สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน อะไรก็ไม่ดีเท่ากับธรรมะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.66 KB
วันที่แก้ไข2 มีนาคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สัมมาทิฎฐิ 10) ตอน อะไรก็ไม่ดีเท่ากับธรรมะ ก็พากเพียรกันไ ป อะไรก็ไม่ดีเท่ากับธรรมะ คนที่ไม่ชัดเจนลึกซึ้งจริงๆก็จะฟังไม่ค่อยขึ้น ไม่ค่อยจะขัดแย้งบอกว่าดี แต่ความซาบซึ้งจิตใจความลึกซึ้งที่เห็นว่าเราก็เป็นชีวิตคน แล้วที่ท่านพูดว่า อะไรก็ไม่สำคัญเท่าธรรมะ มันสำคัญเท่าก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ สำคัญเท่ากับธนบัตรเป็นปึ๊งหรือ จะสำคัญเท่าพวกนี้หรือ ซึ่งมันยากมันซ้อนๆ กว่าจะมีภูมิปัญญาที่ชำแรกจิต เข้าไปเห็นว่านี่เรานั้นหลง เงินทอง ข้าวของ ทรัพย์สมบัติ หลงรสอร่อยทางหูตาจมูกลิ้นกาย ที่ได้สัมผัสเสียดสีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสและเกิดรสชาติ ซึ่งคนติดมาก่อนทุกคน แล้วก็จะจม เรียกว่า ดำฤษณาอยู่ในรสชาติพวกนี้ (มีเด็กๆมากราบพ่อครู) แม้แต่เด็กๆพวกนี้เขาก็มีการซึมซับออสโมซิสเข้าไป เดี๋ยวนี้มันมีสิ่งยั่วย้อมมอมเมาเยอะ แต่เด็กพวกนี้ก็จะมีการซึมซับโดยไม่รู้ตัวมันละเอียดกว่า Absorb แต่ Osmosis นี้จะซึมลึกละเอียดเนียนแบบไม่รู้ตัว ฉะนั้นการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่กลุ่ม เป็นคณะเป็นสังคมเป็นสิ่งแวดล้อม มิตรสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดีเป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์ มีองค์ประกอบมีสถานที่ เสนาสนะ บุคคล ที่เป็นมิตรดีสหายดีอยู่ร่วมกันแล้วมีเครื่องอาศัยเรียกว่าอาหาร เครื่องกินเครื่องใช้ก็ดี เครื่องอาศัยทางพฤติกรรมต่างๆนานา คำว่าอาหารนั้นกว้าง เป็นสิ่งที่สัมพันธ์กันอยู่ อิทัปปัจจยตาต่อเนื่องถ่ายทอดอะไรกันอยู่ เข้าไปในร่างกายก็เรียกว่าอาหาร ผัสสะอยู่ก็เรียกว่าอาหาร แต่ที่มันต่อเนื่องเป็นจิตเจตสิก เป็นเวทนา เป็นสัญญา ก็เรียกว่าอาหาร ที่สุดถึงขั้นวิญญาณคือธาตุวิญญาณ ก็เป็นอาหาร ธรรมะพระพุทธเจ้าสุดยอดอย่างนี้ คนที่ไม่ประสีประสาฟังแล้วก็อาจจะงงว่ามันเกี่ยวอะไรกัน สำคัญอะไรกันพูดไปมันจะจริงเหรอ? คุณจะหลงงมงายก็หลง

อ่านต่อ

ไปเถอะ จะไปอร่อยเท่าการได้ลาภยศ รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรอร่อย มีการปรุงแต่ง มอมเมาปลุกเร้า ไม่หยุดหย่อนหรอก ความปรุงแต่งทางโลกีย์ไม่มีหมดไปจากโลกมันเป็นแกนของโลก โลกุตระของพระพุทธเจ้านี้ มันเป็นเรื่องที่มีเป็นครั้งคราวในวัฏสงสารนี้มาช่วยคนที่มีภูมิธรรมถึง ขั้นโลกุตระขั้นอาริยะที่จะไปนิพพาน เป็นเรื่องสูงสุดยอด ที่เกิดมามีชีวิตแล้วไม่ได้เข้ากระแสโลกุตระแล้วไม่ได้ศึกษาจนบรรลุพระอรหันต์ คุณก็จะวนเวียนอยู่ในโลกียะที่ไม่มีอาริยธาตุ อัญญธาตุ เป็นธาตุโลกุตระที่เริ่มจุติเข้าไปในจิตวิญญาณ คุณก็จะจมอยู่ในโลกีย์ สุขทุกข์ ลาภยศสรรเสริญโลกียสุขมีความสรรเสริญมีความดีงามมีความเจริญ แข่งกันวนเวียนมีสมบัติผลัดกันชมลาภ ยศ สรรเสริญ ไปแย่งกันมา แย่งลาภใครได้ก็สุข ใครไม่ได้ก็ทุกข์ แย่งในลาภ ยศ สรรเสริญ ความสุขในโลกีย์ โลกุตระนั้นสุขก็ได้ที่จริงมันไม่มีความสุขหรอก ที่เข้าใจในสภาวะแล้วก็จะไม่สงสัยไงว่าสุขมีไหนว่าสุขไม่มี มีแต่มันไม่มี พูดอย่างนี้ใครจะทำไม ผู้ที่เข้าใจแล้วก็จะเข้าใจ ชัดเจนตั้งแต่เรื่องของอบายมุขต่ำหยาบ ที่รู้กันอยู่ว่าเป็นเรื่องทุจริตเป็นเรื่องเสพติดของหยาบของชั้นต้นก็ตามต่ำๆ เราก็ได้เรียนรู้แล้วเลิกมาเลย หมดกิเลส หมดเสพติดสิ่งนั้น เห็นว่าเป็นของสมบัติที่คนหลง เราหลุดพ้นแล้วหลุดพ้นจริงๆ เราก็ไม่เสพไม่ติดอะไรอีก เขาก็มีไปอยู่ในโลก มันไม่หมดไปจากโลกหรอก เราอยู่เหนือโลกพวกนั้นได้ นี่เป็นภาษาไทยที่พูดกัน ฟังให้ดีๆอยู่เหนือโลกเป็นอย่างนี้ ไม่ได้ไปข่มโลกแต่เราลอยตัวเหนือสิ่งเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้แม้้จะมากระทบกระแทกอย่างไรเราก็ไม่แปรปรวนไม่เป็นอะไรไปตามคุณเลย จะมาหลอกล่อจะเอาความเฉลียวฉลาดอะไรมามอมเมาครอบงำ อะไรอย่างไรอีกก็ไม่สำเร็จ อย่างไรๆก็ไม่สำเร็จอย่างนี้เป็นต้น ความรู้นี้ที่เรียกด้วยศัพท์เต็มๆว่าปัญญา ยอดปัญญานี้อาตมากำลังเขียนหนังสือเล่มนี้เป็นอีกเล่มหนึ่งเลย ปัญญา 8 ของพระพุทธเจ้าที่ขยายความอยู่นี้ 630224_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 90

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน