ทำอาหารเนื้อสัตว์ไปถวายภิกษุเป็นบาปอย่างมากมิใช่บุญเลย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.38 KB
วันที่แก้ไข9 พฤศจิกายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ทำอาหารเนื้อสัตว์ไปถวายภิกษุเป็นบาปอย่างมากมิใช่บุญเลย พ่อครูว่า... เข้าสู่เรื่อง ที่จะให้อาตมาอธิบายเรื่องของอาหาร อาหาร สร้างอาหารให้กับโลก ความหมายคือ เราเป็นคน เป็นมนุษย์ จะสร้าง อย่างที่มีผลไม้รากไม้ดอกไม้ เต็มหน้าโต๊ะอาตมา ซึ่งดอกไม้ก็กินได้ ใบไม้ลูกไม้เต็มโต๊ะ นี่แหละก็สร้างพวกนี้เป็นอาหาร เราเน้นสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร การกสิกรรม เราไม่เน้นปศุสัตว์ เราไม่เน้นการประมง เราไม่เน้นเรื่องสัตว์ ปูปลาเราก็ไม่เน้น ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ไปสร้าง ไม่ไปฆ่าหรือสัตว์ 2 ขา 4 ขาสัตว์บกเราก็ไม่ไปเกี่ยว เพราะสัตว์เหล่านั้นมันมีวิบาก เป็นวิบากตามไปตามมากับชีวิต เรารู้รายละเอียดพวกนี้ ไปอ่านในชีวกสูตร ที่ท่านตรัสไว้ ความละเอียด 5 ข้อนี้คนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆ ข้อที่ 1 กล่าวถึงชื่อสัตว์ก็บาปแล้ว เพราะคนจะกล่าวชื่อสัตว์นี้ถ้ามีอกุศลเจตนาในจิตแล้ว กล่าวชื่อสัตว์ใดๆขึ้นมา ก็บาปทันที มีอกุศลเจตนาในจิตว่า จะไปจับมันมา เท่านั้นแหละ เจตนาจะให้ไปจับมันมา ถ้ากล่าวชื่อสัตว์ลอยๆ เช่น นก แล้วก็ปล่อยมันไป ไม่มีเจตนาที่จะให้ไปจับ มันก็จะไม่มีเจตนาข้อที่ 2 ก็คือ ข้อที่ 2 ให้ไปจับมาผูกมามัดมา ใส่เข่งใส่กรงขังมา ไปจับมัน มันก็หมดอิสระ ธรรมดามันก็อยู่ของมันอิสระ อันนี้เป็นบาปเป็นอันมากข้อที่ 2 เพราะสัตว์มันไม่ต้องการให้ใครจับมันมา นอกจากหลอกล่อให้มันมาหลงรัก หลงผูกพัน นั่นก็อีกเรื่องซับซ้อน จะไม่ขยายความ มีอกุศลเจตนาตั้งแต่ข้อ 1 ข้อที่ 2 จับมันมาก็ได้สัตว์นั้นมา ข้อที่ 3 สั่งฆ่าเลย ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้ ออกชื่อสัตว์ชนิดนี้ตัวนี้ เป็นบาปข้อที่ 3 แล้ว สั่งสมเข้าไปอีกหนักหนาสาหัส ข้อที่ 3 ก็เป็นบาปหนักเป็นอันมาก ชั้นที่ 3 ทับถม ข้อที่ 4 สัตว์นั้นกำลังถูกเขาฆ่า มันจะเสวยความทุกข์หรือเสวยสุข....ความทุกข

อ่านต่อ

์ เป็นบาปของคนสั่งฆ่า แม้ไม่ใช่คนฆ่าเองนะ แต่เป็นคนสั่งฆ่า ก็บาปเป็นอันมาก มหาศาล ฆ่าจนสัตว์เขาตาย ตายแล้วก็เอาไปทำอาหาร ทำกับข้าว ข้อที่ 5 ทำกับข้าวอย่างดี ทำอาหารอย่างประณีต ใช้เชฟ พ่อครัวแม่ครัวชั้น 1 เลย ปรุงมาอย่างดีให้อร่อยให้วิเศษเลิศเลออย่างไรยิ่งใหญ่ก็แล้วแต่ เพื่อที่จะเอาเครื่องปรุงตกแต่งแบบโลกีย์ที่คนนิยม เอามามอมเมา สาวกของพระพุทธเจ้า เอามามอมเมาพระพุทธเจ้าอีกที ให้ยินดี ให้หลงติดในอาหารเนื้อสัตว์นั้น ที่เขาใช้เนื้อสัตว์เป็นเหตุปัจจัย มาปรุงแต่งเป็นอาหารให้กิน ถ้าเอาพืชมาปรุงแต่งก็ไม่เป็นไร ติดอาหารที่เป็นพืช มันก็เป็นภาระ เป็นกิเลส ขนาดติดอาหารพืชก็เป็นกิเลส แต่นี่ไปติดอาหารเนื้อสัตว์เข้า เรียกว่าอภิมหาซวยเลย แล้วคนก็เอาไปถวายพระสงฆ์สาวกพระพุทธเจ้า เอาไปถวายพระพุทธเจ้า ไม่มีบาปอะไรข้อไหนที่จะยิ่งใหญ่ก็บาปข้อที่ 5 นี้อีกแล้ว คนได้ถวายอาหารเนื้อสัตว์แก่พระพุทธเจ้า หรือพระภิกษุทั้งหลายที่เป็นสาวกพระพุทธเจ้า คนเอาอาหารเนื้อสัตว์ไปถวายพระสงฆ์ทั้งหลายก็ดี ไปถวายพระพุทธเจ้าด้วย ยิ่งบาปอีกไม่รู้กี่ชั้น แค่เอาเนื้อสัตว์ไปถวายพระสงฆ์องค์ใดองค์หนึ่ง ก็บาปเป็นข้อที่ 5 แล้ว ฟังให้ดีๆเถอะ มันไม่ใช่เรื่องตื้นเขิน แต่เป็นเรื่องลึกซึ้งซับซ้อนมาก คนจะฟังรู้เรื่องเข้าใจแล้วสำนึก ก็จะ โอ้โห.. ปานฉะนี้เชียวหรือ ตายตายตายตาย เราถวายมานักแล้ว แล้วก็ปรุงแต่งให้ท่านชอบด้วย ปากก็บอกว่าโยม วันนี้ไม่ทำแกงไก่มาให้กินเหรอ วันนี้ไม่ทำพะแนงมาให้กินหรือ พระสงฆ์สาวกหน้าด้านก็จะขออย่างนี้ ขออภัยที่พูดเร็วพูดแข็งพูดชัดพูดตรง มันเป็นอย่างนั้นจริง รายละเอียดของพระพุทธเจ้า ศึกษาให้ดีๆ 641109_พ่อครูเทศน์งานมหาปวารณาครั้งที่ 39 คุณธรรมยิ่งใหญ่กว่าอาวุธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน