ตีแตกแยกแยะเจโตปริยญาณ 16.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.12 KB
วันที่แก้ไข20 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ตีแตกแยกแยะเจโตปริยญาณ 16 อธิบาย แค่มหัคคตะ อมหัคคตะ เจโตปริยญาณ 16 มหะ แปลว่ามาก อัคคะ แปลว่าเลิศยอดยิ่งใหญ่ มีทั้งมากทั้งยอดเยี่ยม รวมกันเป็นคุณลักษณะคุณธรรมครบถ้วน ถ้าเกิดว่ามันยังไม่ครบถ้วนก็เป็น อมหัคคตะ ทุกอย่างที่ครบถ้วนนั่นแหละเป็น มหัคคตะ อมหัคคตะพระพุทธเจ้าตั้งพยัญชนะมาอธิบายลักษณะธรรม ตั้งแต่ สราคะ สโทสะ สโมหะ แล้วมีคู่ วีตราคะ วีตโทสะ วีตโมหะ แล้ว สังขิตตัง (สภาพข้นแค่น) วิกขิตตังจิตตัง(สภาพฟุ้งกระจาย) แล้วแต่ใครเป็นแกนไหนแกนศรัทธาก็สังขิตตัง แกนธัมมานุสรีก็วิกขิตตัง มันจับตัวเป็นก้อนหรือว่ามันฟุ้งกระจายไปคุณก็ทำให้มันพอดี มันก็เป็น มหัคคตะกับอมหัคคตะ ทำได้ดียิ่งขึ้น ทั้งดีได้มาก ทั้งดีเจริญขึ้นไปเรื่อยๆ อัคคะขึ้นไปเรื่อยๆหรือว่ามันไม่ ปริมาณคุณภาพ มหะคือปริมาณ อัคคะคือ คุณภาพ ปริมาณกับคุณภาพมันเจริญขึ้นทั้งคู่หรือไหม ถ้าไม่เจริญขึ้นทั้งคู่ก็เลย อมหัคคตะ เจริญอย่างนี้ เจริญจริงๆแล้ว มันเจริญดีแต่มันจะครบหรือไม่ครบเรียกว่า สอุตตระหรืออนุตตระ สอุตระ ดี แต่มันยังมีดีกว่านี้อีก มันยังไม่ครบยังไม่สมบูรณ์ ดีกว่านี้ก็ยังมีอีก อนุตระ จนกระทั่งครบ ไม่มีอะไรที่จะไม่ดี หรือไม่มีอะไรที่จะไม่เป็นโลกุตระ หรือไม่เป็นอุตตระ จนมีโลกุตระสมบูรณ์แบบ สมบูรณ์ได้เพราะว่าทำจิตให้บริบูรณ์เป็น สมาหิตัง สมาหิตัง คำนี้เป็นสมาธิของพระพุทธเจ้า ต่างกับสมาธิสามัญ สมาธิสามัญเป็นโลกียะแต่สมาธิของพระพุทธเจ้าเป็น สมาหิตะ สมาหิตะ จะเกิดได้คุณต้องปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 จนจิตคุณสะอาดแล้ว จิตนั้นจึงจะมาตกผลึก สะสม ตกผลึกควบแน่น เป็นจิตสะอาด อุเบกขา เป็นจิตบริสุทธิ์ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา จิตสมาธิคือจิตอุเบกขา ที่ตกผลึกสั่งสมเต็มที่ ไม่ใช่มาสะกดจิต แล้วบอกว่าเป็นจิตสมา

อ่านต่อ

ธิ อย่างนั้นมันตื้น สมาธิของพระพุทธเจ้านั้นกิเลสหมด อุเบกขาเป็นอุเบกขาก่อน แล้วจิตสะอาดอันนั้นก็ตกผลึก ควบแน่นเข้าจึงเป็น สมาหิตัง ไม่ใช่แค่สมาธิเบื้องต้น สมาธิเป็นภาษาบาลี สมาหิตัง ก็เป็นภาษาบาลี เขาก็ไปแปลว่าจิตตั้งมั่นเฉย แปลเป็นไทยแต่มันตั้งมั่นมันคนละอย่าง ตั้งมั่นอย่างเผินๆ ก็เป็นสมาธิ แต่ สมาหิตะ คือ สมาธิที่ตั้งมั่นอย่างเอาจิตที่เอากิเลสออกหมด ไม่ใช่ทำแบบเล่นๆหัวๆแล้วก็เอา ยังไม่แน่นอนมั่นคงก็เอา ไม่ใช่ ต้องเป็นจิตที่บริบูรณ์ มีนัยยะสำคัญที่ต่างกันละเอียดลอออย่างนี้ การปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 ไม่มีคำว่าสมาธิ ไม่มีคำว่า สมาหิตะ แต่คุณปฏิบัติลดทิ้งดับอาสวะได้เป็นตัวสุดท้ายของวิชชา 8 เป็นฐานอุเบกขา อุเบกขาก็คือสะอาด สะอาดแล้วสะอาดถาวรหรือไม่ อาสวะสิ้นไม่เกิดอีก จิตนั้นก็เกิดสั่งสมเป็น สมาหิตะ จากการปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 แล้วจึงจะมีจิตเป็นผล เป็นจิตสะอาดปราศจากกิเลสเกลี้ยงสนิทไม่ฟื้นแล้วนะ เอามาสะสม จิตเป็นอุเบกขา จิตเป็นไม่มีอาสวะแล้วมาสะสม ไม่ใช่จิตที่เป็นฌาน 1 2 3 เท่านั้น ต้องเป็นฌาน 4 ที่แข็งแรง หมดอาสวะแท้แล้วมาสะสม นี่คือจิตตั้งมั่น สมาหิตะ เป็นเรื่องอจินไตย แม้แต่ฌานวิสัย แต่เดี๋ยวนี้ฌานวิสัยก็เป็นเพียงโลกียะเท่านั้น ไม่ใช่ฌานของพระพุทธเจ้าที่เกิดจากจรณะ 15 แล้วจะมีฌาน 1 2 3 4 มีวิชชาประกอบ ตั้งแต่เจโตปริยญาณ วิปัสสนาญาณ มโนมยิทธิ อิทธิวิธี โสตทิพย์ แม้แต่วิชชา 8 คุณก็ต้องทำให้ได้ตั้งแต่วิปัสสนา คือ ญาณมี ปัสะ มีเห็น กิเลสลดเห็นๆ วิมุติ ปัสสนา มีวิมุติได้อย่างเห็นๆ ไม่ใช่หลับตา แต่มี ปัสสี ปัสสา เห็นวิโมกข์ 8 รูปีรูปานิปัสสติ อัชฌัตตัง เอโก พหิทารูปานิปัสสติ มีครบหมด อาตมาได้หยิบพยัญชนะ สภาวะธรรมมาอธิบายขยายความสารพัดไว้หมด วิโมกข์ ขยายวิชชา 8 จรณะ 15 ขยายวิชชา 8 ขยายเกิดฌาน เพราะปฏิบัติศีล อปัณณกปฏิปทา 3 ถ้าปฏิบัติธรรมไม่มี อปัณณกปฏิปทา 3 ไม่ใช่ศาสนาพุทธ ไปหลับตาไม่มีชาคริยา ไม่ได้ตื่น ไม่กระทบสัมผัสไม่มีอินทรีย์ทั้ง 6 ไม่มี โภชเนมัตตัญญุตาไม่มี ไม่ได้กินไม่ได้เคี้ยว ไม่มีของกินของใช้อะไร หลับตาปี๋ มันไม่มีเลย อปัณณกปฏิปทา 3 มันไม่ใช่ศาสนาพุทธ ไม่มีศีล ไม่มีอปัณณกปฏิปทา 3 เพราะฉะนั้นสัทธรรม 7 ไม่เกิด แล้วมันจะเอา ฌาน มาจากไหน มีแต่ชานหมาก สายนั่งหลับตาจึงได้แต่ชานหมากเยอะ ในยุคนี้ขอย้ำว่า อาตมามากอบกู้ศาสนา ไม่บังคับให้คุณเชื่อให้คุณรับแต่บอกความจริงตามความเป็นจริง คุณจะรับหรือไม่รับจะเชื่อหรือไม่เชื่ออาตมาไม่มีสิทธิ์จะไปขอร้องไปบังคับอะไรได้หรอก มันอยู่ที่ภูมิปัญญาของคุณ ถ้าคุณมีภูมิปัญญารับรู้ได้ว่า อาตมานี่ของจริง ใช่ของแท้ก็เป็นปัญญาของคุณ แต่ถ้าคุณบอกว่าไม่ใช่นอกจากบอกว่าไม่ใช่แล้วถูกเขาจูงจมูก มหาเถรสมาคมหรือนักปฏิบัติมิจฉาทิฐิจูงจมูก บอกว่าโพธิรักษ์เป็นพวกมาทำลายศาสนาพุทธเป็นพวกนอกรีต ก็ไปเชื่อตามเขา คุณไม่มี ปรโตโฆษะ คุณก็โยนิโสมนสิการไม่ได้ อาตมาพาทำให้มนสิการได้อย่างโยนิโส ที่พากันทำมันอโยนิโส เป็นการปฏิบัติธรรมทำใจในใจอย่างนอกรีต ไม่ใช่การปฏิบัติตามอย่างของพระพุทธเจ้า 640620_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ อานาปานสติแบบพุทธ ถึง อนุปัสสี 4 โดยพิสดาร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน