ตามรู้เห็นความไม่เที่ยงเป็นเช่นนี้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.02 KB
วันที่แก้ไข21 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ตามรู้เห็นความไม่เที่ยงเป็นเช่นนี้ สู่แดนธรรม...เขาบอกกันว่าหัวใจของพระพุทธศาสนา คือการเห็นอริยสัจ 4 พ่อครูว่า…ก็ถูก มันเป็นองค์กว้างองค์รวม แต่ส่วนรายละเอียดนั้นคือตัวเจาะที่ลงไปเนื้อแก่นเลยคือทำเวทนาในเวทนา ในสติปัฏฐาน 4 ทำเวทนาในเวทนาคือหัวใจของศาสนาพุทธ เป็นกรรมฐานเดียว แต่มันก็เคยย้ำ แต่เขาหลอกกันว่ากรรมฐานมี 40 อันนั้นไปไกลเลย เป็นการหยั่งลงสู่ทางหลงเลย ไกลจากวิเวก กรรมฐาน 40 เพราะฉะนั้นผู้ที่ยังไปให้พาปฏิบัติกรรมฐาน 40 อยู่ก็คือผู้ที่ยังไต่ระดับอนุบาลยังอยู่ระดับประถมอยู่ ยังไม่ขึ้นมาหามัธยม ยังไม่ขึ้นมาอุดมศึกษาเลย ก็เป็นไปตามธรรมเขาก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่ แล้วเขาก็หลงเอาหัวเป็นเท้าเอาเท้าเป็นหัวกลับไปกลับมา เขาก็นึกว่าเขาชั้นสูง แต่ที่จริงเขาเพิ่งอยู่อนุบาล อยู่ประถม ยังไม่ใช่มัธยม ยังไม่ใช่อุดมศึกษาอะไร ที่อธิบายอยู่นี้ไม่ได้ไปยกตนข่มหรือดูถูกดูแคลน แต่เป็นการขยายความวิชาการความรู้ สรุปอีกที อาตมาก็ขออภัยที่จำได้ละเอียดในทิฏฐิหมวดต่างๆไม่ได้ ทิฏฐิ 3 1. รู้เห็นด้วยองค์แห่งสัมผัส รูป->ตา->จักขุวิญญาณ รู้อยู่ เห็นอยู่แม้สุข-ทุกข์-ไม่สุขไม่ทุกข์ ที่เกิดโดยจักขุสัมผัส ฯลฯ ซึ่งเห็นโดยความไม่เที่ยง (อนิจจโต) จึงละมิจฉาทิฏฐิได้ 2. ซึ่งรู้-เห็น ฯ โดยเป็นทุกข์ (ทุกขโต) จึงละสักกายทิฏฐิได้ 3. ซึ่งรู้-เห็น ฯ โดยอนัตตา (อนัตตโต) จึงละอัตตานุทิฏฐิได้ (พตปฎ. เล่ม 18 ข้อ 254 - 256) การรู้เห็นความไม่เที่ยงแม้จะรู้เห็นความไม่เที่ยงแค่จิตเจตสิก คำว่าจิตเจตสิกก็ยังกว้างไป ต้องแคบเข้าไป เห็นความไม่เที่ยงของเวทนา เห็นความไม่เที่ยงของเวทนาที่มันเที่ยง เวทนาไหนเที่ยงเวทนาไหนไม่เที่ยง เวทนาเที่ยงคือเวทนาแท้ เวทนาไม่เที่ยงคือเวทนาเก๊ คุณเห็น 2 อย่างนี้ไหม เห็น 2 อย่างนี

อ่านต่อ

้แล้วคุณจะเอาอันไหน ก็ต้องเอาอันที่เที่ยงอันที่แท้ โอ้ แตงโมเห็นปั๊บ รีบเอาไปผ่า กินเดี๋ยวนี้แหละ ขย้ำเลย อะไรวะ ที่มันดันให้ทำ นี่แหละตัณหาทำให้วิ่งเข้าไปหาเวทนา จะได้แตะ จะได้เคี้ยวบักโม จะได้เกิดเวทนาความรู้สึก โอ้โห พอผ่ามาปั๊บ ขาวจั๊า ไอ้หยา แล้วมันจะดีหรือ ไม่เที่ยงเลย วูบเลย หรือ ขาว มันจะเป็นอย่างไรวะก็เอามาชิม โอ้โห ขาวหวาน ขาวกรอบ เฮ้ยแปลกดีพันธุ์นี้ เนื้อขาวแต่หวานกรอบฉ่ำด้วยน้ำด้วย ก็อุปาทานทั้งน้น เกาะอยู่กับกิเลสอุปาทานหรือตัณหา พอบอกว่าเป็นไปตามสัญญาที่เรากำหนดไว้ว่า ต้องอย่างนี้มันจึงแซ่บมันถึงอร่อย ตรง ก็ย้ำความแซ่บความอร่อยหนักเข้าไปอีกคุณก็มีอุปาทานซ้ำเข้าไปอีก ทำให้คุณอยากแรงเข้าไปอีก พออยากได้เสพอีกก็สมใจดีกว่าเก่าด้วย ความสนใจชอบใจมากขึ้นอีก ก็บันทึกตกผลึกลงไปเป็นอุปาทานแน่นเข้าไปอีก อยากใหม่อีกทีนี้ ต้องการใหม่ๆๆๆ พวกศิลปลอมก็หลอกเอาสิ่งใหม่ๆ อันนี้แซ่บอันนี้พิสดารกว่าก็ถูกหลอกเข้าไปอีกเรื่อยๆ ก็เต็มไปหมดเลยด้วยการถูกหลอกไปด้วย กี่ทีกี่ชั้นกี่ครั้งก็นึกว่าตัวเองเจริญแต่ที่จริงตัวเองติดในกิเลสหนา เห็นไหมกลับไปอย่างนี้ มันโง่ อวิชชา สู่แดนธรรม...ทำไมคนอโศกสอนแต่เรื่องของกิน พ่อครูว่า…จากเรื่องของกินนี่แหละ พระพุทธเจ้าบอกว่าเป็น กวฬิงการาหาร รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อยู่ตรงนี้แหละ มันอยู่ที่การกิน แม้แต่สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าและก็ต้องเสวยต้องฉันต้องกิน ตั้งแต่สัตว์เดรัจฉานเซลล์เดียวก็ต้องกินแล้วจนถึงพระพุทธเจ้า ไม่รู้กี่ล้านเซลล์ จนกระทั่งจากปรินิพพานเป็นปริโยสาน แยกธาตุเป็นดิน น้ำ ไฟ ลม ก็ยังต้องกิน เห็นไหมว่าความกินนี่แหละเป็นการปฏิบัติธรรม สู่แดนธรรม...ที่พันตำรวจโทอนันต์ เสนาขันธ์บอกว่าทำไมอโศกสอนแต่เรื่องกินตะกละตะกรามอะไร พ่อครูว่า…ทำไมไม่พาไปนั่งหลับตา ดับภพดับชาติ อาตมาว่า ไปตรวจดู ทิฏฐิ ที่ท่านบันทึกไว้ 1-10 นี่ก็เหลือกินแล้ว ชัดเจน

ถามว่า อันไหน ถึงจะเรียกว่าสัมมาทิฏฐิหรืออยู่ในฐานะครู ก็เริ่มตั้งแต่อันที่ 2 ก็ได้ก็เริ่มเป็นครู ถ้าเรานับที่ทิฏฐิ 10 ครบ ก็ต้องรู้ตั้งแต่สัมมาทิฏฐิ 5 ข้อเป็นต้นไปจึงจะนับเป็นครู ถ้ายังไม่ถึง 5 ก็เป็นครูอนุบาล เป็นครูประถมอยู่ มันก็มีนัยยะสำคัญหมุนไปหมุนมา เข้าใจตามนี้ไปก่อนก็แล้วกัน เราเป็นผู้เรียนก็ค่อยๆรู้ไม่เป็นไรก็ตามไปก็ดีแล้ว 640621_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อนุปัสสี 4 โดยพิสดาร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน