึ้นมาเรื่อยๆ สนใจธรรมะ ก็จะมีวิบากบารมี ไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ เริ่มจากเทวนิยมที่มาหาอเทวนิยม หรือมาหาพุทธไปเรื่อยๆ ก็จะค่อยๆเป็นไป พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ผู้ที่พบศาสนาพุทธ

อ่านต่อ

นั้นยากแสนยาก แล้วยิ่งจะเชื่อมั่นเข้าใจเห็นดีตามศาสนาพุทธยิ่งยากกว่า แล้วไม่ต้องพูดถึงที่ยากกว่านั้น ที่จะมาปฏิบัติตามเป็นสัมมาทิฏฐิและได้มรรคผลยิ่งยากเข้าไปใหญ่เลย จริงๆแล้วเทวนิยมเขาไม่มีปัญญาที่จะเชื่อว่าพระพุทธเจ้านี้ยิ่งใหญ่ พระพุทธเจ้านี้สูงสุดในการเกิดมาเป็นมนุษยชาติ เกิดมาเป็นอัตภาพ จนกระทั่งเลิกอัตภาพได้เลย สูงสุดแล้ว ไม่ต้องมีอัตภาพ ไม่ต้องเหลือเป็นจิตนิยามอีก สลายหายไปเลย เลิกมีเลิกเป็น เพราะฉะนั้นผู้ที่จะมาเข้าใจได้ คนจะมาเห็นว่าชีวิตเกิดมา มันมีแต่ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป จะมาเห็นทุกข์อริยสัจอย่างนี้ไม่ใช่ง่ายๆ แล้วก็มาเห็นจริงเชื่อมั่นว่า ก็มีศาสนาพุทธนี่แหละ จะพ้นทุกข์ พ้นการเกิดมามีทุกข์อีก ความทุกข์กับความสุข ก็จะรู้ว่ามันเป็นกระดาษแผ่นเดียวแยกกันไม่ได้ เป็นคู่ที่แยกกันไม่ได้ มัน เป็นมายาหลอกว่าสุข แต่ที่จริงก็ทุกข์ทั้งนั้น ที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป สุขมันหลอกเรา เพราะฉะนั้นผู้ที่เข้าใจอย่างนี้แล้ว จึงไม่กลัวทุกข์ ก็ศึกษาลึกเข้าไปที่ทุกข์ มีเหตุตัวไหนเป็นตัวการให้เกิดทุกข์อยู่อย่างนี้ ไม่ต้องเอามาหลอกเลยสุข เพราะฉะนั้นผู้ที่จะชัดเจนว่า อย่าเอาสุขมาหลอก มันมีแต่ทุกข์เท่านั้น เพราะฉะนั้นพวกนี้จึงหลงทิศทางไปทรมาน ทุกรกิริยา มากมาย จนกระทั่งพระพุทธเจ้าอุบัติ ให้ปฏิบัติตาม พระพุทธเจ้าท่านปฏิบัติเถิด ปฏิบัติให้รู้จักเหตุ ทุกข์นั่นมันมีเหตุ และมันมีวิธีที่จะลดความทุกข์ไปตามลำดับเป็นข้อๆ เกี่ยวกับสัตว์ เกี่ยวกับข้าวของ เกี่ยวกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส 3 ข้อหลัก ศีล 1 2 3 ถ้าเข้าใจอย่างนี้ก็จบหมดแล้ว ศีล ข้อใดๆก็เป็นตัวขยายออกไปเรื่อยๆ ศีลแก่นแกน มี 3 ตัวนี้ ข้อที่ 4 เป็นวาจา ข้อที่ 5 ก็คือจิตที่มันจะเป็นอวิชชา หรือไม่อวิชชา มาเรียนรู้อันนี้ได้ ก็มาสรุปเรียนรู้ตั้งแต่เกี่ยวกับสัตว์ สัตว์เดรัจฉานก็ไม่ต้องไปยุ่งกับมันมาก มันเกิดให้มันไปตามยถากรรม วิบากกรรมของมัน เราไม่ต้องไปทำอะไรกับมันได้หรอก ไม่ต้องไปเกี่ยวเกาะกับมัน คนที่เกิดมาอยู่ร่วมกันนี่แหละยังมีวิบากร่วมกันที่เกี่ยวเกาะร่วมกันอีกเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเชิงรักเชิงชัง ยังเกี่ยวเกาะกันอยู่นักต่อนัก เพราะฉะนั้นในพวกเราแต่ละคนๆ ก็มีนิยายของแต่ละคน ใช่ไหม จะเห็นได้ว่า เออ มันก็เชิงรักเชิงชัง ไปติดในกาม ติดในสถานะอะไรอื่นๆอีก เฮ้อ! แล้วสถานะอื่นๆอีก ไม่ว่าจะเป็นสถานะของลาภยศสรรเสริญอะไร มันก็ยังเหลือตัว รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส กว่าจะมาเรียนรู้ แล้วก็หมดติดหมดยึด การหมดติดหมดยึด การเป็นอุเบกขา การเป็นความไม่ผลักไม่ดูด ไม่สุขไม่ทุกข์แล้ว จิตกลางๆ เป็น “อนุปคัมมะ” ลึกซึ้งมากเลยอันนี้ ท่านไปแปล มัชฌิมาปฏิปทาว่า ทางสายกลาง แล้วปฏิบัติให้เดินทางสายกลาง คนคนนี้ก็เดินไปในทางสายกลาง อย่าแวะข้างทางนะจ๊ะ ทางซ้ายทางขวาไม่เอาแล้วไม่มีไม่มก็เดินไปอีกยาวววววว ไกล ไม่ถึงที่หมายหรอก เพราะเขาเดินทางสายกลาง ไม่มาเรียนรู้ 2 ข้างว่าเป็นกามกับอัตตา จนรู้แจ้งในกามและอัตตาแล้ว ไม่มีกามและอัตตา ก็รู้ในความมีและไม่มี ไม่มีกามไม่มีอัตตา คนพวกนี้ก็จึงเป็น อนุปคัมมะ ไม่เข้าไปมีกับเขาแหละ เข้าไปมีกามก็ไม่มี เข้าไปมีอัตตาก็ไม่มี มนุษย์ที่ยังมีอวิชชาอยู่ เขาก็ต้องมีมากน้อยก็แล้วแต่ จนกว่าจะเป็นอรหันต์ เป็นอนาคามีก็ยังมีเหลืออัตตา จนหมดไม่มีกามไม่มีอัตตาแล้ว คุณก็บรรลุสูงสุดแล้ว เป็นคนเป็นกลาง เพราะฉะนั้นคนเป็นกลางถึงเรียกว่ามัชฌิมา คนผู้เป็นกลาง แต่ท่านไปแปล ตีขลุมรวม มัชฌิมาปฏิปทาว่า เป็นข้อปฏิบัติเพื่อให้ไปเป็นคนเป็นกลาง แต่ท่านก็ไปรวมกันซะ ว่า ข้อปฏิบัติกลางๆ ก็ให้ปฏิบัติตามข้อปฏิบัตินี้ไป อย่าไปแวะข้างทาง อย่าเรียนรู้เรื่อง กาม เรียนรู้อัตตา ซึ่งเป็นอันตาสองข้าง อันตา คือที่สุด 2 ฝั่ง ไม่ให้เรียน เรียนรู้แต่ตัวกลางๆแล้วก็เดินไปกลางๆ อาตมาพยายามอธิบายสภาวะจากที่ท่านเข้าใจตามภาษาที่ท่านยึดติด น่าสงสาร ก็จะกลายเป็นบุคคลผู้ที่แสวงหา พ่อแม่ลูก 3 คน เดินไปในทางทุรกันดาร ทางทุรกันดารนั่นแหละคือทางอวิชชา เดินไป แล้วก็มีความมุ่งหมายมี Concept มีทิฏฐิมีจุดมุ่งหมาย มีเจตนา จะไปสู่นิพพาน ได้แต่พยัญชนะภาษาว่านิพพาน จะไปสู่นิพพาน ก็ไปด้วยกัน 3 คน พ่อแม่ลูก คุณก็ยังมีคู่ มีพ่อมีแม่มีลูกอยู่นั่นแหละ ก็ยังไม่รู้มันเป็นภาระ มันเป็นห่วงทั้งนั้น เป็นผัวเป็นเมียก็ห่วง เป็นลูกก็ยิ่งห่วงเข้าไปอีก สุดท้ายแล้วพระพุทธเจ้าก็สร้างเป็นพล็อตเรื่องว่า 3 พ่อแม่ลูกเดินทางไปแล้ว มีอาหารยังชีพไป หมดอาหารแล้ว ตายๆๆ จะทำอย่างไร พ่อแม่ 2 คนก็เห็นแก่ตัวจัด เมื่อไม่มีอาหารจะกินแล้ว และเป็นคนติดเนื้อสัตว์ด้วย ไม่มีอาหารแทนที่จะกินพืช จะเดินทางไปไหนอยู่แล้วไปป่าเขาถ้ำก็มีพืชทั้งนั้น แต่ดันไม่มีปัญญาจะกินพืช จะกินเนื้อ แล้วจะฆ่าสัตว์อื่นๆก็ไม่เป็นอีก มีลูกก็เอาคนนี้ล่ะวะ แหม.. นิทานพระพุทธเจ้านี้สุดแสบทรวงเลย เอาเนื้อลูกนี่แหละ ผัวเมียก็ตัดสินใจฆ่าลูกกิน โอ้โห.. พล็อตเรื่องของพระพุทธเจ้านี้สุดแสบจริงๆ เลย ทมยันตีตายไปแล้วนะนี่ แกมีจินตนาการเก่ง ผูกเรื่องอะไรต่ออะไรขึ้นมา เขียนนิยายเก่ง แกเขียนได้ลึกซึ้งลึกลับ ยิ่งกว่า Harry Potter ด้วย กินเนื้อลูก ฆ่าลูกตายเอามากินแล้ว ก็ยังงงๆอยู่ว่า ลูกที่น่ารักของฉันหายไปไหน ปัดโธ่เอ๊ย! ก็เอ็งฆ่าลูกกินก็ยังลืมไปเลยไม่รู้ตัว โอ้โห.. พล็อตเรื่องของพระพุทธเจ้านี้ สุดโง่ สุดลืมโง่ดักดานจริงๆเลย นี่ ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ใน ปุตตมังสสูตร อันนี้ข้อที่ 4 วิญญาณาหาร 641112_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โฮมแฮงกันซัดหอกเพื่อฆ่าโจรทำลายศาสนา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน