สื่อธรรมะพ่อครู(สังโยชน์ 10) ตอน ใช้สัญญามาล้างปฏิฆะอย่างไร.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สังโยชน์ 10) ตอน ใช้สัญญามาล้างปฏิฆะอย่างไร _พิมพ์เพชรรุ้ง...กราบเรียนถามเรื่องปฏิฆะ เวลาผัสสะ จะมีอารมณ์หงุดหงิดไม่พอใจไม่พอใจว่ามีการปรุงแต่งเพิ่มก็จะเป็นการจับผิดเพ่งโทษ มีกายวิญญัติวจีวิญญัติไม่ค่อยดี แต่ถ้าปรุงให้ดีๆ เอาพรหมวิหาร4 มาช่วยก็ดี บางทีไม่ได้ปรุงแล้วมันก็หายไปเองเป็นอนิจจัง อยากรู้ว่าทำอย่างไรจะไม่มีปฏิฆะเลย แล้วปฏิฆะสัญญากับปฏิฆสังโยชน์ พ่อครูว่า..สัญญาคือ สภาวะเจตสิกของเรา สำคัญมาก เราจะใช้สัญญานี้ปฏิบัติธรรมตลอดแม้จะบรรลุสัญญาเวทยิตนิโรธ ก็ต้องใช้สัญญาเป็นตัวศึกษาฝึกฝนไป สัญญาทำงานหนักมากเป็นเจตสิก ตัวที่นำพาจะต้องทำงานให้แก่ชีวิตที่จะเป็นพระอาริยะเป็นพระอรหันต์ จะเป็นพระโพธิสัตว์หรือเป็นพระพุทธเจ้าก็ตาม สัญญานี้มันมี 2 ความหมาย สัญญาที่เป็นตัวงานตัวกำหนดรู้ บางทีเขาก็แปลเป็นศัพท์ว่าสำคัญมั่นหมายในสิ่งนั้นสิ่งนี้คือกำหนดรู้ คำว่าสำคัญมั่นหมายเป็นภาษาที่สูงไปหน่อย ภาษาวิชาการที่เข้าใจได้ยาก รู้แต่สภาวะที่ไปกำหนดรู้อะไรต่ออะไรไปทำหน้าที่สัมผัสอันนี้แล้วก็มีความรู้ในอันนั้นลึกซึ้งรู้รอบรู้ครบพิจารณาไปในสิ่งนั้นสิ่งนั้น เรียกว่าสัญญา กับตกผลึกสั่งสมเป็นความจำอยู่ในจิต สัญญาที่มีความหมายสองอย่างนี้ พลังงานหนึ่งเป็นพลังงานเคลื่อนไหว อีกพลังงานหนึ่งเป็นพลังงานตกผลึกเป็นความจำสั่งสมลงไป อาตมาชอบใช้คำว่า Static กับ Dynamic ที่ทำงานเคลื่อนไหวอยู่เรียกว่า Dynamic ที่สั่งสมลงไปตกผลึกเป็นคลังเป็นสมบัติเรียกว่า static อย่างนี้เป็นต้น เราต้องศึกษาฝึกฝนไปเสมออ่านและวิจัยออกค่อยๆแยกแยะ ปฏิฆะ หรือสายโทสะนี้มันจะหมดก่อนราคะ ถ้าปฏิฆะ ภาษาในหลักการของอนุสัยก็ดีสังโยชน์ก็ดี กามจะขึ้นก่อนปฏิฆะ แต่ปฏิฆะนี้จะหมดก่อนกาม เพราะปฏิฆะเป็นทุกข์ แต่กามมันเป็นสุ
อ่านต่อ
ข ปฏิฆะเป็นอาการทุกข์อาการไม่สบายเป็นอาการสายโทสะมูล แต่ กามสายราคะมูล ชอบใจบำเรอใจมันเลยทิ้งยาก ทิ้งทีหลังแต่ต้องทำก่อน มันเป็นทั้งแกนต้นและแกนปลาย ข้อสำคัญคืออ่านอาการสองตระกูลนี้ทั้งสองอย่างนี้เพื่อจะเปรียบเทียบ 2 เสมอ เรียกว่าเทวธัมมา เทวะ แปลว่าธัมมะสอง เปรียบเทียบไปตั้งแต่ต้นจนจบสุดท้ายถึงขั้นแยกสภาพของอสัญญีสัตว์กับเนวสัญญานาสัญญายตนสัตว์ คู่สำคัญคู่สุดท้ายที่จะต้องชัดเจน อสัญญีสัตว์เป็นสายเทวนิยมสายสะกดจิต สายที่จะไม่ชัดเจนเรื่องความเป็นสัตว์ จมอยู่สุดท้ายกับโอปปาติกสัตว์ ไม่หมดความเป็นสัตว์ทางจิตวิญญาณเพราะจะกำหนดสัญญา หรือสัญญี คือที่มีตัวกำหนดรู้ อสัญญีก็ไปดับสัญญา นั่งหลับตาสมาธิเป็นการดับสัญญา หากหมดสัญญาไปดับสัญญาก็เจ๊งเลย มีแต่ดับๆๆ จมกลายเป็นอสัญญีสัตว์ เนวสัญญานาสัญญายตนะสัตว์ คือ ผู้ที่ปฏิบัติ ฌาน แบบโลกียะ สะกดจิตๆจนเป็นฌานที่ 8 เนวสัญญานาสัญญายตนะฌาน เป็นฌานที่ 8 ของโลกียฌาน เกิดเป็นเนวสัญญานาสัญญายตนะสัตว์ จนต้องวิญญาณฐิติ คือ ปฏิบัติขณะที่เกิดวิญญาณธาตุรู้ ถ้าไปดับวิญญาณดับธาตุรู้ก็หมดไม่ได้รู้ มีตาหูจมูกลิ้นกายใจเปิด วิญญาณทางตาหูจมูกลิ้นกาย วิญญาณภายนอกและวิญญาณภายในร่วมกันเป็นเทวเป็นคู่ 2 รูป รูปนาม นามรูป รูปนาม มันไม่ง่ายอาตมาจึงเห็นใจ ว่ามันไม่มีอะไรดีกว่านี้ ก็ต้องสอนแนะนำกันปลูกฝังไว้ นับเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดในความเป็นมนุษย์ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ อาตมาจึงพยายามทำอันนี้ ก็ต้องรับผิดชอบ กระทั่งรับหน้าที่สืบทอดจากพระพุทธเจ้า อาตมาก็เป็นผู้ที่รับ พูดไปแล้วคนที่ไม่เชื่ออาตมาเขาก็จะหมั่นไส้ ต้องอธิบายความจริงพูดความจริงไปบ้าง ว่าอาตมารับปากมาจากพระพุทธเจ้าสมณโคดม แล้วคนก็หมั่นไส้ ต้องมาสืบทอดอันนี้ต้องมารับผิดชอบที่พุทธเจ้าท่านฝากฝังเอาไว้แล้วปรินิพพานเป็นปริโยสานไปแล้ว อาตมาก็จะต้องเข็นตัวเองให้ถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะมีปณิธานนั้น ก็ต้องรับผิดชอบกับพระพุทธเจ้า เกิดในยุคนี้ มาก็มาเปิดเผย พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้แล้วในสัมมาทิฏฐิข้อที่ 10 อาตมาเป็นสยังอภิญญา เขาก็ไม่เชื่อ หลังเขาก็คงจะเห็นหลักฐานที่อาตมาพยายามอธิบายธรรมะว่าเป็นโลกุตระเป็นอย่างนี้ พอเข้าใจขึ้นมาผู้ที่เกิดปฏิภาณปัญญาเข้าใจได้ ก็จะเชื่อถือ ฟังอาตมาเพิ่มขึ้น ก็ไม่ง่ายหรอกเพราะมันลึกซึ้ง คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) . ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ทำงานมาจะเต็มปีที่ 50 แล้วในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ก็ทำไป อาตมาพยายามฟื้นสังขารร่างกาย พยายามสร้างพลังงานให้ชีวิตและร่างกายนี้ไม่ให้ทรุดเสื่อมจนกระทั่งตายวันตายพรุ่ง เป็นการพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้าพิสูจน์สัมประสิทธิ์ด้วย เป็นปาฏิหาริย์ ต่ออายุขัย ถึงเวลาตายแล้วก็ไม่ยอมตายมันจึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์ _พิมพ์เพชรรุ้ง จะกำจัดตัวปฏิฆะได้อย่างไร พ่อครูว่า...ต้องอ่านความจริงเห็นความจริงให้ได้ว่ามันเป็นเหตุแห่งความทุกข์หรือเป็นเหตุแห่งความสุข เจนอยู่แล้วอาตมาเปรียบเทียบให้ฟังความสุขนั้นพออาศัยแต่ความทุกข์นั้นไม่ต้องอาศัยเลย มีโศลกอาตมาบอกไว้ อาการทุกข์ตั้งแต่เป็นอย่างใหญ่อย่างยักษ์อย่างใหญ่อย่างกลางอย่างละเอียด อย่างธุลีละอองเล็กขนาดไหน หากมีแล้วเอาออกไป ไม่เอาทั้งนั้น kick it out ไม่มีประโยชน์แก่เราเลย มีแต่ความวุ่นวายเสียหายความเสื่อม ไม่มีประโยชน์ โทสะ ไม่มีประโยชน์อะไรเลยไม่ต้องใช้เลย แต่ความรักความเมตตานี้ต้องใช้ อาศัยเพราะฉะนั้นไม่ต้องไปเหลือเยื่อใยเอาไว้เลยสำหรับโทสะ630224_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 90