ผู้สัมมาทิฏฐิแท้ต้องจบปฏินิสสัคคานุปัสสี.docx
เนื้อหาในไฟล์
ผู้สัมมาทิฏฐิแท้ต้องจบปฏินิสสัคคานุปัสสี ต่อมาอีกประเด็นของคุณสว่างแสงคือ อนุปัสสี 4 บรมครูผู้สัมมาทิฏฐิต่างจากผู้เป็นสัตบุรุษอย่างไร ต่างที่ว่าสัตบุรุษต้องมีความรู้ระดับ 7 สูงเข้าไประดับ 8 ระดับ 9 เข้ามหาวิทยาลัยแล้วไม่ใช่แค่อยู่ที่อนุบาลหรือประถมหรือมัธยม อยู่ขั้นอุดมศึกษาแล้ว ผู้สัมมาทิฏฐิได้ข้อ1 บรรลุอนิจจานุปัสสี ผู้อยู่ในฐานะครูควรได้สัมมาทิฏฐิขั้นไหน อนุปัสสี มี 4 เริ่มต้นรู้จักความไม่เที่ยงก็ถือว่าเป็นสัมมาทิฏฐิขั้นหนึ่ง ทีนี้ประเด็นอยากรู้ต่อไปอีกว่า แล้วขั้นไหนจึงจะถือว่าเป็นฐานะครูที่สัมมาทิฏฐิ ในอนุปัสสี มี 4 ถ้าคุณจะเอาแน่ใจก็ต้องเอาขั้น 4 เขารู้จักอนุปัสสีทั้ง 4 อนิจจานุปัสสี วิราคานุปัสสี นิโรธานุปัสสี ปฏินิสสัคคานุปัสสี ถึงจะถือว่าเป็นผู้เที่ยงผู้เป็นครูอยู่ในสัมมาทิฏฐิ อย่าว่าแต่รู้เลยแต่เป็นผู้ปฏิบัติธรรมบรรลุทั้ง 4 ขั้นนี้ด้วย ผู้เอาแต่รู้รู้อย่างสัมมาทิฏฐิ ไม่ใช่รู้อย่างมิจฉาทิฏฐิ แต่ตัวผู้รู้นั้นเป็น ปทปรมบุคคล รู้แต่เพียงบัญญัติภาษาแต่ตัวเองไม่ได้บรรลุธรรมเลยในชาตินั้น ก็ได้ไง ก็ฟังได้ถูก เขาบรรยายให้คุณได้ฟังรู้เรื่องเลย แต่เหมือนพระ โปฐิละ สอนคนอื่นให้บรรลุธรรม แต่ตัวเองไม่ได้บรรลุธรรมเลย ก็ต้องให้ตัวเองไปให้สามเณรสอน เริ่มต้นใหม่ต้องปิดหมดทุกรู เป็นแบบสมถะ เพราะว่าฟุ้งซ่านมากเลย รูออกฟุ้งซ่านมีเยอะเก็บไปหมดเลยต้องเอารูเดียวเริ่มต้นมีสมถะใหม่ ที่นั่งหลับตาก็เป็นสมถะรูเดียว มีทวาร 6 แต่ปิดหมดเลย 6 ทวารให้รู้เพียงทวารเดียวคือทวารจิต บอกให้ลืมตา ตื่นขึ้นมา ชาคริยา ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ ตบเท่าไหร่ก็ไม่ได้ เอามีดแทงไม่รู้ หอกแทง เช้ากลางวันเย็นทีละ 300 ดอก ก็บอกว่ามีอะไรหรือ เหมือนกับพญานาคที่อยู่ใต้บาดาลงมงายอยู่ในบาดาล ไม่รู้กี่ปีกี่ชาติ มีพระพุท
อ่านต่อ
ธเจ้าจะเกิดแต่ละพระองค์กินเวลานานมาก เมื่อพระเจ้าองค์หนึ่งเกิดก็ลอยถาดทองทวนกระแสน้ำก็คือลักษณะโลกุตรธรรม พอถาดกระทบกับถาดทองของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆก็เกิดเสียงดัง พญานาคก็รู้สึกได้ ว่า พระพุทธเจ้าเกิดอีกองค์หนึ่งแล้วหรือ ว่าแล้วก็หลับต่อ ไปรอพระพุทธเจ้าองค์ใหม่อีก อีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่จะเกิดเสียงอีก แล้วก็ตื่นขึ้นมารู้ว่าพระพุทธเจ้าเกิดอีกองค์นึงแล้วหรือ แล้วก็หลับต่อ เธอเอาแต่หลับ ยิ่งกว่าหอก 100 เล่มแทงเช้ากลางวันเย็น พอกันนั่นแหละ นี่คือพวกพญานาค ส่วนพวกพญาครุฑบินไปไม่เห็นฝุ่นไปอยู่ในวิมานไหนไม่รู้ ไปวิมานเสพกาม มีคนธรรพ์แทรกอยู่ในขนพญาครุฑ แล้วไปหลอกแอ้มเป็นชู้กับเมียพระเจ้าพรหมทัตเฉย ซ้อน คนธรรมพ์ก็คือกาม มันซึมลึกอยู่กับพญาครุฑ พญาครุฑนึกว่าเป็นเจ้าโลก ครอบครองทุกอย่าง ยิ่งใหญ่มาก เป็นพรหมทัต คือแปลว่าผู้รู้ ครอบครองวิมานใหญ่ แล้วมีคนธรรพ์ เสพเอาเนื้อกาม จากของพระเจ้าพรหมทัตมาครอบครอง แต่แท้จริงมีสิ่งที่ซ้อนลึกกินลึก มันกินลึกซึมลึกเนียนในแต่ละคนไม่รู้หรอกว่า กาม มันกินขนาดไหน ยกตัวอย่าง หยาบๆ มหาบัว ใครก็รู้ว่าหมากพลูเป็นสิ่งเสพติด แต่เขาก็เสพติดจนตายทิ้งไม่ได้ ปากเยิ้มปากเปรอะ เป็นรูปธรรมเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนจริงๆ แล้วคนที่เขาเข้าใจไม่ได้ก็เข้าใจไม่ได้ คนเข้าใจได้ก็เข้าใจได้ ลูกศิษย์ลูกหาของมหาบัว เป็นยุคก่อนอาตมานิดนึง อาตมาเป็นผู้กอบกู้เขาเป็นผู้ทำลาย อาตมามากอบกู้ได้บ้างในยุคปลายภัทรกัปป์แล้ว จะหมดศาสนา ภัทรกัปนี้มีพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ พระสมณโคดมเป็นองค์ที่ 4 เมื่อสิ้นพระสมณโคดมถึงจะไปต่ออีกองค์หนึ่งที่เรียกด้วยชื่อว่าพระศรีอริยเมตไตรย แต่ศรีอริยเมตไตรยไม่ใช่ชื่อคนไม่ใช่ชื่อพระพุทธเจ้าแต่เป็นตำแหน่งพระพุทธเจ้าองค์ต่อไปซึ่งจะอีกนานนานมาก หมดยุคกลียุคนี้เสร็จ ตอนนี้ไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติได้ในยุคนี้มีแต่พระโพธิสัตว์มาสืบทอด อาตมารับหน้าที่มา รับสืบทอดให้ได้ แล้วรับผิดชอบต้องให้ถึงพุทธกัป ไม่ใช่ภัทรกัปป์นะ แต่นี่เป็นพุทธกัปของพระสมณโคดมมีอายุ 5,000 ปี อาตมาก็เป็นสาวกผู้ที่รับผิดชอบ จะต้องสืบทอดให้ได้ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าอาตมาทำงานนี้ คุณภาพและปริมาณไม่มากพอที่จะมาร่วมกันสังขาร สังขต เนื้อหาสาระธรรมะพระพุทธเจ้ายาวไปให้ถึง 5,000 ปีได้ อาตมาก็จะต้องเกิดมาใส่อีก มันจะพอหรือจะไม่พอ ก็ยังไม่ชัดเจนเลย จึงต้องกระเสือกกระสนต่อให้ติด ถ้าอาตมาตายแล้วกว่าจะมาเกิดอีกก็ยังไม่รู้ว่าวิบากจะต้องไปอีกนานเท่าไหร่กว่าจะกลับมาเกิด แม้ว่ามีวิบากแล้วก็ยังมีเรื่องเวลา ยังมีวิบากที่จะต้องไปต่อสู้ ต้องไปรับวิบากทางด้านอื่น ที่มันทำให้เราเสียแรงงานความสามารถ เสียทั้งเวลาด้วย อาตมาก็ยังไม่รู้กรรมวิบากถึงขนาดนั้นที่เป็นอจินไตย ไม่รู้จะมีมากน้อยเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นอาตมาก็เลยไม่ประมาท อย่ารีบตาย ต่อไปให้ได้ก่อน ถ้าหากมีวิบากมาคั่นเดี๋ยวรับผิดชอบไม่ได้ เดี๋ยวทำให้ศาสนาพระพุทธเจ้าต่อไปไม่ถึงได้ อาตมาเสียเลย อาตมาจะเป็นโพธิสัตว์สอบตก เสียเวลาอีก มันก็ไม่ดี อาตมาก็ต้องกระเสือกกระสนถูลู่ถูกังไป อาตมาถึงบอกว่าอาตมาพยายามมี 8 อ.ให้ดีๆ ต้องพยายามทำทั้งพลังงานทางจิตพลังงานทางกายให้มันสังเคราะห์กันได้สัดส่วนพอเหมาะพอดี มากบ้างน้อยบ้างก็ต้องจัดให้ได้สัดส่วนพอเหมาะสมดุล สัดส่วนพอเหมาะสมนี่แหละเป็นตัวที่ทำได้ยากมากเลย แต่ก็ทำได้อยู่ สู่แดนธรรม...มีแฟนรายการทางบ้านถามมา ถามซ้อนเรื่องอนุปัสสี 4 ว่าทำไม? “ปฏินิสสัคคานุปัสสี” จึงมาทีหลัง “นิโรธานุปัสสี” พ่อครูว่า…ก็เหมือนนิโรธ มาทีหลังนิโรธ ในอริยสัจ 4 ก็หมายความว่าวิธีการปฏิบัติให้ไปสู่นิโรธ คือมรรคมีองค์ 8 หรือโพธิปักขิยธรรม 37 ทำไมมาทีหลัง นิโรธ ซึ่งมันต้องอยู่ด้วยกัน นิโรธานุปัสสี หรือมรรคองค์ 8 วิธีปฏิบัติกับตัวบรรลุนิโรธ สภาวะบรรลุ กับวิธีปฏิบัติให้บรรลุมันต้องมีเหตุปัจจัยคู่กัน มันแยกกันไม่ได้ มันต้องมีทั้งคู่ เพราะฉะนั้นคุณทำนิโรธได้ คุณต้องรู้อันนี้ คุณก็เอาวิธีปฏิบัตินี้ไปสอนต่อ คุณต้องสืบสานวิธีปฏิบัติ ศาสนาก็ไม่สิ้นมันก็ไปได้ต่อ แต่ถ้ามีแต่นิโรธแล้วก็ตาย เหมือนยังอุจเฉททิฏฐิของเถรวาทในเมืองไทย บอกว่าพระอรหันต์ตายแล้วสูญ ตายแล้วไปเกิดอีกไม่ได้ มันก็ไม่ได้พาลไง เขาก็มีความรู้เท่านี้ เถรวาทเมืองไทย คืออุจเฉททิฏฐิเด็ดขาด คุณหั่นศาสนาพระพุทธเจ้าบอกว่าอรหันต์ตายแล้วสูญ เป็นมิจฉาทิฐิ ก็เลยไม่มีใครต่อ ถ้าไม่มีอรหันต์ผู้บรรลุสูงสุดถือว่าเป็นรอบสูงสุด เอาความรู้ อรหัตตผล หรืออรหันต์มาสอนได้อีก เหลือแต่อนาคามี ศาสนาพุทธก็เสื่อมไปอีกขั้นหนึ่ง ยิ่งเหลือแต่สกิทาคามี อรหันต์ก็ไม่เกิดอีกแล้ว นั่นก็จริง จริงตรงที่ว่าเมื่อถึงในยุคหนึ่ง ใกล้พุทธันดรจริงๆ ศาสนาต่อไปจะไม่มีพระอรหันต์แล้ว จะเหลือแต่อนาคามี ต่อไปก็จะเหลือแต่สกิทาคามี ต่อไปก็จะเหลือแต่โสดาบัน ต่อไปแม้แต่โสดาบันก็ไม่มี มีแต่กัลยาณชน กัลยาณชนชั้นสูง ต่อไปกัลยาณชนก็ต่ำลงเรื่อยๆก็เสื่อมลงไป โลกก็แตก ทุกอย่างก็ระเบิดสูญหายไป คนก็เริ่มมาพัฒนาใหม่ มาก่อความเจริญขึ้นใหม่ กว่าสัตว์โลกจะมาเกิดในโลกลูกหนึ่ง กว่าจะมีน้ำ จากเดิมโลกร้อนมาก น้ำอยู่ไม่ได้ ไม่มีทางเกิดสัตว์ จนกว่าจะมีน้ำ มีน้ำแล้วก็มีจุลินทรีย์เกิดในน้ำ จนกว่าจุลินทรีย์จะจับตัวกันเป็นขี้ไคลน้ำ จนกระทั่งมีพืช พัฒนาตัวเองมาเป็นพืชที่เจริญ จนกว่าพืชจะพัฒนาตัวเองมาเป็นจิตนิยาม จิตนิยามมาเป็นสัตว์ กว่าจะพัฒนาจากสัตว์เซลล์เดียวขึ้นไปอีก พูดอธิบายยังเมื่อยเลยเห็นไหม กว่าจะมาเป็นกัลยณชน สูงแล้ววนเวียนในกัลยาณชนเป็นเทวนิยมไม่รู้นานเท่าไหร่ กว่าจะขึ้นมามี อัญญธาตุรู้ได้ อ๋อ.. มาเป็นอาริยชน พัฒนาความเป็นอาริยชนขึ้นมาสู่โลกุตรธรรมจนกว่าจะเป็นพระอรหันต์ เป็นพระอรหันต์แล้วก็จะเป็นโพธิสัตว์สืบทอดต่อไปอีก อย่างนี้เป็นต้น มันซับซ้อนไม่รู้กี่ชั้นๆที่อาตมาพูด เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งไปคิด ปฏิบัติตามไปกับหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี มีสัปปายะ อย่างน้อย 4 เสนาสนะ บุคคล อาหาร และธรรมะ ชุมชนชาวอโศกแต่ละชุมชนครบสัปปายะ 4 นี่แหละอยู่ให้ได้ อยู่ได้สบายๆแล้ว ถ้าอยู่ได้ยังไม่สบายก็ต้องอยู่ให้สบายให้ได้ สบายก็คือสัปปายะ มันสงบ สงบที่ตน ตนไม่ก่อความเดือดร้อนด้วย ตนก็สงบด้วย ผู้ที่จะเป็นสัมมาทิฏฐิต้องจบ ปฏินิสสัคคานุปัสสี นั่นแหละ ปฏินิสัคคานุปัสสนี คือไม่เอาสวรรค์แล้ว วนไปไม่เอาแล้ว นิ กับ สัคคะ คือไม่เอาแล้วสวรรค์ จนกระทั่งคุณสมบูรณ์ด้วยการไม่เอาแล้วเด็ดขาด ปล่อยวางทิ้งแม้แต่จะมากระทบกระแทกอย่างไรก็จบ สวรรค์ไม่มี หมดสวรรค์ เรื่องกระทบกระแทกกระเทือนกระทุ้ง มีสัมผัสอย่างไร ก็รู้ทันหมด มีปัญญารู้ทันหมด พลังงานของปัญญามีอิทธิพลมีอำนาจมาก มีรังสี ฉัพพันธรังสี จนพญามารหรือกิเลสมาในกระแส เพราะมีพลังงานรังสี 6 ชั้น ฉัพพันธรังสีกั้นไว้ เข้ามาชั้นแรกก็แย่แล้วมาร จนถูกกั้นไว้ถึง 6 ชั้นมาถึงชั้นที่ 7 ไม่ได้ เข้ามาไม่ได้ เข้าได้ชั้น 1 มาถึงชั้น 2 ก็แย่แล้ว อยู่ในหนังกำลังภายในเคยเห็นไหม ไม่มีทางถึงเนื้อใน ถ้า 7 ชั้นแล้วปลอดภัย ขนาดนั้นอาตมายังโดนแก๊สน้ำตาเลย ที่จริงน่าจะโดนลูกปืนแต่ก็ไม่โดนเป็นอจินไตย ไม่ได้พูดเหมือนท้าทายนะแต่เป็นอจินไตยจริงๆ ทำไมเราเป็นเป้าอยู่บนเวทีชัดๆ ไม่ต้องใช้ Sniper หรอก ใช้คนเล็งจริงๆก็ได้แล้ว นี่ไม่ได้ยากอะไร แต่ก็ไม่มีใครคิดจะยิงเราไม่กล้ายิงเราเป็นอจินไตย คนไทยไม่กล้าทำเพราะคนไทยมีคุณธรรม ถ้าไม่มีมวลประชาชนคนไทยปฏิวัติด้วยความสงบไม่ได้ ถ้าไม่มีมวลคนดีเป็นอาริยบุคคลในพื้นจิตอนุสัยของคนไทยแล้ว คนไทยทั้งมวลเป็นคนดี เป็นชมพูทวีป ไม่ได้พูดเล่นนะแต่เป็นชมพูทวีปจริงๆ เป็นดินแดนที่มีมนุษย์เจริญ มี สุรภาโว สติมันโต อิธพรหมจริยวาโส มีภาวะความกล้า แข็งแรงจริงๆ มีสติเต็มมีองคาพยพ 32 กับนามธรรม เจริญอย่างได้สัดส่วนเจริญอย่างโลกุตระที่แท้จริง เล็กน้อยจนถึงมาก จนกระทั่งมีโพธิสัตว์อยู่ในเมืองไทย แม้จะไม่มีพระพุทธเจ้าอยู่ในยุคกาลนี้ ในโลกนี้ตอนนี้ไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติ มีแต่พระโพธิสัตว์เป็นไก่ตัวพี่ แล้วมีโพธิสัตว์ระดับน้องรองลงมาไล่ไปตามระดับลงไป โพธิสัตว์เป็นไก่ตัวพี่อยู่ในเมืองไทย ขอยืนยันว่าก็คืออาตมานี่แหละในยุคนี้ จะบอกว่าเป็นสารีบุตรมาเกิดก็ใช่ แต่ถ้าใครบอกว่าอาตมาเป็นพระสารีบุตรนั้น คุณอย่ามาดูถูกอาตมา พระสารีบุตรนั้นเป็นเพียงสิ่งสมมุติให้อาตมาอาศัยเจริญเท่านั้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่ อย่าดึงอาตมาลงไปต่ำเป็นพระสารีบุตร ถ้าอาตมาไม่เจริญกว่าพระสารีบุตรอาตมาก็ไม่เจริญสิ แค่ความรู้แค่นี้ไม่ใช่เข้าใจง่ายนะ ที่อาตมาพูดไปเมื่อกี้นี้ อาตมาไม่เป็นพระสารีบุตร แต่อาตมานี่แหละสืบทอดจากพระสารีบุตร ถ้าไปยึดมั่นถือมั่นก็เป็นตัวตน ถ้าเป็นผู้ที่มายึดมั่นถือมั่นก็ไม่มีตัวตน แต่มันอาศัยกันเกิด คุณฟังเป็นมิจฉาทิฏฐิคุณก็เป็นตัวตนตายตัว คุณฟังไม่เป็นมิจฉาทิฏฐิคุณก็เป็นด้วยเหตุและปัจจัยอาศัยกันและกันเกิด ก็ถูกต้องแล้ว คุณไปยึดมั่นถือมั่นอะไร ถ้าหากคุณยังยึดมั่นถือมั่นก็จะบอกว่าหลงตัวเองเป็นพระสารีบุตร ถ้าไม่ผ่านพระสารีบุตรอาตมาจะมาเป็นอย่างนี้ได้หรือ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องมีพระสารีบุตร ไม่มีแล้วเอาสาระที่ไหนมา นี่แหละคือแก่นเนื้อแท้ของโลกุตรธรรม เอ้า..พอ ตัดตรงนี้ 640621_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อนุปัสสี 4 โดยพิสดาร