250527-3-227 ทางเอกภาค3-ตอน227(20ส.ค.2519-หน้า475)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ005.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์166 KB
วันที่แก้ไข28 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

จากนี้ไปเป็นการอบรมภาคเช้าของวันที่ 20 สิงหาคมพุทธศักราช 2519 โดยพ่อท่านพระพุทธชินราชที่พุทธสถานสันติอโศกอารบิกต่อลอตเตอรี่ลอตเตอรี่มนุษยธรรมเราได้ว่าไปแล้วถึงจะสอบประเภทประเภทที่เรียกว่ามันไม่อยู่ในการสรรเสริญพระพุทธเจ้าพวกเราไม่สรรเสริญพระประเภทที่พระพุทธเจ้าเราสรรเสริญเนื้อเรื่องการอวดอุตริมนุษยธรรมจึงควรจะรู้ให้ถูกมัน ภาพเชิงซ้อนซ่อนซ้อนอยู่ในตัวโดยเฉพาะอิทธิปาฏิหาริย์เทศนาปาฏิหาริย์ไม่มีซ้อนซ่อนอยู่ในตัวมันไม่ใช่ว่าคำตรงคำพูดนั้นมันไม่ใช่ตรงไปดื้อๆอย่างนั้นทีเดียวมันมีหมายมันมีการหมายเอาไอ้ความหมายอย่างรูปธรรมนามธรรมเพราะว่าทำไมมันไม่มีตัวตนเป็นนามธรรมสุดยอดผลไม้มันเป็นจิตใจเป็นสิ่งนามธรรมซึ่งมันไม่มีชื่อมันไม่มีภาษามันไม่มีตัวของมันเองจึงต้องขอ เรียกสมมุติเอาหยาบๆขึ้นมาแทนพอเลิกละเอียดแล้วก็เอาคำที่หยาบมาใช้มันก็เลยไปเข้าใจเพี้ยนจ๊ะพอเข้าใจไม่ถูกเขาหมายเอานามซึ่งมันไม่มีตัวตนแต่เราจำเป็นต้องเอาตัวตนของสมมุติหยาบเข้าไปแทนถ้าผู้ใดเข้าใจตามความหมายเป็นเนื้อทำเป็นสาระธรรมดังนั้นเข้าไปได้มันก็จะถึงเศรษฐกิจพอเพียงก็ใช้ใช้คำต่างๆนานาเข้าไปแทนแล้วแต่ว่าพหุนามโหติ หน้ากากคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้อะไรไปอย่างนี้เขาก็ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นน่ะทำคนตรงๆออกมาดื้อๆง่ายๆเนรมิตปั่นพุทธะขึ้นมาเฉยๆปั้นตัวหัวหางแขนขาขึ้นไว้เฉยๆไม่ใช่หมายเอาคนอย่างนั้นแต่คนที่มีธรรมะคนที่มีตัวตนที่เป็นธรรมะเอโกธัมโมซึ่งธรรมะนั้นขึ้นมาที่คนเกิดธรรมะขึ้นมาที่คนอย่างเงี้ยแทนเป็นคนเหมือนกันแต่เป็นคนที่เป็นพระอะไรอย่างนี้เป็นต้นมันมีความหมายมันมีหมาย ซึ่งเป็นคำพูดถ้าจะอธิบายสั้นๆก็อธิบายอย่างนั้นมันกระชับหรือว่าแทนกันไปแล้วมันก็ง่ายถ้าจะขยายความก็อธิบายอธิบายกันยาวเพราะยากันยาวดังที่อธิบายกันอยู่อย่างนี้เป็นต้นมันมี

อ่านต่อ

เชิงซ้อนซ่อนซ้อนอยู่ในตัวแต่มันไม่ได้ขัดคำสอนคำห้ามที่พระบรมศาสดาบัญญัติไว้เลยมันแม้จะซ้อนซ่อนซ้อนอย่างไรมันก็ไม่ได้ขัดไม่ขัดคำบัญญัติของพระบรมศาสดาถ้าว่ามันมีนัยยะที่หมุนรอบเชิงซ้อนอยู่จะต้องศึกษาให้ดีทำความกระจ่างกระจ่างให้ได้และจะไม่กังขาแม้สักนิดว่าอุตริมนุษยธรรมแท้ๆของพระ เจ้านั่นแหละต้องบอกต้องแสดงต้องเผยแพร่และอุจจาระมนุษย์ทำอย่างไรที่พระองค์ห้ามแสดงห้ามสรรเสริญเราจะต้องรู้จะต้องเข้าใจให้มันได้แท้ไม่ถึงขั้นไม่สงสัยให้ดีหรือให้กระจัดกระจายให้ดีส่วนผู้ไม่มีอิทธิพลจริงยิ่งในเรื่องอนุสาสนีปาฏิหาริย์คือเรื่องบอกเรื่องสอนนี่แหละก็จะต้องสังวรระวังให้มากที่สุดสำหรับผู้ไม่มีตัวนี้มันจะทำอย่างในเรื่องอนุศาสนาจารย์ กันได้สะดวกที่สุดและทำกันมากที่สุดเมื่อเป็นผู้ไม่รู้ทำแท้เป็นผู้ไม่บรรลุแท้เป็นผู้ไม่มีของจริงในตนแสดงมันจะกลายเป็นสาธยายแต่ความไม่ถูกจริงความไม่ลงร่องลงช่องที่ตนมีตนเป็นอยู่นั่นๆน่ะออกมาวงเล็บคือพูดก็เป็นคดีทำดีหรอกแต่ตัวเองทำอยู่มีแต่คดีโลกเป็นต้นอย่างนี้ก็ได้หรือร้ายหนักไปเลยก็พูดก็ไม่เป็นธรรมไม่ถูกทำยิ่งการกระทำและยิ่งแล้วเรายิ่งเลอะเทอะแต่ประกาศตนว่าเป็นผู้สืบสานศาสนา รับผิดชอบธรรมมันจึงจะต้องสังวรระวังให้มากๆจริงๆก็ต้องแสดงแต่ที่แน่ๆใจจริงๆจริงๆใจแน่ๆใจจริงๆใจมั่นมั่นใจอย่าประมาทเป็นอันขาดธรรมดาธรรมดานั้นผู้รับฟังอันเป็นผู้ไม่รู้มาก่อนอยู่แล้วเมื่อมาได้ฟังคำสาปให้ยายของนักแสดงเข้าก็จะเชื่อเมื่อคำสาปที่ยายนั้นพิสดารน่าเชื่อญี่ปุ่นสาวจะย้ายเป็นผู้รู้มากเรียนมากจำได้มากหรือยิ่งอวดเป็นเชิงว่าตนบรรลุตนมีตนเป็น ก็ยิ่งทำให้ผู้ฟังเชื่อหนักเชื่อแรงเขาก็รับพระรูปนั้นเป็นสังฆังสะระณังคัจฉามิเข้าให้ท่านทำอย่างไรเขาก็จะเอาเป็นแบบท่านเป็นอย่างไรเขาก็จะนับเนื่องเป็นถูกเป็นธรรมไปหมดเท่านั้นสัจธรรมมันไม่เบี้ยวตอนนี้แล้วมันจะไปเบี้ยวตอนไหนก็ลองคิดดูศาสนาจึงเสื่อมหนักเสื่อมแรงด้วยเพราะมันเป็นหลงผิดเอาร่องนั้นใส่ช่องนี้เอาร่องนู้นใส่ช่องนั้นไปตามสภาพของความไม่ลงร่องไม่ลงช่องแห่งผู้ไม่จริงดังกล่าวมานี้แหละ ก็เป็นการซ้ำยืนยันธรรมดาเอาพระผู้เปรียบประดุจมะม่วงกินเน่าอยู่ข้างในจึงหลุดจากขั้วเองเพราะนักบวชอุตริมนุษยธรรมในประเภทที่ 2 คือบอกสอนโดยไม่สังวรไม่ระวังและตนก็สู้แรงกิเลสตัณหาของตนไม่ได้เมื่อสาธยายไปสาธยายไปก็อดอวดแสดงเลยเถิดเทิงภูมิตนเลยธงเลยธงนั้นก็แสดงเลยเถิดเกินภูมิตนเลย การทำจริงที่ตนมีในตนจริงไม่ได้ผู้นั้นก็ได้ปราชิกไปแล้วโดยปริยายเป็นผู้ได้ทำลายศาสนาอยู่อยู่อย่างเลือดเย็นและแสนโหดร้ายที่สุดฉันนี้แหละผู้เปรียบประดุจมะม่วงกินเหล้าอยู่ข้างในจึงหลุดจากขั้วเองข้างนอกดูเรียบร้อยหารอยหาตำหนิหญ้าวงเล็บคือคำสอนที่ฉาบไว้แต่เน่าแล้วข้างในวงเล็บคือการกระทำการเป็นอยู่ค้านศีลละเมิดพุทธธรรมแม่ไม่หล่นจากต้น ไม่รู้จักขั้วก็เน่าแล้วคนพูดยังอวิชชาและยังไม่เก่งอ่านทางในจะไปรู้ได้ง่ายๆยังไงกันก็ต้องหลงเก็บเอาไปก็ต้องหลงเก็บเอาไปแน่ๆไม่ว่าจะอยู่บนต้นหรือจะร่วงลงมายังพื้นก็ตามและเขาก็จะไม่รู้จริงๆว่าเขาได้ผลเน่าผลเสียอย่างนั้นไปซ้ำเขาจะบริโภคมันอย่างน่าชื่นตาบานซะด้วยแล้วคนที่เป็นพุทธศาสนิกชนจึงถูกก่อถูกสร้างหรือถูกบูรณะถูกบำรุงให้เจริญเติบโตด้วยเชื้อเน่า โลกก็เต็มไปด้วยคนเน่าดูเอาเถิดว่าความเสียหายร้ายแรงของผู้เป็นต้นเหตุให้ความดีกลายเป็นความเน่าหรือทำกลายเป็นอธรรมนั้นมันมีผลเป็นปฏิกิริยาการไปขนาดไหนพระพุทธองค์จึงปรับโทษแรงกับผู้ไม่ระมัดระวังประเภทนี้คำพูดสมาชิกเพราะเหตุดังกล่าวนี้มีมากกว่ามากจะมียกเว้นก็แต่ผู้หลงตนว่าตนมีธรรมนั้นจริงจนบรรลุภูมินั้นจริงเท่านั้น ซึ่งเป็นกรณีที่ช่วยไม่ได้อันเป็นกรรมที่ไม่มีเจตนาเพราะด้วยเหตุนี้เองพระพุทธพระสาวกองค์ใดรูปใดท่านยังไม่มีอุตริมนุษยธรรมขั้นนั้นๆขนาดนั้นๆท่านก็จะต้องพูดออกตัวไว้เสมอว่านี่ไม่ใช่ภูมิของอาตมานะนี่เป็นคำสอนของอาจารย์ของอาตมาหรือไม่ก็นี่เป็นคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านเป็นอย่างนี้ท่านมีดังนี้ท่านตรัสไว้ว่าสิ่งนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนั้นสิ่งนี้เป็นอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้แม้พระอานนท์เจ้าก็จะออกตัวไว้เสมอๆว่าข้าพเจ้าได้ชนะ มาอย่างนี้และนี่เป็นต้นนั่นก็เพื่อการคนเข้าใจผิดสิ่งใดเกินก็ภูมิตนแล้วจงสังวรระวังให้มากอย่าไปแสดงธรรมที่ทำท่าให้เขาเข้าใจว่าเป็นภูมิตนเป็นอันขาดถ้าตนยังไม่มีจริงเป็นจริงหากผู้ฟังผู้รับเขาหลงเชื่อตามเมื่อใดและเมื่อและมันเป็นการอวดอุตริธรรมที่ไม่มีในตนด้วยแล้วก็เมื่อนั้นก็ครบองค์ปาราชิกบริบูรณ์สรุปสั้นๆเรื่องอุทยานนั้นเป็นมรรคผลก็มีไม่ใช่มรรคผลก็มีแบ่งเป็นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทซึ่งเป็นความเก่งเยี่ยมเกินมนุษย์ธรรมดา ธรรมดาที่จะทำกันไม่ได้ง่ายๆทั้ง 2 ประเภทมันเป็นความเก่งทั้งสองประเภททำไม่ได้ง่ายๆทั้ง 2 ประเภทนั่นแหละแต่ว่าไอ้ที่มันเป็นมรรคผลก็มีไม่ใช่มรรคผลก็มีประเภทไม่ใช่มักผลก็คืออิทธิปาฏิหาริย์กับพระเทศนาปาฏิหาริย์ความเก่งเยี่ยมประเภทนี้ใครจะมีได้จริงกันขนาดไหนก็ไม่ต้องแสดงพระพุทธเจ้าไม่พาทำซ้ำห้ามเอาด้วยไม่เผยไม่แพร่แต่พุทธศาสนาทุกวันนี้มันเสื่อมเสียจนมันกลับไม่เป็นดังกล่าวและไม่ได้กลับน้อยๆซะด้วยมันกลับตรงกันข้ามไปเลยคือกลับเล่าเรื่องเผยแพร่ประกาศ และไม่ห้ามไม่ปรับอาบัติกันซะด้วยกลับช่วยกันส่งเสริมให้ผลิตฤทธิ์ประโคมให้แข็งเดทกันเข้าไปใหญ่อาเพศกันขนาดไหนพุทธศาสนามิจฉาทิฐิกันขนาดไหนพุทธศาสนิกชนการอวดอุตริมนุษยธรรมประเภทที่ 1 นี้ถ้าไม่มีในตนจริงอวดเข้าแสดงเข้าก็สมาชิกแต่ถึงมีจริงก็อย่าแสดงอย่าแสดงอย่าเผยอย่าแพร่ปกปิดไว้อมพระนำเข้าไว้เข้าใจกันให้ถูกให้ต้องกันอย่างนี้ได้ไหมส่วนประเภทที่เป็นมรรคผล อนุสาสนีปาฏิหาริย์ความเก่งเยี่ยมประเภทนี้สิพระพุทธเจ้าทรงเร่งทรงเร้าให้พุทธสาวกผู้บรรลุแล้วจงอู่วัดจงแสดงจงบอกกล่าวจงประกาศจงเผยจงแพทย์ต่อต่อกันออกไปออกไปออกไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของศาสนากับเป็นประโยชน์สุขแก่ปวงชนโดยตรงแต่พุทธศาสนาทุกวันนี้มันเสื่อมเสียจนมันกลับไม่เป็นดังกล่าวและไม่ได้กลับน้อยๆซะด้วยมันกลับตรงกันข้ามเอาเลยคือครับเผยไม่ได้ต้องปกปิดไว้อมพนำไว้ประกาศมรรคเปิดเผยผลก็ไม่ได้ จะจับสึกกันทันทีเลยอาเพศกันขนาดไหนพุทธศาสนามิจฉาทิฐิกันขนาดไหนพุทธศาสนิกชนและสภาพการแท้ๆของพุทธศาสนาทุกวันนี้มันเป็นเช่นว่านี้จริงๆมีเขียนเติมแล้วลองคิดดูเถิดว่าศาสนาพุทธจะไปรอดหรือเนี่ยนี่มันไม่ได้ถูกทำลายอยู่ดอกหรือวัตถุทำลายอย่างน่าสงสารซะด้วยเพราะมันถูกทำลายโดยไม่เจตนาหรือโดยความรู้เท่าไม่ถึงความจริงแท้นั่นแหละมากกว่ามากถ้าผู้ใดรู้แล้วก็น่าจะเลิกส่งเสริมเลิก เผยแพร่หันมาช่วยกันเผยแพร่สิ่งที่ถูกทางที่ถูกบ้างการอวดอนุสาสนีปาฏิหาริย์นั้นถ้าไม่มีในตนจึงปวดข้าวก็ปราชิกทันทีเหมือนกันแต่ถ้ามีในตนจริงแล้วก็จะอวดเถิดตามขั้นตามภูมิอย่าให้มันเลยเถิดและที่จะต้องระมัดระวังบ้างก็คือจะแสดงแก่ใครก็จงดูฐานดูถูกของเขาบ้างวงเล็บบริษัทอยู่บุคคโลพลังอยู่ถ้าเป็นผู้ที่ยังไม่ประสีประสาอะไรก็ควรแสดงที่พอแก่ฐานะของเขาอย่าไปแสดงสูง ไปวงเล็บซึ่งทุกวันนี้ไม่มีขั้นไม่มีตอนกันเลยศักดาไม่สอนกันแล้วใครจะปฏิบัติธรรมก็จับฐานจิตในจิตเลยทันทีประพฤติพรตของพระอนาคามีจะเอาอรหันต์กันทันทีทันใดทุกวันนี้มันเป็นอย่างนั้นเพราะสอนบ้างจับเลยตัวจิตตัวอะไรหรือว่าเล่นกับจิตกันไปทีเดียวไม่มีศีลไม่มีพรตไม่มีอ้าวจงไปอย่าฆ่าสัตว์นะอย่าลักทรัพย์นะอย่าอะไรต่ออะไรเดี๋ยวนี้เณรไอ้พวกนี้ทำไมถึงไม่ลักทรัพย์ทำไมถึงไม่ฆ่าสัตว์ทำไมถึงไม่ตามทำไมถึงไปวุ่นวายในเรื่องทำไมถึงไม่ต้องไปวุ่นในเรื่องที่จะพิจารณารูปรถเป็นเสียงสัมผัสต่างๆไม่ขยายคำขยายความให้ เลื่อมใสศรัทธาให้เขาเห็นดีในการที่จะรับเอาอย่างพวกนี้ไปประพฤติเป็นพรตแต่กระทำให้แก่ตนมันเซ็งผมบอกสีนี้เซ็งคนไม่มีศีลสิกขาแล้วมันมีการพัฒนาศีลไม่มีการพยายามที่จะหาอุบายโกศลในการที่จะกระทำศีลให้เขาศึกษาและมันถึงจะเกิดจิตและเราถึงจะได้พยายามอาศัยสิ่งที่เกิดในเขานั้นน่ะไม่ค่อยศึกษาจับจิตหรือว่าจับสภาพมันถึงจะได้ประโยชน์เป็นสมาธิหรือว่าเป็นสินค้าผิดศีลก็ไร้ผลแล้วทุกวันนี้กลายเป็นจารีตประเพณีเป็นศิลปะพม่าเป็นอะไรต่ออะไรที่กระทำกันเยอะไปเยอะมาเฉย เล่นกับมึงเพลงกันก็ไม่ตรงด้วยไม่ตรงเป้ามันก็เลยไม่เข้าเรื่องราวแล้วพูดอยู่ในระดับต้นก็ควรจะรู้ต้นอยู่ในระดับกลางก็ควรจะแสดงภูมิกลางๆแก่เขาเราไม่เช่นนั้นมันจะเกิดเสียขึ้นได้หรือไม่งั้นก็เสียเวลาเปล่ามาลีเรียกผู้ยังเริ่มยังไม่บรรลุขั้นง่ายๆขั้นแรกๆนี้ว่าอนุสัญญาผู้สมควรจะได้รับทำที่เพิ่มชั้นเพิ่มๆก็เรียกผู้สมควรจะได้รับทำที่เพิ่มขึ้นเพิ่มตอนสูงขึ้นมาอุปสมบทปัจจุบัน อันดับนัดเวลาจะแสดงธรรมจึงให้ดูเหมาะสมกับผู้จะรับถ้าเป็นอนุสัญญาอวดอุตริมนุษยธรรมมากนักสูงนักคืออย่าแสดงธรรมขั้นยากเกินฐานของเขานักหรืออยากเอาขั้นปลายมาสอนเค้ามันไม่เข้าใจหรือมันจะเข้าใจผิดยึดผิดๆได้เข้าใจแม่จะละเมิดการอวดอุตริมนุษยธรรมกับมนุษย์สัมพันธ์ออกไปก็ตามมันก็ไม่ใช่จะได้รับโทษคอขาดบาดตายอะไรหรอกถ้าเรามีอุตสาหกรรมนั้นในตนจริงโทษตามวินัยก็เพียงฝ่าย 10 ปีเท่านั้นเอง ซึ่งต่างก็ได้พากันเข้าใจผิดกันมากมายเอาเหลือเกินในทุกวันนี้ฉันเชื่อกันว่าอวดมักแสดงผลอะไรกันไม่ได้เอาเลยโมเมเหมาหมู่กันเลยตีขุมเป็นนัยยะเดียวกันกับตรวจลอตเตอรี่งวดประจำที่ไม่มีในตนหมดเอาเหมาไปหมดเลยถ้าใครจะอวดอุตริทำจะอวดบอกว่าอย่างนี้เป็นพระโสดาอย่างนี้เป็นพระราชทานนะเราเป็นปุถุชนเริ่มต้นก็เป็นพระโสดาบันให้ไปเรียนรู้ของหยาบตรงนี้รักษาศีลกันต่ำๆแค่คันสุราซึ่งหมายความว่าต้องดูของเร็วของหยาบของต่ำและก็ไปกระทำไม่ได้ไล่ขึ้นไปเรื่อยๆที่ทำยามากๆจนกระทั่งถึงขั้นศีล 5 จะทำไม่ได้ให้บริบูรณ์เจ้าก็ บอกกันไม่ได้จะบอกให้ทำอย่างนี้เป็นมรรคเป็นผลไม่ได้กล่าวคำว่ามักว่าผลไม่ได้เนี่ยเป็นทางปฏิบัตินะถ้าเป็นการบรรลุความสำเร็จรู้ให้ดีรู้ให้เข้าใจเป็นสุตมยปัญญาแล้วเอาไปกินตาไม่ใช่ปัญญาแล้วก็ไปปฏิบัติให้เกิดภาวนามะยะปัญญาหรือให้บรรลุสำเร็จลงจริงสัมผัสจริงให้ได้มีการวิมุตมีการขาดสิ้นให้ได้อธิบายก็ไม่ได้มันก็ไม่รู้ขั้นตอนการมันก็ต้องอธิบายมากอธิบายผลนี้แหละไม่อธิบายมากมายอธิบายผลไปได้ยังไงผู้มีเขาก็กล่าวกันแล้วก็ยืนยันกันเป็นเอเชียดังกล่าวแล้วยืนยันกันเนี่ยยืนยันไม่ได้กลับบอกว่ายืนยัน ถ้ายืนยันแล้วก็ผิดยืนยันแล้วก็สมาชิกแม้มีในตนกับสมาชิกซึ่งเหมาโมเมไปหมดถ้าขืนอวดขืนแสดงแล้วก็เป็นต้องราชิตทันทีโถก็ถ้าแสดงไม่ได้เลยแล้วพระพุทธองค์จะบัญญัติวินัยครอบปาจิตตีย์นี้ไว้ให้เสียเวลาทำไมแค่นี้ก็คิดไม่ออกกันบ้างเถิดก็แสดงว่าแสดงได้อวดอุตริมนุษยธรรมและแสดงได้วินัยข้อนี้มันจะทำให้เราฟังได้แสดงธรรมในระหว่างอุปกรณ์แสดงให้มันผิดขั้นผิดตอนนักหรือคำสอน ของพระบรมศาสดาที่ตรัสไว้ในอภินิหารปัจจะเวกขณะธรรมสูตรอังคุตตรนิกายทัศนีย์บาทข้อ 48 ธรรมะ 10 ประการอันบรรพชิตพึงพิจารณาเนืองๆในประการที่ 10 นั้นที่ว่าคุณวิเศษที่เป็นอุตริมนุษยธรรมอันเราบรรลุแล้วนั้นน่ะมีอยู่หรือไม่ที่จะให้เราเป็นผู้ไม่เคยเมื่อเวลาเพื่อนนักปฏิบัติธรรมถามในการภายหลังก็ออกอย่างนี้แล้วมันหมายความว่าจะทำกันได้หรือไม่ก็จงพิจารณาดูซิพระพุทธองค์ไงเตรียมไว้พูดเตรียมไว้อวดให้ได้ด้วยซ้ำไปไม่ใช่หรือ ถ้ายังสงสัยกันว่าอวดอวดมักอวดผลตนว่าเป็นพระอริยะไม่ได้ก็จงไปอ่านพระไตรปิฎกกันดูดีๆเถิดเช่นสุ่มสังยุตตนิกายนิทานวรรคที่เคยยกอ้างแล้วหรือในทีฆนิกายสีลขันธวรรคทุกสูตรพระพุทธองค์เองก็อวดตัวประกาศตัวเองตลอดเวลาว่าท่านเป็นสยามภูมิเป็นยอดมนุษย์ถ้าอยากได้จริงๆก็มีให้ยืนยันกลายเป็นว่าตีขุมเหมาไปเป็นเลขเป็นเลขของผู้ที่จะใช้ปีขุมดังกล่าวแล้วด้วยก็ได้แล้วก็โดยจริงมันก็เป็นเรื่องจริงว่าต้องพูดกันแม่ไปจะไปอุตรดิตถ์ทำ อวดกันง่ายๆโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้ตัวเองตัวเองก็ไม่สังวรตัวเองอวดแล้วก็หลงเลอะไปมันเผลอตัวง่ายเหมือนกันประเดี๋ยวพูดไปก็จะไปยืนยันไปหลายๆเลอะๆอะไรก็ได้ออกมาแล้วมันก็ตามใจตนขี้เหล่มันยังมีอยู่มันก็เป็นผิดง่ายที่สุดเพราะมันอดไม่ได้เพราะพูดไปพูดไปพูดไปจำภาษาได้อะไรต่ออะไรเก่งๆแล้วมันอดไม่ได้ที่มันจะไหลเกินภูมิเกินทนไม่ได้ออกมาจึงต้องปรามกันหนักก็จริงอยู่นะก็ตกปลากันหนักหน่อยก็จริงอยู่แต่ว่าจะพูดตีผมพูดอมพนำเดี๋ยวนี้พูดหมายว่าอวดไม่ได้เลยแม้มีในตนแม้เป็นจริงยังไงก็พูดไม่ได้แต่ถ้า พูดกันนะพูดวิมุตผู้ชายพูดนิพพานอะไรกันเยอะแยะไปแต่ที่จริงก็พูดกันแต่ก็บอกว่าพูดไม่ได้พูดไม่ได้พูดการสอนกันยังคงค้างๆไปก็พูดไม่ได้แล้วทีนี้เผื่อใครจะถามว่าใครจะถามต่อไปอีกว่าแล้วถ้าเงินได้ไหมท่านเป็นโสดาบันนี้แล้วยังเข้าไปอีกเนี่ยซึ่งเขาก็ถามเราก็บอกเขาเป็นธรรมดาบางครั้งบางคราวเราก็เลี้ยงไปด้วยซ้ำไปอันนี้ก็เป็นธรรมดาของมนุษย์อยู่แล้วทุกคนพูดที่รู้อยู่แล้วปวดตัวอวดตนโอเกินขนาดมันก็น่าอาบน้ำอายหรือว่าแสดงความอยากใหญ่อยากโก้อยากเด่นอยากดีอยากดังซึ่ง ก็รู้อยู่แล้วคุณธรรมธรรมดาธรรมดาของผู้ที่เขามีคุณธรรมเขาก็ต้องรู้อยู่แล้วล่ะถ้าอย่างนั้นเขาไม่ได้อยากอวดอยากไอ้นั่นอะไรเป็นนักร้องสำหรับผู้ที่มีคุณธรรมไม่จำเป็นอะไรมากนักที่เขาจะต้องไม่พูดซึ่งมันก็เป็นจริงใครจะไปอยู่ดีๆไปนั่งอวดน้องโอ๋ก็พูดมากพูดผลนี่แหละปวดมากปวดหนวดแสดงทางปฏิบัติและก็บอกผลมันดีอย่างนั้นดีอย่างนี้โชว์ไปเร่งเร้าหรือว่าชักชวนชี้ชวนโน้มนำกันมาให้เห็นดีเห็นชอบมันก็ต้องอวดอยู่อย่างนั้นแหละยืนยันว่ายืนยันผลถ้าไม่ยืนยันแล้วมันก็ไม่มีน้ำยาทำเป็นแต่เพียงว่าให้ฉลาด ตรวจฉลาดแสดงอย่าให้เสียผลอย่าให้เข้าใจผิดเพราะธรรมะสูงสูงขึ้นนั้นน่ะมันมักจะตีกลับต้องระวังและสำหรับพระอริยะที่ยังไม่ถึงขั้นอรหันต์จะอวดจะแสดงก็ให้ระวังกิเลสของตนอย่าแสดงว่ากินเลสด้วยตัณหาเป็นอันขาดอย่างนี้แล้วก็ถูกทำอย่างนี้แล้วก็ถูกทำแต่เดี๋ยวนี้ถูกบิดเบือนไปสิ้นแล้วห้ามแสดงมักห้ามอวดผลห้ามเปิดเผยอุทยานและจะเรียนพุทธธรรมเอาอะไรกันไม่เอามากไม่เอาผลเรียนคุณธรรมอะไร เดี๋ยวผมจะทำเอาเดี๋ยวจะใช้วิชาพุทธศาสนามันอาเพศออกป่านนี้แล้วเพทุบายของมิจฉาทิฏฐิบุคคลหรืออิฐศึกษาบุคคลจึงได้สำรวจผลรอบกลุ่มพุทธศาสนิกชนจนตันตื้นปัญญาเหมือนถูกล้าสมองเมื่อห้ามไม่แสดงมักอวดผลห้ามคนผู้บรรลุไม่ให้แสดงตนวงเล็บซึ่งขัดกับสวากขากระทำข้อเอหิปัสสิโกอยู่ทนโท่ทำงานไม่แสดงมักเกิดผลห้ามคนผู้บรรลุไม่ให้แสดงตนได้สำเร็จศาสนาก็นับวันตายกันได้เลยศาสนาก็นับวันตายกันเลยได้เท่านั้นเอง เพราะว่าไปหาผู้ที่ได้มักได้ผลไม่ให้แสดงมักแสดงผลและศาสดาพุทธศาสนาในขณะนี้จึงมีลมปราณขมับๆเต็มทีผู้ฆ่าสัตว์พุทธศาสนาคือคือใครกันเอ่ยและใครคือผู้ได้ร่วมขบวนการฆ่าพระพุทธศาสนาด้วยวิธีนี้กับเขาบ้างผู้รู้สำนึกจงถอนตัวออกจากขบวนการเสียอย่าตกเป็นเหยื่อมารโดยปริยายเพราะความขาวของเราเป็นเอกเพราะความขาวของเราเองเป็นอันขาดพุทธศาสนาทุกวันนี้จึงกลายเป็นศาสนาแห่งไสยศาสตร์ศาสนาแห่งเดรัจฉานศาสตร์ศาสนา พาณิชยศาสตร์ศาสนาแห่งระบบลูกโลกศาสนาแห่งรัฐศาสตร์การเมืองศาสนาแห่งแดนสนธยาคือแสนเวิ้งว้างและรำไรยุบอยู่ทั้งๆที่พุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งปัญญาศาสนาแห่งความเจิดจ้าสว่างไสวเป็นศาสนาแห่งผู้ตื่นผู้รู้เป็นศาสนาแห่งเหตุผลเป็นศาสนาที่มีความจริงมีสิ่งพิสูจน์ดุจเดียวกับวิทยาศาสตร์เป็นศาสนาที่ช่วยตัวเองได้อย่างองอาจจริงๆเป็นศาสนาที่สะอาดบริสุทธิ์ไม่ต้องยุ่งเหยิงรื่นเริงและไม่ต้องร่วมแสดงค่าอาศัยไม่ต้องร่วมแสดง ต่างๆอัพความรู้ความเก่งในอนาคตความรู้ความเก่งในนาข้าวไม่ต้องร่วมแสดงศาสตร์ต่างๆที่กล่าวถึงมาบ้างแล้วนี้ในทางที่ยังไม่ได้กล่าวถึงอีกใดๆมาช่วยโฆษณามาช่วยเผยแพร่ดอกไม่ต้องจริงๆเพราะมันจะทำให้เลอะเพราะพุทธศาสนาพึ่งตัวเองพึ่งตัวศาสนาของเนื้อศาสนาของตัวศาสนาเองศาสนาพุทธไม่ต้องไปพึ่งไสยศาสตร์มาอ่าช่วยศาสนาพุทธไม่ต้องไปพึ่งเดรัจฉานศาลมาช่วยศาสนาพุทธไม่ต้องไปอาศัยพาณิชย์วิทยาศาสตร์มาช่วย ศาสนาพุทธไม่ต้องหรอกทีนี้ถ้าเผื่อว่ายิ่งไปเอาไอ้นี่มาสิมันเลอะมันคนเข้าใจไม่ได้แยกไม่ออกมันละเอียดอยู่แล้วมันก็ไปกันใหญ่พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่อิสระในตัวมันเองอย่างไม่มีความเป็นสองมาเกี่ยวข้องด้วยเลยได้ชนิดเด็ดขาดแท้จริงสำหรับพูดถึงจริงมนุษย์จริงแต่ก็เกี่ยวก้อยสัมพันธ์ใหญ่อยู่กับสังคมศาสนาอิสลามในตัวมันเองของพุทธโดยตรงนั้นมันทำงานของอยู่ในขอบเขตของพุทธอยู่ในขอบเขตของคุณแต่มันก็ไม่ได้เป็นศาสนา โดดเดี่ยวหรือว่าศาสนาทิ้งหมู่ทิ้งสังคมหรือทิ้งอะไรก็ได้ไปมันยังมันยังเป็นศาสนาที่ยังเกี่ยวก้อยสัมพันธ์ใหญ่อยู่กับสังคมเกื้อกูลโลกประสานสอดแทรกซึมอยู่กับมวลชนทุกระดับฐานะโดยไม่ต้องหนีหน้าหลบตาปลีกตัวไปเอาความอิสระหยาบจากที่ไหนให้ลำบากเพราะในที่แคบที่สุดจนไม่มีที่จะกระดิกได้เลยนั้นพุทธศาสนาก็อิสระได้หรือแม้ในที่กว้างสุดมหาเอกภพไม่มีที่สิ้นสุดพุทธศาสนาก็อิสระได้ผู้เข้าถึงแล้วแท้จริงในพุทธศาสนาแม้ร่างกาย ท่านจะอยู่ท่ามกลางกำแพงคุก 100 ชั้นท่านก็อิสระถ้าจะถูกพัฒนามัดแน่นอยู่ด้วยเครื่องผูกเป็นโซ่หรือเครื่องมัดอย่างใดอย่างใดร้อยรอบพันรอบท่านก็อิสระถ้าจะอยู่ห้องล้อมด้วยฝูงชนทั้งคนพาลคนดีนานๆนับท่านก็อิสระท่านจะอยู่กับผัสสะที่โลกสัตว์โลกสร้างขึ้นมาขนาดใดๆๆท่านก็อิสระเพราะท่านเป็นผู้ได้แล้วมีแล้วซึ่งฌานเป็นฐานพักเป็นทิฏฐธรรมสุขกับวิหารและมีวิชาจรณะทั้งหลายเป็นเครื่องยังให้เกิดนิพพานอันบริบูรณ์อยู่ได้ ทุกขณะทุกสถานที่ทุกสภาวะประชุมวิชาทั้ง 8 ประการก็ได้อธิบายมาแล้วหลายครั้งหลายคราหลายชั้นหลายเชิงตลอดกระทั่งเป็นเชิงซ้อนและที่สุดแค้นเอาแต่ที่เป็นพุทธบริสุทธิ์แท้ๆก็ได้แยกศัพท์แยกส่วนให้เข้าใจกระจัดกระจ่างไปแล้วจะระณะถ้าผิดพลาดก็อธิบายกันมาแล้ววนแล้ววนอีกเพื่อม้วนเพื่อขยายเพื่อเค้นเพื่อรับรอบให้ชัดจนถึงจุดสุดท้ายกันหลายสุดแล้วณบัดนี้ก็จะขอกล่าวให้ถึงสภาพจำเพาะของฌาน 1 ฌาน 2 ชั้น 3 ฌาน 4 ให้เป็นที่สุดคือ ก็นั่นแหละกว่าจะถึงเนื้อถึงตัวของคำว่าฌาน 1 ฌาน 2 ชาญ 3 ชานสี่กันแจ๊ะๆก็ขออารัมภกถาให้เป็นอุทานกันอย่างแน่วแน่กันซะก่อนสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้ก็แน่ล่ะว่าต้องอิติวุตตกะอย่างไม่ต้องสงสัยเลยมันคือเรื่องฌานอธิบายฌานซ้ำซะอีกนั่นเองและแน่นอนที่สุดแม้จะเป็นชาดกแสนจะแก่เหล้าเก่ากันอีกเท่าใดผู้มีปรีชาก็ย่อมจะเกิดอับพูดจะทำได้อีกเสมอๆฉันนี่แหละถึงได้ชื่อว่าเวทัลละอันเป็นศาสตร์ยอดแห่งศัตรู มีอารัมภบทคือเครื่องกรองอัลบั้มบทนี้คือเครื่องกรองเอาชื่อเอาภาษามาใช้เอาภาษาบาลีมาประกอบภาษาใช้เลยจะแน่ใจว่าเราเองคั้นมาได้หรือเปล่าเคยยะมาได้หรือเปล่าอย่าอ่านภาษามาทั้งหมดนี้คือไวยะคณะการขยายการอธิบายมาทีนี้พอมาถึงที่พักคลองด้วยเครือของเล่นตะแกรงฉี่คั้นเค็มด้วยภาษาคำว่าคาถาอุทานอิติวุฒากาศชาดกกับพุทธธรรมเวทัลละนี่อาจจะเข้าใจกันได้ไหม ฌานนั้นก็คือสภาพจิตของผู้ที่รู้แจ้งเข้าใจจริงแล้วถึงกามฉันทะพญาบาตรผีนะมีพระพุทธเจ้าจนพ้นความเคลือบแคลงสงสัยพ้นความลังเลทั้งรู้จักเจ้าตัวเคลือบแคลงสงสัยตัวลังเลหรือตัววิจิตรอิจฉานี้เองด้วยอย่างถูกต้องดีจริงและในสภาพจิตนั้นไม่มีจะพวกนิวรณ์ทั้ง 5 นี้แสดงบทบาทอยู่ในนั้นด้วย ดังนี้เรียกว่าชาญไม่ว่าขณะนั้นคนผู้นั้นจะเดินอยู่ยืนอยู่หรือนั่งอยู่นอนอยู่ทำงานใดๆอยู่ก็ตามนี่เป็นนิยามของคำว่าฌานชัดๆรวมสั้นๆไม่ต้องยาวแล้วตามอาจารย์ต๊ะคือจิตที่ยังทำงานปรุงอารมณ์ไปกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสไม้ตนเสพสมใจสุขสมใจอร่อยสมใจผลที่ได้รับเศษนั้นๆเรียกว่ากามสุขัลลิกานุโยค ที่นี้ถ้าใครจิตของใครแม้จะกระทบสัมผัสอยู่ด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเป็นขันเป็นทาสเป็นอายตนะแต่ก็ไม่ได้ปรุงเป็นรสเป็นชาติชื่นชอบสนุกสนานซานซ่าเอร็ดอร่อยอะไรเลยมีสักแต่ว่าเห็นก็รับสภาพรู้ทางตาไปตามความจริงของลูกนั้นภาพนั้นสักแต่ว่ารถก็รับคุรุสภาว่าทางนี้ไปตามสภาพจริงแต่ว่ากลิ่นก็รับรู้สภาวะทางจมูกไปตามสภาพจริงสักแต่ว่าเสียงก็รับรู้ไปตามสภาพที่ได้ยินรู้จักแต่ว่ากระทบสัมผัสก็รับรู้สภาวะนั้นตามความเป็นความมีของสิ่งที่มากระทบกันนั้นจะส่งผลก็เพียงเท่านั้นไม่ติดใจไม่ผูกพันไม่ตกอยู่ ใต้ฤทธิ์ของรูปรถเป็นเสียงสัมผัสมันๆทำให้ชอบทำให้ชื่นแรงทำให้สนุกทำให้อร่อยมากจนเหลือรอยตราไว้อันนี้ผมบอกว่านิมมานรดีเฉยๆมันจะไม่เข้าใจมาเติมในวงเล็บให้หน่อยตามไม่เหลือแม้แต่ขนาดนิมมานรดีกรรมไม่เหลือแม้แต่ขนาดนิมมานรดีเหลือรอยตราไว้นี่แหละหมายความว่าไอ้การน่ะมันตราไว้ที่จิตอยู่ไม่เหลือแม้แต่ขนาดนิมมานรดี ให้ไปให้ไปอย่างอยากได้ไม่เหลือรอยตราไว้ให้ไปอยากได้อยากมีเป็นไปภายหน้าให้ประหยัดได้อยากมีเป็นไปภายหน้าอันนี้ก็เติมในวงเล็บว่าการไม่เหลือแม้แต่ขนาดวันละนิดๆวสวัตตีมีเรื่องของการเรื่องของความใคร่ยากหรือความจะเอานี่ไม่เหลือแม้แต่ขณะที่เราเรียกว่านิมมานรดีหรือเราเรียกว่าสวรรค์ชั้นนิมมานรดีคือมีสิ่งที่มันประกอบพร้อมอยู่หรือมันมีอยู่มันไม่มีไม่มีแม้แต่สภาพที่เรียกว่านิมมานรดีสภาพที่ตรึงตราเอาไว้สภาพที่ ก็เป็นรูปลอยเอาไว้มันไม่มีรูปกรอบมันไม่มีเหลือตราตรึงติดไว้มันไม่มีเหลือตาตรึงติดไว้ที่จิตต้องปล่อยออกเดี๋ยววันนี้มานานพอดีแล้วมันก็ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่เหลือรอยไว้ว่าจะต้องมีจำไว้หน่อยนึงว่ามันวางไว้ว่าคราวหน้าถ้าจะควรได้อีกเรียกว่ากรณีนี้มันไม่มีจิตใจที่ว่าคราวหน้าคราวหน้ามันควรจะมีถ้าได้อย่างนี้อีกนิดโอกาสหน้ามันควรจะมีบางคนจะได้นะแล้วก็กรณีมีประสบการณ์โรคอื่นโลกหน้า มันไปอีกที่ไปต่างจากปัจจุบันนี้ไปอีกมันเป็นไอ้ปลาว่ายหมายความว่ามันมีรอยถ้ามีรอยปลาไว้ที่จิตแน่นอนกรณีนิมิตภาษาจีนมีด้วยแน่นอนแต่ว่าไม่ถึงตราไม่ถึงตรึงตราหรือว่าประทับใจไว้เรียกว่าไม่มีนิมิตนิมมานรดีไม่มีจึงตราติดไว้ประทับตราประทับใจไว้ว่าเป็นความอยากความใคร่รตีหรือว่าดีเนี่ยแปลว่าความรักความใคร่มันไม่ต้องจึงกล่าวไว้มันถึงจะถึงกล่าวไว้แต่ก็ยังมีรอยลางๆเลือนที่จะมันน่า เป็นภพอยู่เป็นร้อยๆอยู่คราวหน้ามันน่าจะได้อีกนะมันดีเหมือนกันอันนี้มันดีมันน่าจะได้ต่อไปอีกมันน่าจะได้ต่อไปอีกมันมันฟังให้ดีนะคนมันไม่บันทึกประทับตราหรอกแต่ยังรู้สึกว่ามันมีผลส่งต่อมันยังจำมันยังมันยังคิดว่าอันนี้ไม่จบไม่จบมันไม่ถึงขั้นแบบพับใจก็ตามไม่มีนิมมานรดีแต่กรณีนี้เป็นปกติมันอาจจะมีรอยอยู่อีกได้มันลึกมันลึกบางเบากว่าบางกว่านี้มานาที demand ดนตรีประทับตราประทับใจเหลือรอยตราไว้พรุ่งนี้ก็ชื่อว่านิวรณ์กามฉันทะไม่มีในจิตนี่ไม่ได้อธิบายอย่างหยาบจะถูกมหาราชิกาว่าดึงสาอย่ามาดุสิตาอะไรไม่ได้อธิบายนะตามมาประจำไม่ได้อธิบายนะเนี่ยอธิบายปลายเลยนะไม่เหลือแม้รอยละเอียดขั้นปลายสุวัณโณอะไรอย่างนี้อธิบายหรือแม้จะมาสะ ทำวิธีการวิธีทำอะไรพวกนั้นอธิบายหมดแล้วมีการเป็นการสรุปและฟังให้ดีพรุ่งนี้ก็ชื่อว่านิวรณ์ 1 กามฉันทะไม่มีในจิตสภาพจิตใจของใครว่างนิวรณ์ดังนี้ก็เป็นการใกล้เขาไปเป็นฐานแล้วดีแล้วขั้นหนึ่งเราเอามาอธิบายเป็นละเอีย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน