อาหารเป็น 1 ในโลก(1).docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข9 พฤศจิกายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

อาหารเป็น 1 ในโลก พ่อครูว่า... จิตวิญญาณนั้นลึกแล้ว ที่นี่มาสร้างอาหารให้กับโลก กลับขั้ว จากลึกละเอียดทางนามธรรม มาเป็นรูปธรรม อาหารที่เป็นรูปธรรม คือ กวฬิงการาหาร อาหารคือคำข้าว เอาใส่ปากเคี้ยวกลืน หรือคนที่กินไม่ได้แล้ว อยู่ในห้อง ICU เขาก็ใส่ท่อ ไม่ต้อง ICU บางทีอยู่ข้างนอกกินไม่ได้เขาก็เอาใส่ท่อ เข้าจมูกไป ให้อาหารเป็นน้ำละเอียด ย่อยบดให้ละเอียดใส่เข้าไป เข้าไปสู่ลำไส้ไหลไปตามความสามารถของพลังงานในอาการ 32 ของร่างกาย มันก็เอาไปย่อย ไปปรุงแต่ง ไปเลี้ยงขันธ์ เพื่อไปเลี้ยงร่างกาย ตามความสามารถของอาการ 32 ของคน ของสัตว์ สัตว์บางอย่างไม่ถึง 32 อาการ ไม่ต้องพูดถึง พูดถึงคนมีอาการ 32 มันก็จะทำงานไปตามอัตโนมัติของมัน ซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้ง ชีวะของมนุษยชาติ ทีนี้คนต้องกินอาหารที่เรียกว่า กวฬิงการาหาร หรืออาหารพืชพันธุ์ธัญญาหาร ไม่เน้นปศุสัตว์ ไม่เน้นประมง เน้นแต่พืช เพราะฉะนั้นเราสร้างพืช ธัญญาหาร สร้างแต่พืชพันธุ์ธัญญาหาร อันนี้แหละเราสร้างขึ้นมา มนุษย์ขั้วโลกเหนือก็กินพืชอยู่รอด มนุษย์โลกใต้ อยู่ในทวีปไหนก็ต้องกินพืชได้ทั้งนั้น เขาจะกินปลากินเนื้อสัตว์ มันเกินมันเฟ้อ มันไม่ใช่อาหารของคน อันนี้ก็ไม่ขอพูดยาวแล้ว อาหารของคนจริงๆนั้นคือพืชเท่านั้น ไม่ใช่เนื้อสัตว์ ไม่ใช่เนื้อปลา ไม่ใช่เนื้อหมีเนื้อหมาอะไร ไม่ใช่ กินแต่พืชนี่มีอายุยืนยาว เป็นอาหารของมนุษยชาติ เราก็สร้างพืชนี่แหละ มาสร้างให้ล้นโลก มาสร้างให้ท่วมโลกเลย นี่เป็นภาษาใหญ่ Bigword ภาษาโม้ สร้างให้ท่วมโลก สร้างให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ซึ่งเป็นพืชที่จำเป็นที่จะใช้เป็นอาหาร ข้าว เป็นต้น ซึ่งมีวิตามิน มีธาตุอาหารที่สำคัญรวมอยู่ในข้าว เยอะมากเท่าที่พิจารณากันอย่างดีทั่วโลกแล้ว คนก็รู้แล้ว นักโภชนาการ นักอาหาร รู้

อ่านต่อ

แล้วก็เอา แยก แบ่ง เอามา เราขาดอะไรก็เอาอันนั้น วิทยาศาสตร์ ทางสรีระ ทางการแพทย์ รู้แล้วว่าคนต้องการอะไร อาจจะต่างกันโดยสรีระของแต่ละคน ธาตุอาหารที่ไปเลี้ยงขันธ์ปรุงแต่ง มันไม่เหมือนกัน มันไม่เท่ากันเป๊ะทีเดียวสักคนหรอก ต่างกันมากน้อยมันละเอียดเกินจะพูด อย่างหลวงปู่ธาตุอาหารที่ปรุงแต่งแล้ว รวมแล้ว อย่างพอเหมาะพอดี ไม่มีใครสามารถรู้ได้อย่างละเอียดชัดเจนเต็มที่หรอก หลวงปู่เองก็ยังไม่มีความรู้ แต่ก็พอจะรู้คร่าวๆ แต่ก็ห้ามความปรารถนาดีที่เขาไปยึดถือในความรู้ของเขาไม่ได้ เขาก็ให้มา เอามาใส่เข้าไป บางทีเราไม่ได้ไปหาเอง เราจำเป็นก็ตามใจเขา อะไรควรเราก็ว่ากันไป อะไรไม่ควรเราก็ไม่เอา เข้าสู่ชื่อเรื่องที่เราตั้งไว้ชัดๆ “ คนฉลาดสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ” ตอนนี้ถือแฮมเมอร์ ถือค้อน จะตอกหัวพวกสร้างอาวุธแล้ว เมื่อกี้พูดแต่สร้างอาหารสำหรับทนชีวะ ตอนนี้ก็ขอพูดถึงเรื่องอาหารที่ตรงกันข้ามกับอาวุธ มันสร้างอาวุธมาประหาร มาทำร้ายทำร้าย ส่วนอาหารเป็นเครื่องอาศัย อาหาระ เป็นเครื่องอาศัย อาวุธะ เป็นเครื่องประหาร เครื่องฆ่า โดยเฉพาะฆ่าสัตว์ ฆ่าชีวะ นี่เขากำลังสร้างอาวุธที่เป็นจุลินทรีย์ กำลังคิดค้นอาวุธระดับจุลินทรีย์ มนุษย์จะตัวใหญ่ขนาดไหนเดี๋ยวนี้อาวุธมันฆ่าได้ทุกคน ต่อให้ไปเรียนไสยศาสตร์เก่งแค่ไหนก็สู้อาวุธไม่ได้ เพราะไสยศาสตร์มันไม่เที่ยง วาระใดวาระหนึ่งยิงเข้าเลย หรือยิ่งบางที่ บางที่ของนักไสยศาสตร์ถูกยิงเข้านะ บริเวณอื่นอาจจะเหนียวแต่ตรงนี้ยิงเข้านะ เป็นต้น สรุปแล้วคนชั่วช้าสามานย์ที่โง่ได้ที่ โง่ได้ระดับ ก็ไปมัวแต่สร้างอาวุธยุทธภัณฑ์ป้องกันตัวอยู่ จริงที่ว่าในโลกนี้มีคนร้ายๆแรงๆสร้างอาวุธมาทำร้ายกัน เขาก็สร้างอาวุธมาป้องกันดูบ้าง แต่ถ้าเผื่อว่าเราเป็นคนเชื่อในคุณธรรม คุณธรรมยิ่งใหญ่กว่าอาวุธ คุณธรรมนี่แหละสามารถที่จะไปรบกับอาวุธ คุณธรรมสามารถที่จะไปสู้กับอาวุธ อาวุธจะเกิดประสิทธิภาพ อาวุธจะมีฤทธิ์ได้ ก็เพราะคนเป็นคนกำกับ กำหนด เป็นคนใช้อาวุธ อาวุธบางอย่าง อาจจะตั้งเวลา ใช้จริงๆมันก็อาจจะไม่แม่น ไม่ตรง ไม่สมบูรณ์ได้เท่ากับคน เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพของธาตุที่ไม่ใช่ชีวะ มันสู้ธาตุชีวะไม่ได้หรอก ชีวะป้องกันได้ แต่ธาตุที่ไม่ใช่ชีวะมันป้องกันตัวเองสู้ธาตุที่มีชีวะไม่ได้ โดยเฉพาะคน มีไหวพริบ มีความรู้ทัน รู้ทันในสิ่งนั้นสิ่งนี้ ป้องกันตัวหรือหลีกหนีได้ พวกนักสันติจะไม่ไปทำร้ายใคร มีแต่หลีกเว้น เพราะฉะนั้นการหลีกเว้นที่สูงสุดก็คือใช้ปัญญา รู้จักภูมิธรรม อยู่กับหมู่ชนที่เป็นหมู่ชนอาริยะ หมู่ชนที่เจริญ ปัจจุบันส่วนรวมอย่างประเทศไทย คนไทยเป็นอาริยบุคคล เทียบกับต่างประเทศแล้วคนไทยเป็นอาริยบุคคล ทั้งปริมาณและปัญญา มวล แม้จะมีแค่ 70 ล้านคน ก็มีอาริยะบุคคลเป็นมวล เฉลี่ยแล้วหลายสิบล้านคน ในมวลคนประชาชนที่ไม่รู้ตัวก็ตาม ในอจินไตยที่ลึกซึ้ง คนจะได้เกิดมาเป็นคนไทยนี้ ไทย นี้แปลว่าจิตอิสระ เพราะฉะนั้นจิตของคนไทยเป็นจิตอิสระ ที่โดย อจินไตย แล้วจิตอิสระที่มีคุณธรรมจริง เข้ารอบโลกุตรจิต เข้าขั้นอริยะ จึงจะมาเกิดในภพในแดน สัมภวะ ที่เป็นแดน ชมพูทวีป คือ ประเทศไทย ชมพูทวีป คือทวีป หรือแดนเกิด แดนแผ่นดินที่จะมีคนอาริยะ คนโลกุตระ อยู่จำนวนมาก สุรภาโว สติมันโต อิธพรหมจริยวาโส นี่แหละ ถิ่นนี้แหละ เป็นภูมิประเทศที่คนมีสติ มี สุรภาโว มีสติสมบูรณ์แบบ มีความรู้เรื่องความเป็นสติ จะยังไม่ขยายความเรื่องสติ คือมีธาตุรู้ทางกายวาจาจิตตื่นรู้รับรู้อะไรได้ละเอียดมากมาย รอบถ้วน กว่าคนที่ไม่มีสติ ส่วนคนไม่มีสติกับคนมีสตินั้น มันรู้เนื้อรู้ความอะไรกว่ากัน คนไม่มีสติจะไปรู้อะไร คนมีสติก็จะรู้ดีกว่า เพราะฉะนั้นมีสติเต็ม สตินี้แปลว่า 100 มาจากคำว่า สตะ ฉะนั้นคนที่ควบคุมพลังงาน 100 ของตัวเองได้ดี แล้วสตินี้เป็นอำนาจ เป็นพลังแรง เป็นฤทธิ์ เป็นอำนาจ ควบคุมได้ วสวัตตีโก จึงสามารถควบคุมตัวเองกับสิ่งที่แวดล้อมในโลกได้ อย่างลอยตัวหรืออย่างเหนือ อุตระ สรุปเข้ามาหาในประเทศไทย ประเทศไทยมีคนที่เป็นอาริยบุคคล โลกุตระบุคคล จำนวน แม้จะใน 60 ล้าน 70 ล้าน เฉลี่ยแล้ว เป็นอาริยะมากกว่าทุกประเทศในโลก ทำไมอาตมากล้าพูดอย่างนี้ ประเทศอื่นเขาก็มีพุทธศาสนา พุทธศาสนาต้องเรียนรู้โลกุตระ แต่ประเทศอื่นเรียนรู้โลกุตระสู้ประเทศไทยไม่ได้ ไม่มีตัวเด่นยืนยันขึ้นมาหรอก ตัวเด่นยืนยันในปัจจุบันนี้เลย ในขณะนี้ ปัจจุบันชาติ วินาทีนี้ ที่มีชีวิตอยู่ มีลมหายใจ มีชีวิตอยู่ มีตัวตนบุคคล ในประเทศที่มีพุทธศาสนา ในศรีลังกา พม่า จีน ญวนมีใครเป็นตัวเด่น สู่แดนธรรม... มีภิกษุติช นัทฮันห์ ยังอยู่ พ่อครูว่า... ยังไม่เสียนะ นอนเป็นมนุษย์พืชอยู่ ก็ไม่มีบทบาทอะไรแล้วนี่ ติช นัทฮันห์ ยังเป็นมหายานอยู่ ยานโตงเตง คือยังไม่เข้าลึกถึงจิตวิญญาณ ยังอยู่แต่เรื่องสบายๆ ชีวิตสบายๆ คนก็ชอบ ก็ได้บริวาร อยู่สบายไม่ต้องอะไรมาก ทำอยู่ทำกินนิดๆหน่อยๆ มันก็คุ้มแล้ว ตัวบีเวอร์มันยังทำงานสร้างเขื่อนให้คนอื่นได้อาศัย แต่นี่คนอื่นไม่ได้อาศัยอะไรนักหรอก ขออภัยพูดชัดๆ กลุ่มของติช นัทฮันห์ ไม่ได้สร้างอาหารอะไรมาก ไม่ได้สร้างอุตสาหกรรมอะไรมาก อาหารก็ยังไม่ได้สร้างเผื่อแผ่ใครเลย กลุ่มติชนัทฮันห์ ต้องอาศัยผู้อื่นอยู่ อาศัยคนศรัทธาบริจาคมาให้กินให้อยู่ คุณงามความดีของคนนี้มีราคา คนเห็นว่าคนมีคุณงามความดีก็ช่วยเหลือแล้วมนุษย์ ให้แล้ว ทานแล้ว บริจาคแล้ว อาศัยเท่านี้ ติช นัทฮันห์ ก็อยู่ได้ ยิ่งคนทำดีไม่เบียดเบียนใคร ติช นัทฮันห์ ไม่เบียดเบียนใคร คนก็นับถือแล้วพอแล้วกินอยู่พอแล้ว ตัวเองก็บำเรอขนาดของตน ยังมีการเล่นกีต้าร์ยังร้องยังเล่นรำอะไรบันเทิงเริงรมย์ สบายอะไรอีกเยอะ เทียบเคียงกับชาวอโศกได้ (มีคนแจ้งมาว่า ติช นัทฮันห์ ตายแล้ว ) ถึงแม้ยังอยู่บริวารก็ขนาดนั้น ขนาดอาจารย์ก็ขนาดนั้นบริวารก็ขนาดนั้น พูดไปเดี๋ยวจะไปข่ม ติช นัทฮันห์ ผู้นับถือเขาก็มีอีกเยอะ อาตมาก็เกรงใจอยู่บ้าง แต่ก็เกรงใจไม่มากเท่าไหร่หรอก สู่แดนธรรม... มีคนบอกว่าหมู่บ้านพลัมของ ติช นัทฮันห์ ยังไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ไม่สามารถสร้างอาหารเลี้ยงตัวเองได้ แสดงว่าลักษณะโลกุตระธรรมอย่างหนึ่งสามารถพิสูจน์ที่ได้ดี พ่อครูว่า... อันนี้พิสูจน์ได้ดี สรุปเลย เข้าเป้า ผู้ที่สร้างอาหารพืชพันธุ์ธัญญาหารให้มากจนกระทั่ง เหลือกินเหลือใช้ ของชาวไทย เอาไปไล่แจกข้างนอกเลย เอาทิ้งไว้มันก็เน่าเสียของ ต้องรีบไล่แจกต่างประเทศเอาไปให้ ส่งฑูต ไปอยู่ต่างประเทศเลย เมืองไหนต้องการอะไรบ้าง ฑูตของโลกุตระจะไปอยู่หมู่บ้านนั้น หมู่บ้านนี้ ประเทศไหนขาดแคลนอะไรบอกมา เรามีอะไรเหลือ เกิน ก็ส่งไปแจกจ่าย ให้เหมาะสม จึงเป็นคนเผื่อแผ่เกื้อกูล เอื้อมเอื้อเกื้อกว้างได้อย่างเป็นสัดส่วน เป็นประโยชน์ให้โลกได้อาศัย ไม่ต้องเรื่องมากหรอกเรื่องอาหารการกิน กวฬิงการาหาร คำข้าวที่ต้องกินเข้าไปในร่างกาย ต้องกินทุกคน ไม่มีละเว้นเลย พระพุทธเจ้าก็ไม่ละเว้น นักเหาะเหินเดินอากาศได้ขนาดไหนก็ต้องกินอาหารอันนี้ นักโหดร้ายเลวร้ายขนาดไหนที่เป็นคน ก็ต้องกินอาหาร อาหารอันนี้ อาหารนี้จึงเป็นหนึ่งเดียวของโลก เป็นหนึ่งในโลก สร้างขึ้นมามันยังไม่ล้นโลก ยังไม่ท่วมโลก ยังไม่ทั่วโลกได้ ประเทศที่ยังขาดแคลนอาหารยังมีอยู่อีกเยอะ สู่แดนธรรม... ตอนนี้กำลัง insert ภาพกระท่อมแบ่งปัน พ่อครูว่า... ฑูต คือกระท่อมแบ่งปัน (สม.กล้าฯว่า... เปลี่ยนชื่อเป็นกระท่อมปันสุขแล้ว) พ่อครูว่า... ปันสุข จะไปซ้อนกับคำว่าสุขอีก เอาแบ่งปันนั้นดีแล้ว กวฬิงการาหาร พืชพันธุ์ธัญญาหารนี่แหละ สร้างเถอะ สรุปแล้วสร้างให้มาก คมนาคม ทุกวันนี้ก็ส่งได้ดีมากส่งได้เร็วไวไม่เสียไม่ทันเน่า ไม่ทันเสียอะไรเลย การจัดถนอมอาหารก็เก่งพอสมควรแล้วด้วย ไม่ทันเสียทันเน่า ทันแหง ไม่เสียคุณภาพอะไรหรอกยังสดอยู่ อาจจะลดคุณภาพบ้างเล็กน้อยแต่ทันการ ไม่ยืดยาดเกินไป สรุปว่า มาระดมสร้างอาหาร อย่าไปเอาพลังงานแม้แต่เล็กน้อย ไปเป็นพลังงานชั่วช้าสามานย์ ไปสร้างอาวุธเลย ปืน 1 กระบอก ก็ไม่ควรมีอยู่ในโลก เพราะปืนเอาไว้ใช้ยิงสัตว์ ตั้งแต่สัตว์เดรัจฉาน จนถึงเอาไปยิงคน เพราะฉะนั้นไม่จำเป็น ปืนไม่จำเป็นเลย พืชพันธุ์ธัญญาหารใช้มีดพร้ากะท้าขวานก็เหลือแหล่ที่จัดการ เป็นเครื่องมือใช้ประกอบการ พอแล้ว ไม่ต้องเอาปืนเอาลูกระเบิด ไม่ต้องทำเลย ปืนก็ดี ลูกระเบิดก็ดี ไม่ต้องทำ จนกระทั่งไปถึงอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเลวร้ายละเอียด อะไรก็แล้วแต่ ที่คิดกันยิ่งใหญ่ อย่างเช่น คิม จองอึนคิด อเมริกาก็คิด รัสเซียก็คิด จีนก็คิด แล้วก็สร้างเอาไว้ซุกซ่อนไว้ เรียกว่าระเบิดปรมาณู เรียกรวมๆ เดี๋ยวนี้มันยิ่งกว่าปรมาณูแล้ว มันเกือบจะถึงระเบิด สุญญาณูแล้ว ยิ่งทำให้เล็กละเอียด ยิ่งมีฤทธิ์แรงมาก มันคือความหมายสำคัญ มันก็พยายามทำ เพื่อเอาไปฆ่าสัตว์โดยเฉพาะไปฆ่าคน ฟังให้ดีเถอะความคิดเช่นนี้มันเลวร้ายจริงๆเลยคน คนที่ฟังอาตมาพูดแล้วไม่รู้สึกรู้สาอาตมาก็ว่าปล่อยให้เขาอยู่ในนรกไป ถ้าฟังอาตมาแล้วไม่รู้สึกรู้สา ไม่สำนึก ไม่หยุด ก็ต้องปล่อยเขาลงนรก เพราะมันเกินกว่าที่จะพูดกันได้แล้ว มันเป็นสัตว์นรกที่พูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว ถ้าเป็นคนเป็นผู้ประเสริฐ ฟังแล้วก็ต้องรู้แล้วว่า โอ้โห.. นี่เราจะมาเป็นผู้สร้าง เป็นตัวการสร้างอาวุธขึ้นมาฆ่าคน ความหมายแค่ว่า คนเราสร้างอาวุธขึ้นมาฆ่าคน มันก็เป็นความหมายชี้ชัดอยู่ว่า เป็นบาป เป็นความเลว แค่นี้เข้าใจบ้างไหม ใครเป็นคนบ้าง หรือจะเป็นสัตว์นรก ต้องมาเป็นคนสิ ซึ่งผู้ที่รู้ดีแล้ว ไม่ต้องคิดชั่ว ไม่ต้องสร้างสิ่งที่เลวร้าย มาเอาความคิด ความสามารถเอามาสร้างสิ่งที่ต้องอาศัยกินใช้ เรื่องของใช้ก็เรื่องหนึ่ง เครื่องใช้เอาไปเป็นระเบิดเขาก็บอกว่าสำคัญ ซึ่งเราไม่เอาเลย เพราะเราเข้าใจเรื่องเกิด เรื่องตาย เรื่องวิบาก อันนี้ลึกซึ้งที่สุดเลย กรรมวิบากเป็นอจินไตย เข้าใจเรื่องชีวะ เรื่องวิบาก ชีวะของสัตว์โลก ที่เกิดเป็นโอปปาติกสัตว์ เป็นสัตว์ทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่สัตว์แค่ระดับพืชเท่านั้น เป็นสัตว์ระดับจิตวิญญาณ มันจองเวรจองกรรม มันมีวิบากแก่กันและกัน เพราะฉะนั้นผู้ที่รู้อย่างพระพุทธเจ้าจึงได้ตัด ชักสะพานเสีย ตัดขาด ไม่ให้เรื่องของวิบากมายุ่งเกี่ยวกับเราอีกเลย จึงทำจิตให้เป็นพืช ไม่มีเชื่อมต่อกับวิบาก วิบากบาปกับสัตว์ตัวไหนอีก เราก็ไม่ทำ กับคนยิ่งไม่ทำใหญ่ เพราะคนนี้แหละมีความจองเวรจองกรรมได้หนักยิ่งกว่าสัตว์ แม้แต่อาหาร กวฬิงการาหาร อาหารคือคำข้าวพืชพันธุ์ธัญญาหาร เป็นเครื่องอาศัย มันไม่ใช่เป็นเรื่องการทำลาย สิ่งที่ว่าอาหารที่มันเฟ้อ พืชพันธุ์ธัญญาหารที่มีสารพิษอยู่ในนั้นก็ยังมี แต่เราทำให้เป็นพืชพันธุ์ธัญญาหารที่สะอาด ปราศจากสารพิษ นอกจากปราศจากสารที่เป็นพิษภัยแล้ว ยังมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์แก่สรีระ อาการ 32 ของมนุษยชาติ เราเป็นนักโภชนาการที่จะรู้ว่า มนุษย์เหมือนกันนี้มันจะคล้ายกัน มันต้องใช้อาหารชนิดนี้แหละ ที่จะเรียกด้วยภาษาเคมี อะไรอีกเยอะแยะ อาตมาไม่เก่งเคมี เพราะเรียนมาได้คะแนน 10 ส่วน 100 รองศาสตราจารย์ทองสุข พงศทัต อาตมาก็เรียนจากอาจารย์สตางค์อาจารย์ทองสุข นี่แหละ ท่านก็ไปสวรรค์หมดแล้ว เรียนวิทยาศาสตร์จากอาจารย์ระดับประเทศไทย คนเก่าแก่รุ่นอาตมา เรียนมาตั้งแต่อายุ 14 15 จนกระทั่งม.7 ม.8 นี่แหละอาจารย์เคมีของอาตมาก็มี 2 คนนี่แหละ อาจารย์สตางค์กับอาจารย์ทองสุข อาตมาก็เรียนได้คะแนน 10 ส่วน 100 ก็เลยไม่เอาดีทางวิทยาศาสตร์ มา เอาดีทางอักษรศาสตร์ แต่ดันไปเรียนเตรียมวิทยาศาสตร์ เสียเวลาเรียนเตรียมวิทยาศาสตร์ อยู่ตั้ง 3 ปี ทิ้งเปล่าๆเลย แต่ก็ได้ความรู้มานะ ได้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทางโน้นมาพอสมควร ไปเรียนก็ไม่เสียหลายหรอก แต่ว่าไปแล้ว ชำนาญทางอักษรศาสตร์มากกว่า ทุกวันนี้ก็ใช้อักษรศาสตร์ ใช้วรรณกรรม ใช้วรรณคดี ใช้ภาษา ใช้อักษร สื่อ ทำงานอยู่ทุกวันนี้ คนไทยขอให้เข้าใจตัวเอง สิ่งแวดล้อมอากาศแสงแดดต่างๆมันสมบูรณ์มันบริบูรณ์ มันคือเกณฑ์ของแดนสร้างพืช ประเทศไทยมีอาณาเขตประมาณนี้ ซึ่งมันสร้างได้แม้แต่ที่สุด อาตมาแนะนำ หากไม่มีพื้นดินสร้าง ก็สร้างกระถางผักคอนโด ห้อยลงมา 10 กระถาง 20 กระถาง ราดน้ำกระถางบนก็ไหลลงมาถึงกระถางล่าง ต้นจะไม่ตาย มันจะดูดเอาไว้ตามพลังงานของมัน ก็รดมัน หากมากก็รดบ่อย น้อยก็ไม่บ่อย หรือจะเอาแต่พอดีก็แล้วแต่มีรายละเอียดดีซึ่งคนฉลาดพอ อาตมาแนะนำนิดหน่อย พวกเราก็ฉลาดยิ่งกว่าอาตมาได้ ในการสร้างสิ่งเหล่านี้ สรุปก็คือ สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร ให้เป็นหนึ่งในโลก พระพุทธเจ้าท่านสรุป ข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่ง เพราะข้าวเปลือก ข้าวสาร หรือข้าว มันเป็นพืชชนิดที่มีธาตุอาหารอยู่ในนี้ สำหรับอาการ 32 ของมนุษย์ มากที่สุดในข้าว เพราะหลายคนก็ไปรังเกียจข้าว ว่ามีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่คนกินแต่ข้าวนี้จะอยู่ได้ พืชผักอื่นๆ ก็เป็นธาตุเฉลี่ยออกไป ซึ่งรู้กันทั่วโลกอยู่แล้วว่า พืชข้าว ข้าวเปลือก พูดให้ครบเพราะข้าวเปลือกมันถนอมอาหารเพราะยังมีเปลือกหุ้มไว้ แต่ข้าวสารเสียง่ายกว่า ดีไม่ดีข้าวเปลือกเอาไปปลูกงอกได้อีก ข้าวสารที่เสียสภาพแล้วเอาไปปลูกไม่งอกแล้ว ถ้ามนุษย์เข้าใจอย่างที่อาตมาพูด ช่วยกันสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารให้เหลือเฟือ ไม่ใช่แค่พอกินเท่านั้น พอกินก็เพียงเลี้ยงตัวเรา แต่ทำให้เหลือเฟือ ให้เหลือมาก ให้เหลือเกินๆ แล้วมีน้ำใจเผื่อแผ่แบ่งจ่าย ไม่ใช่ว่าเรามีอาหารข้าวพืชพันธุ์ธัญญาหาร มันเป็นของจำเป็นของมนุษย์ก็เอาอันนี้ไปโก่งราคา แล้วเอาเปรียบเอารัดเขามา มันเป็นบาปกินหัว อาตมาถึงไม่พาชาวอโศกไปเอาเปรียบเอารัดใคร แม้ว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดอย่างเช่นพืชพันธุ์ธัญญาหาร ที่เราจะผลิต ควรจะผลิตให้มากให้เกิน เรายังกระจายไปสำหรับคนขาดแคลนอาหาร ที่ยังมีอยู่ในโลกทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นเราสร้างอันนี้เถอะ เป็นความจำเป็น ซึ่งยังไม่เหลือเฟือ อย่าไปเอาพลังงานไปสร้างอาวุธ สร้างของเฟ้อๆ เทคโนโลยีต่างๆเฟ้อ พอแล้ว เกินแล้ว ขณะนี้เกินแล้ว เทคโนโลยีทุกวันนี้ มันมีบางชนิดเท่านั้นที่จะต้องอาศัย ที่จะเป็นพาหนะนำพาให้เร็ว ให้ได้มากๆ หรือรักษาถนอมคุณภาพ ถนอมอาหาร อย่าให้มันเสียง่าย ส่งไปให้แก่กันและกัน เกื้อกูลกัน ถ้ามีน้ำใจ จิตวิญญาณนี้เกื้อกูล เผื่อแผ่เอื้อเฟื้อเจือจาน ช่วยเหลือผู้อื่น เท่านี้แหละ ยิ่งใหญ่ที่สุด จิตใจที่เอื้อเฟื้อเจือจาน ยิ่งมีความฉลาด รู้เป้าหมาย รู้ความจำเป็นความต้องการของถิ่นที่มนุษยชาติ กลุ่มไหนเขาต้องการอะไร มนุษยชาติจำเป็นอันนี้ ยิ่งรู้ละเอียดเหมาะพอ ก็ยิ่งได้ประโยชน์ตรง ถูกประโยชน์ ถูกสภาพของมัน ไม่สูญเปล่า ก็ยิ่งดี ไม่มีอะไรสูญเปล่า ไม่มีอะไรบกพร่อง Errorหาย หกตกหล่น ก็ยิ่งดีเลย สรุปอีกที โศลกที่ว่า “คนฉลาดสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ” ชัดเจน คนไม่โง่เกินก็เข้าใจ ถ้าเข้าใจแล้วทำตามนี้แค่นี้ เปลี่ยนจากคนโง่คนชั่วช้าสามานย์ เอาพลังงาน เอาความรู้ความสามารถมาสร้างอาหาร แทนที่จะไปสร้างอาวุธ เท่านี้ก็เป็นผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่แล้ว สำหรับโพธิรักษ์ สำหรับวันนี้ ตะลุ่มตุ้มม้ง เจริญธรรม 641109_พ่อครูเทศน์งานมหาปวารณาครั้งที่ 39 คุณธรรมยิ่งใหญ่กว่าอาวุธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน