เหมือนรู้มากแต่ไม่รู้ คือพวกปทปรมะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.08 KB
วันที่แก้ไข21 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

เหมือนรู้มากแต่ไม่รู้ คือพวกปทปรมะ _สว่างแสง ขวัญดาว : น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ในหนัสือเปิดยุคบุญนิยมเล่ม๒ ข้อ๑๕ รู้จากผู้อื่นหมายถึงรู้จากใครบ้าง? ผู้อยู่ในฐานะครูที่สัมมาทิฏฐินั้น ต่างจากสัตบุรุษอย่างไร ต้องบรรลุธรรมขั้นไหนอย่างไรคะ เพราะในอนุปัสสี๔ นั้น ผู้ได้ข้อ๑บรรลุอนิจจานุปัสสีได้สัมมาทิฏฐิแล้ว ผู้อยู่ในฐานะครูควรได้สัมมาทิฏฐิขั้นไหนคะ ลูกเขียนมาเหมือนรู้มาก แต่แท้จริงลูกไม่เข้าใจคะ พ่อครูว่า…ที่ว่ารู้มากแต่แท้จริงไม่รู้ เป็นภาษาสิริมหามายา เหมือนรู้มากเหมือนรู้อะไรรายละเอียดของพยัญชนะเยอะ รู้มากรู้ไกลในพยัญชนะ แต่พอมาเจาะเข้าหาเนื้อหาสาระสภาวะธรรมมันเป็นอย่างไร คนนี้ก็ใช้ได้ ตรงที่หมายความว่า กำลังเข้าใจแล้วว่าประเด็นไหนที่เราติดขัด ตรงที่เราไปหลงพยัญชนะ ที่อาตมาเตือนชาวปราชญ์ ดอกเตอร์ เปรียญ 9 ผู้รู้ทั้งหลาย สำนักราชบัณฑิตก็ดี สำนักอะไรก็แล้วแต่ที่เขารวมนักรู้เอาไว้ด้วยกัน แต่เป็น ปทปรมบุคคล เข้าใจอย่างไรเขาก็ยังไม่ค่อยชัดเจน อาตมาก็ย้ำแล้ว ภาษาไม่ได้ยากเลยภาษาชัดเจน ปทปรมบุคคล คือบุคคลผู้เรียนรู้มากท่องจำไว้ได้มากสาธยายสอนผู้อื่นไว้ก็มากๆ แต่ตัวเองไม่ได้บรรลุธรรมอะไรเลยในชาตินั้น ชาตินี้ชาติที่เป็นอยู่นี้ เป็นผู้ที่รู้เขายอมรับนับถือกันมาก แต่ตัวเองไม่ได้บรรลุธรรมในชาตินี้ น่าสงสารน่าเสียวสยอง อาตมาอธิบายแล้วขยายความไปหลายทีแล้วว่า ไปทบทวนดูเลย คำว่ากายคำหนึ่ง กายคำนี้คุณสมาธิจริงหรือ คุณพ้นสักกายทิฏฐิแล้วหรือ เพราะคุณไปมิจฉาทิฏฐิเป็นเดียรถีย์หลับตา มันนานมาก จน 2,500 ปีนี้ไม่ลืม ไปหลงมิจฉาทิฏฐิหลับตาว่าเป็นทฤษฎีที่จะบรรลุนิพพาน แล้วก็หลงกันว่ามีพระอรหันต์เกิดก่อนอาตมามา กองอยู่ในฝ่ายหลับตา ออกป่าเขาถ้ำ เป็นพระธุดงค์ล่องไพร ก็ได้เรื

อ่านต่อ

่องมาเล่า อาจารย์ชอบได้สู้กับเสือ เสือนิ่งเลยเสือไม่กล้าเข้ามาใกล้อาจารย์ชอบ อาจารย์ชอบก็สายหลับตา ก็เป็นพระเอกของพนมเทียนเป็นรพินทร์ ไพรวัลย์ แล้วการไปหาสมบัติคือไปหาอะไร ไปหาโลกุตรธรรม แต่เขาจะไม่เจอโลกุตรธรรม เพราะเขาไม่ได้ดำเนินตามพระพุทธเจ้าสอนว่าคุณจะต้องเกิดปัญญา จะต้องพบสัตบุรุษจะต้องพบพระพุทธเจ้า จะต้องได้ยินจากมิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี แล้วต้องมาลองถือศีลก่อน ฟังตามว่าจะต้องปฏิบัติศีลเป็นหลัก ปฏิบัติศีลแล้วจึงจะเกิดความยินดีว่าใช่ เพราะนั่งหลับตานี้ไม่มีศีลเลย เริ่มต้นจากศีลที่เป็นสรณะ 15 วิชชา 8 เขาไม่มีแล้วเขาทิ้งแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อมาพบมิตรดี พระพุทธเจ้าบอกว่า เรานี่แหละเป็นมิตรดีของเธอภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้นหูชาเลย พระพุทธเจ้าท่านลดตัวเองลงมาเป็นเพื่อน เรานี่แหละเป็นมิตรดีของเธอภิกษุทั้งหลาย เป็นผู้ที่เจตนาดีจะให้ความรู้แก่เธอ จงเข้าใกล้จงเอียงโสตสดับ จงตั้งใจฟัง เรียนรู้ให้ดี เสร็จแล้วผู้นั้นก็ตั้งใจฟังเรียนรู้ได้ ก็ปฏิบัติศีลอีก เพราะพระพุทธเจ้าจะต้องเริ่มต้นด้วยศีล เรียนรู้ปฏิบัติศีลอย่างสัมมาทิฏฐิ คือ เรียนรู้ศีลแล้วจะต้องปฏิบัติด้วย อปัณณกปฏิปทา 3 คุณเรียนศีล แล้วไม่ปฏิบัติศีลด้วย อปัณณกปฏิปทา 3 คุณเรียนศีลแต่ไม่มี อปัณณกปฏิปทา 3 ไปนั่งหลับตา คุณก็ได้แต่ขี้หมาแหละครับ เห็นไหม อาตมาพูดสนุกนะ มันสูญเปล่าไม่ได้เรื่อง หากคุณไม่มี อปัณณกปฏิปทา 3 หลับตา คุณต้องมาตื่นๆลืมตา แม้ว่าคุณลืมตาคุณก็ยังไม่ตื่นเลย คุณก็ยัง มะลำมะเลือง เห็นอะไรยังมัวมืดๆพรางลวงอยู่เลย ตั้งสติให้เต็มร้อยทั้งกาย ตั้งสติให้เต็มร้อยทั้งวาจา ตั้งสติให้เต็มร้อยที่ใจ มีสติสูงจนควบคุมกายวาจาเต็มร้อย สติ แปลว่าร้อย มาจากรากศัพท์ สตะ แปลว่า ร้อย ถือเป็นสังขยาเลข เต็มร้อย แล้วคุณจะต้องตื่น พระพุทธเจ้าถึงมีหลักในข้อที่ 3 คือ ชาคริยานุโยค ต้องทำให้ตื่นมันไม่ตื่น มะลำมะเลืองไม่ได้ ต้องตื่นเต็ม และไม่ใช่ตื่นเตลิด ไฮเปอร์ ฟุ้งซ่าน เป็น วิกขิตตังจิตตัง ต้องดึงเข้ามารวมลงมาให้เป็นสังขตะ ไม่อย่างนั้นมันออกไปมากไกลเกิน ไปกับบัญญัติไปกับโลกภายนอกไม่เข้าหาจิตตัวเอง ตั้งแต่ตั้งต้น ไล่ไปตั้งแต่ต้นๆตื้นๆ ก็เท่ากับตัวเองเหมือนคนหัดใหม่ แต่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นคนสูงรู้มากบัญญัติมากจะลดลงตามมาเรียนรู้ตั้งแต่ ฤาษีเลี้ยงเหี้ย ต้องไปให้เณรสอน ให้คลานไปหาเณรให้สอน คือพระโปฐิละ ไปให้เณรสอน แล้วไปเริ่มต้นใหม่ด้วย เณรสอนเริ่มต้นใหม่ ให้ปิดรูรั่วทั้งหมด ปิดให้เหลือรูเดียว ไม่อย่างนั้นฟุ้งซ่านมากเกิน แค่นี้มันต้องกลับไปตั้งต้นใหม่เป็นพวกสมถะ เหมือนกับสอนให้หยุดจิตจะคิดจะนึก แล้วจึงจะมาตั้งต้นใหม่อีกยาวนาน กลับไปกลับมาย้อนไปย้อนมา นี่คือประเด็นเหมือนลูกรู้มากแต่แท้จริงลูกไม่รู้ไม่เข้าใจอะไร 640621_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อนุปัสสี 4 โดยพิสดาร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน